ASW เผย Q1/69 ทำรายได้รวม 2,162 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 41% โมเมนตัมภูเก็ตยังแกร่ง ลุยโอน 4 โครงการใหม่ Q2/69 หนุนรายได้ตามเป้า
ASW ตอกย้ำความแข็งแกร่ง 5 ปีในตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงานไตรมาสแรกปี 2569 ทำรายได้รวม 2,162 ล้านบาท โต 20% พร้อมกำไรขั้นต้นสูงถึง 41% รับแรงหนุนจากยอดโอนคอนโด-โครงการภูเก็ตช่วงไฮซีซั่น เดินหน้าต่อไตรมาส 2 เปิดโครงการใหม่ภูเก็ตตามแผน เตรียมโอน 4 โครงการสร้างเสร็จใหม่ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท ตอกย้ำฐานแน่นโชว์แบ็กล็อกสะสม 38,010 ล้านบาท หนุนรับรู้รายได้ยาวถึงปี 2571 พร้อมมุ่งรักษาวินัยทางการเงิน-บริหารจัดการสต๊อก คาดมาตรการรัฐกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ลดดอกเบี้ยนโยบาย-ขยายเวลาผ่อนปรน LTV ช่วยเพิ่มกำลังซื้อผู้บริโภค มั่นใจพอร์ตภูเก็ตเป็น Growth Engine หนุนยอดขาย-รายได้ตามเป้า
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า จากการดำเนินงานไตรมาส 1/69 (ม.ค.-มี.ค. 69) ASW สามารถทำรายได้รวม 2,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเริ่มโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ ทั้ง “โมดิซ อาวองการ์ด” (Modiz Avantgarde) มูลค่า 1,800 ล้านบาท “เคฟ ลูมินัส บางมด” (Kave Luminous Bangmod) มูลค่า 1,200 ล้านบาท และโครงการ Leisure Residence ที่พัฒนาโดยบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือ คือ เดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งสร้างเสร็จเร็วกว่าแผนทำให้สามารถเริ่มส่งมอบได้ตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก รวมถึงโครงการที่ยังมียอดโอนโดดเด่นต่อเนื่องอย่างเดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) และเคฟ วันเดอร์แลนด์ (KAVE Wonderland)
ขณะเดียวกัน บริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ ASW มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) สูงถึง 41% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรม และส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิที่ 230 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 14% (YoY)
“ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่แข็งแกร่ง ตอกย้ำก้าวย่างที่มั่นคงของ ASW ตลอดระยะเวลา 5 ปีในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยเรายังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ดีทั้งในด้านรายได้ ผลกำไร และยอดขายที่ทำได้ 6,854 ล้านบาท หรือคิดเป็น 37% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 18,500 ล้านบาท ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของลูกค้า โดยเฉพาะใน Strategic Location อย่างภูเก็ต ซึ่งเป็นตลาดที่มีดีมานด์และศักยภาพสูง ทำให้ไฮซีซั่นที่ผ่านมา เราสามารถปิดการขายได้เพิ่มขึ้น 21% (YoY) ผ่านเครือข่ายตัวแทนขายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งมอบโครงการคุณภาพได้ตามแผนงาน ซึ่งถือเป็น Key Success ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า” นายกรมเชษฐ์ กล่าว









