“ไรมอน แลนด์” ผนึกกำลัง กลุ่มร้านอาหาร “บ้านหญิง กรุ๊ป”

สร้างฐานรายได้จากธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก คาดหวังรายได้กว่า 100 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2561 และเติบโตกว่า 1,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี

“บ้านหญิง กรุ๊ป” จะเป็นส่วนร่วมในการผลักดันธุรกิจสายอาหารและเครื่องดื่มของไรมอน แลนด์ ในประเทศสิงคโปร์ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศจีน

พร้อมเปิดตัว 3 ร้านแรก “บ้านหญิง”, “ดิงค์ ดิงค์” (Dink Dink) และ ร้านสไตล์ ฮ็อต พ็อต ที่สิงคโปร์

 

 


ในส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการกระจายความเสี่ยง และสร้างรายได้ประจำที่เกิดขึ้น ไรมอน แลนด์ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ในประเทศไทย ได้ร่วมทุนขยายการลงทุนสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร่วมกับ “บ้านหญิง กรุ๊ป” เพื่อนำอาหารไทยสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งสัดส่วนการถือหุ้น 51% โดยบริษัทไรมอน แลนด์ และ 49% โดย บ้านหญิง กรุ๊ป ซึ่งจะดำเนินการ ณ ประเทศสิงคโปร์

 

ไรมอน แลนด์ มีแผนที่จะขยายธุรกิจไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศจีน โดยจะเปิดร้านอาหารรวม 10-15 สาขา ภายในปี พ.ศ. 2563 ส่วนเมืองที่เป็นเป้าหมายอื่นๆ นอกเหนือจากสิงคโปร์ ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์พนมเปญ ฮานอย โฮจิมินห์ เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว ซึ่งการจับมือกันครั้งสำคัญกับ “บ้านหญิง กรุ๊ป”  เข้าสู่ตลาดอาหารและเครื่องดื่มนี้ คาดการว่าจะสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2561 และเติบโตไปเป็น 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2565)

 

นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2561 ไรมอน แลนด์ จะเปิดให้บริการร้านอาหารทะเลระดับพรีเมี่ยมริมแม่น้ำ ซึ่งสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพฯได้

 

เอเดรียน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “นี่เป็นกลยุทธ์ในการก้าวไปข้างหน้าของไรมอน แลนด์ เพื่อกระจายการลงทุนให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในตลาดอาหารที่นำอาหารไทยคุณภาพสู่กลุ่มลูกค้าทั่วโลก”

 

ทรงศร จั่นสัญชัย ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้ง บ้านหญิง กรุ๊ป เพิ่มเติมว่า “ในฐานะที่เป็นธุรกิจครอบครัว เราได้นำเสนออาหารไทยมานานกว่า 20 ปี ด้วยเมนูที่เป็นที่นิยมต่างๆทั่วประเทศไทย คุณภาพอาหารของเรามีความสดใหม่ ทันสมัย และปรุงจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ การร่วมมือกับไรมอน แลนด์ในครั้งนี้ เรามุ่งหวังที่จะนำเสนออาหารไทยแก่นักชิมนานาประเทศให้ได้ลิ้มรสอาหารไทยแท้ๆ”

 

ร้านอาหาร 2 แห่งแรกจะเปิดในอาคาร รอยัล สแควร์ (Royal Square) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตคอมเพล็กซ์เพื่อสุขภาพของ โนวีน่า เฮล ซีตี้ (Novena Health City) ในไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2561 ซึ่งจะมีร้าน ดิงค์ ดิงค์ (Dink Dink) ร้านอาหารขนาด 68 ที่นั่ง ตั้งอยู่บนชั้น 1 นำเสนออาหารไทยในบรรยากาศสบาย ๆ เน้นความสะดวก รวดเร็ว และมีเมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง และเครื่องดื่มไทยโบราณ สำหรับรับประทานทั้งภายในและภายนอก นอกจากนี้ ร้าน บ้านหญิง ขนาด 126 ที่นั่ง ตั้งอยู่บนชั้น 2 ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ และแบรนด์ดั้งเดิมของ “บ้านหญิง กรุ๊ป” โดยนำเสนออาหารไทยที่คนไทยรับประทานทุกวัน ซึ่งเมนูได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีในสไตล์ไทยร่วมสมัย และร้านที่ 3 ภายใต้คอนเซ็ปท์สไตล์ ฮ็อต พ็อท (Hot Pot) ไทย-อีสาน ที่มีรสชาดจัดจ้าน มีแผนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 4 ปี พ.ศ. 2561 (ซึ่งจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ.2561 นี้)

 

เขตใจกลางเมือง โนวีน่า (Novena) เป็นศูนย์กลางที่คึกคักที่สุดในย่านใจกลางเมือง สะดวกต่อการเดินทางไปยังสถานีขนส่งสาธารณะ โดยอาคาร รอยัล สแควร์ (Royal Square) อยู่ห่างจากถนนออชาร์ดเพียง 5 นาทีโดยรถยนต์ และห่างจากย่านธุรกิจต่างๆเพียง 8 นาที ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ล่าสุดใน โดยในเขต โนวีน่า อยู่ท่ามกลางอาคารของรัฐบาล โรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงแรม และโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ การจราจรทางเท้าคาดว่าจะมีกว่า 10,000 คนต่อวัน ซึ่งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์มีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

Reasons Why Foreigner Invest Real Estate in Thailand รู้เขารู้เรา ทำไมคนต่างชาติถึงชอบลงทุนอสังหาฯไทย

คนต่างชาติมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ อยู่สบาย แถมมีค่าครองชีพราคาถูกในสายตาคนเอเชียและชาวตะวันตก พูดง่ายๆ คืออยู่แล้วคุ้มค่าราคาจ่าย เมืองไทยเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่อาศัย affordable ของทวีปเอ... อ่านต่อ




จาก เยาวราช ถึง เจริญกรุง มนต์เสน่ห์แห่งย่านเก่าที่น่าหลงใหลและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เยาวราช” ย่านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หรือ จะเรียกว่า “ไชน่า ทาวน... อ่านต่อ

อ่านก่อนลงทุนทำ Co-working Space ให้เช่าสำหรับคนไทย

ผู้เขียนเป็นคนที่ใช้บริการ Co-working Space ในไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกมีแค่ไม่กี่แห่งในกร... อ่านต่อ

เปิดแปลน Siamese Exclusive Ratchada คอนโดที่ทำสถิติ NEW HIGH ของเส้นรัชดาภิเษกช่วง Prime

รัชดาภิเษกช่วงไพร์ม เริ่มตั้งแต่แยก ณ ระนอง วิ่งยาวมาจนถึงแยกรัชดา - ลาดพร้าว (บางช่วงอ... อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ ‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’ ครั้งแรกในไทย ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา ฉลอง 250 ปีกรุงธนบุรี

หลังจากการเปิดตัวอภิมหาโปรเจกต์สุดอลังการที่สุดในย่านฝั่งธนฯ อย่าง “ICONSIAM” ไปเมื่อวั... อ่านต่อ

ในยุคที่ “ไทยแลนด์ 4.0” ถูกนำไปเป็นบริบทสำคัญในการนำ “เทคโนโลยี” เข้าไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและปฏิรูปในทุกอุตสาหกรรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนพลิกโฉมอุตสาหกรรมในหลายวงการ เช่น การเงิน อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม ฯลฯ บางอุตสาหกรรมนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้นในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นเดียวกันกับ “อุตสาหกรรมก่อสร้าง” ซึ่งในภาพรวมทั่วโลกนั้น ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีโอกาสให้เทคโนโลยี - นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนอีกมาก ช.การช่าง ในฐานะผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงนำเทคโนโลยีการออกแบบและก่อสร้างด้วยระบบ BIM (Building Information Modeling) หรือ ระบบการทำงานแบบจำลองสารสนเทศอาคาร ที่ช่วยออกแบบงานโครงสร้างและประสานการทำงานในส่วนต่างๆได้อย่างแม่นยำมาใช้ในโครงการ ทำให้การดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และลดต้นทุนในการดำเนินงาน โดยช.การช่าง ได้ประเดิมเทคโนโลยีนี้กับการก่อสร้าง “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม” เป็นโครงการแรก