“โฮมโปร” เร่งต่อจิ๊กซอว์ “Home Lifetime Companion” ขยับจากค้าปลีกเรื่องบ้าน สู่ แบรนด์ที่จะอยู่เคียงข้างทำให้บ้านคุณดีขึ้น…ในทุกช่วงชีวิต ผ่านสินค้า-บริการ-โซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง
ท่ามกลางตลาด Home Improvement ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนของต้นทุนในหลายมิติ “โฮมโปร” เลือกไม่รอให้ตลาดฟื้นตัว แต่ “ปรับเกมธุรกิจ” ด้วยการยกระดับบทบาทตัวเองครั้งสำคัญ จากผู้ค้าปลีกเรื่องบ้าน สู่ “แบรนด์ที่จะอยู่เคียงข้างทำให้บ้านคุณดีขึ้น…ในทุกช่วงชีวิต”
จาก “ร้านขายสินค้า” สู่ “การดูแลตลอด Customer Journey”
นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว และอัตราอนุมัติสินเชื่อเฉลี่ยเพียงราว 30% ขณะเดียวกัน ฐานลูกค้าโฮมโปรกว่า 70% เป็นลูกค้าบ้านเก่าที่ต้องการปรับปรุงบ้าน ทำให้ “โจทย์ธุรกิจ ไม่ใช่แค่รอให้ตลาดฟื้นตัว แต่ต้องมองหาโอกาสใหม่ในตลาดเดิม และเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการที่ยังไม่ถูก เติมเต็ม” พร้อมระบุว่า ในวันที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น การเติบโตของธุรกิจจึงไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่มองที่ Bottom Line—ผ่านการบริหาร Margin การใช้ Data อย่างแม่นยำ และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าไปพร้อมกัน
“เราไม่ได้มองแค่การขายสินค้า แต่ต้องการเข้าไปอยู่ในทุก ๆ ช่วงชีวิต ตั้งแต่วันแรกที่เลือกซื้อ ติดตั้ง เริ่มใช้งาน ไปจนถึงวันที่ต้องการซ่อมหรือเปลี่ยนสินค้าใหม่” แนวคิด ‘Home Lifetime Companion—แบรนด์ที่จะอยู่เคียงข้างทำให้บ้านคุณดีขึ้น…ในทุกช่วงชีวิต’ จึงเป็นการยกระดับโมเดลธุรกิจจาก Transaction ไปสู่ ความสัมพันธ์ระยะยาวที่ดูแลต่อเนื่องตลอดทั้ง Customer Journey”
สร้างจิ๊กซอว์เติมเต็ม “Ecosystem” ที่เชื่อมครบทั้งระบบ — ครองใจลูกค้าระยะยาว
เพื่อยกระดับสู่การดูแลบ้านแบบครบวงจรมากยิ่งขึ้น ผ่านการผสานสินค้า บริการ ทีมช่างโฮมโปร บริการหลังการขาย และศูนย์ซ่อมมืออาชีพ ให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดส่ง ติดตั้ง ซ่อมบำรุง ไปจนถึงโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” (Trade-In) ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ไม่ใช้แล้ว มาส่งต่อให้โฮมโปรช่วยนำไปจัดการให้อย่างถูกวิธี ด้วยกระบวนการรีไซเคิล และสร้างมูลค่าเพิ่มกลับเป็นสินค้ารักษ์โลก หรือที่เรียกว่า Circular Product เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าไม่ได้สิ้นสุดลงหลังการขายครั้งแรก










