แสนสิริ ถอดสัญญาณอสังหาฯไทย ผ่านแลนด์สเคปผู้ซื้อต่างชาติ เผยไทยติดเรดาร์ ‘จุดหมายปลายทางสำคัญ’ ของผู้อยู่อาศัย และนักลงทุนทั่วโลก
– Demand Shift: แรงจูงใจซื้อเปลี่ยนจากผลตอบแทนลงทุนระยะสั้น สู่ “การบริหารความเสี่ยงสินทรัพย์-การมองหาบ้านหลังที่สองที่มีคุณภาพชีวิตยั่งยืน และการใช้ชีวิตระยะยาว”
– New Markets Expansion: ฐานผู้ซื้อกระจายตัวสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง (Emerging Markets) อาทิ กลุ่มประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอาเซียน
– Lifestyle-Led Location: ไลฟ์สไตล์นำทำเล เลือกซื้ออสังหาฯ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทำเลที่หลากหลาย ตั้งแต่กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา หัวหิน ไปจนถึง เชียงใหม่ สมุย และระยอง
– Real-Estate Outlook: ไทยยังต้องแข่งขันกับประเทศในภูมิภาค โดยควรเร่งพัฒนาด้านนโยบายการพำนักระยะยาวที่ชัดเจน โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรฐานอุตสาหกรรมอสังหาฯ
ต่างชาติมองไทยเป็น “ฐานชีวิต” ยกระดับสู่การบริหารพอร์ตสินทรัพย์ระยะยาว
ศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย วิเคราะห์ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ของผู้ซื้อต่างชาติในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ว่า “ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และกำลังเผชิญกับ Turning Point สำคัญ จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่น่าจับตา ตั้งแต่แรงจูงใจในการซื้อ ฐานสัญชาติของผู้ซื้อ ไปจนถึงบทบาทของแต่ละหัวเมือง (Location) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน
จากเดิมที่มุ่งเน้นผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) วันนี้เราเห็นการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ของนักลงทุนทั่วโลกที่มองหา “ความมั่นคงระยะยาว” มากกว่าผลตอบแทนระยะสั้น ผู้ซื้อชาวต่างชาติจึงเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ระยะยาว (Long-term Asset Holders) โดยมองประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักสำหรับบ้านหลังที่สอง (Second Home) ตลอดจนการเตรียมพร้อมเพื่อใช้ชีวิตระยะยาวหรือการวางแผนพำนักในอนาคต”
ปรับสมดุลฐานลูกค้าหลัก พร้อมขยายฐานตลาดศักยภาพใหม่
สำหรับกลุ่มผู้ซื้อหลักอย่างตลาดจีน ปัจจุบันอยู่ในช่วงการปรับสมดุลและพิจารณาเลือกซื้ออย่างระมัดระวังมากขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดฮ่องกงมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความนิยมสูงสุด จากจุดแข็งด้านค่าครองชีพที่บริหารจัดการง่าย ระบบสาธารณสุขที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล โครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และศักยภาพการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
นอกจากนี้ ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างน่าจับตา ได้แก่ กลุ่มประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อยูนิตสูง เพื่ออยู่อาศัยจริงในลักษณะครอบครัว ขณะเดียวกันกลุ่มตลาดกำลังซื้อสูงที่กลับมามีบทบาทชัดเจนขึ้น ได้แก่ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ซึ่งมองไทยทั้งในฐานะพื้นที่ลงทุนและ Second Home โดยมีนโยบายสนับสนุนการพำนักระยะยาวของภาครัฐ (อาทิ LTR Visa) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้เกษียณอายุและผู้ที่ต้องการพำนักระยะยาว ซึ่งแนวโน้มที่เห็นชัดคือ ผู้ซื้อในปัจจุบันเริ่มมองไทยเป็นฐานการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพและมีความยืดหยุ่นในอนาคต
ไลฟ์สไตล์นำทำเล ต่างชาติเลือกโลเคชั่นที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต
โจทย์ใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยไม่ใช่เพียงทำเล แต่ต้องตอบโจทย์การออกแบบชีวิต โดย กรุงเทพฯ ยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับกลุ่มคนทำงานและนักลงทุน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับกลางถึงลักชัวรีในย่าน CBD ใกล้ระบบขนส่งมวลชน ส่วนภูเก็ต คือจุดหมายของ Luxury Lifestyle และ Second Home Destination ของภูมิภาค ด้วยวิลล่าและเรสซิเดนซ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวและ Digital Nomad ด้านพัทยา ตอบโจทย์บ้านพักตากอากาศและการอยู่อาศัยวัยเกษียณ ใช้เวลาไม่นานในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และอานิสงส์จากการพัฒนาพื้นที่ EEC ขณะที่หัวหิน รองรับกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความสงบ และพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น
นอกจากนี้ เมืองทางเลือกอื่นๆ ยังเติบโตขึ้นตามไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่ม เช่น เชียงใหม่ ดึงดูดกลุ่มที่ใส่ใจเรื่อง Wellness, และ สมุย สำหรับกลุ่มบ้านหลังที่สองระดับหรูที่ต้องการความเป็นส่วนตัว







