เอสซีฯ ปลื้มทำสถิติยอดขายแนวราบเติบโตสูงสุด กวาดยอดขายรวม 10 เดือน 12,267 ลบ. เติบโต 32% มั่นใจไตรมาส 4 เติบโตทุกด้าน รุกเปิดแนวราบใหม่ 5 โครงการ มูลค่ากว่า 8,200 ลบ. พร้อมลงทุนกับ strategic partner ชั้นนำของไทย บจ.ไฟร์ วัน วัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ Digital Economy

เกริก บุณยโยธิน 14 November, 2017 at 12.17 pm

เอสซีฯ ปลื้มทำสถิติยอดขายแนวราบเติบโตสูงสุด กวาดยอดขายรวม 10 เดือน   12,267  ลบ.  เติบโต 32%  มั่นใจไตรมาส 4 เติบโตทุกด้าน รุกเปิดแนวราบใหม่ 5 โครงการ มูลค่ากว่า 8,200 ลบ. พร้อมลงทุนกับ strategic partner ชั้นนำของไทย บจ.ไฟร์ วัน วัน  เพื่อร่วมขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่ Digital Economy

 


นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า “ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา การเติบโตของยอดขายทำสถิติดีเยี่ยม  มียอดขายรวม 12,267 ล้านบาท เติบโต 32%   ซึ่งมาจากโครงการแนวราบ 70% และแนวสูง 30%  โดยสรุปมาจาก

1.  ยอดขายแนวราบช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาเติบโต new high 35% รวม 8,500 ล้านบาท

2. รักษา market share อันดับ 1 ของบ้านราคามากกว่า 15 ล้านบาท เติบโต 73% (yoy) และ อันดับ 2 ในกลุ่มบ้านเดี่ยวราคามากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป เติบโต 16% (yoy)

3. ยอดขายบ้านเดี่ยวราคา 3-5 ล้านบาท เติบโตถึง 188% และเริ่มมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ในระดับ top 10 เป็นครั้งแรก

4. สำหรับยอดขายแนวสูง โครงการ 28 Chidlom  สูงถึง 80% ของอาคาร The Tower ซึ่งเป็นอาคารแรกที่เปิดขาย

 

 

ทั้งนี้รายได้รวม 9 เดือนเท่ากับ 7,843 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการขาย 7,190 ล้านบาท และรายได้จากการเช่าและบริการ 634 ล้านบาท กำไรสุทธิ 703 ล้านบาท พร้อมกับมียอดขายรอโอนหรือ Backlog รวม 9,800 ล้านบาท ซึ่งพร้อมโอนในปีนี้ 30% อีก 70% ที่เหลือจะโอนในปี 2561-2562

 

ส่วนไตรมาส 3/60 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา  SC มีรายได้รวม 3,228 ล้านบาท เติบโต 13% กำไรสุทธิ 363 ล้านบาท เติบโต 37%  คิดเป็นอัตรากำไร 11.3% ของรายได้ โดยสรุป ณ วันที่ 30 ก.ย. 60 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม และหนี้สินรวมเท่ากับ 38,328 ล้านบาท และ 23,972 ล้านบาทตามลำดับ พร้อมกับมีโครงการพร้อมขายทั้งหมดรวม 37 โครงการ มูลค่า 32,520 ล้านบาท

 

นายณัฐพงศ์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ปี 2560 นี้ SC จะมียอดขายเติบโตตามเป้าหมาย 16,000 ล้านบาท เติบโต 38% (yoy)   โดยปัจจัยสำคัญ คือ การเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมกว่า 8,200 ล้านบาท  เป็นโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด  4 โครงการ บนทำเลคุณภาพ เริ่มต้น 5.9 ล้านบาท และทาวน์โฮม 2 ชั้น  แบรนด์ใหม่ 1 โครงการ ชื่อ โครงการเวิร์ฟ เพชรเกษม 81  เริ่มต้น 1.99 ล้านบาท  พร้อมกับได้จัดแคมเปญพิเศษรวม 15 โครงการทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม   จัดโปรแรงสุดแห่งปีถึง 17 ธ.ค. นี้”

 

นอกจากนี้เพื่อสร้างนวัตกรรมสำหรับการอยู่อาศัย  SC ได้ผนึกกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายล่าสุดต่อจาก Fixzy คือ บริษัท ไฟร์ วัน วัน จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งให้คำปรึกษาและปฏิบัติการแก่องค์กรที่ต้องการก้าวสู่ Digital Economy โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ  ทั้งนี้จากมติที่ประชุมได้ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วน 20% ของบริษัท ไฟร์ วัน วัน จำกัด ภายใต้การนำของ CEO นายชาคริต จันทร์รุ่งสกุล ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีในเรื่องของ property tech โดยจะพัฒนา Living Solutions Platform ร่วมกัน เพื่อทำให้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในโครงการของ SC มีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้น Platform นี้จะตอบโจทย์ คลอบคลุมทุกปัจจัยสำคัญในการอยู่อาศัย เช่น home automation, security system, renewable energy และอื่นๆ สำหรับเป้าหมายหลักของ SC ในการลงทุนครั้งนี้คือ การมี strategic partner เรื่องการสร้างนวัตกรรมสำหรับการอยู่อาศัย  Digital Technology ที่จะมีบทบาทสำคัญที่สุดสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในยุคนี้ อีกทั้งทิศทางของการพัฒนาที่อยู่อาศัยของ SC  คือการมุ่งประสาน Digital Technology เข้ากับที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง รวมกันเป็น Living Solutions ภายใต้วิธีคิดที่เข้าใจการใช้ชีวิตของมนุษย์ผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

Reasons Why Foreigner Invest Real Estate in Thailand รู้เขารู้เรา ทำไมคนต่างชาติถึงชอบลงทุนอสังหาฯไทย

คนต่างชาติมองว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่น่าอยู่ อยู่สบาย แถมมีค่าครองชีพราคาถูกในสายตาคนเอเชียและชาวตะวันตก พูดง่ายๆ คืออยู่แล้วคุ้มค่าราคาจ่าย เมืองไทยเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่อาศัย affordable ของทวีปเอ... อ่านต่อ




จาก เยาวราช ถึง เจริญกรุง มนต์เสน่ห์แห่งย่านเก่าที่น่าหลงใหลและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เยาวราช” ย่านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หรือ จะเรียกว่า “ไชน่า ทาวน... อ่านต่อ

อ่านก่อนลงทุนทำ Co-working Space ให้เช่าสำหรับคนไทย

ผู้เขียนเป็นคนที่ใช้บริการ Co-working Space ในไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกมีแค่ไม่กี่แห่งในกร... อ่านต่อ

เปิดแปลน Siamese Exclusive Ratchada คอนโดที่ทำสถิติ NEW HIGH ของเส้นรัชดาภิเษกช่วง Prime

รัชดาภิเษกช่วงไพร์ม เริ่มตั้งแต่แยก ณ ระนอง วิ่งยาวมาจนถึงแยกรัชดา - ลาดพร้าว (บางช่วงอ... อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ ‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’ ครั้งแรกในไทย ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา ฉลอง 250 ปีกรุงธนบุรี

หลังจากการเปิดตัวอภิมหาโปรเจกต์สุดอลังการที่สุดในย่านฝั่งธนฯ อย่าง “ICONSIAM” ไปเมื่อวั... อ่านต่อ

ในยุคที่ “ไทยแลนด์ 4.0” ถูกนำไปเป็นบริบทสำคัญในการนำ “เทคโนโลยี” เข้าไปเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและปฏิรูปในทุกอุตสาหกรรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจนพลิกโฉมอุตสาหกรรมในหลายวงการ เช่น การเงิน อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม ฯลฯ บางอุตสาหกรรมนั้นอยู่ในช่วงเริ่มต้นในการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นเดียวกันกับ “อุตสาหกรรมก่อสร้าง” ซึ่งในภาพรวมทั่วโลกนั้น ก็เป็นอุตสาหกรรมที่ยังมีโอกาสให้เทคโนโลยี - นวัตกรรมเข้ามามีบทบาทขับเคลื่อนอีกมาก ช.การช่าง ในฐานะผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงนำเทคโนโลยีการออกแบบและก่อสร้างด้วยระบบ BIM (Building Information Modeling) หรือ ระบบการทำงานแบบจำลองสารสนเทศอาคาร ที่ช่วยออกแบบงานโครงสร้างและประสานการทำงานในส่วนต่างๆได้อย่างแม่นยำมาใช้ในโครงการ ทำให้การดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และลดต้นทุนในการดำเนินงาน โดยช.การช่าง ได้ประเดิมเทคโนโลยีนี้กับการก่อสร้าง “โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม” เป็นโครงการแรก