เอพี ไทยแลนด์ เปิดตัวสถานีชาร์จรถไฟฟ้า พร้อมเครือข่ายทั่วไทย สานต่อความร่วมมือ ‘BMW Thailand’ พร้อมด้วย ‘GLT’ ร่วมสร้างสังคมสีเขียวแห่งอนาคต

เกริก บุณยโยธิน 13 February, 2018 at 13.35 pm

ผนึกกำลังกลุ่มพันธมิตรโครงการ ChargeNow ประกอบด้วย BMW Thailand – GLT – Central Group เชื่อมโยงสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าฯ สาธารณะสำหรับทุกแบรนด์ที่ สะดวก และครอบคลุมที่สุดในเมืองไทย

ยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของลูกบ้านเครือเอพี นำร่องโครงการด้วยการลงทุนติดตั้ง AP Charging Pod สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าใน 6 คอนโดใหม่

สะดวกสบายกว่าด้วยแอปพลิเคชั่น แสดงตำแหน่งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเครือข่ายพันธมิตรทั่วไทยกว่า 50 สถานี

 


บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการออกแบบนวัตกรรมการอยู่อาศัย ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต ตอกย้ำหนึ่งในวิสัยทัศน์มุ่งเน้นการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการออกแบบพื้นที่ ไม่เพียงแค่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแต่ยังใส่ใจในการเป็นส่วนหนึ่งร่วมสร้างสังคมคุณภาพ เดินหน้าสานต่อเป้าหมายของภาคีเครือข่ายกลุ่ม ChargeNow ประกอบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย หนึ่งในผู้นำแห่งอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก จีแอลที กรีน ประเทศไทย เบอร์หนึ่งด้านเทคโนโลยีการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด และ CENTRAL GROUP กลุ่มบริษัทห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในไทย ผสานประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านร่วมกันสร้างสังคมสีเขียว ผ่านการขับเคลื่อนพัฒนาและจุดประกายการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเอพี ไทยแลนด์ พร้อมนำร่องด้วยการลงทุนติดตั้ง ‘AP Charging POD’ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในคอนโดมิเนียมใหม่เอพีที่ก่อสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป โดยเฟสแรกพร้อมติดตั้งใน 6 โครงการ VITTORIO, RHYTHM รางน้ำ, RHYTHM เอกมัย, LIFE ปิ่นเกล้า, LIFE อโศก และ LIFE สุขุมวิท 48 พร้อมอำนวยความสะดวกสบายแก่ลูกบ้านเอพีด้วยสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะทั่วประเทศไทยกว่า 50 สถานีภายใต้เครือข่าย ChargeNow ที่สามารถค้นหาสถานีได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว ผ่านแอปพลิเคชัน Greenlots หรือทางเว็บไซต์ http://chargenow-th.greenlots.com/

 

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม กล่าวว่า “ในปีนี้เอพีได้สานต่อความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำที่มีวิสัยทัศน์และทิศทางในการดำเนินธุรกิจไปในแนวทางเดียวกัน คือ การให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของสังคมไทยให้ทัดเทียมระดับสากล อาทิ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จีแอลที กรีน ประเทศไทย และ เซ็นทรัล กรุ๊ป กลุ่มพันธมิตรผู้ร่วมริเริ่มการปฏิวัติวงการเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าฯ ในการร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรของโครงการ ChargeNow เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าฯ ที่ครอบคลุมและใหญ่ที่สุดในเมืองไทยให้เป็นจริง นอกจากการเข้าร่วมโครงการ ChargeNow ซึ่งแสดงถึงความมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีแล้ว ยังหมายรวมถึงการใส่ใจคุณภาพชีวิตและคุณภาพสังคมในแง่ของการยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตของคนไทยอีกด้วย”

 

นายเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ผมรู้สึกยินดี และเป็นเกียรติอย่างสูงที่มีโอกาสได้ร่วมริเริ่มปฏิวัติวงการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าฯ โครงการ ChargeNow ในประเทศไทย ซึ่งโครงการ ChargeNow มีการเชื่อมโยงสถานีชาร์จในกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเดียวกัน ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ให้ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น โดยโครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในต่างประเทศ รวมถึงในประเทศไทย เราตั้งใจอย่างมากที่จะร่วมมือกับพันธมิตรของเราในการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าฯ สาธารณะให้ครอบคลุมทั้งประเทศไทยต้องขอขอบคุณเอพี ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญและเป็นพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนด้านพื้นที่ที่ดีตลอดมา”

นายณรัตน์ไชย หลีระพันธ์ ประธาน บริษัท โพลีเทคโนโลยี จำกัด, จีแอลที กรีน ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรโครงการ ChargeNow ที่มีความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการดีๆ เช่นนี้ และยังเล็งเห็นถึงโอกาสร่วมกันที่จะขยายการใช้งานของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าฯ สาธารณะให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น จากการสนับสนุน ของเอพีที่มีพื้นที่อยู่ในทำเลที่ดีใจกลางเมือง และในศูนย์กลางย่านธุรกิจ ไม่เพียงแต่เอพีเท่านั้น ต้องขอขอบคุณพันธมิตรทุกฝ่ายที่ร่วมแบ่งปันความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดเป็นโครงการที่ดีเพื่อสังคมเช่นนี้”

“เอพี (ไทยแลนด์) ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา เพื่อให้เท่าทัน และล้ำหน้าต่อเทรนด์การใช้ชีวิต ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานระดับสากล เราจึงนำเอานวัตกรรมที่ล้ำสมัยอย่างเทคโนโลยีการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด (EV & PHEV Charger) ประกอบกับความเชี่ยวชาญในการใช้พื้นที่ของเอพี และความใส่ใจในไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายมาสร้างสรรค์ เป็น ‘AP Charging Pod’ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด โดยตัวชาร์จจะมีให้บริการหัวชาร์จ AC ทั้งแบบ Type I และ Type II ภายในเครื่องเดียว ลูกบ้านเครือเอพีฯ สามารถเข้าชาร์จได้อย่างง่ายดายและสะดวกรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชันเดียวบนมือถือ ที่สามารถค้นหาสถานีชาร์จ เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตในเมืองให้ครบถ้วนทุกมิติ ภายใต้การดูแลและบริหารจัดการโดยบริษัท สมาร์ท เซอร์วิส แอนด์ แมนเนจเมนท์ จำกัด บริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในเครือเอพี โดยมีแผนที่จะเปิดให้บริการในเฟสแรกของการวางเครือข่ายครอบคลุมแล้วถึง 6 คอนโดมิเนียมเครือเอพี อาทิ VITTORIO (สุขุมวิท 39),  RHYTHM รางน้ำ, RHYTHM เอกมัย,  LIFE ปิ่นเกล้า, LIFE อโศก และ LIFE สุขุมวิท 48 และ ทั้งนี้มีแผนขยายไปยังโครงการอื่นๆ อีกในอนาคต นายวิทการกล่าวสรุป

ปัจจุบัน โครงการ ChargeNow ให้บริการสถานีสาธารณะในการชาร์จรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 65,000 แห่ง ใน 27 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย เครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้าฯ โครงการ ChargeNow จะแสดงที่ตั้งผ่านแอปพลิเคชัน Greenlots ซึ่งสามารถช่วยให้ลูกค้าทราบได้ว่าสถานีไหนว่างพร้อมให้บริการหรือมีการใช้งานอยู่ ครบวงจรในแอปพลิเคชันเดียว ช่วยให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่สะดวก ง่ายดาย และรวดเร็วยิ่งขึ้น

โครงการ ChargeNow เริ่มเปิดรับลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับเจ้าของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าที่มีหัวชาร์จ AC ทั้งแบบ Type 1 (SAE J1772) และ Type 2 (IEC 62196) ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดหรือยี่ห้อใดทาง http://chargenow-th-en.greenlots.com



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

“Niche MONO Mega Space Bangna” กว้างมากกว่าด้วย Double Space & Triple Facilities เริ่ม 2.2 ล้าน

จะซื้อคอนโดใหม่ทั้งทีต้องดูจากอะไรบ้าง แล้วโครงการไหนดีที่สุด? นี่คงเป็นคำถามที่คนจะซื้อคอนโดมีอยู่ในใจกันใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วอาจจะพูดได้ว่าไม่มีคอนโดไหนที่ดีที่สุดจริงๆ แต่จะมีแค่คอนโดพัฒนาจนถูกใจเ... อ่านต่อ




Saladeang One X BEATNIQ: 7 Wonders Lifestyles units at a NEVER BEFORE PRICE

แคมเปญ 7 WONDERS 7 LIFESTYLES เป็นโปรโมชั่นพิเศษ จาก 2 Limited Luxury Condominiums by S... อ่านต่อ

วิเคราะห์แนวนโยบาย Macroprudential สำหรับสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัย เพิ่มดาวน์ 20% ยาแรงหรือแค่ยาชา?

มีคนถามผมเข้ามาถึงเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ ออกข้อเสนอแนวนโยบาย Macroprudential ส... อ่านต่อ

คอนโดแมนพรีวิว “PARK ORIGIN THONGLOR” คอนโด Flagship ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Origin

PARK ORIGIN เปิดตัวพร้อมกัน 3 ทำเลคือ พญาไท ทองหล่อ และพร้อมพงษ์ ซึ่งนอกจากคำว่า PARK ... อ่านต่อ

แสนสิริ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านผู้พัฒนานวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล เผยแผนพัฒนาสมาร์ท คอนโด ประกาศเดินหน้าใช้เทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ในทุกโครงการคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป แบ่งแผนพัฒนาออกเป็น 3 ระดับตามเซ็กเมนต์โครงการ ตั้งแต่การควบคุมระบบพื้นฐานไปจนถึงอาคารอัจฉริยะเต็มรูปแบบ เน้นกลยุทธ์ในการยกระดับสมาร์ท คอนโด ของวงการอสังหาริมทรัพย์ ผ่านแนวคิด 3 ด้าน ได้แก่ iConvenience (ความสะดวกสบาย) iSafe (ความปลอดภัย) และ iGreen (ด้านประหยัดพลังงาน) ชู “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” โครงการภายใต้การร่วมทุนระหว่างแสนสิริและบีทีเอส กรุ๊ปฯ เป็นโมเดลสมาร์ท คอนโดแห่งแรกของแสนสิริ พร้อมยก ดิ เอดจ์ (The Edge) อาคารอัจฉริยะที่สุดในโลกของประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงกายภายในปี 2563

ในยุคที่ผู้คนโหยหาความเป็นรากเหง้าที่บรรพบุรุษสืบสานต่อๆ กันมา ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาหลงใหลความเป็นไทยกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การออกแบบ “บ้าน” ของโครงการต่างๆ ที่ประยุกต์ความโมเดิร์นและ ภูมิปัญญาไทยเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ควรค่าแก่การลงทุน บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านแนวคิดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เปิดโครงการใหม่ บ้านนวัต รามคำแหง 118 บ้านเดี่ยวนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Thoughtful Design for Every Step of Life” บ้านสำหรับคนทุกเจเนอเรชั่น อยู่อาศัยอย่างเป็นส่วนตัวและยั่งยืนพร้อมประหยัดพลังงานเต็มรูปแบบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว รักความเงียบสงบ มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย บนทำเลที่ลงตัวบนถนนรามคำแหง ซอย 118 แยก 33 เดินทางสะดวกด้วยการคมนาคมที่ครอบคลุมทุกเส้นทาง ในอนาคตสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) สถานีสัมมากร