เซ็นทรัลพัฒนา ตอกย้ำองค์กรยั่งยืนระดับโลก ติดอันดับ Dow Jones Best-in-Class Indices ต่อเนื่อง พร้อมการันตีด้วยรางวัลด้าน ESG ระดับเอเชีย เดินหน้าผนึกทุกภาคส่วนสร้าง Sustainable Ecosystem
– ผู้นำ ESG จัดตั้งบริษัท Central Pattana Green Growth ลงทุน 1,450 ล้านบาท ภายใต้แผน 5 ปี (2568-2572) เดินหน้า Decarbonization คืบหน้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบปี 2567 ได้ 19,073 ตันคาร์บอนเทียบเท่า พร้อมผนึก Green Partnership แบรนด์และร้านค้ากว่า 2,400 ราย ร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
– “เซ็นทรัล กระบี่” ขึ้นแท่น The First Sustainable Lifestyle Destination ของไทย ขณะที่ “เซ็นทรัล นครสวรรค์” และ “เซ็นทรัล จันทบุรี” คว้ามาตรฐานอาคารเขียว TREES ระดับ Gold จากสถาบันอาคารเขียวไทย
– คว้ามาตรฐานหุ้นยั่งยืน SET ESG Rating ระดับ ‘AAA’ และตลอดปี 2568 ได้รับการยอมรับด้าน Sustainability บนเวทีสำคัญทั้งในประเทศและระดับโลก อาทิ The Asset Triple A Sustainable Finance Awards 2025, Prime Minister Award 2025 และ The Asean Corporate Governance Awards 2025
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining better futures for all เชื่อมโยงทุกธุรกิจทั้ง Retail-Residence-Hotel-Office ตอกย้ำความสำเร็จองค์กรด้าน Sustainability Leadership ที่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก ใน Dow Jones Best-in-Class Indices จากการประเมินกลุ่มบริษัทอสังหาฯ 332 บริษัททั่วโลกพร้อมติดอันดับ 8 ปีต่อเนื่องใน DJSI World และ 12 ปีต่อเนื่องใน DJSI Emerging Market พร้อมติด TOP 10% S&P Global Sustainability Yearbook สะท้อนการดำเนินธุรกิจที่ยึดหลัก ESG มุ่งสู่ NET Zero 2050 อย่างเข้มข้น พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Sustainable Growth Business และเดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชน และทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินการบัญชี และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “การได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวน์โจนส์ Dow Jones Best-in-Class Indices ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG อย่างจริงจัง โดยปี 2568 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา ที่ไม่ได้เติบโตเพียงด้านผลประกอบการ แต่ยังเดินหน้าปรับองค์กรสู่การเป็น Sustainable Growth Business อย่างเต็มตัว โดยผสาน ‘ความยั่งยืน’ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธุรกิจหลัก Retail-Led Mixed-Use Development เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่อลดต้นทุน และการใช้ Green Finance เป็นเครื่องมือสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในเวทีระดับสากล
ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังจัดตั้งบริษัท เซ็นทรัลพัฒนากรีนโกรท เพื่อเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนDecarbonization ผ่านการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม และการขยายการติดตั้ง Solar Rooftop ในโครงการต่างๆ โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ร้อยละ 7 หรือเท่ากับ 19,073 ตันคาร์บอนเทียบเท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะเดียวกันยังสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจผ่านโครงการ Green Partnership ซึ่งมีแบรนด์และร้านค้ากว่า 2,400 รายร่วมลดการปล่อยคาร์บอน สะท้อนแนวทางการเติบโตที่สร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน”
นางสาวอุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนาตระหนักว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องเกิดจากการสร้างคุณค่าร่วมกับทุกภาคส่วน เราจึงขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด Creating Shared Value (CSV) โดยใช้ศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูสทั่วประเทศเป็นแพลตฟอร์มในการสร้างโอกาสให้กับชุมชน ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ เรามุ่งพัฒนา ecosystem ของเมืองและชุมชน ที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของสังคม เพื่อให้ศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาเป็นมากกว่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คน ธุรกิจ และชุมชนสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ในปี 2568 บริษัทฯ เปิดตัว ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ในฐานะ The First Sustainable Lifestyle Destination พร้อมประกาศความสำเร็จของ ‘เซ็นทรัล นครสวรรค์’ ที่ได้รับมาตรฐานอาคารเขียว ‘TREES’ ระดับ Gold จากสถาบันอาคารเขียวไทย นับเป็นต้นแบบศูนย์การค้ายั่งยืนแห่งแรกของไทย จากความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับพันธมิตร ONNEX By SCG ตามด้วย ‘เซ็นทรัล จันทบุรี’ ได้รับรองมาตรฐาน TREES ระดับ Gold แห่งที่สอง สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารตั้งแต่วันแรก”












