ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลงานปี 2568 กวาดรายได้รวมกว่า 9,200 ล้านบาท กำไรสุทธิ 720 ล้านบาท จ่อโอนคอนโดฯ สร้างเสร็จใหม่ปีนี้ 7 โครงการ มูลค่ารวม 14,400 ล้านบาท ตุน Backlog ในมือกว่า 36,000 ล้านบาท สร้างการรับรู้รายต่อเนื่อง 4 ปี
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ โชว์ผลงานปี 2568 รายได้สุทธิรวมทั้งสิ้น 9,223 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 720 ล้านบาท พร้อมปิดยอดขายบ้าน-คอนโดฯ รวมเกือบ 25,000 ล้านบาท ตุนยอด Backlog เข้ากระเป๋า 36,518 ล้านบาท สร้างรายได้ต่อเนื่องถึง 4 ปี อวดความสำเร็จ โครงการออริจิ้น เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา เปิดจองแบบ Online Booking ภายใน 24 ชั่วโมง ขายได้ 500 ล้านบาท พร้อมโชว์ความสำเร็จ Backlog ลูกค้าต่างชาติยอดรวม 6,500 ล้านบาท เดินหน้าลุยเจาะลูกค้าต่างชาติต่อเนื่อง และปี 2569 มี Backlog จากโครงการคอนโดมิเนียมที่จะแล้วเสร็จใหม่ พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้า จำนวน 7 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการรวม 14,440 ล้านบาท
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เผยผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้สุทธิรวมทั้งสิ้น จำนวน 9,223 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 720 ล้านบาท ส่วนยอดขาย (Presale) บ้าน-คอนโด ปี 2568 รวมทั้งสิ้น 24,942 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายของกลุ่มคอนโดมิเนียม ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จํากัด หรือ ORIGIN VERTICAL กว่า 20,327 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 81% และยอดขายจากโครงการบ้านแนวราบ ภายใต้ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กว่า 4,615 ล้านบาท เป็นสัดส่วนประมาณ 19% โดยยอดขายดังกล่าว แยกเป็นยอดขายจากโครงการที่บริษัทฯพัฒนาเอง ประมาณ 14,923 ล้านบาท และยอดขายจากกลุ่มโครงการร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ ประมาณ 10,018 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มโครงการพร้อมอยู่ (Ready to move) ประมาณ 14,453 ล้านบาท และยอดขายจากกลุ่มโครงการที่เปิดขายใหม่ (New Launch) และอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง (Ongoing) รวมกันประมาณ 10,489 ล้านบาท
โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีโครงการเปิดใหม่รวม 6 โครงการ มูลค่ารวม 9,600 ล้านบาท แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 4 โครงการ มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท และ เป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 4,600 ล้านบาท ทั้งนี้สามารถปิดการขาย 100% จำนวน 7 โครงการ มูลค่า 8,100 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการไนท์บริดจ์ เกษตร โซไซตี้ , โครงการไนท์บริดจ์ คอลลาจ สุขุมวิท 107, โครงการบริกซ์ตัน แคมปัส บางแสน และ คอนโดแบรนด์ “ดิ ออริจิ้น” 4 โครงการ 4 ทำเล
พร้อมกันนี้ นายพีระพงศ์ กล่าวว่า ตลอดปี 2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน บริษัทฯปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจมาต่อเนื่อง มีโปรดักส์ที่โดดเด่น ตอบสนองทั้งกลุ่มผู้ลงทุน ผู้อยู่อาศัย รวมถึงกลุ่มไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ อย่าง Pet Friendly รวมทั้งรองรับการลงทุนในรูปแบบ IP Program (Investment Property) โดยมี HHR (Hampton Hotel & Residence Management) บริษัทในเครือออริจิ้นฯ เป็นผู้ดูแล รับบริหารปล่อยเช่าให้ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการ “รายได้สม่ำเสมอ ไม่ต้องบริหารเอง” รวมถึงการทำการตลาดและการขายเชิงรุก เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีการตั้งทีมขายทั้งแบบ B2B และกลุ่มลูกค้าตลาดต่างประเทศที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่สองในประเทศไทย
โดยปี 2568 สัดส่วนลูกค้าต่างชาติเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์อยู่ที่ 6,500 ล้านบาท กลุ่มลูกค้าต่างชาติหลักๆ จะเป็น รัสเซีย จีน ฮ่องกง ใต้หวัน พม่า เป้าหมายขยายฐานตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยไม่พึ่งพาชาติใดชาติหนึ่ง ลดความเสี่ยงและเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ต่อเนื่อง ตลาดต่างประเทศเป้าหมายใหม่ คือ โปแลนด์, มองโกเลีย และกลุ่มลูกค้าจากประเทศตะวันออกกลาง โดยผ่านเครือข่ายเอเจ้นท์ที่มีอยู่ทั่วโลก นอกจากนี้ ได้พัฒนาระบบให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าพร้อมอยู่ได้ง่ายขึ้นผ่านโปรแกรม “Origin iBooking” เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาข้อมูล หรือจองบ้านคอนโดฯผ่านโปรแกรมนี้ได้ และยังดีเวลลอปโปรแกรมเพื่อรองรับการเปิดขายโครงการใหม่ๆด้วยเช่นกัน
อีกไฮไลท์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากนั่นคือ การเปิดจองแบบ Online Booking โครงการ ออริจิ้น เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา ในช่วงปลาย ปี 2568 ที่กระแสลูกค้าตอบรับดีเยี่ยม สามารถทำยอดขายได้ 500 ล้านบาท ภายใน 24 ชั่วโมง
“ตลาดอสังหาฯภูเก็ตบูมมาก ออริจิ้น เราเป็นผู้เล่นรายใหญ่รายหนึ่งที่มีโครงการทั้งบ้านและคอนโดในภูเก็ตรวม 8 โครงการ จำนวนกว่า 3,900 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 16,700 ล้านบาท โดยมีแผนพัฒนาและลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต เป็นช่วง Timing ‘ถูกที่ ถูกเวลา” ตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้” นายพีระพงศ์ กล่าว






