พลัส พร็อพเพอร์ตี้ วาง BCP รับความเสี่ยงพลังงานไฟฟ้า ย้ำ “อาคารต้องพร้อมมากกว่าที่เคย”
ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านพลังงานในระดับมหภาค การบริหารจัดการอาคารกำลังก้าวสู่ “อีกระดับของความพร้อม” ผ่านการพัฒนาแผนปฏิบัติเพื่อรองรับความต่อเนื่องของอาคาร อย่างเป็นระบบ
นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ความเสี่ยงในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของพลังงาน รวมถึงภัยพิบัติที่เริ่มเกิดขึ้นในบริบทใหม่ของประเทศไทย ทำให้การเตรียมความพร้อมของอาคารต้องขยับจากการวางแผนเชิงปฏิบัติการ ไปสู่การออกแบบระบบเพื่อรองรับกับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดกับการดำเนินกิจกรรมของอาคาร
“บทบาทของผู้บริหารจัดการอาคาร ครอบคลุมมากกว่าการดูแลความเรียบร้อย ไปสู่การประเมินความเสี่ยงและการวางระบบรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยที่ผ่านมาเราได้มีการเตรียมความพร้อมในมิตินี้มาอย่างต่อเนื่อง และในช่วงนี้ได้นำมาทบทวนและยกระดับให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น เพราะเราไม่ได้ดูแลเพียงทรัพย์สิน แต่รวมถึงความต่อเนื่องของการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจภายในอาคารด้วย”
ในเชิงปฏิบัติ พลัสฯ ได้นำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) มาพัฒนาในมิติของ “การบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า” รองรับกรณีที่อาจมีเหตุเกิดการหยุดการจ่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ในขั้นวิกฤต (Worst Case Scenario) โดยพิจารณาโครงสร้างการจ่ายไฟฟ้าของอาคาร ทั้งระบบสภาวะปกติ (Normal Load) และในสภาวะระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน (Emergency Load)
สำหรับระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน ได้ถูกออกแบบให้รองรับระบบสำคัญของอาคาร ที่เกี่ยวข้องข้องกับความปลอดภัยและจำเป็นต่อการใช้งานอาคาร อาทิ ระบบแสงสว่างพื้นฐาน ลิฟต์ ระบบปั๊มน้ำ ระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น CCTV และ Access Control รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ทั้ง Data Center และระบบ IT เพื่อให้สามารถรักษาการทำงานของระบบที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤต
ขณะเดียวกัน ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโหลดไฟฟ้า (Load Management) เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการใช้พลังงานในสถานการณ์จำกัด ช่วยให้อาคารสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด




