“พฤกษา โฮลดิ้ง” ตอกย้ำกลยุทธ์ปี 68 ปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ดันมาร์จิ้น 33.3% ปี 69 เดินหน้าแปลงรายได้จากสินทรัพย์ ลุยต่อ 3 กลยุทธ์หลัก ปั้นรายได้ 18,800 ล้านบาท
พฤกษา โฮลดิ้ง โชว์ความเหนือชั้นในการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางความผันผวนของตลาด สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ Reshaping Portfolio ในปี 2568 จากการปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ลดสัดส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก และยกระดับคุณภาพโครงการให้สอดรับกับกำลังซื้อ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้สูงถึง 33.3% จากรายได้รวม 14,983 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน ตอกย้ำประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตและวินัยทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดฉากปี 69 ด้วยกลยุทธ์ใหม่ภายใต้กรอบ “Asset-Optimized, Capital-Efficient, Well Living-Focused” มุ่งเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว บริหารเงินทุนอย่างมีวินัย ยกระดับ แบรนด์ผ่านความร่วมมือด้านสุขภาพและบริการครบวงจร ตั้งเป้าปี 69 กวาดรายได้ 18,800 ล้านบาท ธุรกิจเรียลเอสเตท เตรียมเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท ดันรายได้ 15,000 ล้านบาท ส่วนธุรกิจ เฮลท์แคร์เครือวิมุตลุยเดินหน้ากลยุทธ์ความเป็นเลิศ ปักธงสร้างรายได้ 2,600 ล้านบาท
นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งความสำเร็จของพฤกษา โฮลดิ้ง สะท้อนผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมจากกลยุทธ์ Reshaping Portfolio ของพฤกษา โฮลดิ้ง โดยบริษัทฯ ได้มุ่งปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ โฟกัสธุรกิจหลัก และยกระดับสัดส่วนโครงการในตลาดระดับกลางถึงบน ควบคู่กับการลดการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก ส่งผลให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ที่ 33.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า จากรายได้รวม 14,983 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญสภาวะตลาดที่ท้าทาย
ขณะเดียวกัน ยังคงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) เพียง 0.28 เท่า พร้อม Backlog กว่า 3,000 ล้านบาท และด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นธุรกิจหลัก ปรับลดพอร์ตการลงทุนในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 247 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน
“ในปี 2569 นี้ เราตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 18,800 ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท พร้อมอัดงบลงทุน 4,400 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และในปีนี้เราวางกลยุทธ์ต่อเนื่องภายใต้ Reshaping Portfolio โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก “Asset-Optimized · Capital-Efficient · Well Living-Focused” มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และโฟกัสพอร์ตการลงทุนเพื่อความคล่องตัวทางการเงิน และต่อยอดความได้เปรียบเชิงแบรนด์จากการผสานธุรกิจที่อยู่อาศัยและเฮลท์แคร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จุดแข็งสำคัญของพฤกษาคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งทำให้เราสามารถสร้างความแตกต่างผ่านการเชื่อมโยง ‘บ้าน’ กับ ‘การดูแลสุขภาพ’ ได้อย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้ทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนและมั่นคง” นางสาวปัทมา กล่าว
ในมิติแรก “Asset-Optimized, Recurring-Built” บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการบริหารจัดการพอร์ตที่ดินมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นรายได้ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการสร้างรายได้จากการเช่ารูปแบบใหม่ ๆ อาทิ กลุ่มเฮลท์แคร์, อะพาร์ตเมนต์, ไฮบริด เรสซิเด้นท์ และคลังสินค้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้วางโรดแมปเร่งสปีดการพัฒนาและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยตั้งเป้าปิดโครงการรวม 22 โครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและลดภาระในการดูแลสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ สำหรับความคืบหน้าในธุรกิจคลังสินค้า “โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส” ซึ่งเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะบนพื้นที่กว่า 217,000 ตารางเมตร ที่ถือเป็นหนึ่งในคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพัฒนาร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อรองรับศักยภาพด้าน โลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และสอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 พร้อมได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรรายใหญ่ในกลุ่มโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ช โดยคาดว่าจะมียอดจองพื้นที่กว่า 60% ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้นำที่ดินจากพอรต์ที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการ และเพิ่มสัดส่วนบ้านในเซ็กเมนต์กลางถึงบน เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน “Capital-Efficient, Growth-Enabled” บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นอันดับหนึ่ง กลุ่มพฤกษาเร่งชำระหนี้โดยลดสัดส่วนหนี้สุทธิต่อทุน (Gearing Ratio) ให้ต่ำกว่า 0.3 เท่า ภายในสิ้นปี 2569 ควบคู่กับการขยายวงเงินสินเชื่อและจัดหาเงินทุนโครงการในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้ต่ำกว่า 3.5% ลดสต๊อค เร่งการรับรู้รายได้จากการโอนบ้านพร้อมอยู่และคอนโดมิเนียมให้เร็วขึ้น 3-6 เดือน และเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เพื่อสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cashflow) และเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในระยะถัดไป
ขณะที่ในมิติสุดท้าย “Well Living-Focused, Brand-Strengthened” บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่ม Mid-to-Upper Segment เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการผสานแนวคิดสุขภาพเข้าสู่ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวบริการ Family Doctor ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำโมเดล “แพทย์ประจำครอบครัว” มาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย











