ซื้อโซลาร์ได้ในแอปนิติฯ! ION Energy จับมือบิ๊กอสังหาฯ ตอบโจทย์ลูกบ้านยุคใหม่ หนุนใช้สิทธิ์มาตรการรัฐ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท
ION Energy เดินเกมบุกตลาดโซลาร์เชิงรุก จับมือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่และบริษัทบริหารนิติบุคคลของโครงการ อาทิ แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี และ เอพี เปิดทางให้ลูกบ้านสามารถเลือกซื้อและติดตั้งโซลาร์ได้ผ่านแอปพลิเคชันนิติบุคคลของโครงการ อำนวยความสะดวกผู้บริโภคใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์สูงสุด 200,000 บาท พร้อมลุยแคมเปญ “ติดโซลาร์คุ้ม 3 ต่อ” มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมทั้งด้านราคาและการเข้าถึงสินเชื่อ อาทิ ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน ชูจุดแกร่งเจ้าตลาดโซลาร์บ้านโครงการ ประสบการณ์กว่า 6,500 หลัง ตั้งเป้าขยายการติดตั้งโซลาร์ 2,000 หลัง หวังรายได้โต 60%
นายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและบริษัทบริหารนิติบุคคลในเครือ อาทิ แสนสิริ ศุภาลัย SC และ AP พัฒนาแพ็กเกจโซลาร์ที่เหมาะกับบ้านแต่ละกลุ่ม พร้อมเปิดช่องทางให้ลูกบ้านสามารถเลือกซื้อ ติดตั้ง และรับบริการได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชันนิติบุคคลของโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกเชิงรุกให้ลูกบ้านในการเข้าถึงพลังงานสะอาด โดยผู้สั่งซื้อยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท จากมาตรการล่าสุดของภาครัฐที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ได้ด้วย
“ลูกบ้านในปัจจุบันไม่ได้มองแค่ราคาซื้อที่อยู่อาศัย แต่เริ่มให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายระยะยาวมากขึ้น การมีโซลาร์จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกในการประหยัดค่าไฟ แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าและคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่งการที่สามารถเข้าถึงบริการได้ผ่านแอปของโครงการ จะช่วยให้การตัดสินใจของลูกบ้านง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” นายพีรกานต์ กล่าว
ขณะเดียวกัน หลังมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในที่อยู่อาศัยมีผลบังคับใช้ บริษัทพบว่ายอดผู้สนใจติดตั้งโซลาร์ ทั้งการสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ แม้กระทั่งกลุ่มลูกค้าบ้านโครงการที่มีโซลาร์ติดตั้งมากับบ้านอยู่แล้ว ก็มีการกลับมาสอบถามข้อมูลเพื่อติดตั้งระบบโซลาร์เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคจำนวนมากยังอยู่ในช่วงของการพิจารณา เนื่องจากยังไม่มั่นใจในความคุ้มค่าในระยะยาว รวมถึงยังมีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเริ่มต้น และความเข้าใจในขั้นตอนการติดตั้งและการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ยังไม่ครบถ้วน
ทั้งนี้ จากประสบการณ์ในการติดตั้งโซลาร์ให้แก่โครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์ดัง อาทิ แสนสิริ ศุภาลัย เอสซี เอพี รวมกว่า 117 โครงการ มากกว่า 6,500 หลัง บริษัทพบว่า ค่าเฉลี่ยของบ้านที่มีความคุ้มค่าในการติดตั้งโซลาร์ คือบ้านที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 3,000 บาทขึ้นไป โดยหลังติดตั้งโซลาร์แล้ว จะสามารถลดต้นทุนค่าไฟได้ราว 30-40% และคืนทุนได้ในระยะเวลาประมาณ 4 ปี (ขึ้นอยู่กับขนาดติดตั้ง) โดยผู้บริโภคที่ติดตั้งโซลาร์ในขณะนี้ อาจมีระยะเวลาการคืนทุนที่เร็วขึ้นอีก เนื่องจากมีมาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท เข้ามาสนับสนุน ขณะเดียวกัน สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง กำลังส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในรูปแบบปกติแพงขึ้นทั่วโลก และส่งผลให้พลังงานทดแทนกลายเป็นทางเลือกในการประหยัดค่าใช้จ่ายที่สำคัญ








