ซีคอน รุกตลาดรับสร้างบ้าน EEC ล่าสุดเปิด “ศูนย์รับสร้างบ้านบางแสน-ชลบุรี” ปักหมุดฐานบริการภาคตะวันออก รับการเติบโตของเมืองอุตสาหกรรมและกำลังซื้อคุณภาพ ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 100 ล้านบาท
ซีคอนเดินหน้าขยายธุรกิจสู่พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เปิด “ซีคอน ศูนย์รับสร้างบ้าน บางแสน-ชลบุรี” ศูนย์บริการแห่งใหม่เพื่อรองรับความต้องการสร้างบ้านของลูกค้าในจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา รวมถึงจันทบุรีและตราด ตอกย้ำกลยุทธ์ขยายตลาดสู่ภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูง จากแรงสนับสนุนของการลงทุนภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของเมือง และความต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง พร้อมตั้งเป้ายอดขายในพื้นที่ภายในสิ้นปี 2569 ที่ 100 ล้านบาท
นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดศูนย์รับสร้างบ้านบางแสน-ชลบุรี ถือเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพสูงแห่งหนึ่งของประเทศ การลงทุนใน EEC ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เกิดการขยายตัวของชุมชน เมือง และกำลังซื้อคุณภาพ ซีคอนจึงต้องการเข้าไปดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ด้วยมาตรฐานเดียวกับสำนักงานใหญ่ เพื่อให้เจ้าของที่ดินสามารถสร้างบ้านคุณภาพภายใต้มาตรฐานวิชาชีพที่บริษัทพัฒนามายาวนานกว่า 65 ปี บริษัทฯ ประเมินว่า พื้นที่ EEC ยังคงเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ของธุรกิจรับสร้างบ้าน จากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบคมนาคม สนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือ และการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและบุคลากรระดับบริหารเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการบ้านเดี่ยวเพื่ออยู่อาศัยเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมือง ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงเลือก บางแสน เป็นศูนย์กลางการให้บริการ เนื่องจากเป็นทำเลที่เชื่อมต่อพื้นที่สำคัญของภาคตะวันออกได้อย่างสะดวก ทั้งชลบุรี ศรีราชา อมตะนคร ระยอง และฉะเชิงเทรา พร้อมรองรับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ทั้งผู้บริหารในภาคอุตสาหกรรม เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน คนรุ่นใหม่ รวมถึงผู้เกษียณที่ต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง โดยศูนย์แห่งใหม่นี้ยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการของลูกค้าในพื้นที่ตอนบนของจังหวัดชลบุรีอีกด้วย
จากการประเมินแนวโน้มตลาด ซีคอนมองว่าธุรกิจรับสร้างบ้านในพื้นที่ EEC ยังมีโอกาสเติบโตจากความต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง แม้ต้นทุนที่ดินและวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ ในจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้เจ้าของที่ดินจำนวนมากเลือกพัฒนาบ้านบนที่ดินของตนเอง พร้อมให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต การบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และมาตรฐานการก่อสร้างที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
“ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และมาตรฐานงานก่อสร้างมากขึ้น การตัดสินใจสร้างบ้านจึงเป็นการลงทุนระยะยาว ซีคอนจึงพัฒนาทั้งระบบก่อสร้าง เทคโนโลยีการผลิต และการออกแบบบ้าน เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย คุณภาพ และประสิทธิภาพด้านพลังงาน ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจตลอดกระบวนการก่อสร้าง หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของบริษัทฯ คือ SEACON System และโรงงานผลิตโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูปของบริษัท ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการก่อสร้าง ยกระดับคุณภาพงาน ลดระยะเวลาดำเนินโครงการ และรักษามาตรฐานงานก่อสร้างได้ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงหน้างาน ช่วยให้ลูกค้าได้รับบ้านที่มีคุณภาพสม่ำเสมอตามมาตรฐานของบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังประเมินว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ตลาดรับสร้างบ้านในภาคตะวันออกจะยังได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากรรายได้สูง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรุ่นใหม่ ส่งผลให้ความต้องการบ้านระดับกลางและระดับพรีเมียมเติบโตต่อเนื่อง พร้อมกับความนิยมบ้านประหยัดพลังงาน การเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และการออกแบบที่รองรับสมาชิกหลายช่วงวัยภายในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาแบบบ้านของซีคอนในปัจจุบัน
เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดในภาคตะวันออก ซีคอนได้กำหนดบทบาทของ ศูนย์รับสร้างบ้าน บางแสน–ชลบุรี ให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการสำหรับลูกค้าในจังหวัดชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด โดยมีทีมที่ปรึกษาด้านการขาย สถาปนิก วิศวกร และทีมบริการหลังการขายพร้อมดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบ การก่อสร้าง จนถึงการส่งมอบบ้าน เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกับสำนักงานใหญ่ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดรับสร้างบ้านในพื้นที่ EEC ทั้งกลุ่มผู้บริหารในนิคมอุตสาหกรรม เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ และครอบครัวที่มีที่ดินของตนเอง พร้อมต่อยอดบริการ SEACON ID สำหรับลูกค้าที่ต้องการออกแบบบ้านเฉพาะบุคคล เพื่อรองรับตลาดบ้านระดับพรีเมียมที่มีแนวโน้มเติบโตตามกำลังซื้อของภูมิภาค

















