จับตาเทรนด์ “บ้านประหยัดพลังงาน” ตอบโจทย์ความยั่งยืนในยุคโลกเดือด
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทวีความรุนแรงส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค อุณหภูมิที่สูงขึ้นจนทำลายสถิติในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่ายุคโลกร้อนได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ “ยุคโลกเดือด” เรียบร้อยแล้ว กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเผยข้อมูลจากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดยองค์กร Germanwatch ที่ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลก พบว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2565 ส่วนความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี ประเทศไทยติดอันดับที่ 22 จากอันดับที่ 30 ในปี 2565
ขณะที่ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยรายงาน GHG Emissions of All World Countries 2025 Report จัดทำโดย Joint Research Centre (JRC) สหภาพยุโรป พบว่า ในปี 2567 ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดเป็นอันดับ 21 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น และความท้าทายนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ส่งผลให้ทุกภาคส่วนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยภาครัฐและภาคธุรกิจต่างผลักดันเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากขึ้น เมื่อคนหาบ้านยุคใหม่หันมาสนใจเลือกที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง หวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบจากภาวะโลกเดือด
เจาะอินไซต์คนหาบ้านยุคใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม กว่า 2 ใน 5 พร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อบ้านรักษ์โลก
ปัจจุบันเทรนด์รักษ์โลกมีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคมากขึ้น เห็นได้ชัดจากข้อมูลจากแบบสำรวจพฤติกรรมการซื้อ-เช่าอสังหาฯ และการวางแผนอนาคตของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย พบว่า 17% ของผู้ตอบแบบสอบถามฯ ตัดสินใจเลือกผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีชื่อเสียงด้านโครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว หรือปฏิบัติตามแนวทางความยั่งยืนในการก่อสร้างมาเป็นอันดับ 2 รองมาจากการเลือกจากชื่อเสียงของผู้พัฒนาอสังหาฯ (20%)
สอดคล้องกับข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามฯ กว่า 2 ใน 5 (46%) ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อบ้าน/คอนโดฯ รักษ์โลก ส่วน 52% เปิดรับแนวคิดนี้แต่ยังไม่ตัดสินใจ นอกจากนี้ เกือบ 9 ใน 10 (88%) เผยว่ายินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่มาพร้อมคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เช่น นวัตกรรมบ้านเย็น บ้านปลอดฝุ่น
ขณะที่ 3 อันดับประเด็นความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมที่คนหาบ้านให้ความสนใจมากที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ การสร้างพื้นที่สีเขียวที่บ้าน เช่น การทำสวน ปลูกต้นไม้ 70% โดยมีสัดส่วนที่สูงขึ้นในกลุ่มผู้บริโภครายได้ปานกลาง และรายได้สูง (สัดส่วน 76% และ 79% ตามลำดับ) รองลงมาคือมองหาไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การรีไซเคิล การอนุรักษ์น้ำ 65% และการออกแบบอสังหาฯ ที่ยั่งยืน เช่น สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หลังคาโซลาร์เซลล์ 58% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และสภาพที่อยู่อาศัยให้พร้อมรับมือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป ควบคู่กับการหาแนวทางประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืนมาปรับใช้






