Wyndham Worldwide และ Marriott International งัดยุทธศาสตร์ สู้ Airbnb แข่งขันในภาวะ Digital Disruption

Pawida W. 08 October, 2019 at 19.24 pm

ในตลอดช่วงปี 2019 นี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้มีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การใช้งานในชีวิตประจำวัน การใช้ทำงาน การศึกษาหรือแม้แต่การทำกำไรของธุรกิจ ที่กล่าวมาทั้งหมดจะทำให้โลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในด้านการทำธุรกิจที่จะมีแพลตฟอร์มเจ๋งๆ ออกมาอีกมากมายนอนาคตที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้   Airbnb เป็นต้นแบบของแพลตฟอร์มสร้างสรรค์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสองความต้องการของตลาดดิจิทัลในปัจจุบัน ในขณะที่เหล่า Hotel Chains ระดับโลกอย่าง Wyndham Worldwide และ Marriott International ยังคงมุ่งมั่นเพิ่มสาขาและจำนวนห้องพักไม่หยุด ก็ต้องหันมาปรับตัวกับกระแส Digital Disruption ที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจอย่างจริงจัง    

 

ในบทความนี้จะบอกเล่าแผนการธุรกิจและการชิงไหวชิงพริบกันของ Wyndham Worldwide, Marriott International และ Airbnb ที่จะมาเขย่าวงการโรงแรมและอสังหาฯโดยมีแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ๆ และวิสัยทัศน์ขององค์กรเป็น key point ในการสร้างอาณาจักรโรงแรมและอสังหาฯนี้ สิ่งที่โดดเด่นของ Wyndham Worldwide ที่จะนำไปสู้กับ Airbnb ได้นั่นคือ การเข้ามามีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าระดับปานกลาง โครงการบ้านเช่าตากอากาศที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพรียบพร้อม โลเคชั่นที่คัดสรรค์มาอย่างดีในการพักผ่อนและสร้างบรรยากาศแวดล้อมที่ถูกสร้างมาเพื่อเอาใจลูกค้าโดยเฉพาะ อีกหนึ่งสิ่งที่นำมาสู้ Airbnb คือ การบริการด้านความปลอดภัยที่สูงมาก เพราะผู้ดูแลและบริหารบ้านพักก็คือ Wyndham Worldwide ที่พร้อมจะดูแลลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้นเรายังเห็นว่า Marriott International ได้รับการชื่นชมและประสบผลสำเร็จอย่างยาวนานในส่วนของนโยบายสร้างให้เกิด Loyalty Customer ที่เหนียวแน่นขึ้นระหว่างองค์กรกับลูกค้า อีกทั้ง Homes & Villas by Marriott International (ธุรกิจบ้านเช่า) ที่คล้ายๆกันกับ Wyndham Worldwide แต่ต่างกันตรงที่นโยบายของ Marriott International จับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์เท่านั้น และโครงการพัฒนาอสังหาฯเพื่อให้เป็นได้ทั้ง เพนท์เฮาส์ คอนโดมิเนียม โรงแรม และ Rental Office ในอาคารเดียวกันอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ Airbnb ยังไม่มีในตอนนี้

 

เปิดตำนาน WYNDHAM WORLDWIDE เจ้าพ่อธุรกิจโรงแรมหรูที่ถือครองห้องพักมากที่สุดกว่า 798,000 ห้องทั่วโลก กับจุดแข็งที่จะรักษาตำแหน่ง The World Largest Hotel Chain

Wyndham Hotels & Resorts คือ กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทสุดหรูที่มีจำนวนสาขาในเครือมากที่สุดของโลกตลอดกาล ด้วยการถือครองโรงแรมจากทั่วทั้ง 6 ทวีป ที่ลงหลักปักฐานโรงแรมในเครือไปมากกว่า 80 ประเทศ โดยทั้งหมดมีจำนวนรวมกันกว่า 8,000 แห่งทั่วโลก ที่ถือครองห้องพักรวมแล้วมีมากกว่า 798,000 ห้อง ซึ่งถือว่าเป็นสถิติโรงแรมที่ถือครองห้องพักมากที่สุดของโลกปี 2019 จากการจัดอันดับของเว็บไซด์ worldatlas.com หัวข้อ The Largest Hotel Chains In The World 

ภายใต้นโยบายบริหารโรงแรมที่มีเป้าหมายสูงสุดคือการทำกำไรจากการขยายแฟรนชายส์ไปทั่วโลก โดยมีกลุ่มลูกค้าส่วนมากคือ ระดับไฮเอนด์ทั้งนั้น แต่ระยะหลังก็มีนโยบายสร้างโรงแรมที่จับลูกค้าระดับกลางในสหรัฐฯ เพื่อสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นภายใต้การควบคุมมาตรฐานระดับสูงภายใต้แบรนด์ Wyndham Worldwide นับว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะเข้ามาแข่งขันกับโรงแรมขนาดกลางได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้นการปรับตัวด้านธุรกิจครั้งนี้จะทำให้บริษัทเข้ามามีส่วนแบ่งครองตลาดเพิ่มจากเดิมที่ก็มีมากมายอยู่แล้วอีกด้วย  ซึ่งแต่เดิมแล้วโรงแรมในเครือนี้ก็ยังมี ธุรกิจอสังหาฯให้เช่าบ้านพักตากอากาศตามเมืองท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วจะลงทุนในแถบยุโรป ริมทะเล และในสหรัฐฯนั่นเอง ซึ่งก็มีคู่แข่งจากโรงแรมอื่นๆอีกมากที่ใช้แผนธุรกิจนี้เพื่อสร้างทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น ถือเป็นอีกจุดแข็งทางธุรกิจโรงแรมที่ประสบความสำเร็จระดับโลกมาเป็นเวลายาวนาน และยังเป็นโมเดลธุรกิจที่เน้นทั้งการบริการระดับวีไอพีที่สมบูรณ์แบบครบวงจรจนมีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายทุกวันทุกคืน และยังคงแผ่กิ่งก้านสาขาเพิ่มขึ้นอีกมากมายในปี 2019 ในอีกหลายทวีปทั้งในแถบทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป และมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา

Marriott International ความฝันในวัยเด็กที่เป็นจริงของ J. W. Marriot ตำนานที่มียังลมหายใจกับกลยุทธ์ รับน้องใหม่ท้าทาย Airbnb

ไล่ตามกันมาติดๆ ในอันดับที่ 3 ของปี 2019 คือ โรงแรมในเครือ Marriott International แฟรนไชส์โรงแรมดังสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งโดยนักธุรกิจไฟแรงตั้งแต่การกลับจากการรับใช้ชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สร้างตำนานโรงแรมระดับโลกนี้ไว้ นาย J. W. Marriot เริ่มต้นธุรกิจจากการลงทุนซื้ออาคารมือสองมาพัฒนาเป็นโรงแรมที่มหานครนิวยอร์คในช่วงปี 1950s และยังเป็นอีกหนึ่งใน Chain Hotels ที่ประสบความสำเร็จจนสามารถเปิดแฟรนไชส์ได้อีกมากมายเช่นเดียวกันกับ Wyndham Worldwide ที่ได้สร้างตำนานขยายแฟรนไชส์โรงแรมและรีสอร์ทไปทั่วโลก

 

Marriott International มีสาขามากมายและถือครองห้องพักจำนวนมหาศาลรวมแล้วทั้งหมดใน 131 ประเทศทั่วโลก สำหรับแผนการทำกำไรของโรงแรมที่มีวิสัยทัศน์จะสร้าง Loyalty Customer ให้แข็งแกร่งนั้นก็ได้ดำเนินต่อเนื่องเสมอมาตามแนวคิดของผู้ก่อตั้งโรงแรมที่ตั้งใจจะปลูกฝังแบรนด์ Marriott International ให้กับกลุ่มลูกค้าที่พาครอบครัวเข้ามาพักผ่อนในโรงแรม สร้างความประทับใจจากการออกแบบห้องพักให้มีฟังก์ชั่นที่เหมาะกับการมาพักผ่อนของครอบครัว อย่างเช่น ห้องพักที่มีสีสันสดใส ดูแล้วสนุกสนาน การนำทีวีจอใหญ่พิเศษเข้ามาไว้ในห้องพัก ที่เปิดบริการที่เมืองหางโจวที่ตั้งอยู่ทางจุดยุธศาสตร์ทางตอนใต้ของจีน โดยแนวคิด การสร้างพันธมิตรผูกพันและสร้างความประทับใจระหว่างแบรนด์โรงแรมกับลูกค้านั้นมีจุดประสงค์ให้ชื่อของแบรนด์ถูกจดจำความประทับใจเหล่านั้นไว้ในใจของผู้บริโภคตลอดกาล

นอกจากการเจาะตลาดการเข้าพักแบบครอบครัวแล้ว ทาง Marriott International และ Mercedes-AMG Petronas Motorsport ได้จับมือกันทำข้อตกลงสัญญาธุรกิจกัน เพื่อให้สอดคล้องกับ นโยบาย Loyalty Customer ที่มีจุดประสงค์ให้เป็น The first Official Hotel Partner of the legendary team เมื่อกลางปีนี้ในการแข่งขัน Formula 1™ Grand Prix in Montreal June 7-9 2019 ซึ่งในอีกแง่มุมหนึ่ง การทำสัญญาหรือการผูกมิตรครั้งนี้ได้ตอกย้ำความสำเร็จอีกก้าวของ Marriott International ของนโยบายนี้และความตั้งใจจะทำให้ได้ใจจากผู้บริโภคอย่างแน่นอน

 

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่นำมาใช้ในการแข่งขันยุคในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงขึ้นมากนี้ คือ Homes & Villas by Marriott International (ธุรกิจบ้านเช่า) “ได้เข้าร่วมดำเนินแผนการนี้ร่วมกับ บริษัท London home rental company Hostmaker และบริษัทอื่นอีก ซึ่งรวมแล้วมีบ้านที่เสนอให้เช่ามากกว่า 2,000 ครัวเรือนในประเทศสหรัฐอเมริกา ทวีปลาตินอเมริกา และทวีปยุโรปอีกด้วย โดยเสนอในราคาอยู่ที่ $200 – $10,000” ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าบริษัทระดับโลกอย่าง Marriott International จะไม่ทำให้ผู้บริโภคผิดหวัง เพราะบ้านที่ให้เช่านั้นล้วนแล้วเป็น Luxury Home Rental ที่ถุกออกแบบมาให้มีพื้นที่ใช้สอยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ได้ออกแบบมาเพื่อแย่งส่วนแบ่งในตลาดอสังหาฯแข่งกันกับธุรกิจการจองห้องพักและบ้านพักออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ คือ AirBNB

 

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ดูแล้วเหมือน Marriott International ต้องการประกาศศึกชิงธุรกิจเช่าห้องพักและบ้านพักอย่างเป็นทางการกับ Airbnb ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน    

อีกหนึ่งความสำเร็จด้านของ Marriott International คือ ผู้นำด้านการพัฒนาอาคารเพื่อการพาณิชย์ ที่ได้เซ็นสัญญาเพื่อเป็นพันธมิตรกันอย่างเป็นทางการไปกับ BPM Real Estate Group โดยมีจุดประสงค์ปั้น Ritz-Carlton brand ที่เป็นส่วนหนึ่งในเครือโรงแรมหรูได้ก้าวเข้ามาลงทุนเป็นครั้งแรกที่ Portland และ Pacific Northwest ซึ่งแบรนด์นี้จะจับลูกค้าไฮเอนด์และเข้ามาบริหารโรงแรมขนาด 251 ห้อง พื้นที่อยู่อาศัยอีก 138 ยูนิต และประกอบไปด้วย 8 เพนท์เฮาส์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วเมื่อกลางปี 2019 นี้นี่เอง

 

Airbnb ผู้บุกเบิกแนวคิดธุรกิจ Home Sharing ผู้ทำลายความเชื่อที่ฝังรากลึกในใจมนุษย์ “พาคนแปลกหน้าเข้าบ้านกันเถอะ”

ในปัจจุบันนี้ มีปัจจัยที่สำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เข้ามาเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจต่างๆ นั่นก็คือ การใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตและการสร้าง Social Network มีทั้งการจองห้องพักผ่านทาง website ของโรงแรมโดยตรงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านนายหน้าบน website จองห้องพักเพื่อเปรียบเทียบราคาหลายในวงการบริการห้องพักและบ้านพัก ซึ่งจะไม่พูดถึงก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนี้ผลประกอบการได้เพิ่มสูงขึ้น นั่นก็คือ Airbnb ที่ไม่ได้ถือครองห้องพักเลยแม้แต่ห้องเดียว ต่างจาก Chain Hotel ที่กล่าวมาทั้งสองเจ้าใหญ่หรือผู้ถือครองห้องพักระดับโลกเจ้าอื่นๆ

 

จากจุดเริ่มต้นของสามเพื่อนซี้ Nathan Blecharczyk, Brian Chesky และ Joe Gebbia หารายได้จากการแบ่งที่พักให้คนมาเช่าฟูกนอนเป่าลมที่มีแค่สามหลังเท่านั้น พร้อมเลี้ยงมื้อเช้าลูกค้าด้วยอาหารบ้านๆ โดยกระจายข่าวเพื่อหาลูกค้าจากการประกาศลงเว็บไซต์พร้อมระบุแผนที่ที่เข้าใจง่าย “เพื่อลงประกาศที่พักฝูกนอนแบบเป่าลม 3 ตัวพร้อมเสิร์ฟอาหารเช้า โดยใช้ชื่อว่า airbedandbreakfast.com (bnb ย่อมากจาก bed and breakfast)” ในปี 2008 ซึ่งวิธีที่ผู้บุกเบิก Airbnb ทั้งสามคนร่วมกันพัฒนาธูรกิจของพวกเขานั้นเรียกได้ว่าเป็นการ Sharing Economy” คือ การกระจายฐานเศรษฐกิจห้องพักและโรงแรม เพื่อให้ได้ราคาและที่พักถูกใจผู้บริโภคมากที่สุด ตอกย้ำความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและอำนาจของอินเตอร์เน็ตที่มีอยู่ในมือ ไม่ว่าว่าจะเป็นห้องพักขนาดเล็กจิ๋วราคาถูก บ้านพักทั่วๆไปของคนท้องถิ่นและยังรวมไปถึงห้องพักโรงแรมระดับไฮเอนด์ “ระหว่างปี 2009 ถึง 2016 มีผู้ใช้บริการราว 300 ล้านคน กระจายอยู่ใน 81,000 เมือง 196 ประเทศ หากคิดเป็นนาที ทุกๆ 2 นาทีจะมีคนเช็คอิน 400 คน”

การทำกำไรของ Airbnb ได้มาจากสองช่องทาง คือ จากการชาร์ตราคาจากเจ้าของห้องพักเปรียบเหมือนเป็นค่านายหน้าและเป็นค่าเช่าพื้นที่การจองห้องพักผ่านเว็บไซด์ของ Airbnb อีกทางหนึ่งได้กำไรจากการเก็บค่าธรรมเนียมจากเงินที่จ่ายให้เจ้าของห้องนั้นอีกส่วนเป็นจำนวน 3% “ซึ่งในปัจจุบัน Airbnb เปิดให้บริการทั้งในรูปแบบเว็บไซต์ รวมถึงแอพพลิเคชันบนมือถือทั้ง iOS และ Android

 

อย่างไรก็ตามในระยะทางที่ดำเนินธุรกิจก็ย่อมมีปัญหามากมายเกิดขึ้นบ้าง เนื่องจาก Home Sharing เป็นโมเดลธุรกิจที่ขัดกับกฎหมายและข้อตกลงในบางแห่ง เพราะห้องเช่าและบ้านเช่าเหล่านั้นไม่ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นห้องเช่ารายวันอย่างถูกกฎหมาย แต่เจ้าบ้านกลับให้ลูกค้าจ่ายในราคาที่ย่อมเยา ดังนั้น Airbnb ยังคงเป็นโมเดลธุรกิจที่ยังไม่ได้รับ feedback ที่ดีเท่าไรจากเหล่าโรงแรมและบ้านพักที่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องและเสียภาษี เพราะต่างก็ได้รับผลกระทบจาก Digital Disruption ครั้งนี้ ทำให้มีปัญหาเรื่องยอดผู้เข้าพักที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังมีการต่อต้านโดยตรงจากเหล่าเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้ๆเจ้าของห้องพัก Airbnb เข้าอีก ทำให้ธุรกิจนี้มีปัญหาอยู่เรื่อยๆ แม้แต่หลายๆรัฐบาลในบางประเทศก็ยังไม่ออกกฎหมายอนุมัติให้โมเดลธุรกิจนี้ถูกกฎหมายอย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักที เพราะยังมีข้อกังขาหลักในเรื่องของความไม่ปลอดภัย การก่ออาชญากรรม และอุบัติเหตุต่างๆในที่พัก ซึ่งทาง Airbnb ก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อปัญหาต่างๆเหล่านี้และพยายามปรับปรุงนโยบายเพื่อความปลอดภัยให้ทั้งฝ่ายเจ้าบ้านและผู้ให้เช่าเรื่อยมา อย่างเช่น การทำประกันคุ้มครองทรัพย์สินที่มีวงประกันสูงถึง 1,000,000 USD เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นแก่เจ้าบ้านอีกด้วยในปี 2015   

 

ธุรกิจดำเนินได้อย่างสวยงามฝ่าฟันคำวิภาควิจารณ์ต่างๆมาได้จนถึงปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่มีการทำข้อตกลงร่วมมือกันระหว่าง Airbnb และ Newgard Development Group มีจุดมุ่งหมายและแนวทางธุรกิจร่วมกันที่จะพัฒนาและขยายความก้าวหน้าของธุรกิจออนไลน์นี้ให้เฟื่องฟูร่วมกันทั้งหมด 324 ยูนิต ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

อีกหนึ่งโปรเจคสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและกอบโกยรายได้ให้มากขึ้นเมื่อ 2018 ที่ผ่านมา นั่นคือ “Airbnb’s Friendly Building Program เป็นสื่อกลางที่เปิดให้เจ้าของอาคาร ผู้จัดการที่พัก และสมาคมเจ้าของบ้านอนุญาตให้ลูกบ้านในอาคารให้เช่าที่พักกับ Airbnb ได้ Airbnb ใช้โปรแกรมนี้เป็นช่องทางในการช่วยเหลือเจ้าของที่พักและเจ้าของอาคารในด้านต่างๆ เจ้าของอาคารที่เข้าร่วมโปรแกรมจะมีสิทธิเข้าถึงแดชบอร์ดเฉพาะ ซึ่งจะแสดงข้อมูลต่างๆ ว่าลูกบ้านที่เข้าร่วมโปรแกรมให้เช่าที่พักอยู่หรือไม่ มีผู้เข้าพักกี่คน และทำเงินได้เท่าไร โดยเจ้าของอาคารมีสิทธิกำหนดเงื่อนไขในการให้เช่าที่พักไว้ในกฎของอาคาร เช่น วันที่ห้ามให้เช่าที่พัก นโยบายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น และใช้แดชบอร์ดเพื่อติดตามการให้เช่าที่พักของลูกบ้านที่เข้าร่วมโปรแกรมได้”

สำหรับในประเทศไทย การร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยการจับมืออย่างเป็นทางการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยไว้เมื่อกลางปีที่แล้ว โดยมีข้อตกลงพิเศษที่จะจัดการอบรม เพิ่มเติมความรู้เรื่องการท่องเที่ยวให้แก่ชาวบ้านและคนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด โดยมีการให้กระจายความรู้ เรื่อง แพลตฟร์อมของ Airbnb และยังเป็นข้อตกลงที่ได้ผลประโยชน์อย่างคุ้มค่าสำหรับทุกๆฝ่าย เพราะทาง Airbnb ได้นำสินค้าของตัวเองมานำเสนอและยังสอนให้คนในชุมชนทั้งเข้าใจ เข้าถึง ผู้บริโภคได้กว้างขึ้น พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการเพื่อส่งเสริมเศรฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศได้อย่างยั่งยืนและยาวนาน เพราะการนำนวัตกรรมใหม่ๆของเทคโนโลยีมาเผยแพร่เพื่อช่วยเหลือและพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเที่ยวอยู่เรื่อยๆนั้น จะกระตุ้นเศรฐกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาการท่องเที่ยวทั่วทั้งประเทศไทย เหมือนที่ได้ประสบผลสำเร็จแล้วในประเทศฝรั่งเศส ที่ Airbnb ได้สร้างแคมเปญที่ทำให้การท่องเที่ยวและเกสต์เฮ้าส์ท้องถิ่นมีช่องทางการทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

 

มาถึงการพุ่งทะยานไปสู่เป้าหมายใหม่ล่าสุดของปี 2019 ที่ถูกนำเสนอโปรเจคใหม่ โดย นาย Fred Reid ผู้ก่อตั้งคนสำคัญของอุสาหกรรมการบิน ได้ร่วมเข้ามามีบทบาทที่สำคัญและเป็นผู้ถือหุ้นคนสำคัญของ Airbnb ที่ต้องการจะปั้นการท่องเที่ยวและธุรกิจการบินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มนี้ เพื่อพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว ตอบสนองความต้องการของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคให้หันมาใช้ประโยขน์จากเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เรามองว่าเป็นการทำธุรกิจที่มองการไกลไปถึงโลกอนาคตที่ผสานกับความตั้งใจของเหล่าผู้ก่อตั้ง Airbnb ให้ก้าวหน้าอย่างไม่มีใครมาหยุดยั้งได้ ซึ่งมันได้เกิดขึ้นแล้ววันนี้ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโลดแล่นเดินทางไปมากกว่า 5,000,000 สถานที่เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์สุดแสนประทับใจในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เรียบร้อย ซึ่งรวมแล้วก็มีนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการของ Airbnb ปาเข้าไปมากกว่า 500,000,000 คน

 

สรุป

ทั้งหมดนี้คือความท้าทายของธุรกิจโรงแรมแฟรนไชส์ในปัจจุบันที่มีเพิ่มมาขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการแข่งขันในโลกดิจิทัลที่เทคโนโลยีมีบทบาทกับมนุษย์ในชีวิตประจำวันซึ่งเปรียบเสมือนเป็นอวัยวะกลที่หลายคนยอมรับว่าขาดมันไม่ได้ จึงการใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำธุรกิจโดยมีโมเดลใหม่ๆมากมายผุดขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการแข่งขันที่ไม่มีใครยอมใคร อย่างการทำธุรกิจการจองห้องพักออนไลน์ที่ใช้ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตเข้ามาเพื่อมีส่วนแบ่งในตลาดอสังหาฯ โดยมีแพลตฟอร์มที่หลากหลายเข้ามามีลูกเล่นต่างๆ เพื่อเชือดเฉือนเอาชนะกันในเส้นทางสายนี้

 

Wyndham Worldwide ตั้งเป้าหมายหลักในการขยายกิจการโรงแรมและบ้านพักไว้ทั่วโลกพร้อมๆกับการสร้างฐานลูกค้าระดับกลางเพิ่มขึ้นภายใต้การบริหารและจัดการในมาตรฐานที่เป็นเลิศ

 

ทั้งนี้เราเห็นว่า แนวทางการตั้งรับและการปรับตัวของ Airbnb ยังไม่ค่อยเข้มแข็งสักเท่าไรในเรื่องของความน่าเชื่อถือ เพราะการอนุญาติให้คนแปลกหน้าเข้ามาเป็นแขกคนพิศษในบ้านก็ฟังดูพิลึก ผิดแปลก ยิ่งเป็นการอนุญาติให้เข้าพักในสถานที่ส่วนตัวด้วยแล้วยิ่งต้องรับผิดชอบความปลอดภัยที่สูงมากๆให้ทั้งผู้เช่าและเจ้าบ้าน เพราะก่อนหน้านี้ Airbnb เคยได้รับบทเรียนจากการที่มีข้าวของภายในบ้านพักเสียหาย การลักเล็กขโมยน้อย หรือแม้แต่อุบัติเหตุที่ทำให้ศูนย์เสียชีวิตเลยก็ด้วย แม้การปรับปรุงนโยบายความปลอดภัยให้ผู้เช่าและเจ้าของห้องพักจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือกลับมาสู่บริษัท แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มและประเทศบางประเทศ เพราะยังคงมีทัศนคติที่แย่ต่อคนแปลกหน้าอยู่นั่นเอง ดังนั้นการเปิดใจยอมรับจะเป็นเรื่องที่ดีต่อเศรษฐกิจชุมชน คนในชุมชนจะได้รับการลงประกาศโฆษณาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสชีวิตแบบชาวบ้านที่ Wyndham Worldwide และ Marriott International ไม่มี ซึ่งยังเป็นการใช้โอกาสนี้สร้างรายได้ให้ชุมชนอีกด้วย ซึ่งวิธีนี้ได้ลงมือทำสำเร็จลุล่วงแล้วในหลายๆประเทศของยุโรป ทำให้ชาวบ้านได้หารายได้เสริมอีกทาง ถือเป็นโมเดลธุรกิจที่ได้สร้างประโยชน์ให้สังคมโดยตรง ในส่วนนี้เราคิดว่า Airbnb ได้คะแนนเต็มและยังได้ใจชาวบ้านอีกด้วย อีกหนึ่งจุดแข็งสุดท้ายที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในปีนี้คือ การบุกเบิกให้มีการจองตั๋วเครื่องบินเพื่อให้ Airbnb กลายเป็นแพลตฟร์อมที่ครบวงจร เรียกว่างัดไม้เด็ดเข้ามาสู้กับคู่แข่งรอบทิศที่ไม่ว่าจะเป็น Hotel Chains, ห้องพักระดับล่าง หรือแม้แต่พวกที่ทำแพลตฟอร์มมาคล้ายๆกัน ยกตัวอย่างเช่น Traveloka, Agoda etc.

 

ในแง่ของผู้บริโภค ส่วนตัวแล้วสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือความสบายใจ ความสะอาดและการบริการที่ดีในการเข้าพัก เพราะในวันหยุดพักผ่อนเราควรได้นอนหลับสนิท ไม่มีอะไรมากังวลใจหรือระแวงตลอดการพักผ่อน ซึ่งก็เป็นปัจจัยหลักพื้นฐานทั่วไปที่ผู้บริโภคต้องการ ซึ่งถ้าหาก Airbnb ได้สร้างความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยให้อยู่ในระดับไกล้เคียงกับ Wyndham Worldwide และ Marriott International ก็น่าทำให้ถูกใจลูกค้าและสามารถดึงลูกค้ามาจากโรงแรมระดับหรูๆได้ไม่ยากนัก ในขณะที่การพักผ่อนที่คาดหวังไว้จากทั้งสองโรงแรมที่กล่าวมานี้ คือ การบริการที่ครบครัน อาหารที่มีคุณภาพสูงที่ปรุงจากเชฟดีๆ ห้องพักที่สามารถชมวิวสวยๆได้ และที่เชื่อมั่นได้ดีที่สุดต่างจาก Airbnb ก็คือความปลอดภัยที่จะทำให้ลูกค้าอย่างเราหลับสบาย เพื่อทำให้การพักผ่อนเป็นวันพิเศษให้ตัวเอง ครอบครัว และเพื่อนสนิท พบกับช่วงเวลาที่เพอร์เฟคและลงตัวที่สุด

 

Citation

forbesthailand.com

techsauce.co

corporate.wyndhamhotels.com

cdn.coverstand.com/30957/548811/a580eb811f1d182caa6e5503e9d2a4a701a68fe2.pdf

news.marriott.com

worldatlas.com

curbed.com

th.airbnb.com

startitup.in.th

ctvnews.ca

press.airbnb.com

wice.co.th

Pawida W.

Pawida W.

นักเขียน Gen Y โลกสวยที่เชื่อว่า การออกแบบที่ดีจะทำให้ชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย ผังเมือง การเมือง สังคม หรือแม้แต่การออกแบบชีวิตของตัวเอง มีความคาดหวังที่จะได้ใช้โอกาสของการเป็นนักเขียนมาเขียนเล่าถึงการออกแบบที่ทันสมัยและการออกแบบของหมวดอสังหาฯ ให้เป็นประโยชน์ในวงกว้าง

เว็บไซต์

นิว โนเบิล ศรีนครินทร์-ลาซาล

พฤกษาวิลล์ กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่-ว...

โฮล์ม เอกมัย 22

HOLME EKKAMAI 22 อยู่ในย่านเอกมัยเหนือ ย่านที่มีบรรย...

1 November, 2019

วาลเด้น ทองหล่อ 8 & วาลเด้น ทองหล่อ 13

ในปีนี้ Boutique Developer อย่าง Habitat Group มีควา...

29 October, 2019

เดอะทรี สุขุมวิท-พระราม 4

ในช่วงสิ้นปี 2019 นี้ถึงสิ้นปีหน้า 2020 ทำเลพระรามสี...

26 October, 2019

ไลฟ์ วัน ไวเลส [อาคารจริง]

LIFE ONE WIRELESS เป็นคอนโดมิเนียมแบรนด์เนมที่ราคาถู...

24 October, 2019

เดอะเนสท์ จุฬา – สามย่าน

The Nest Chula Samyan (เดอะ เนสท์ จุฬาฯ - สามย่าน) อ...

22 October, 2019