Proptech มีผลอย่างไรกับอุตสาหกรรมอสังหาฯในฮ่องกง

เกริก บุณยโยธิน 11 September, 2018 at 14.28 pm

การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้รับการลงทุนไปมากกว่า 4.8 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนในด้านเทคโนโลยีการค้าขายอสังหาริมทรัพย์ Proptech ของโลกโดยที่จีนและฮ่องกงได้ไปทั้งหมด 3 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐจากมูลค่าทั้งหมด

Proptech เป็นการรวมตัวกันของคำว่าอสังหาริมทรัพย์และเทคโนโลยี ที่เป็นการปรับปรุงช่องทางต่างๆสำหรับการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง, การครอบครอง, การจัดการ, การทำธุรกรรมและการลงบันทึก เช่นเดียวกันกับเทคโนโลยีทางการเงิน (fintech) อุตสาหกรรม Proptech ยังช่วยหมุนทิศทางของการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาทำลายการทำงานของตลาดอสังหาริมทรัพย์และเหล่านายทุนที่ให้การสนับสนุนพวกเขา

 

ในฮ่องกงบางบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มที่จะนำเทคโนโลยี Proptech มาใช้ แต่โดยทั่วไปแล้วอุตสาหกรรมและผู้กำกับดูแลได้ชะลอการดำเนินงานในเชิงลึกสำหรับความก้าวหน้าเหล่านี้ซึ่งนักวิเคราะห์ก็ได้อ้างอิงถึงปัจจัยหลายอย่าง

– ค่าครองชีพที่สูงและประวัติความเป็นมาที่มีค่าของฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินแบบดั้งเดิมและนั่นเป็นสิ่งที่ดึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไว้ อ้างอิงจาก JLL

– ความล่าช้า ผู้ควบคุมดูแลมีงานประจำวันที่ล้นมืออยู่แล้วและยังมีความต้องการที่จะได้กองหนุนพิเศษที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้นำต่อไป ประธานแผนกสำรวจที่ดินจากสถาบันการสำรวจแห่งฮ่องกง (HKIS) Conrad Tang กล่าว

– การแข่งขันที่หนักหน่วงขึ้นของธุรกิจนายหน้าและตลาดรองที่เฉื่อยชาลง เหล่าผู้ขายบ้านจึงไม่มีแรงบันดาลใจในการลงทุนกับการทำการตลาด

 

อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานเอกชนก็ได้รับผลประโยชน์จากการนำเทคโนโลยี Proptech มาใช้ในการแก้ปัญหาอย่างเช่น การที่มีผู้ดำเนินการเกี่ยวกับพื้นที่ปฏิบัติงานได้ใช้เซนเซอร์ในการตรวจหาห้องว่างและห้องเล็กๆเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ใช้สอย JLL กล่าว

 

และเมื่อแนวโน้มของการเจริญเติบโตเป็นตัวกำหนดการลงทุนนั้น JLL ได้กล่าวในรายงานของเดือนพฤศจิกายนว่าการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในแถบเอเชียแปซิฟิกจำนวน 179 ราย ได้รับเงินลงทุนจำนวน 4.8 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 60% ในการลงทุนด้านเทคโนโลยี Proptech ของโลกตั้งแต่ปี 2013 โดยที่ฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ได้รับไปเป็นจำนวน 3,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จากจำนวนดังกล่าว

 

ฮ่องกงยังมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก โดยมีการจัดสรรงบประมาณจำนวน 50,000 บาทเหรียญดอลลาร์ฮ่องกง ( 6.37 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ) ในปีนี้เพื่อที่จะกระตุ้นอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยี

 

นี่เป็นกุญแจสำคัญต่างๆของความก้าวหน้า


การปรับช่องว่างที่มีศักยภาพเข้าหากันดีกว่า

 

การรวบรวมอุปกรณ์ต่างๆทางอินเตอร์เน็ต (IoT) เข้าด้วยกันเช่น การเชื่อมต่อ  WiFi และระบบ Cloud ในคอมพิวเตอร์ การออกแบบ Smart อาคารและสำนักงานมีการกำหนดพื้นที่การทำงานและการจัดการอาคารเพื่อปรับปรุงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ เพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน อ้างอิงจาก Jeremy Sheldon กรรมการผู้จัดการการตลาดและบริการผลงานแบบบูรณาการของ JLL Asia-Pacific

การเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างพนักงานในพื้นที่ทำงานได้มีการกระตุ้นองค์กรใหญ่ๆอย่าง HSBC Deloite และ Manulife ให้เลือกการใช้พื้นที่ทำงานร่วมกัน Swire Properties ที่มีการติดตั้งการเปิด-ปิดไฟ LED ด้วยเซ็นเซอร์ ก็มีการเซ็นสัญญาเช่าตึกจำนวน 4 ชั้นบนพื้นที่ทั้งหมด  5,4000 ตารางฟุตให้กับ WeWork ในอาคารสำนักงานใน Taikoo Shing

 

ระบบการจัดการอาคารแบบบูรณาการช่วยในการรวบรวมการทำงานของส่วนประกอบต่างๆของอาคารจาก CCTV  และการเข้าถึงการควบคุมเครื่องทำความร้อน, เครื่องระบายอากาศและเครื่องปรับอากาศ ให้มีการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้เจ้าของอาคารบรรลุความต้องการที่จะได้รับการรับรองอาคารสีเขียวอย่างเช่น LEED ที่ออกโดย The US Green Building Council และ BEAM Plus โดย The Hong Kong Green Building Council

 

ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ช่วยให้นายหน้าเชื่อมผู้ซื้อกับผู้ขายเข้าหากัน

Microsoft ที่ได้มีการร่วมมือกันกับตัวแทนจาก Ricacorp เพื่อเปิดตัว Rica+ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการค้นหาบ้านที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI

อ้างอิงจาก Microsoft Rica+  ได้รวมเครื่องจักรและระบบ AI เข้าด้วยกันเพื่อเรียนรู้การวิเคราะห์รายชื่อ, การทำธุรกรรม, การประเมินมูลค่าของธนาคาร, ราคาและความต้องการของลูกค้า เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการปิดการขายของ Ricacorp ซึ่งในระบบตอนนี้มีจำนวนห้องชุดมากถึง 1.7 ล้านห้อง,  4.8 ล้านคน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบริษัทมากถึง 1 ล้านบริษัทที่จะต้องจัดระเบียบ

 

การชมบ้านในแบบ VR และ AR

เหล่านายหน้าต่างก็เปิดรับเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (VR) และการเคลื่อนไหวเสมือนจริง (AR) ในการมอบประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่ลูกค้าในการชมอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะเมื่อผู้ซื้อหรือตัวสินค้า (อสังหาฯ) อยู่ต่างประเทศ

 

Centaline และนายหน้าที่เจาะจงทำงานกับชาวต่างชาติ OKAY.com ใช้บริการของ Matterport บริษัท VR สัญชาติอเมริกาในการสร้างและเผยแพร่ภาพถ่ายแบบ VR ลงบนเว็บไซต์ของพวกเขา

 

Sotheby’s International Realty ได้เปิดตัวแอพลิเคชั่น AR บนมือถือ พูดได้ว่านำภาพการเปิดชมบ้านแบบ 2D มาเติมแต่งให้กลายเป็นภาพเสมือนจริงและอนุญาตผู้ใช้งานในการตกแต่งและเติมเฟอร์นิเจอร์ลงบนพื้นที่ว่างได้ตามต้องการ

 

“เมื่อลูกค้าทำการซื้ออสังหาริมทรัพย์ มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินเพียงอย่างเดียวทุกอย่างมันจะสะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของผู้ซื้อทั้งหมด และแอพพลิเคชั่นดังกล่าวสามารถนำเสนอประสิทธิภาพที่แท้จริงของตัวบ้านได้” Binoche Chan ผู้จัดการแผนกประสานงานของ LIST Sotheby’s International Realty Hong Kong กล่าว

แต่การนำเทคโนโลยี VR มาใช้ของเหล่านายหน้าท้องถิ่นยังมีความล่าช้าอยู่เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา “เมื่อเหล่านายหน้ามีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เท่าเทียมกับลูกค้าที่ติดต่อกับเจ้าของบ้านโดยตรง จึงทำให้แรงจูงใจมีน้อยลงในการที่จะเสียค่าใช้จ่ายให้กับอะไรที่เกี่ยวข้องกับ VR และการลงทุนอื่นๆในตลาดอสังหาริมทรัพย์” Torbjorn Dimblad หัวหน้าเทคโนโลยีของ OKAY.com กล่าว

 

แอพลิเคชั่นมือถือสำหรับผู้ซื้อบ้านและเจ้าของบ้าน

 

ในขณะที่มีการใช้เทคโนโลยี VR ในการล่อซื้อผู้ที่มีศักยภาพของโครงการ Sai Kung ของพื้นที่แถวชายฝั่งอันสวยงาม Sina Land ก็นำแอพพลิเคชั่นมือถือมาใช้เพื่อดึงดูดผู้ซื้อและเหล่านายหน้าด้วยการอัพเดทข้อมูลการขายของโครงการ

 

เจ้าของโครงการในปัจจุบันอาจจะกำลังใช้แอพพลิเคชันอื่นๆเพื่อเข้าถึงการบริการของเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและบริการสโมสร, การจัดส่งคำสั่งซื้อ, อ่านข้อความและติดต่อกับเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก อ้างอิงจากผู้อำนวยการฝ่ายขายของ Sino Victor Trn

 

เจ้าหน้าที่ดูแลร้านค้า AI

เทคโนโลยีซึ่งเน้นความสำเร็จของการช้อปปิ้งออนไลน์ด้วยการมีต้นทุนการขายร้านค้าแบบอิฐและปูนที่ถูกใช้โดยเจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายย่อย และห้างสรรพสินค้าเพื่อล่อซื้อผู้ซื้อให้กลับมา

 

ห้างสรรพสินค้าที่ดำเนินการโดย Link Asset Management ได้อนุญาต Asiabots, ผู้เชี่ยวชาญด้านการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ทางด้าน AI-chatbots และได้รับการสนับสนุนโดยโปรแกรมการบ่มเพาะที่ดำเนินการโดย Hong Kong Science and Technology Park  ที่นำแอพพลิเคชั่น AI ของพวกเขามาใช้ในการเริ่มต้นการทำโปรเจค

 

“เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ซื้อเข้ามาในเว็บการขายเขาก็จะสามารถถามแอพลิเคชั่นด้วยคำถามอะไรก็ได้และโรบอทของแอพลิเคชั่นก็จะบอกที่ตั้งของร้านค้า, ร้านอาหาร เหลืออะไรก็ได้ที่ผู้ใช้กำลังมองหาอยู่” Thomas Wong CEO และผู้ก่อตั้ง Asiabots กล่าว

ผู้เฝ้าระบบ AI ก็ยังเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ของผู้ซื้อเพื่อเปลี่ยนข้อมูลสู่การวิเคราะห์ที่สมบูรณ์ต่อลิงค์และผู้เช่าของพวกเขา

 

การจดจำใบหน้าเป็นการติดตามการเข้าชมและโปรไฟล์ของผู้ซื้อ

 

ห้างสรรพสินค้าและผู้ขายปลีกต่างมีการใช้การจดจำใบหน้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะติดตามผู้ซื้อและเก็บข้อมูลการเก็บประชากรของพวกเขา อ้างอิงจาก Eric Or กรรมการผู้จัดการผู้ดูแลในส่วนของฮ่องกงและมาเก๊าของ Jardine One Solution ที่พัฒนาและดำเนินงานระบบการจดจำใบหน้าเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวและระบุข้อมูลเบื้องต้นของประชากรอย่างเช่นเพศ, อายุและเชื้อชาติ

 

“เมื่อใช้เซนเซอร์และกล้องเพื่อเก็บข้อมูลรายบุคคลก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยมาเกี่ยวข้องเสมอ นั่นคือสาเหตุว่าทำไมผู้ค้าปลีกจึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงการลงทุนในเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลที่มีราคาแพง” Or กล่าว

 

 

 

BIM เพิ่มความสนใจในภาคส่วนของการก่อสร้าง

รายละเอียดตึกแบบโมเดล (BIM) เป็นงาน 3D  ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการก่อสร้างโครงการช่วยให้มีการทำงานร่วมกันมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพในการดำเนินงานออกแบบ, การก่อสร้างและการดำเนินงานตามขั้นตอนการก่อสร้าง ในขณะที่เมืองใหญ่อย่างสิงคโปร์ได้ทำให้ BIM มีความจำเป็นสำหรับโครงการสาธารณะ สวนอุตสาหกรรมการก่อสร้างในฮ่องกงกำลังอ่อนตัวลง

 

ในแวดวงล่าสุด รัฐบาลฮ่องกงกล่าวว่าจะมีการไล่ตามการใช้งานของเทคโนโลยี BIM ในโครงการที่มีการลงทุนในปี 2018

 

อุตสาหกรรมหวังว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของข้อมูลเชิงพื้นที่ (CSDI) ของอาณาเขตทั้งภูมิภาคจะสามารถช่วยรวบรวมข้อมูล BIM และข้อมูลเชิงพื้นที่ของฮ่องกงได้ CSDI เป็นส่วนประกอบหลักของข้อมูลทางภูมิศาสตร์ทั้งหมดที่ถูกป้อนเข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวเพื่อให้ผู้วางแผนสามารถรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์ และสนับสนุนสิ่งที่เราเรียกว่าการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

การทำภาพ 3D

 

จนถึง 3 หรือ 4 ปีที่ผ่านมาการทำภาพ 3D ไม่ได้เป็นเรื่องปกตินักในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ในขณะนี้จะถูกใช้โดยสถาปนิก, บริษัทวิศวกรรมและนักออกแบบภายในเพื่อตรวจสอบการออกแบบต่างๆสำหรับการผลิตและการประกอบ, ความเป็นไปได้ของการออกแบบ, เพิ่มประสิทธิผลของโครงสร้างและกำจัดความไม่แน่นอนออกไป

 

“สถาปนิกใช้ซอฟต์แวร์อย่างเช่น Rhino และ Sketchup ในการสร้างโมเดลแบบ 3D สำหรับการออกแบบของพวกเขา โมเดล 3D พวกนี้สามารถช่วยในเรื่องการผลิตภาพยนตร์, แสดงผลและสร้างโมเดลจำลองสำหรับการออกแบบต่างๆ การพิมพ์ภาพ 3D สามารถสร้างโมเดลจำลองของการออกแบบได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง” Keith Griffiths ประธานและหัวหน้าฝ่ายออกแบบระดับโลกของ Aedas กล่าว “หลายตัวเลือกของการออกแบบต่างๆสามารถถูกวาดขึ้นและตรวจสอบได้บนจอคอมพิวเตอร์ก่อนที่ตัวเลือกที่มีแนวโน้มมากที่สุดคือการพิมพ์ 3D เพื่อการทําวิเคราะห์ต่อไป”

 

โครงสร้างสำเร็จรูป

Richard Soon ผู้อำนวยการและสถาปนิกของ P&T Group กล่าวว่าฮ่องกงเป็นเมืองในอุดมคติในการเริ่มใช้โครงสร้างสำเร็จรูป (PPVC) ซึ่งมีการใช้ในสิงคโปร์มาหลายปีแล้ว

 

PPVC คือการผลิตโครงสร้างสำเร็จรูปแบบแยกส่วนในโรงงานผลิตด้านนอกสถานที่การก่อสร้าง ก่อนที่จะขนย้ายไปยังเขตก่อสร้างในจุดของมันและยึดติดกับโครงสร้างหลักต่อไป

 

“นี่เป็นการบรรเทาการขาดแคลนพนักงานก่อสร้าง ลดมลพิษทั้งทางอากาศและเสียง ลดระยะเวลาการก่อสร้างและเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่การก่อสร้าง” Soon กล่าว “เทคโนโลยีเหมาะสำหรับเจ้าของโครงการที่ต้องการการจัดการมาตรฐานและความมีประสิทธิภาพในการปรับแต่งสถานที่ต่างๆเช่น ที่อยู่อาศัยสาธารณะ, โรงพยาบาล, โรงเรียนและอื่นๆ”

 

แต่ PPVC ก็มีข้อจำกัดเนื่องจากตึกต่างๆถูกสร้างขึ้นมาเป็นบล็อคบล็อคโครงสร้างของตัวตึกจึงไม่สามารถที่จะสร้างได้สูงเกิน 20 ชั้น เมื่อพิจารณาอัตราส่วนของพื้นที่เขตในเมือง นักพัฒนาต่างก็ต้องการที่จะสร้างตึกที่สูงกว่าและหนาแน่นกว่าเดิมทำให้ในตอนนี้เทคโนโลยีไม่มีความเหมาะสมในการสร้างตึกสูงได้ การค้าอื่นๆของอาคารสำเร็จรูปคือการมีสไตล์ที่แตกต่าง

เครือข่ายการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์สำหรับการลงทะเบียนชื่อ – ตัวแม่ของการทำสัญญาแบบอัจฉริยะ

 

ระบบการลงทะเบียนของฮ่องกงยังมีความล้าสมัยอยู่มากและก็เช่นเดียวกันกับกรอบการบังคับใช้กฎหมายที่จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูป จากการอ้างอิงของผู้เชี่ยวชาญ

 

“ทั่วทั้งสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นที่ที่ระบบแบบดั้งเดิมถูกสืบทอดมาก็ได้เปลี่ยนเป็นการลงทะเบียนชื่อในช่วงต้นของยุค 90” Tang  จาก HKIS กล่าว “ถ้าหากว่าไม่มีการปฏิรูปซึ่งได้มีการประกาศใช้ในปี 2004 ในฐานะพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับกฎหมายที่ดินเพื่อให้การจดทะเบียนและการโอนกรรมสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น ฮ่องกงนั้นไม่สามารถที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นเมืองที่ฉลาดได้”

ด้วยระบบที่มีอยู่ในตอนนี้ The Land Registry จะทำหน้าที่เป็นดรรชนีเท่านั้นและไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อย่างถูกกฎหมาย เนื่องจากเป็นหนึ่งในขั้นตอนของการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องจ้างนักกฎหมายแยกกัน เพื่อที่จะมั่นใจว่าผู้ขายเป็นเจ้าของอสังหาฯดังกล่าวโดยถูกต้องตามกฎหมาย

 

Tang ชี้ให้เห็นว่าในขณะที่ทางรัฐบาลอาจจะต้องสแกนเอกสารโฉนด ข้อความภายในเอกสารการสแกนเหล่านี้จะไม่สามารถค้นหาได้ เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าเอกสารทั้งหมดจำเป็นต้องเก็บลงในระบบดิจิตอลและหลังจากนั้นก็ทำการสำรวจที่ดินให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อที่จะทำการระบุขอบเขต, การเข้าถึงและการบุกรุก

 

อุปสรรคทางกฎหมายย่อมมีอยู่แล้วเพื่อให้ความชัดเจนและหลีกทางให้ระบบการเก็บข้อมูลออนไลน์ผู้มีอำนาจทางการเงินของฮ่องกงได้สรุปไว้ว่าระบบการลงทะเบียนชื่อในระบบการเก็บข้อมูลออนไลน์จะไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้ระบอบการปกครองตามกฎหมายในปัจจุบัน มีข้อบังคับฉบับหนึ่งกำหนดว่า “การทำธุรกรรมที่ดินใดๆที่ถูกต้องนั้นจำเป็นต้องทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น”

 

ดังนั้นการย้ายการจดทะเบียนรายชื่อและจดทะเบียนลงบนระบบการเก็บข้อมูลออนไลน์ที่ส่งผลตอบแทนที่ชัดเจน การลงทะเบียนชื่อจะนำมาซึ่งการครอบครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่ชัดเจนขึ้น ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ต่างๆเร็วขึ้น อัตโนมัติและโปร่งใสและมีข้อผิดพลาดทางกฎหมายน้อยลง การใช้ระบบเก็บข้อมูลออนไลน์สามารถช่วยให้มีระบบที่ฉลาดและโปร่งใสขึ้นและจะย่นระยะเวลาของขั้นตอนการบันทึกและโยกย้ายรายชื่อและเพิ่มประโยชน์จากความโปร่งใสเสมือนจริง

 

 

ที่มา : https://www.scmp.com/business/companies/article/2145546/how-proptech-changing-hong-kongs-property-industry



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

จาก เยาวราช ถึง เจริญกรุง มนต์เสน่ห์แห่งย่านเก่าที่น่าหลงใหลและความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เยาวราช” ย่านเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร หรือ จะเรียกว่า “ไชน่า ทาวน์” ตามนักท่องเที่ยวฝรั่งก็ย่อมได้ เราเชื่อว่าที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ว่าใครก็ต้องอยากมาเยือนสักคร... อ่านต่อ




อ่านก่อนลงทุนทำ Co-working Space ให้เช่าสำหรับคนไทย

ผู้เขียนเป็นคนที่ใช้บริการ Co-working Space ในไทยมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกมีแค่ไม่กี่แห่งในกร... อ่านต่อ

เปิดแปลน Siamese Exclusive Ratchada คอนโดที่ทำสถิติ NEW HIGH ของเส้นรัชดาภิเษกช่วง Prime

รัชดาภิเษกช่วงไพร์ม เริ่มตั้งแต่แยก ณ ระนอง วิ่งยาวมาจนถึงแยกรัชดา - ลาดพร้าว (บางช่วงอ... อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ ‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’ ครั้งแรกในไทย ยิ่งใหญ่ริมเจ้าพระยา ฉลอง 250 ปีกรุงธนบุรี

หลังจากการเปิดตัวอภิมหาโปรเจกต์สุดอลังการที่สุดในย่านฝั่งธนฯ อย่าง “ICONSIAM” ไปเมื่อวั... อ่านต่อ

จิบชา ละเมียดมองแปลนพร้อมแนะนำยูนิตน่าสนใจ ของ Noble STATE 39

ที่ผมรู้สึกได้ถึงความเป็นระดับโลก ก็เพราะล่าสุด The Mall Group เพิ่งประกาศดึง AEG บริษั... อ่านต่อ