เหตุใดสิงคโปร์สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยได้สำเร็จ

Propholic EditorialTeam 27 May, 2019 at 00.44 am

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา  ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยของประชากรเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายประเทศต้องเผชิญ ปํญหานี้เกิดจากหลายเหตุผล เช่น เหตุผลทางเศรษฐกิจและค่านิยมทางสังคมทำให้คนจำนวนมากต้องย้ายเข้ามาอยู่เขตเมืองมากขึ้น (Urbanization) เหตุผลด้านลักษณะของประเทศ มีที่ราบน้อย พื้นที่เป็นเกาะขนาดเล็ก เป็นต้น

 

สิงคโปร์ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่พบกับปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย  แต่สิงคโปร์ก็สามารถแก้ไขปัญหาและผ่านปัญหานี้ไปได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากเดิมที่สิงคโปร์เคยมีสลัมที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตแย่ จนมาถึงวันนี้สิงคโปร์มีโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพดีสะดวกสบายมากมายจนหลายประเทศต้องไปศึกษาดูงานว่าสิงคโปร์สามารถทำได้อย่างไร

 

หากมองโดยผิวเผินแล้วคนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศที่ร่ำรวย มีเงินมากจึงสามารถถมทะเลเพื่อขยายพื้นที่ดินให้กับประเทศและนำที่ดินเหล่านั้นไปพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนจึงสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยได้  แต่ไม่ใช่เลยเพราะที่ดินที่ถูกถมส่วนใหญ่ของประเทศนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางด้านอื่นที่ไม่ใช่เพื่ออยู่อาศัย เช่น สร้างสนามบิน สวนอุตสาหกรรม ท่าเรือ เขตการเงินใหม่ที่มารีน่าเบย์และเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ มีเพียงส่วนเล็กๆ ในภาคตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นบ้านเอื้ออาทร ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นไม่ได้อยู่ในพื้นที่ถูกใหม่เลย

 

อะไรที่ทำให้สิงคโปร์สามารถแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยได้สำเร็จ

 

ภายใต้การเลือกตั้งใหม่ของรัฐบาลอิสระสิงคโปร์ ลี กวนยู นายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์  ได้จัดตั้งคณะกรรมการการเคหะและการพัฒนาขึ้นมา (Housing & Development Board หรือ HDB) เพื่อแทนที่  Singapore Improvement Trust  (SIT) ซึ่งถูกจัดตั้งมาก่อนโดยรัฐบาลอาณานิคมของอังกฤษ

 

HDB  จัดการกับปัญหาอย่างครอบคลุมทุกด้าน มีหน้าที่รับผิดชอบทุกด้านที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย รวมถึงการวางแผน การพัฒนา การออกแบบอาคาร การบำรุงรักษา สิ่งสำคัญอันดับแรกที่  HDB  ดำเนินการคือ การสร้างศูนย์ประชากรไว้ที่นอกเมืองแต่อยู่ไม่ไกลมากนัก  และได้สร้างแฟลตขึ้นมาอีกมากกว่า  50,000  แห่ง

 

ภาพ HDB Hub อาคารสำนักงานของ HDB ในย่าน Toa Payoh ของสิงคโปร์

ต่อมามีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม รัฐบาลภายใต้การนำของนาย ลี  กวนยู ได้ยกเลิกกฎหมายการครอบครองที่ดินปี 1920 และตรากฎหมายการได้มาซึ่งที่ดิน ( Land Acquistion Act หรือ LAA)  ขึ้นมาใหม่ในปี 1966  กฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้รัฐได้รับที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ งานสาธารณะประโยชน์หรือเพื่อการอยู่อาศัยเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม  นอกจากนี้ยังมีมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย LAA  อีกครั้งในปี  1973  LAA  ใหม่นี้อนุญาตให้รัฐได้รับที่ดินเอกชนด้วยค่าตอบแทนที่ต่ำกว่ามูลค่าตลาด การออกกฎหมาย  LAA ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องโดนร้องเรียนในเรื่องนี้  LAA ส่งผลให้การเป็นเจ้าของที่ดินของรัฐเพิ่มขึ้นจาก 31% ในปี 1949 เป็น 44% ในปี 1960 และเพิ่มเป็น 76% ในปี 1985

 

สิ่งที่รัฐบาลสิงคโปร์ทำเพิ่ม คือ ออกแบบนโยบายเพื่อสนับสนุนการเป็นเจ้าของบ้านอย่างชัดเจน เพื่อให้มั่นใจถึงความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของประชาชน รัฐบาลทำให้ราคาขายเริ่มต้นดึงดูดน่าสนใจ  เป็นตัวเลือกที่ราคาดียิ่งกว่าค่าเช่าบ้าน

 

นอกจากนี้ก็เพิ่มนโยบายการออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลาง (Central Provident Fund หรือ CPF) เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เงินออมเหล่านี้เพื่อเป็นเงินทุนซื้อบ้าน จากเดิมเก็บที่  5%  ของเงินเดือนทุกเดือน  ปรับปรุงใหม่เป็นเงินสมทบรายเดือน  6% จากพนักงาน และจากนายจ้างอีก 6% ต่อมาไม่นานอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 16%  และ  24% ตามลำดับ นโยบายนี้เป็นข้อกำหนดที่ประชาชนต้องเสียสละเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนจะต้องรับภาระและการหักเงินสมทบดังกล่าวก็ย่อมกระทบกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่ว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลสิงคโปร์มองว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำเพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัย มีความมั่นคงในชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

เมื่อนายลี  กวนยู ก้าวลงจากตำแหน่งในปี  1990  ชาวเมืองสิงคโปร์ประมาณ 87% ก็ได้อาศัยอยู่ในแฟลต  HDB แล้วเรียบร้อย โดยมีคนประมาณ  88% ที่เป็นเจ้าของด้วย แม้ว่าประชากรของสิงคโปร์จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 1.6 ล้านคนเป็น 3  ล้านคนตั้งแต่ปลายปี 1950

 

เราจะเห็นได้ว่าการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของสิงคโปร์นั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก การแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของประเทศหรือปริมาณพื้นที่ของประเทศเลย  หากแต่ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของรัฐบาลและนโยบายการบริหารจัดการของรัฐบาล


รัฐบาลไทยกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย

 

สำหรับประเทศไทยเรานั้นการอพยพย้ายถิ่นฐานของแรงงานจากชนบทเข้ามาสู่เมืองใหญ่ก็ส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย เกิดปัญหาชุมชนแออัด มีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะกระจายไปในเมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วประเทศโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร

 

รัฐบาลไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยมีนโยบายบางอย่างที่คล้ายคลึงกับสิงคโปร์  เช่น  สิงคโปร์มีคณะกรรมการการเคหะและการพัฒนาหรือ HDB ส่วนไทยเราก็มีการเคหะแห่งชาติ (National Housing Authority หรือ NHA) ทำหน้าที่หลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง

 

ภาพอาคารสำนักงานของการเคหะแห่งชาติ ย่านคลองจั่น

สิงคโปร์มีนโยบายเพื่อสนับสนุนการเป็นเจ้าของบ้านอย่างชัดเจน ส่วนไทยเราก็มีนโยบายให้ธนาคารอาคาร สงเคราะห์เป็นธนาคารเฉพาะกิจเพื่อให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อที่มีรายได้น้อยได้มีโอกาสครอบครองที่อยู่อาศัย

 

สิงคโปร์มีมาตรการออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับไทย ส่วนไทยเราก็มีการออมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหากแต่อัตราการออมไม่ได้สูงเท่ากับสิงคโปร์ แต่อัตราการครอบครองที่อยู่อาศัยในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในไทยก็ไม่ได้เพิ่มมากขึ้นเท่ากับประเทศสิงคโปร์  คุณผู้อ่านคิดว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไรที่ทำให้ไทยไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหานี้ ลองมาร่วมกันแสดงความเห็นที่ช้องคอมเมนต์ด้านล่างได้ครับ

 

ที่มา:

https://www.scmp.com/week-asia/society/article/3008807/why-hong-kong-cannot-copy-singapores-approach-public-housing

https://sso.agc.gov.sg/Act/LAA1966



Propholic EditorialTeam

เราคือทีมสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพจาก Propholic.com มุ่งมั่นตั้งใจนำเสนอความรู้และข่าวสารในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เว็บไซต์

Nomadlist.com จัดอันดับ Top 10 เมืองไทยน่าอยู่น่าทำงานสำหรับชาว Digital Nomad

Digital Nomad คำนี้คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่จริงๆ ก็มีความใกล้เคียงกับงานฟรีแลนซ์ แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว เรามาทำความรู้จักคำว่า Digital Nomad กันก่อนดีกว่า อ่านต่อ




ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (3: Privacy & Sustainability)

หากนิยามความหรูหราของคุณต้องมาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าปกติ The Residences at M... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (2: Signature Design)

ด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่คึกคัก ติด ICONSIAM และเป็นศูนย์รวมเรื่องราวทาง... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (1: One of a kind Branded Residences)

สำหรับเหล่านักเดินทางเหนือระดับที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรู อันจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การ... อ่านต่อ

ใช้อารมณ์ในการเจรจาต่อรองอสังหา ช่วยทำให้ถือไพ่เหนือกว่า หรือว่า พลาดท่ากันแน่? Emotions in Real Estate Negotiations

ในสนามแห่งการเจรจาต่อรองไม่ว่าในเรื่องใด ใครๆ ก็อยากให้ผลประโยชน์มาตกอยู่ที่ฝั่งของตนเอ... อ่านต่อ