เมื่อเทรนด์ ART x REAL ESTATE กำลังจะมา ศิลปะช่วยเพิ่มมูลค่าให้อสังหาริมทรัพย์ได้อย่างไร

Propholic EditorialTeam 05 June, 2019 at 11.25 am

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ศิลปะเข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันเรามากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการแสดงจากละคร ภาพยนตร์, ศิลปะทางดนตรี จากเสียงเพลง แม้กระทั่งศิลปะบนจานอาหารที่เราได้เห็นจากอาหารหรือเบเกอรี่ต่างๆ  แล้วที่อยู่อาศัยล่ะจำเป็นต้องมีศิลปะไหม หรือแค่การออกแบบฟังก์ชั่นครบก็จบแล้ว

 

“หากเปรียบอสังหาฯ หรือสิ่งใดๆ ในจักรวาลนี้ให้เหมือนผู้หญิง หากผู้หญิงทุกคนแต่งตัวด้วยชุดสีขาวที่ดูดีเหมือนกัน มองไปก็เหมือนกันหมด คงดูธรรมดา น่าเบื่อ หากเพียงแค่ผู้หญิงคนใดคนหนึ่งถือดอกไม้สีแดง คงทำให้ผู้หญิงคนนั้นดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นที่น่าจดจำมากกว่าใคร” เพราะความแตกต่างหลากหลายทำให้เกิดคุณค่าเพิ่ม และศิลปะก็เป็นสิ่งหนึ่งในจักรวาลนี้ที่ทำให้สรรพสิ่งเกิดสวยงามล้ำค่าขึ้นมาได้

 

เมื่อศิลปะมารวมกับอสังหาฯ จะเป็นอย่างไร

ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอเมริกา โครงการใหม่ที่เกิดขึ้นจะต้องโดดเด่นกว่าที่อื่นๆ วิธีที่นิยมกัน ก็คือ ART x Real Estate การใช้ศิลปะร่วมกับที่อยู่อาศัย ปัจจุบันนั้นไปไกลยิ่งกว่าการนำผลงาน Collection ศิลปะมาวางใน Lobby ของอาคารเฉยๆ  แต่ Developer ถึงขนาดว่าจ้างศิลปินที่มีชื่อเสียงมาจัดทำศิลปะในสถานที่ และในบางกรณีจะจ้างศิลปินดังๆ มาทำงานให้เฉพาะในแต่ละโครงการเลย

 

ตัวอย่างโครงการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จจากการใช้การตลาดด้วยวิธีนำศิลปะมารวมอยู่กับที่อยู่อาศัย นั่นคือ โครงการ Park Grove ที่ไมอามี่ สหรัฐอเมริกา เป็นโครงการอาคารคอนโดมิเนียมสูง 3 อาคาร เปิดให้บริการในปี 2018 มีราคาขายเริ่มต้นที่ $ 1.95 ล้าน ถึง $ 14 ล้าน (คิดเป็นเงินบาทประมาณ 61-440 ล้านบาท!) โครงการนี้ได้นำสถาปัตยกรรมของ OMA / Rem Koolhaas ผู้ได้รับรางวัล Pritzker Prize มาร่วมตั้งอยู่ในโครงการ นอกจากนี้มีการเชิญประติมากรรมชื่อ The Poets in Bordeaux ของประติมากรชื่อดังชาวสเปน Jaume Plensa (เฆาเม เปลนซา) มาจัดวางภายในโครงการ และยิ่งประกอบกับทำเลที่ตั้งของโครงการดีมากสำหรับรับทิวทัศน์มุมกว้างของอ่าว Biscayne ทำให้โครงการ Park Grove แม้จะมีราคาที่สูงมากแต่ก็ขายได้เกือบทั้งหมดในช่วงแรกที่เปิดขาย

 

โครงการ Park Grove

ภาพจาก https://park-grove.com/

 

ภายนอกโครงการ Park Grove มีผลงานประติมากรรมของ Jaume Plensa จัดแสดงอยู่ ผลงานนี้ซื้อมาในราคามากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (31 ล้านบาท)

ภาพจาก https://www.hauteresidence.com/park-grove-announces-colin-cowie-lifestyle-curator/

 

ประติมากรชื่อดังชาวสเปน Jaume Plensa

https://www.culture24.org.uk/art/art354080

 

นอกจากนี้ภายในอาคาร Park Grove ก็ยังมีงานศิลปะจัดแสดงในพื้นที่ Lobby ของโครงการเพื่อสร้างสุนทรียภาพให้ผู้พักอาศัย

ภาพจาก https://www.architecturaldigest.com/story/exclusive-first-look-inside-miamis-beautiful-oma-designed-park-grove


เทรนด์ของ ART x REAL ESTATE ในประเทศไทยเป็นอย่างไร

ในประเทศไทยเองก็มี Developer บางรายเริ่มผสมผสานระหว่าง Real Estate กับ ART ให้เชื่อมโยงถึงกัน โดยการนำศิลปะมาตกแต่งโครงการเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และเพิ่มมูลค่าให้อสังหาฯกันมากขึ้น เช่น

 

Sansiri เชิญนักออกแบบชื่อดังระดับโลกมาร่วมโครงการ   

Philippe Starck ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสผู้มากความสามารถได้มีส่วนร่วมในการออกแบบสไตล์ ฟังก์ชั่น และคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ที่นำมาจัดวางในโครงการคอนโดมิเนียม Khun By YOO เช่น Lobby เลือกที่จะสร้างด้วยหินอ่อนคู่กับ Raw Concrete  ทำให้ Lobby มีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากโครงการอื่นๆ สร้างความโดดเด่นและคุณค่าทางศิลปะ เป็นการสร้างความรู้สึกขั้วตรงข้ามออกมาเป็นคอนเซปต์ “ความดิบที่หรูหรา” ให้ผสานผสานไปด้วยกันได้

ภาพจาก https://www.sansiri.com/condominium/khunbyyoo/th/

 

Philippe Starck ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส

ภาพจาก http://bit.ly/2HOpNZ1

 

Ananda เชิญ Rukkit (รักกิจ ควรหาเวช) ศิลปิน Street Art ชื่อดังของประเทศไทย มาร่วมโครงการ

ภาพจาก https://www.dooddot.com/rukkit-x-ideo-sukhumvit-93-visit/  

 

Rukkit ได้ใช้ภาพ เสือ เหยี่ยว และฉลาม เพื่อสื่อถึงการไม่อยู่นิ่งในการดำรงชีวิต เหมือนกับจิตวิญญาณของคนเมืองรุ่นใหม่ที่ห้ามหยุด ทั้ง Idea และการทำงาน เป็นกลุ่มคน ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา หลังจากนี้ผลงานจะถูกแยกส่วนเก็บไว้เป็นงานศิลปะหลายๆ ชิ้นประดับอยู่ในโครงการ IDEO Sukhumvit 93 ทำให้ผู้อยู่อาศัยที่นี่สามารถเสพงานศิลปะร่วมสมัยของ Rukkit ได้ทุกพื้นที่ของโครงการ

 

ART สร้างเงินได้ เมื่อห้องพักรายวันก็เอาศิลปะมาประยุกต์

Van Gogh Room หนึ่งในห้องพักจากเว็บไซต์ปล่อยเช่าห้องพักรายวันชื่อดัง Airbnb.com เจ้าของห้องได้แรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องพักมาจากการนำภาพ The Bedroom ของศิลปินแวนโก๊ะที่วาดไว้ตั้งแต่ปี 1888 มาตกแต่งห้องพักเพื่อให้แขกได้ชื่นชมศิลปะและสัมผัสประสบการเข้าพักที่แตกต่างจากที่อื่นๆ ถือว่าเป็นการนำศิลปะ ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับห้องเช่าห้องเปล่าๆ ธรรมดาๆ

 

จากภาพนี้

ภาพจาก https://www.vangoghmuseum.nl/en/collection/s0047V1962?v=1

 

กลายมาเป็นห้องพักห้องนี้

ภาพจาก https://www.airbnb.com/rooms/55948

 

นอกจากความสวยงามแล้ว ศิลปะยังสามารถอยู่กับเราได้ทุกที่ ทุกเวลา ศิลปะสามารถเปลี่ยนพื้นที่รอบตัวให้แตกต่าง โดดเด่น มีเอกลักษณ์ มีความพิเศษเฉพาะตัว การออกแบบที่ดิบแข็งก็สามารถอ่อนไหว ผ่อนคลาย หรือหรูหราได้ด้วยศิลปะ  งานออกแบบทั่วไปก็สามารถแตกต่างและดูมี valuable ได้เมื่อนำศิลปะมาเพิ่มเติม นอกจากนี้ศิลปะยังสามารถส่งผลไปถึงอารมณ์ของผู้คนที่อยู่อาศัยอีกด้วย ศิลปะสามารถสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นจิตใจและการรับรู้ หรือแม้กระทั่งสามารถยกระดับจิตวิญญาณ เพิ่มความกระตือรือร้นให้มีแรงขับเคลื่อนในแต่ละวันได้เช่นกัน

 

การจะเลือกที่อยู่อาศัยสักแห่งในอนาคต ปัจจุบันเราคงมองแค่ทำเลดีไหม รูปทรงสวยไหม (Form) ฟังก์ชั่นดีไหม (Function) หรือจะดูแค่ความสวยงามภายนอก ดูคุณภาพ ดูสเปค  ดูว่ามี facility อะไรบ้าง สระว่ายน้ำ ฟิตเนสมีไหม คงดูแค่นี้ไม่พออีกต่อไปแล้ว แต่เราต้องมองไปถึงศิลปะที่ยึดโยงกับอสังหาฯ อีกด้วย ศิลปะจะกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ “ต้องมี” ในโครงการที่อยู่อาศัยที่ผู้ซื้อถามหา

 

จะดีกว่าไหม หากเราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางศิลปะที่เราชอบและเหมาะสมกับ Life style ของเรา

เรามองเห็นอะไรบ้าง รู้สึกอย่างไรบ้าง เมื่อศิลปะมารวมอยู่กับอสังหาริมทรัพย์ ลองมาคุยกันที่คอมเมนต์ด้านล่าง

 

แหล่งข้อมูล:

https://www.architecturaldigest.com/story/art-is-the-new-real-estate-amenity

https://www.sansiri.com/condominium/khunbyyoo/th/

https://www.dooddot.com/rukkit-x-ideo-sukhumvit-93-visit/

https://www.airbnb.com/rooms/55948

https://www.architecturaldigest.com/story/art-is-the-new-real-estate-amenity



Propholic EditorialTeam

เราคือทีมสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพจาก Propholic.com มุ่งมั่นตั้งใจนำเสนอความรู้และข่าวสารในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เว็บไซต์

Nomadlist.com จัดอันดับ Top 10 เมืองไทยน่าอยู่น่าทำงานสำหรับชาว Digital Nomad

Digital Nomad คำนี้คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่จริงๆ ก็มีความใกล้เคียงกับงานฟรีแลนซ์ แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว เรามาทำความรู้จักคำว่า Digital Nomad กันก่อนดีกว่า อ่านต่อ




ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (3: Privacy & Sustainability)

หากนิยามความหรูหราของคุณต้องมาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าปกติ The Residences at M... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (2: Signature Design)

ด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่คึกคัก ติด ICONSIAM และเป็นศูนย์รวมเรื่องราวทาง... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (1: One of a kind Branded Residences)

สำหรับเหล่านักเดินทางเหนือระดับที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรู อันจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การ... อ่านต่อ

ใช้อารมณ์ในการเจรจาต่อรองอสังหา ช่วยทำให้ถือไพ่เหนือกว่า หรือว่า พลาดท่ากันแน่? Emotions in Real Estate Negotiations

ในสนามแห่งการเจรจาต่อรองไม่ว่าในเรื่องใด ใครๆ ก็อยากให้ผลประโยชน์มาตกอยู่ที่ฝั่งของตนเอ... อ่านต่อ