เพราะอะไรกลุ่ม Digital Nomad ถึงแห่ไปพำนักและเช่าอยู่กันที่ Canggu บาหลี

Propholic EditorialTeam 16 August, 2019 at 14.15 pm

Digital Nomad คือกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์เร่ร่อนไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกและมักจะทำมาหากินด้วยคอมพิวเตอร์และทำงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เป็นกลุ่มคนที่ทำงานได้รับเงินจากที่หนึ่งและนำเงินมาใช้อีกที่หนึ่ง พฤติกรรมที่กลุ่ม Digital Nomad มักเลือกทำคือการได้ไปทำงานและท่องเที่ยวในเมืองที่ตนเองย้ายไปอยู่ชั่วคราวด้วย

 

ประเทศไทยโดยเฉพาะเมืองกรุงเทพและเชียงใหม่ก็เป็นอีกหนึ่ง destination ที่กลุ่ม Digital Nomad นิยมเข้ามาเช่าอสังหาฯ พักอยู่ชั่วคราวระยะเวลาตั้งแต่ 1-3 เดือนแล้วแต่ว่า VISA ของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร การทำความเข้าใจกับพฤติกรรมผู้เช่ากลุ่ม Digital Nomad นี้ก็ถือว่ามีความสำคัญสำหรับนักลงทุนปล่อยเช่าอสังหาฯ เช่น คอนโดมิเนียมหรืออะพาร์ตเมนต์ เพราะเป็นที่อยู่อาศัยที่กลุ่มนี้ชอบเช่าเพราะราคาถูกใจและเหมาะสมกับความต้องการของเขา

 

วันนี้เราจะพาไปดูว่านอกจากเมืองกรุงเทพและเชียงใหม่ในไทยแล้ว มีเมืองไหนในโลกอีกบ้างที่ Digital Nomad นิยมไปอยู่อาศัยกัน เมืองที่จะเสนอวันนี้คือ Canggu เพราะมีความโดดเด่นหลายๆ อย่าง เรามาทำความรู้จักกันเลย

Canggu อยู่ที่ไหนและทำไม Digital Nomad ถึงชอบที่นี่กันมาก

Canggu หรือ ชางกู ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะบาหลี ใช้เวลาขับรถจากท่าอากาศยานนานาชาติเด็นปาซาร์เพียง 45 นาที ปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจจากเหล่า Digital Nomad เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความพร้อมและตอบโจทย์ในหลายๆ ด้าน ดังนี้

 

1. บรรยากาศหาดสวรรค์

สิ่งที่ดึงดูดใจชาว Digital Nomad ให้มาพำนักกันที่นี่คือบรรยากาศสบายๆ ริมชายหาดอันเป็นสวรรค์ของนักเล่นเซิร์ฟ มีความแออัดของนักท่องเที่ยวน้อย สามารถไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินในสถานที่ใกล้เคียงได้อย่าง Echo Beach หาดทรายดำ และหาดอื่นๆ ไหนจะทุ่งนาเรียงรายที่หาชมได้ตามข้างทาง มีคาเฟ่เก๋ๆ และร้านอาหารคุณภาพดีให้เลือกมากมายในช่วงกลางวันและบาร์ที่หลากหลายในยามค่ำคืน

 

2. มีแหล่ง Co-working space

ชางกู คือที่ตั้งของ Dojo Bali (คล้ายๆ Hubba ในกรุงเทพ) Co-working space ผู้ให้บริการอย่างครบครัน มีทั้งการจัดอีเว้นท์งานกิจกรรมต่างๆ ที่นั่งทำงานสุดแสนสบาย ไวไฟความเร็วที่ได้มาตราฐาน สระว่ายน้ำ และที่สำคัญเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพจาก Google Maps โดย Barbara Riedel

 

3. อาหารละลานตา

มีทั้งอาหารท้องถิ่น อาหารตะวันตก ตัวเลือกสำหรับชาววีแกนหรือกลูเตนฟรีก็มีให้ด้วยเช่นเดียวกัน ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างไปทางราคานักท่องเที่ยว แต่ก็ยังสามารถอิ่มอร่อยได้ในงบราวๆ 150 บาทต่อมื้อ นอกจากนี้ยังมีผลไม้เมืองร้อนมากมายทั้งแบบธรรมดาและออร์แกนิคให้ได้ทานกันอย่างสดชื่น

ภาพจาก https://www.instagram.com/p/Br35lNXAtK1/?utm_source=ig_embed

1. ไม่ไหนมาไหนไม่ลำบาก

เพียงแค่เช่ามอเตอร์ไซค์ก็สามารถเดินทางผจญภัยไปได้รอบเกาะ โดยมีค่าเช่าอยู่ที่ 4 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 120 บาทต่อวัน

2. โอกาสในการเข้าถึงผู้คนและวัฒนธรรมอันสวยงาม

หากต้องการใกล้ชิดและซึมซับกับชาวบาหลีให้มากยิ่งขึ้น การฝึกเรียนภาษาอินโดนีเซียก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปสำหรับชาวต่างชาติ แต่โดยส่วนใหญ่ผู้คนที่นี่สื่อสารภาษาอังกฤษกันได้อยู่แล้วเนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว

3. ค่าครองชีพคุ้มราคา

ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสำหรับที่พักอยู่ที่ 15 – 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน หรือราวๆ 400 – 600 บาท และ 300 – 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือราวๆ 9,000 – 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับความสะดวกสบายและระยะห่างจากชายหาด

 

ค่าใช้บริการ Co-working space 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 15 ดอลลาร์สหรัฐ (400 กว่าบาท) และ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราวๆ 6,000 บาท)

 

ค่าอาหารพื้นเมือง 3 – 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อมื้อ อาหารตะวันตก 5 – 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อมื้อ (90 – 150 บาท และ 150 – 400 บาทตามลำดับ)

 

สำหรับชาวต่างชาติอื่นที่จำเป็นต้องทำวีซ่าสามารถทำ VOA (Visa on Arrival) ได้โดยมีค่าธรรมเนียม 35 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 1,000 บาท

 

สำหรับคนไทยที่อยากลองสัมผัสบรรยากาศเมืองแห่ง Digital Nomad อย่าง Canggu ก็ทำได้ง่าย เพราะอินโดนีเซียยังเป็นประเทศที่ไทยไม่ต้องขอวีซ่า(Visa Free) อนุญาติให้อยู่ได้ถึง 30 วัน และปัจจุบันก็มีสายการบินราคาประหยัดอย่าง AirAsia, ThaiLionAir ที่บินตรงจากกรุงเทพดอนเมือง (DMK) ไปสู่ Denpasar ที่เกาะ Bali (DPS) ได้แล้ว ซึ่งราคาตั๋วแบบ Economy ก็ไม่แพงมาก บินไปกลับไม่เกิน 8,000 บาท

 

ในภาพรวมแล้วงบประมาณในการใช้ชีวิตอยู่ที่ชางกูนั้นใช้เงินน้อยกว่าการอยู่ในเมืองที่มีค่าครองชีพแพงกว่าอย่างออสเตรเลีย ยุโรปบางประเทศ หรือสหรัฐอเมริกา แต่กลับได้คุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีกว่าทั้งในแง่ Location ที่เป็นทะเลที่ได้รับความนิยมตลอดกาล เป็นเมืองท่องเที่ยว มีอาหารการกินและที่พักอาศัยที่ดีในราคาถูกกว่า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและมีสังคมที่ถูกใจสำหรับชาว Digital Nomad ก็ทำให้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่ชางกูจะขึ้นมาเป็นหนึ่งในสถานที่คนกลุ่มนี้หมายตาจะไปเยือน

 

 

#DigitalNomad #GigEconomy

 

แหล่งข้อมูล

https://www.travelcontinuously.com/11-reasons-to-become-a-digital-nomad-in-canggu/

The Ultimate Digital Nomad’s Guide to Bali (Canggu + Ubud)

Canggu, Bali – A Local Guide for Digital Nomads

Propholic EditorialTeam

เราคือทีมสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพจาก Propholic.com มุ่งมั่นตั้งใจนำเสนอความรู้และข่าวสารในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เว็บไซต์

คิว ประสานมิตร

ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40

เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์ บางนา

บ้านแบบ Luxury Duplex Home คือ เทรนด์การออกแบบบ้านที...

18 November, 2019

นิว โนเบิล ศรีนครินทร์-ลาซาล

โดยคอนเซปต์โครงการแนวนี้ได้รับความนิยมมากจากการพิสูจ...

12 November, 2019

พฤกษาวิลล์ กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่-วงแหวนฯ

พฤกษาฯ เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านการพัฒนาโครงการ...

5 November, 2019

โฮล์ม เอกมัย 22

HOLME EKKAMAI 22 อยู่ในย่านเอกมัยเหนือ ย่านที่มีบรรย...

1 November, 2019

วาลเด้น ทองหล่อ 8 & วาลเด้น ทองหล่อ 13

ในปีนี้ Boutique Developer อย่าง Habitat Group มีควา...

29 October, 2019