วิธีเปลี่ยนห้องนอนให้กลายเป็นออฟฟิศสุดเก๋ (Ways to convert bedroom into office)

Propholic EditorialTeam 13 August, 2019 at 15.47 pm

จากบทความนี้ วิธีแก้ไขรถติด รถไฟฟ้าแน่น คือ WORK ANYWHERE ไม่ต้องออกจากบ้านไปทำงานในเมือง ใช้ชีวิตแบบ FREELANCE & DIGITAL NOMAD https://propholic.com/prop-talk/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94-%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81/

เทรนด์การทำงานที่ไหนก็ได้ หรือ Work Anywhere นั้นกำลังเติบโตมากขึ้นในยุค Digital age แบบนี้ เพราะแค่มีคอมพิวเตอร์ มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำงานได้แล้ว และตัวเลือกแรกๆ ที่คนทำงานสไตล์นี้มักจะเลือกก็คือทำงานในบ้านหรือในห้องคอนโดมิเนียมของตัวเองนั่นเอง

 

แต่หากคุณไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่อันประกอบไปด้วยหลายห้องในตัวแล้ว การจะเลือกแบ่งห้องสักห้องมาทำเป็นออฟฟิศก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่ใช่น้อย และสำหรับคนที่อยู่อะพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่จำกัดก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนมุมพักผ่อนมาเป็นมุมทำงานไม่ได้เสียที่ไหนกันล่ะ

มาดู 9 วิธีเนรนิตห้องนอนให้กลายเป็นออฟฟิศในบ้าน(หรือในคอนโด) แบบง่ายๆ ตามขั้นตอนเหล่านี้

 

1. สร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน

กฎข้อแรกเมื่อต้องการสร้างห้องนอนให้กลายเป็นออฟฟิศ คือ การพยายามคุมบรรยากาศไม่ให้เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากจนเกินไปไม่ว่าจะห้องนอนหรือห้องทำงาน ให้พยายามหาจุดที่พอดีระหว่างสองสิ่งนี้แล้วดึงมันออกมาใช้ ด้วยการสร้างบรรยากาศให้รู้สึกอบอุ่น น่าใช้สอย น่าทำงาน น่าพักผ่อนเมื่อต้องรองรับแขกหรือนอนพักผ่อน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถจุดประกายความคิดและสร้างพลังในการทำงานได้ระหว่างวันได้ด้วย

 

2. เลือกเตียงให้เล็กลง

การมีเตียง King Size ตั้งเด่นหราอยู่กลางห้องจะให้ความรู้สึกถึงการเป็นห้องนอนมากกว่าห้องทำงาน ดังนั้นให้ลองมองหาทางเลือกอื่นๆ เช่น Murphy bed หรือเตียงที่พับซ่อนขึ้นไปเป็นชั้นเก็บของหรือกำแพงได้ในขณะที่ไม่ใช้งานและกางออกมาเมื่อต้องการนอนหลับพักผ่อน หรือจะเป็นโซฟาที่สามารถปรับออกมาเป็นเตียงนอนได้ อีกทั้งการมีโซฟายังมีข้อดีในเวลาที่ต้องการนั่งพักอ่านหนังสือหรือใช้เป็นพื้นที่สำรองเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือน

 

3. ใช้โต๊ะและเก้าอี้ง่ายๆ ไม่หวือหวา

อย่าทำให้ห้องต้องกลายเป็นคอกทำงานในบริษัทที่ตึงเครียดจริงจังด้วยการมีโต๊ะตัวใหญ่และเก้าอี้ล้อเลื่อนรุงรัง ลองเปลี่ยนมาเป็นโต๊ะที่ขนาดพอดีกับการวางแล็ปท็อปและอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานเท่านั้นและเก้าอี้ที่สบายพอสำหรับการนั่งทำงานได้ทั้งวัน เลือกตัวที่การออกแบบมีลักษณะโปร่งก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าห้องโล่งขึ้นได้เช่นกัน ในส่วนของเครื่องพรินเตอร์และแฟ้มเก็บเอกสารก็ควรวางให้เข้าที่เข้าทางอย่างมุมห้องหรือบนชั้นวางที่ให้ความรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของของตกแต่งมากกว่าการเป็นแค่ตู้เหล็กทึบๆ ไม่น่ามอง

 

4. เพิ่มโทรทัศน์สักหน่อย

การติดตั้งโทรทัศน์ไว้ในบริเวณพื้นที่ทำงานอาจจะฟังดูไม่เข้าท่าแต่มันสามารถช่วยให้คุณผ่อนคลายได้ในเวลาที่หัวตื้อระหว่างวัน เลือกขนาดสัก 24 นิ้วก็ถือว่าเกินพอและอย่าลืมใช้เป็นแบบติดผนังเพื่อหลีกเลี่ยงความเทอะทะด้วยล่ะ

 

5. จัดระเบียบด้วยชั้นวางของ

จัดเก็บสิ่งต่างๆ ให้เป็นระเบียบในพื้นที่แนวตั้งก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้รู้สึกว่าห้องมีพื้นที่กว้างขึ้น เก็บอุปกรณ์เครื่องใช้และหนังสือขึ้นตู้ไปให้หมดแล้วคุณจะเหลือพื้นว่างบนพื้นไว้ใช้ทำอย่างอื่นได้ สำหรับท่านที่มีเอกสารลับสำคัญที่ต้องจัดเก็บก็ไม่ควรลืมใส่กุญแจล็อคให้มิดชิด

6. อย่าให้พื้นที่ดูแน่นมากเกินไป

ที่จริงแล้วสิ่งสำคัญหลักๆ สำหรับการตกแต่งออฟฟิศในบ้านนั้นมีเพียง 5 อย่างเท่านั้น ได้แก่ เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางหนังสือ และตู้จัดเก็บเอกสาร หากพื้นที่มีจำกัดก็ไม่ควรฝืนยัดสิ่งใดเข้าไปเพิ่มอีก

 

7. เลือกไฟส่องสว่างให้เป็น

บางคนอาจนิยมติดตั้งไฟที่ให้แสงสว่างจ้าอยู่เหนือพื้นที่นั่งทำงานแต่ไฟในลักษณะนี้ไม่เป็นมิตรต่อบรรยากาศการนอนเสียเท่าไร หากมีไฟชนิดนี้แล้วอย่าลืมเพิ่มโคมไฟเล็กๆ สักตัวไว้ที่หัวเตียงหรือข้างโซฟาเพื่อใช้งานในเวลากลางคืนแทนไฟตัวหลัก หรือติดตั้งเป็นโคมไฟพัดลมติดเพดานที่มีรีโมทสำหรับปรับการใช้งานได้แม้ในขณะที่นอนอยู่บนเตียง

7. สบายๆ เข้าไว้

รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการตกแต่งอย่างพรม หมอนอิง หรือต้นไม้เล็กๆ สามารถช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่นและสะดวกสบายได้ในแบบของคุณ แต่ข้อควรระวัง คือ ไม่ควรใส่ของที่เป็นความชอบแบบเฉพาะตัวมากๆ จนอาจทำให้แขกผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลกกับคุณอย่างการวางอวดชุดตุ๊กตาโบราณหรือของสะสมแปลกพิสดาร

 

8. รักษาความเรียบร้อยอยู่เสมอ

เมื่อมีการใช้งานถึงสองลักษณะภายในห้องเดียวดังนั้นการจัดเก็บข้าวของต่างๆ ให้เรียบร้อยอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ ออฟฟิศในบ้านควรเอื้อให้คุณทั้งสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในตอนกลางวันและเป็นที่ที่ทำให้หลับสบายได้ในตอนกลางคืน ควรเก็บโต๊ะให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังใช้งาน หากระดานไม้มาแขวนไว้ที่ผนังสักแผ่นสำหรับแปะกระดาษโน๊ตต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง อุปกรณ์เครื่องใช้อย่างลวดเย็บกระดาษ ปากกา ไม้บรรทัด ควรเก็บไว้ในกล่องให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังใช้งานเสร็จ

 

เพียงเท่านี้ห้องนอนธรรมดาก็สามารถกลายเป็นออฟฟิศได้ง่ายๆ

ได้เวลาสวมวิญญาณนักออกแบบตกแต่งภายในแล้วไปลุยกันได้เลย!

 

#DigitalNomad #GigEconomy

 

แหล่งข้อมูลและภาพ

https://gigworker.com/home-office-guest-room/

https://unsplash.com/search/photos/home-office

Propholic EditorialTeam

เราคือทีมสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพจาก Propholic.com มุ่งมั่นตั้งใจนำเสนอความรู้และข่าวสารในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เว็บไซต์

คิว ประสานมิตร

ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40

เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์ บางนา

บ้านแบบ Luxury Duplex Home คือ เทรนด์การออกแบบบ้านที...

18 November, 2019

นิว โนเบิล ศรีนครินทร์-ลาซาล

โดยคอนเซปต์โครงการแนวนี้ได้รับความนิยมมากจากการพิสูจ...

12 November, 2019

พฤกษาวิลล์ กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่-วงแหวนฯ

พฤกษาฯ เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในด้านการพัฒนาโครงการ...

5 November, 2019

โฮล์ม เอกมัย 22

HOLME EKKAMAI 22 อยู่ในย่านเอกมัยเหนือ ย่านที่มีบรรย...

1 November, 2019

วาลเด้น ทองหล่อ 8 & วาลเด้น ทองหล่อ 13

ในปีนี้ Boutique Developer อย่าง Habitat Group มีควา...

29 October, 2019