บริษัทอสังหาฯ ไทยเราเอาไงต่อ? จับตาดู Vingroup จากอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์เวียดนามแผ่ขยายเข้าสู่ธุรกิจยานพาหนะและเทคโนโลยีการสื่อสาร

บริษัทอสังหาฯ ไทย เอาไงต่อ?

 

บทความนี้อยากจะพาทุกคนในวงการอสังหาฯ ไทยมาร่วมกันคิดว่า “อนาคตของพวกเราจะไปทางไหนต่อ” เราควรจะยึดมั่นในเส้นทางเดิมนี้ต่อไป ทำอสังหาอย่างเดียว หรือเราควรจะต่อยอดต่อกิ่งแยกออกไปข้างนอก ต้องทำอย่างอื่นได้แล้วหรือเปล่า คำถามนี้ผู้ที่ตอบได้ดีที่สุดคงจะเป็นผู้บริหารแต่ละบริษัท แต่ในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในลูกค้า นักลงทุนและเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของวงการอสังหาเราก็ควรจะมีคำตอบให้กับตัวเองด้วยครับ วันนี้เลยอยากพามาดูว่าที่เวียดนามเขาทำอะไรกันอยู่บ้าง สาเหตุที่เลือกเวียดนามมานำเสนอโดยไม่เลือกประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นเพราะว่าเมืองไทยก็ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนาและยังมีโอกาสที่จะเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ได้อยู่เสมอคล้ายเวียดนามครับ

 

หากเราติดตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน หนึ่งในประเทศที่น่าจับตามองนั่นก็คือเวียดนาม ปัจจุบันเวียดนามเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่หอมหวานสำหรับนักลงทุนต่างชาติทั้งเกาหลีใต้ ไทย ไต้หวัน และยุโรปด้วยนโยบายทางเศรษฐกิจที่เปิดกว้างต้อนรับการลงทุนหลากหลายทุกอุตสาหกรรม การปกครองที่เอื้ออำนวยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันเราเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ว่องไวของเวียดนามซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นในภาพของเขตเมืองใหญ่อย่างเมืองฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปภายในเวลาไม่กี่ปี แม้จะมีการพลิกโฉมใหม่เพราะเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาแต่นั่นก็อาจจะยังทำให้ท้องถิ่นบางส่วนยังไม่พร้อมที่จะเติบโต เกิดความอ่อนแอและมีความเสี่ยงอาจทำให้เกิดความไม่ยั่งยืนขึ้นมาได้ ซึ่งประเด็นเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่กลุ่มธุรกิจเวียดนามต่างๆ และรัฐบาลเวียดนามยังคงต้องฝ่าฟันกันต่อไป

 

Propholic เคยเขียนบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเวียดนามมาบ้างแล้วลองคลิกไปติดตามอ่านได้ที่นี่ครับ https://propholic.com/tag/vietnam/


Vingroup หนึ่งในทัพใหญ่จากเวียดนาม

ประเทศจะก้าวพัฒนาไปไม่ได้ถ้าภายในประเทศไม่มีกลุ่มธุรกิจใหญ่ที่เป็นเสมือนทัพหน้าในการเป็นผู้บุกเบิกและร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่จึงมีความสำคัญขึ้นมา สำหรับในเวียดนามหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจก็คือ Vingroup ครับ เพราะเป็นบริษัทที่มีการกระโดดข้ามวงการที่น่าจับตาและหนึ่งในธุรกิจแกนหลักก็นำด้วยเทคโนโลยีซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธที่เอาไว้ต่อสู่การโลกการค้าในยุคปัจจุบัน

 

แรกเริ่มเดิมที่ก่อนที่จะมาเป็น Vingroup มาจาก Technocom Group ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1993 ที่ประเทศยูเครนโดยคนรุ่นใหม่ไฟแรงชาวเวียดนามมาก่อน หลังจากนั้นในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 Technocomก็โบยบินกลับสู่ประเทศเวียดนามโดยมุ่งเน้นการลงทุนธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยมีแบรนด์ดังได้แก่ Vinpearl และ Vincom ต่อมาในปี 2012 บริษัท Vincom และ Vinpearl ได้ควบรวมกิจการดำเนินการอย่างเป็นทางการภายใต้รูปแบบของกลุ่มด้วยชื่อ Vingroup

 

Vingroup เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียด้วยมูลค่าตลาดเกือบ 16 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดำเนินธุรกิจหลากหลายวงการ ได้แก่ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ ความบันเทิง การแพทย์ ค้าปลีก การศึกษา เกษตร อุตสาหกรรมหนัก และเทคโนโลยี

 

Vingroup จากเดิมที่เคยเน้นไปที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สร้างโครงการที่อยู่อาศัยมามากมายโดยมีแบรนด์ดังว่า VinHomes เป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมในเขตเมืองใหญ่ และ VinPearl เป็นแบรนด์ที่อยู่อาศัยในเมืองพักผ่อนตากอากาศ โครงการกระจายอยู่ทั่วประเทศทั้งเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ ฮานอย ดานัง ญาจาง

 

ภาพโครงการ VinHomes Central Park

ภาพจาก http://residences.vinhomes.vn/central-park/en/

 

Vingroup กับการทะยานสู่วงการผลิตยานพาหนะ

ปัจจุบัน Vingroup ขยายธุรกิจเพิ่มในวงการอุตสาหกรรมหนัก ผลิตยานพาหนะโดยใช้แบรนด์ VinFast มีทั้งการผลิตรถยนต์ ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ที่ Hai Phong เปิดทำการในเดือนมิถุนายนปี 2019 นี้  และล่าสุด VinFast ก็เปิดตัวรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้ารุ่นแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน การเติบโตของกลุ่มบริษัท Vingroup ซึ่งการขับเคลื่อนในลักษณะนี้จึงเป็นหนึ่งในความหวังของประเทศเวียดนามและอาจจะช่วยให้รัฐบาลเวียดนามบรรลุเป้าหมายในการเป็นประเทศอุตสาหกรรมอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2020 ได้

ภาพจาก https://vinfast.vn/vi/nha-may-o-vinfast-se-chinh-thuc-khanh-thanh-vao-thang-62019

 

ขณะนี้ VinFast ขายรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแล้วทั่วประเทศเวียดนาม ชื่อรุ่น Klara ซึ่งออกแบบให้มีสไตล์ของรถมอเตอร์ไซค์อิตาลีในตำนานอย่างเวสป้า สวยงาม ผลิตอย่างดี สามารถวิ่งได้ถึง 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และมีระบบใช้งานง่ายและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งาน เช่น สตาร์ทรถและล็อครถด้วยสมาร์ทโฟน ค้นหารถด้วย GPS เป็นต้น

ภาพจาก https://xemaydien.vinfast.vn/product.html

สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่น Klara นี้ก็พบเจอปัญหาเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ผลิตในประเทศเวียดนาม เพราะยังคงต้องพึ่งพาชิ้นส่วนและเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพราะภายในเวียดนามเองยังขาด Supply Chain ในวงการอุตสาหกรรมยานพาหนะอยู่ แต่ยังดีที่มีการร่วมมือกับบริษัทยุโรปต่างๆ รวมกว่า 20 บริษัท เช่น BMW, Robert Bosch และ Siemens ให้ความช่วยเหลือ Vingroup พา VinFast นำเสนอ Klara ออกสู่ตลาดได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งปีหลังจากประกาศแผนการขยายสู่ธุรกิจยานยนต์เพื่อปูทางไปสู่การเป็นรถยนต์แห่งชาติ กรณีแบบนี้ทำให้เห็นว่าการจะก้าวเข้าสู่เป็นประเทศอุตสาหกรรมเต็มตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายหรือทำได้รวดเร็วแต่ต้องได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผู้ที่มีประสบการณ์เคยทำมาก่อนคอยช่วย

 

บริษัทในเวียดนามกำลังก้าวต่อไปสู่วงการเทคโนโลยี อนาคตใครจะเป็น Apple แห่งเวียดนาม?

 

ในเวียดนามปัจจุบันมีหลายบริษัทที่เข้าสู่วงการเทคโนโลยี เช่น

Bkav นำโดยนาย Nguyen Tu Quang หนุ่มนักธุรกิจซอฟต์แวร์ผู้เป็นเบื้องหลังของสมาร์ทโฟนสัญชาติเวียดนามเจ้าแรกที่ประสบความสำเร็จในด้านขายผลิตและขายภายในเวียดนาม หลังจากก่อนหน้านี้มีบริษัทเวียดนามหลายแห่งทำแล้วเจ๊งมาหลายราย Bkav ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ชื่อว่า Bphone ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบันออกมาถึงรุ่น Bphone 3 แล้ว Bphone ใช้แนวคิดที่คล้าย iPhone แต่มีงานดีไซน์ที่แตกต่าง สเปคที่ดี ขายในราคาที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีแนวทางการตั้งราคาที่ตรงใจลูกค้าเวียดนามบางกลุ่ม เช่น การตัดสินใจตั้งราคาโดยไม่ลดราคาไปตามกาลเวลาที่ออกสินค้าเพราะศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคมาแล้วว่าไม่อยากซื้อของแล้วด้อยค่าลง ส่งผลให้กลายเป็นแบรนด์สัญชาติเวียดนามแท้ๆ ที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง กลายเป็นหนึ่งผู้เล่นในตลาดสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองท่ามกลางการแข่งขันสูงในเวียดนาม ส่วนใหญ่แบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากชาวเวียดนามมักจะเป็นแบรนด์จากต่างประเทศ ได้แก่ iPhone, OPPO, Samsung ที่ได้รับความนิยมสูง และก็เพิ่งมี Huawei เริ่มมาตีตลาดเมื่อไม่นาน ถือได้ว่า Bphone มีที่ยืนอยู่ได้ก็นับว่าแกร่งสำหรับการเป็น Local Brand

 

Nguyen Tu Quang ประธานบริหารแห่ง Bkav

ภาพจาก https://laodong.vn/kinh-te/bkav-chuan-bi-len-san-chung-khoan-ceo-nguyen-tu-quang-so-huu-khoi-tai-san-ngan-ty-634114.ldo

 

ส่วน Vingroup ก็ไม่นิ่งเฉยต่อตลาดสินค้าเทคโนโลยีเช่นกัน ปัจจุบัน Vingroup ก็เข้าจู่โจมตลาดสมาร์ทโฟนโดยได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากผู้ผลิตต่างประเทศ ทางกลุ่ม Vingroup ร่วมมือกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟน BQ จากประเทศสเปนเพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนแบรนด์ Vsmart ซึ่งมีโรงงานผลิตที่ Hai Phong เมืองท่าที่อยู่ใกล้กับฮานอย นอกจากนี้ Vingroup ยังได้รับการช่วยเหลือจาก Qualcomm และ Google สำหรับการสร้างธุรกิจสมาร์ทโฟนในช่วงนี้อีกด้วย

 

ภาพจาก https://vsmart.net/en/

 

แต่ปัญหาของธุรกิจเทคโนโลยีแบบนี้อยู่ที่การพึ่งพาการนำเข้าวัสดุและชิ้นส่วนบางอย่างจากต่างประเทศ เช่น ต้องนำเข้าหน้าจอ แผงวงจรมาจากประเทศอื่น เพราะภายในประเทศเวียดนามยังผลิตไม่ได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังพอมองเห็นความหวังที่ดีขึ้นเพราะความร่วมมือกับรัฐที่จะช่วยดึงดูดบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยภาษีและสิ่งจูงใจอื่นๆ ให้เข้ามาผลิตภายในประเทศเวียดนาม แต่อย่างไรก็ตามแนวคิดแค่นี้อาจจะไม่ยั่งยืนมากพอเพราะถ้าหากเทคโนโลยีเปลี่ยนไป สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อไป มีผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า สิ่งที่เวียดนามจำเป็นต้องทำคือการเร่งถ่ายโอนเทคโนโลยีจากบริษัทใหญ่ไปยังบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมากกว่าแค่ให้รัฐบาลเสนอสิทธิพิเศษให้เฉพาะบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น นอกจากนี้ผู้บริโภคภายในเวียดนามเองยังมีความเชื่อมันต่อแบรนด์คำว่า Made in Japan, Thailand, South Korea มากกว่า Made in Vietnam เสียอีก ซึ่งปัญหานี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาให้ไม่เกิดอคติแบบนี้

 

ประเด็นที่อยากชวนคิดคือ เพราะอะไรบริษัทที่เคยทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดูมีความมั่นคงอยู่แล้วอย่าง Vingroup กลับก้าวออกมาทำธุรกิจหลากหลายนอกวงการของตัวเองเพื่อคว้าโอกาสอื่นๆ ที่ยังคงมีในตลาดภายในประเทศของตัวเอง และทำไม Bkav ถึงมีความมั่นอกมั่นใจอย่างแรงกล้าที่จะผลักดันสินค้าเทคโนโลยีที่ผลิตภายในประเทศให้เป็นที่ยอมรับสำหรับผู้บริโภคภายในประเทศด้วยกันเองท่ามกลางสมรภูมิจากกองทัพใหญ่นานาประเทศที่ถาโถมเข้ามาในเวียดนามและ Bkav ยืนหยัดอยู่กับลูกค้าได้อย่างไร

 

ผู้เขียนจึงอยากฝากคำถามไปถึงบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทยว่าเราควรจะยังอยู่ในธุรกิจอสังหาฯ อย่างเดียวต่อไปหรือไม่ หรือว่าเราควรสยายปีกโบยบินออกไปสู่ธุรกิจอื่นๆ เพื่อบริหารความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากแรงกดดันต่างๆ ในอนาคตที่จะมีผลต่อวงการอสังหาฯ ในระยะยาว

 

ที่มา:

https://asia.nikkei.com/Business/Business-trends/From-bikes-to-phones-Made-in-Vietnam-grows-with-foreign-help

http://vingroup.net

https://vinfast.vn/vi/nha-may-o-vinfast-se-chinh-thuc-khanh-thanh-vao-thang-62019

http://www.bkav.com.vn/bphone/made-in-vietnam/view/-/chi_tiet/608904/ceo-nguyen-tu-quang-neu-thay-%C4%91oi-%C4%91inh-kien-viet-nam-se-tro-thanh-cuong-quoc-ve-cong-nghe

 

https://www.voathai.com/a/vietnam-smartphone-tk/4921253.html



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

บรรณาธิการสื่อเกี่ยวกับการศึกษา และ Blogger ผู้มีผลงานการวิเคราะห์ด้านอสังหาฯ มามากกว่าร้อยบทความ ยังเป็นผู้สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ชอบใช้ชีวิตแบบ Digital Nomad รักการเดินเท้าและเลือกใช้ขนส่งมวลชนสำรวจความเปลี่ยนแปลงของทำเลสถานที่ผ่านมุมมองการเข้าใจมนุษย์ นอกจากนี้ยังเป็น Active Citizen ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาเมืองผ่านงานเขียนและเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมรัฐกับประชาชน เป้าหมายระยะยาวต้องการเห็นคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคม ติดตามผลงานได้ที่ https://matttortong.weebly.com

เว็บไซต์

Nomadlist.com จัดอันดับ Top 10 เมืองไทยน่าอยู่น่าทำงานสำหรับชาว Digital Nomad

Digital Nomad คำนี้คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยมากนัก แต่จริงๆ ก็มีความใกล้เคียงกับงานฟรีแลนซ์ แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว เรามาทำความรู้จักคำว่า Digital Nomad กันก่อนดีกว่า อ่านต่อ




ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (3: Privacy & Sustainability)

หากนิยามความหรูหราของคุณต้องมาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวที่มากกว่าปกติ The Residences at M... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (2: Signature Design)

ด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงที่คึกคัก ติด ICONSIAM และเป็นศูนย์รวมเรื่องราวทาง... อ่านต่อ

ที่สุดของ The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok (1: One of a kind Branded Residences)

สำหรับเหล่านักเดินทางเหนือระดับที่มองหาที่พักอาศัยสุดหรู อันจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การ... อ่านต่อ

ใช้อารมณ์ในการเจรจาต่อรองอสังหา ช่วยทำให้ถือไพ่เหนือกว่า หรือว่า พลาดท่ากันแน่? Emotions in Real Estate Negotiations

ในสนามแห่งการเจรจาต่อรองไม่ว่าในเรื่องใด ใครๆ ก็อยากให้ผลประโยชน์มาตกอยู่ที่ฝั่งของตนเอ... อ่านต่อ