คนวัย Millenials เอาตัวรอดอย่างไรในยุคเศรษฐกิจถดถอย?

Propholic EditorialTeam 13 January, 2020 at 11.14 am

ความแน่นอนที่สุดอย่างหนึ่งบนโลกมนุษย์ก็คือความไม่แน่นอน สภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์ตลาดก็เช่นกัน กลุ่มคนที่เกิดในช่วงต้นของชาวมิลเลนเนียล (Millenials คือคนที่เกิดช่วงปีค.ศ. 1981-1996) ก็ไม่สามารถควบคุมจังหวะเวลาที่ตัวเองต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เช่นกัน ย้อนกลับไปเกือบสิบปีที่แล้วในปี 2010 อันเป็นช่วงเวลาที่พวกเหล่าชาวมิลเลนเนียลในยุคแรกๆ ทยอยจบการศึกษาและต้องก้าวสู่ตลาดแรงงานที่ไม่พร้อมต้อนรับพวกเขาเท่าไรนักจากภาวะผลกระทบหลังวิกฤติเศรษฐกิจในอเมริกา เส้นทางชีวิตของคนจำนวนไม่น้อยต้องผิดเพี้ยนไปจากที่เคยวาดฝันไว้เมื่อครั้งยังเยาว์วัย

Nick Walstra ทนายความประจำรัฐโอไฮโอวัย 37 ปีที่ปัจจุบันมีความมั่นคงทางหน้าที่การงานกับทางรัฐบาลได้ก้าวผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายในช่วงสิบปีที่ผ่านมาเช่นกัน ย้อนไปเมื่อปี 2007 ที่เขาตัดสินใจเข้าศึกษาด้านกฎหมาย Walstra ยอมรับว่าเขาไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตในปัจจุบันชีวิตจะออกมาเป็นรูปร่างหน้าตาเช่นนี้

เขาจบการศึกษาในปี 2010 ที่อัตราการว่างงานของคนในประเทศอยู่ที่ 9.6% เขาตระหนักได้ว่าไม่มีสายอาชีพไหนที่จะรอดพ้นจากผลพวงทางวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ เวลานั้นเขาขอให้ได้งานก็พอ ไม่จำเป็นว่าจะต้องตรงสายกับที่เรียนมาก็ได้ ที่ผ่านมาบริษัทต่างๆ มีการเลย์ออฟนักกฎหมายไปแล้วในจุดต่ำสุดของช่วงวิกฤติเศรษฐกิจรวมแล้วมากกว่า 40,000 คนระหว่างธันวาคม 2007 ถึง ตุลาคม 2009 อ้างอิงข้อมูลจาก UCLA Law Review  และ14,000 คนระหว่างมกราคมปี 2008 ถึง มกราคม 2010 อ้างอิงข้อมูลจาก Fordham Law Review

Nick Walstra เล่าว่าในช่วงแรกเขาต้องเข้าทำงานชั่วคราวในตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่ทนายความ จากนั้นก็ไปทำงานกับองค์กรไม่แสวงผลกำไร แม้กระทั่งโทรเจาะไปยังพ่อของ “แฟนเก่า” ที่ทำงานอยู่ในแวดวงและได้งานกับหน่วยงานรัฐในที่สุด

 

ทางด้าน Emily Ku ผู้จบการศึกษาในปี 2007 ก็ประสบชะตากรรมแห่งความเครียดและความไม่แน่นอนจากวิกฤติทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน Emily Ku จบทางด้านการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์และได้งานที่บริษัทแห่งหนึ่งด้วยค่าตอบแทน 35,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (จากค่าตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ 45,725 ดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงข้อมูลจาก NACE’s Salary Survey) เธอเองก็มีความหวาดกลัวและวิตกกังวลกับสถานการณ์อันเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นจึงยอมรับข้อเสนองานด้วยผลตอบแทนจำนวนเท่านี้ไปหลังจากที่ตกงานมาเป็นเดือน แม้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางไปทำงานหนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อครั้งและถูกสั่งให้ทำงานที่นอกเหนือไปจากหน้าที่หลัก เช่น เตรียมอาหารกลางวันให้ลูกของเจ้านาย แต่เธอก็ยังรู้สึกว่ามันยังดีกว่าการไม่มีงานทำเลยแบบเพื่อนๆ ของเธอ

ทั้งสองคนนี้เป็นตัวอย่างของรุ่นพี่ยุคมิลเลนเนียลที่ก้าวเข้าสู่ตลาดงานในวันที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่เป็นใจ ทั้งอัตราการว่างงานสูง เงินเดือนต่ำและยังมีหนี้จากการศึกษางอกเงยขึ้นทุกวันมาสร้างความกดดันและความเครียดให้เพิ่มขึ้น

 

Nick Walstra รู้สึกว่าความถดถอยทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพและการเงินของเขาใน 10 ปีถัดมาพอสมควร เขาหวังว่าตัวเองจะสามารถใช้หนี้ที่กู้ยืมเรียนได้หมดอย่างรวดเร็วและเริ่มต้นลงทุนอะไรสักอย่าง แต่ในความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ความเลวร้ายทางเศรษฐกิจผลักให้เขาห่างออกไปจากความหวังในด้านการลงทุน มันดูมีความเสี่ยงจนเกินไป ฐานะการเงินภาคครัวเรือนในอเมริกาลดลงไป 40% ระหว่างปี 2007 ถึง 2013 Nick Walstra หันมาให้ความสนใจกับการจัดการเงินออมเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินเพื่อให้ตัวเองมีเงินสดสำรองเพียงพอหากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น มันดูเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขาในตอนนั้น แม้ว่าเมื่อมองย้อนกลับไปในตอนนี้จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่วิธีที่ฉลาดนัก หากย้อนเวลากลับไปได้เขาหวังว่าตัวเองจะเริ่มต้นในการลงทุนได้เร็วกว่านั้นเพราะเขาได้รู้แล้วว่าสุดท้ายสถานการณ์ต่างๆ มันจะคลี่คลายลง

 

การตัดสินใจพักมือการลงทุนในตอนนั้นหมายถึงการพลาดโอกาสในการร่วมลงทุนในตลาดกระทิงอันร้อนแรงในประวัติศาสตร์ หุ้นใน S&P 500 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นสี่เท่าตั้งแต่ช่วงมีนาคม 2009 หลังจากการตกต่ำถึงขีดสุด หุ้นดีดตัวขึ้นมาให้ผลตอบแทนรวม 17.8% ใน 10 ปีต่อมา หมายความว่าหากลงทุน 1,000 ดอลลาร์ใน S&P 500 เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างมูลค่ากลายเป็น 4,300 ดอลลาร์ได้ในปัจจุบัน

 

Nick Walstra สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เริ่มลงทุนกันตั้งแต่วันนี้เพื่อที่จะได้ไม่พลาดโอกาสจากผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแม้ว่าจะมีความกังวลกับภาวะความถดถอยทางเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในเร็วๆ นี้ และนี่ก็สอดคล้องกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน

 

ทางด้าน Emily Ku เธอถูกเลย์ออฟจากงานแรกหลังจากทำงานที่นั่นได้สามปีครึ่ง (ช่วงเวลาเดียวกับที่ Nick Walstra เรียนจบ) ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เธอตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทไปพร้อมๆ กับการทำงานเพื่อไม่เป็นการเพิ่มหนี้สินให้แก่ตัวเอง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะช่วยให้เธอหางานใหม่ที่ดีได้อย่างง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบันเธอกลายเป็น Project Manager ประจำที่ California Society of CPAs ตำแหน่งงานแสนรักของเธอ

 

คำแนะนำที่ Emily Ku อยากฝากไว้ให้แก่คนรุ่นใหม่คือ ให้ทำการบ้านเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนในสายงานของตัวเองและกล้าที่จะเจรจาต่อรองไม่ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร และรู้จักเก็บออม ออม และออมเงิน เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า

 

สำหรับในประเทศไทย รุ่นน้องๆ ที่กำลังจะเรียนจบปี 2019-2020 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจมีปัญหารุมเร้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ รุ่นพี่ก็ขอเอาใจช่วยและให้ทุกคนเรียนรู้ความผิดพลาดจากรุ่นพี่ทั้งหลายเพื่อจะได้ไม่ทำผิดซ้ำกัน โชคดีน้า

 

แหล่งข้อมูลและภาพประกอบ

https://www.cnbc.com/2019/08/22/what-millennials-wish-they-knew-about-money-during-the-great-recession.html

 

https://www.naceweb.org/job-market/compensation/salary-trends-through-salary-survey-a-historical-perspective-on-starting-salaries-for-new-college-graduates/

 

 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับพฤติกรรมชาว Millenials

เมื่อคนรุ่นใหม่วัย Millennial ในอเมริกาและไทยไม่สนใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์อีกต่อไป

https://propholic.com/prop-globe/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2-millennial-%E0%B9%83%E0%B8%99/

 

Consumer Insight in South Korea อ่านใจกลุ่มคนซื้อบ้านวัย Millennial ในเกาหลีใต้ เขาคิดอะไรยังไงกัน

https://propholic.com/prop-globe/consumer-insight-in-south-korea-%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A/

 

ทำไม Gen Z อยากมีบ้านเป็นของตัวเองมากกว่าชาวมิลเลนเนียล

https://propholic.com/prop-globe/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1-gen-z-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87/

 

เกาะเทรนด์ใหม่ผู้บริโภคอสังหาฯ เมื่อคนไม่ได้ซื้อบ้านให้ตัวเองแต่ซื้อให้น้องหมาอยู่

https://propholic.com/prop-globe/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A0/

Propholic EditorialTeam

เราคือทีมสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพจาก Propholic.com มุ่งมั่นตั้งใจนำเสนอความรู้และข่าวสารในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุมแง่มุมต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งหวังขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เว็บไซต์

โนเบิล สเตท 39

ควินทารา คีเนท รัชดา 12

คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์ค

"KHUN by YOO inspired by Starck" คือเรื่องราวของความ...

11 January, 2020

คิว ประสานมิตร

ทำเลที่ตั้งของโครงการ Q Prasarnmit ถ้าดูในความ Prime...

30 November, 2019

ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40

IDEO MOBI SUKHUMVIT 40 (ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท 40) เป็...

29 November, 2019

เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์ บางนา

บ้านแบบ Luxury Duplex Home คือ เทรนด์การออกแบบบ้านที...

18 November, 2019

แซมพ์ บิลเดอร์ (SAMPS Builder) บริษัทรับสร้างบ้าน ที่มุ่งเน้นสร้างบ้าน สร้างอาคารทุกประเภท ที่มีมาตรฐานระดับสากล ส่งน้องใหม่ “คราวน์ (CROWN)” ลุยธุรกิจรับสร้างบ้าน หวังติดปีกให้ บ.แม่และธุรกิจในเครือ ก้าวสู่บริษัทรับสร้างบ้านอันดับต้นๆ ของไทย นำจุดแข็งด้านการออกแบบรูปแบบบ้านที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย พร้อมลุยสร้างแบรนด์ผ่าน online และ offline เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้านเองในระดับราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อความสะดวกสบายให้กับลูกค้า CROWN โดยเฉพาะ หวังยอดจองปีนี้ 500 ลบ. ยอดทำสัญญา 375 ลบ.

23 January, 2020