THE LINE Ratchathewi

  

เดอะ ไลน์ ราชเทวี


THE LINE แบรนด์คอนโดของแสนสิริ ที่ทำการร่วมทุนกับกลุ่ม BTS ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาด้วยจำนวนโครงการถึง 25 โครงการ โดยเปิดตัวมากับ The Line Jatujak Mochit และอีกโครงการที่เปิดตัวพร้อมกับประสบความสำเร็จอย่างสูง เรียกว่าเป็นที่ talk of the town ในวงการอสังหาฯอย่างมาก อีกทั้งยังเปิดตัวมากับราคาที่แพงที่สุดในแบรนด์ THE LINE ก็ต้องยกให้กับ THE LINE Ratchathewi ที่คว้าเอาพื้นที่ทำเลใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้าราชเทวีเพียง 250 เมตร แถมยังเป็นพื้นที่ที่มี demand ของกลุ่มผู้ใช้และผู้พักอาศัยที่หลากหลาย เรียกว่าครองทุกกลุ่มคนเลยก็ว่าได้ ทั้งนิสิต นักศึกษา และชาวต่างชาติ ที่เข้ามาทำธุรกิจ การค้า เรียน และท่องเที่ยว ในย่านสยาม ประตูน้ำ ราชเทวี และมีความต้องการในเรื่องของที่พักอาศัยแบบ Real Urban ที่เรียกว่าคัดสรรผู้อาศัยกระเป๋าหนักเลยก็ว่าได้ เพราะหน้านี้ แสนสิริเองก็เคยมีคอนโด PYNE by Sansiri ติดรถไฟฟ้าราชเทวี ที่ทำสถิติเป็นคอนโดที่ขายต่อได้ราคาดีมาหลายต่อหลายทอดแล้ว

เกริก บุณยโยธิน on July 23, 2018 at 12:24 pm

Prop score™: 4.2

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

THE LINE Ratchathewi

บริษัทผู้สร้าง

แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

สถานที่

ปากซอยเพชรบุรี 18

สถานีรถไฟ BTS

BTS ราชเทวี Distance 220 m.

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

1-2-0 ไร่

ชั้น

38 ชั้น

ยูนิต

231 ยูนิต

ที่จอดรถ

คิดเป็น 67% หรือ 154 คัน รวมจอดซ้อนคัน

ลิฟท์

ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว, ลิฟต์บริการ 1 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Lobby, Infinity Edge Pool ระบบเกลือ, Jacuzzi, สวน, ฟิตเนส, Outdoor Movie, ห้องสมุด + Sky Deck, Roof Top Garden


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโด High Rise/CONDO

studio

27.75 ตร.ม.

1 bedroom

32-34.75 ตร.ม.

2 bedroom

1 ห้องน้ำ : 49.25-54.75 ตร.ม., 2 ห้องน้ำ : 59-79.50 ตร.ม.

3 bedroom

2 ห้องน้ำ : 85 ตร.ม., 3 ห้องน้ำ : 105 ตร.ม.

Duplex

-

Penthouse

119.50 ตร.ม.

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.8 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

287,000 บาท/ตร.ม.

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

7.99 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

90 บาท/ตร.ม./เดือน

Sinking Fund fee

600 บาท/ตร.ม.

สร้างเสร็จ

คอนโดพร้อมอยู่

เว็บไซต์

https://www.sansiri.com/condominium/theline_ratchathewi/th/

1685


เพื่อนบ้าน Street View


พาชมโครงการที่หรูที่สุดของ THE LINE และย่านราชเทวี กับTHE LINE Ratchathewi

 

THE LINE แบรนด์คอนโดของแสนสิริ ที่ทำการร่วมทุนกับกลุ่ม BTS ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาด้วยจำนวนโครงการถึง 25 โครงการ โดยเปิดตัวมากับ The Line Jatujak Mochit และอีกโครงการที่เปิดตัวพร้อมกับประสบความสำเร็จอย่างสูง เรียกว่าเป็นที่ talk of the town ในวงการอสังหาฯอย่างมาก อีกทั้งยังเปิดตัวมากับราคาที่แพงที่สุดในแบรนด์ THE LINE ก็ต้องยกให้กับ THE LINE Ratchathewi ที่คว้าเอาพื้นที่ทำเลใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้าราชเทวีเพียง 220 เมตร แถมยังเป็นพื้นที่ที่มี demand ของกลุ่มผู้ใช้และผู้พักอาศัยที่หลากหลาย เรียกว่าครองทุกกลุ่มคนเลยก็ว่าได้ ทั้งนิสิต นักศึกษา และชาวต่างชาติ ที่เข้ามาทำธุรกิจ การค้า เรียน และท่องเที่ยว ในย่านสยาม ประตูน้ำ ราชเทวี และมีความต้องการในเรื่องของที่พักอาศัยแบบ Real Urban ที่เรียกว่าคัดสรรผู้อาศัยกระเป๋าหนักเลยก็ว่าได้ เพราะหน้านี้ แสนสิริเองก็เคยมีคอนโด PYNE by Sansiri ติดรถไฟฟ้าราชเทวี ที่ทำสถิติเป็นคอนโดที่ขายต่อได้ราคาดีมาหลายต่อหลายทอดแล้ว

 

การเป็นทำเลที่มีราคาแพงและเป็นที่ต้องการของหลายกลุ่มคน ส่วนหนึ่งก็เพราะ ราชเทวี เป็นทำเล ที่เป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเทพอย่างแท้จริง เพราะห่างจาก สยาม (Siam) หรือสถานีรถไฟฟ้าที่เป็นแม่แบบของสถานี Interchange ในปัจจุบัน เพียง 1 สถานี

แต่เนื่องจากพื้นที่ย่านราชเทวี โดยเฉพาะบนถนนพญาไทมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต รวมทั้งตอนการพัฒนารถไฟฟ้าสายแรก ทำให้ย่านราชเทวีบริเวณริมถนนพญาไท แทบจะไม่มีที่เปล่าที่เป็น Freehold ในการพัฒนาโครงการเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นหากจะมีคอนโดใหม่ๆขึ้นในย่านนี้ ก็ต้องไปพัฒนาบนถนนเพชรบุรี ช่วงฝั่งบรรทัดทอง หรือไม่ก็ฝั่งทางไปประตูน้ำ ชิดลม ที่ดูจะมีข้อดีข้อเสียต่างกัน อย่าง โซนราชเทวีตะวันตก หรือ ทางไปถนนบรรทัดทอง เป็นโซนแห่ง Residential Area มีอพาร์ตเมนต์ ร้านอาหารที่ถือว่าเป็นแหล่ง Street Food ที่เปิดทุกวัน แถมยังมีซอยที่สามารถทะลุไปยังมาบุญครอง จุฬาฯ สวนหลวงสแควร์ หรืออุทยาน 100 ปีจุฬาฯ ได้ แต่เหมาะสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ มากกว่า เพราะสภาพการจราจรถือว่าคล่องตัวมากกว่า แถมยังสามารถขึ้นทางด่วนด่านยมราชได้ภายในช่วงถนนเดียว

ส่วน โซนราชเทวีตะวันออก หรือทางไปประตูน้ำ โซนนี้ค่อนข้างคึกคักและพลุกพล่านมากกว่า มีผู้คนหลากหลายทั้งนักท่องเที่ยว นักเดินทาง เพราะเลยจากแยกราชเทวีไปสัก 4-500 เมตร ก็เป็นที่ตั้งของห้าง ร้าน โรงแรม อาทิ พันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำแพลตตินัม ร้านค้าย่านประตูน้ำ โรงแรม Hostel แถมพื้นที่ใกล้เคียงยังรายล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้าน café co-working space แบบสวยๆชิคๆ ทั้ง global brand และ local brand หลากหลายสไตล์ รวมทั้งยังรวมเอาโครงการ Mega Project มากมายไว้ที่ฝั่งนี้ ทั้งเส้นทางคมนาคมที่จะเป็น Transportation Center เป็นจุดเชื่อมต่อการคมนาคมทางรางสมัยใหม่ที่ผ่านกลางย่านธุรกิจมากที่สุด ทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้ม บนถนนเพชรบุรี รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้ง ที่เชื่อมจากสุวรรณภูมิ ไปยังดอนเมือง เชื่อมต่อกันที่สถานีพญาไท รวมทั้งอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ถึง 3 แห่ง คือ ASPIRATION One, JRK Tower และ Phayathai Complex ที่จะพลิกโฉมให้ย่านราชเทวี พญาไท เป็นย่าน Business & Lifestyle Complex ที่จะเพิ่มความเข้มข้นด้านธุรกิจ ผสานไปกับย่านการค้า ย่านแฟชั่น และศูนย์กลางชอปปิ้ง

 

อาคาร Phayathai Complex

อาคาร Aspiration one

ที่มาของข้อมูลและภาพข่าว http://www.crownproperty.or.th/public/upload/media/Annual%20Report/ANNUAL_REPORT_2016_Resized.pdf

อาคาร JRK

นอกจากทำเลของฝั่งบนแยกราชเทวีแล้ว แต่ละฝั่งของถนนก็มีผลต่อการเดินทางค่อนข้างมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะฝั่งทางไปประตูน้ำ ที่แต่ละฝั่งถนนย่อมมีผลต่อการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า หรือรถยนต์ส่วนตัว ถ้าจะให้บอกว่าฝั่งไหนสะดวกในการเดินทางมากกว่า ก็ต้องยกให้ฝั่งถนนเพชรบุรีขาวิ่งเข้าสถานีรถไฟฟ้า หรือฝั่งที่อยู่ติดกับสยามนั่นแหล่ะ เพราะไม่ว่าจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสถานีราชเทวี ทางขึ้นลงหลักก็อยู่ที่ถนนฝั่งนี้ และหากเดินทางโดยรถยนต์ ก็ง่ายและสะดวกกว่า โดยเฉพาะบนทำเลของ THE LINE Ratchathewi เพราะเป็นทำเลที่สามารถวนรถกลับมาที่เดิมได้ ไม่ว่าจะเดินทางมาจากทิศใด เช่น หากมาจากถนนพญาไท ไม่ต้องเลี้ยวเข้าถนนเพชรบุรี แต่ใช้ซอยศรีศุรุต บริเวณตีนสะพานหัวช้าง ลัดเลาะเข้ามาถึงด้านข้างโครงการ และสามารถใช้ทั้งประตูด้านข้าง หรือประตูด้านหน้าเข้าสู่โครงการฯได้โดยง่าย

 

หรือหากมาจากถนนพระรามที่ 1 ก็ใช้ทางลัดของสยามพารากอน เซนทรัลเวิลด์ ตัดมาสู่ถนนเพชรบุรีได้ รวมทั้งยังสามารถเดินไปสยามหรือพารากอน ผ่านซอยด้านหลังห้างได้เช่นกัน

และอีกความได้เปรียบของทำเล THE LINE Ratchathewi นอกจากการเดินทาง ก็ต้องยกให้กับวิวด้านทิศใต้ ที่โล่ง แบบโล่งตลอดกาล แตกต่างกับคอนโดอื่นๆที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี ที่โดนบีบมุมมองจากอาคารโดยรอบ เรียกว่าแค่ทำเลก็กินขาดแล้ว นี่โครงการฯยังจัดหนักจัดเต็มกับการออกแบบ วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ จนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสุดไฮเทค และความปลอดภัยระดับสูง ทั้งโครงการฯ สมกับราคาตารางเมตรละสามแสน แถมยัง Sold out ไปตั้งแต่ช่วงแรกๆ เหลือเพียงห้อง 2Bedroom หลุดดาวน์มาเพียงแค่ไม่กี่ห้อง

 

และหนึ่งในห้องหลุดดาวน์ที่โครงการฯตกแต่งให้ชมในห้องจริงเป็น 2Bedroom 2B-1 59 Sq.m.

ที่ชั้น 37 เป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยเพียง 3 ห้อง

โดยห้องตัวอย่างเป็นห้องหัวมุมอยู่สุดทางเดินทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นห้องหน้ากว้าง โครงการให้ประตูบานสูงจรดเพดาน พร้อม digital door lock

ที่ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของ Chanintr เป็นหลัก

ภายในห้องสูง 2.8 เมตร พื้นห้องปูด้วย engineering wood หน้าไม้สักสีน้ำตาลเข้มวางชิดทอดตัวยาวตามหน้ากว้างของห้อง

ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ พื้นที่ living area พร้อมครัวเปิด ที่ด้านหน้าติดทางเข้า

ถัดเข้าไปส่วนกลางยูนิตเป็นห้องนอนเล็กที่ด้านซ้ายติดอากาศ และห้องน้ำที่ด้านขวาของโถงทางเดิน ส่วนด้านในสุดเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำในตัว

พื้นที่ส่วนแรก เป็นพื้นที่ living ที่เปิดต้อนรับการกลับบ้าน พร้อมพื้นที่ครัวเปิด

ครัว built-in ที่ด้านขวาของทางเข้า แบ่ง space ด้วยการเปลี่ยนพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิกสีขาวครีม เข้าชุดกับเคาท์เตอร์ครัว

โดยแบ่งมุมผนังติดประตูทางเข้า เป็นพื้นที่เก็บรองเท้า และเก็บของได้ ซึ่งออกแบบให้เป็น furniture เข้าชุด เชื่อมต่อไปกับครัว

ส่วนครัว built-in เข้ามุม เต็มความกว้างแนวผนัง สูงจากพื้นจรดเพดาน

แบ่งเป็นพื้นที่วางตู้เย็น ที่ปลายสุดเคาท์เตอร์ครัว ติดประตูทางเข้า

ที่เคาท์เตอร์เข้ามุม แบ่งเป็นเคาร์เตอร์เตรียมและล้าง ที่โครงการฯให้อ่างล้างจานแบบฝังของ MEX

อีกฝั่งเป็นพื้นที่ทำครัว โครงการให้เตาไฟฟ้า 2 หัวของ smeg

ผนังกันเปื้อน โครงการให้เป็นหินแกรนิตดำเกร็ดทอง เช่นเดียวกับที่เคาท์เตอร์

พร้อมที่ดูดควัน built-in

เก็บเข้าชุดกับชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัวที่ด้านบนหน้าบานเป็นกระจก

ส่วนที่ด้านล่างเคาท์เตอร์ เป็นลิ้นชักเก็บอุปกรณ์ แบบแยกการใช้งาน

และเจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้าฝาหน้า

ด้านซ้าย เป็นตำแหน่งวางโต๊ะทานอาหาร

ที่ดัดแปลงเป็นโต๊ะทำงาน จิบชา กาแฟ ได้ สำหรับ 3 ท่าน

ด้านใน ติดระเบียงเป็นมุมพักผ่อน ดูทีวี หรือสำหรับกิจกรรมในครอบครัว

เป็นที่วางชุดโซฟาสำหรับ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง

ที่ผนังฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวี และเก็บของได้

เนื่องจากห้องนี้หันไปทางด้านทิศใต้ ที่เป็นวังสระปทุม จึงมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ระเบียงที่ไม่สามารถเป็นระเบียงโล่งได้ โครงการจึงออกแบบระเบียง 2 ชั้น double balcony

ที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง ไม่มีสิ่งกีดขวาง

และยังสามารถเปิดเชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่น ให้ใช้งานได้ต่อเนื่องเชื่อมกับพื้นที่ดูทีวี

หรือจะเปิดหน้าต่างรับลม ให้เป็นพื้นที่กึ่ง out door ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน

จากโถงทางเดิน ห้องแรกซ้ายมือ เป็นห้องนอนเล็ก ที่มาพร้อมกระจกเต็มเฟรม พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้ง เปิดรับลม ระบายอากาศ

โครงการฯให้ตู้เสื้อผ้า built-in เต็มแนวผนัง ที่ด้านซ้ายของประตูห้อง

ตรงกลางห้องโครงการฯวางเตียงเดี่ยว สำหรับ 1 ที่นอนไว้ให้

ที่ปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้

และบริเวณหัวเตียงติดหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เป็นมุมทำงาน

หรือเป็นมุมแต่งตัวริมหน้าต่างก็ได้

ฝั่งตรงข้ามห้องนอนเล็ก เป็นห้องน้ำ สำหรับห้องนอนเล็ก และสำหรับห้อง living

ภายในห้องน้ำ เลือกสรรวัสดุ ปูพื้นและเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า เป็น Granite misty grey แบ่งส่วนแห้งไว้ติดประตูทางเข้าซ้ายมือ

โครงการฯให้อ่างล้างหน้า แบบฝังเคาท์เตอร์ลอย พร้อมกระจกบานใหญ่ พร้อมชั้นวางของที่มุมขวาของห้อง

ถัดไปด้านขวาของอ่างล้างหน้า เป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมชั้นวางของที่ผนังเหนือศีรษะ

ส่วนพื้นที่ส่วนเปียกอยู่ที่ด้านขวาของห้อง กั้นด้วย shower glass

ภายในส่วนเปียก โครงการให้ Rain shower และ Hand shower ของ COTTO พร้อมที่ตั้งอุปกรณ์อาบน้ำที่มุมผนัง

สุดทางเดินเป็นห้องนอนใหญ่ ที่มาพร้อมกับกระจกบานใหญ่ เข้ามุม

ภายในห้องนอนใหญ่ ขวามือเป็นส่วนของห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำ แบ่งส่วนแห้งไว้ติดประตูทางเข้าขวามือ

โครงการฯให้อ่างล้างหน้า แบบฝังเคาท์เตอร์ลอย พร้อมกระจกบานใหญ่ พร้อมชั้นวางของที่มุมขวาของห้อง

ถัดไปด้านซ้ายของอ่างล้างหน้า เป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมชั้นวางของที่ผนังเหนือศีรษะ

ส่วนพื้นที่ส่วนเปียกอยู่ที่ด้านซ้ายของห้อง กั้นด้วย shower glass

ภายในส่วนเปียก โครงการให้ Rain shower และ Hand shower ของ COTTO พร้อมที่ตั้งอุปกรณ์อาบน้ำที่มุมผนัง

ผนังเข้ามุมด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำ โครงการฯ built-in ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของสูงจรดเพดาน แลออกแบบให้ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของพื้นที่

 

แม้กระทั่งฝาข้างตู้ ที่ออกแบบให้เป็นบานเปิด เป็นกระจกยาวพร้อมไฟ เหมาะสำหรับแต่งตัว เพราะภายในห้องได้รับทั้งแสงธรรมชาติ และมีไฟเฉพาะมุมแต่งตัวให้อีกด้วย

ติดหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เป็นที่ตั้งเตียง King Size พร้อมโต๊ะหัวเตียง

ที่ปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบแขวนผนัง

ที่built-inเป็นชุดชั้นวางของ วางหนังสือ ยาวจรดกระจกมุมห้อง

นอกจากวัสดุที่คัดสรรมาเฉพาะในแต่ละยูนิตแล้ว พื้นที่ส่วนกลาง ก็มากับสเปคที่หรูหราไม่แพ้กัน

 

ตั้งแต่สวนด้านหน้าทางเข้าโครงการ ที่ใช้เส้นสายเหมือนภาพวาด drawing ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากลายประแจจีน

(ชื่อเดิมของถนนเพชรบุรี) เชื่อมต่อกับเส้นแนวตั้งที่เป็นรูปด้านของอาคาร

โดดเด่นด้วยที่นั่งหินสีแดง Fusion Red Marble นำเข้าจาก Brazil ตัดกับ Black Galaxt Granite (Bookmatched)

รวมทั้งการนำ หิน Matrix Granite จากประเทศอิตาลี มาทำเป็น Building Façade ของอาคารที่ด้านหน้าทางเข้า

เชื่อมเข้าสู่โถง lobby สูงกว่า 4.20 เมตร

พื้นโถงลอบบี้ปูด้วย หินอ่อน Jaguar Pink

ภายใน lobby โดดเด่นด้วยผนัง หินอ่อน FEATURE WALL STATUARIO MARBLE สูงจรดเพดาน

และ OCHRE Modern Seed Cloud Chandelier

Chandelier ที่ทำด้วยมือ ผ่านกระบวนการเป่าแก้วทีละชิ้น นำเข้าจากอิตาลี

และเพิ่มสีสัน ความสนุกสนานด้วย Contemporary MT Rocker Chair by UK Ron Arad

ถัดจาก Lobby เป็นพื้นที่ Mailroom ที่ออกแบบให้หน้าบาน Mail box เป็นกระจกสลับลาร์มิเนทคุมโทนสีเดา เช่นเดียวกับโทนหลักของ lobby

ที่ Mail box สามารถเปิดได้ด้วย บัตร Rabbit ที่โครงการร่วมมือกับ BTS จัดทำให้เฉพาะลูกบ้านของ THE LINE

และเป็นบัตรเดียวที่ใช้เข้าออกโครงการ ขึ้นลงลิฟท์ ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งใช้ขึ้นรถไฟฟ้าได้ด้วย

แถมยังมีระบบฝากและติดตามพัสดุและจดหมายผ่านแอพพลิเคชันในสมาร์ทโฟน

ที่จอดรถทั้งอัตโนมัติ (16 คัน) และธรรมดารวมกัน 67% หรือ 157 คัน

พร้อม VDO door phone จากหน้าห้องนิติฯ ถึงลูกบ้าน กรณีมีแขกมา โดยที่ลูกบ้านไม่ต้องลงมาถึงที่ Lobby

 

รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัย Sansiri security system ที่ครบครันทั้ง Digital Fence, Face recognition, CCTV, Smart access QR code และทีม รปภ.ที่ผ่านการฝึกฝนจากทีมครูฝึก (SSI)

ส่วน Facility หลักของที่นี่มีด้วยกัน 3 ชั้น คือ ที่ชั้น 11, 31 และ 38

 

Facility หลักอยู่ที่ชั้น 11

แบ่งเป็น FITNESS ROOM ที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องออกกำลังกายครบครัน จาก Technogym BRAND

พื้นห้องเป็น Bolon ไวนิล สีน้ำตาล สลับขาว ปูเป็น pattern เดียวกับเพดานกระจก ที่เล่นเส้นสายพุ่งตรง

เชื่อมกับ pattern เพดานด้านนอก ริมสระน้ำ

ด้านหน้าฟิตเนส เป็น SWIMMING POOL With Jacuzzi ขนาด 22.00 x 5.00 เมตร ลึก 1.20 เมตร เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ

เชื่อมต่อกับ KID’S POOL สระว่ายน้ำเด็ก

มีมุมที่นั่งในสระน้ำ พื้นและผนังสระ ปูด้วยโมเสกหิน คุมโทนสีขาว

ไว้นั่งชมภาพยนตร์ กับ Starry Pool with Fibre Optic Lighting เป็นการออกแบบดวงไฟใต้น้ำ จำลองหมู่ดาวในทางช้างเผือก
ให้คนว่ายน้ำรู้สึกเหมือนแหวกว่ายอยู่ในอวกาศ

โปรเจคเตอร์กลางแจ้ง ที่สามารถเปิดปิด เพื่อใช้ชมภาพยนตร์กลางสระว่ายน้ำได้

และโดดเด่นกับแสงไฟใต้น้ำยามค่ำคืน ที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับลูกบ้าน THE LINE

มุมอาบน้ำล้างตัวก่อนลงสระ ออกแบบเป็นมุมกึ่ง outdoor

ใช้ระบบน้ำ rain shower

ที่ฝังเข้ากับผนังหิน Fusion Red Marble จาก Brazil

ภายในห้องน้ำ มีตู้ locker ที่ใช้ บัตร Rabbit ในการเปิดปิดเช่นกัน

รวมทั้งมีห้องสตรีมไว้ให้บริการ แยกชาย หญิง สามารถ sync กับ Bluetooth เพื่อสามารถเปิดเพลงได้ระหว่างอาบน้ำ โดยเสียงจะออกมาจากตัวฝักบัว

ที่ชั้น 31 มีพื้นที่ 3 ส่วน คือ Library and Co-Working Space , ห้อง Laundry และ Extended Outdoor Library

ห้อง Laundry ติดโถงลิฟท์ มีเครื่องซักผ้า พร้อม ตู้ Refund Machine นวัตกรรมการ recycle ของแสนสิริ

ส่วนพื้นที่ Library and Co-Working Space มีพื้นที่รวมโดยประมาณกว่า 147 sqm ภายในสูงกว่า 5.95 m.

แบ่งเป็นพื้นที่พักผ่อน รับแขก หรือนั่งชิลชมวิว กับมุมโซฟาตัวยาว

สามารถแบ่งเป็นมุมพื้นที่ส่วนตัวแยกได้อีก 4-5 กลุ่ม

ด้านในมีมุมนั่งทำงาน คุยงาน เสริมสร้างความโดดเด่นด้วยเก้าอี้ Designed พิเศษโดย Alexander Wang ดีไซเนอร์ระดับโลก

และ พื้นที่ Sound Dome ที่มีลำโพงส่วนตัวของตัวเอง แต่ไม่รบกวนผู้ใช้งานคนอื่นๆ

ที่ชั้นลอยเป็นพื้นที่ประชุมและทำงาน มีทั้งชุดโต๊ะนั่งทำงานเป็นกลุ่ม เคาท์เตอร์บาร์ บริเวณบันไดด้านหลังกรุด้วยหิน Dark Emperio

รวมทั้ง ห้อง Meeting Room 2 ห้องเล็ก ที่สามารถ เปิดเชื่อมเป็นห้องใหญ่ 1 ห้องได้ด้วย

สามารถจองผ่านระบบ home service application ของแสนสิริได้เลย

พื้นที่ Library and Co-Working Space มีประตูเชื่อมต่อสู่ Extended Outdoor Library

สวนที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องสมุด

มีพื้นที่ใช้งานเป็น Pavilion โครงสร้างเหล็ก

ภายในมีโต๊ะหิน และเก้าอี้ไม้จริง พร้อมปลั๊กไฟที่ใช้พลังงานสะสมจาก solar cell ที่ชั้น roof top

และโดดเด่นด้วยสนามหญ้าที่ยกระดับจากพื้นทางเดินที่ปูแกรนิตสีเทาเข้ม

เล่นระดับสู่ terrace เชื่อมวิวมุมกว้าง

และที่ชั้น 38 เป็น roof top garden

แบ่งเป็นปีกซ้ายและขวา พื้นที่ปีกซ้ายเป็น Green grass picnic สำหรับนั่ง นอนได้อย่างเอกเขนก

พร้อมกับวิวเมืองโดยรอบ และราวกันตกเป็นกระจกหนา เพื่อความปลอดภัย และเปิดมุมมองได้กว้าง

อีกด้านนึงเป็นสวนต้นไม้ใหญ่ พร้อมที่นั่งพักผ่อน

ที่เก้าอี้สีขาว ในเวลากลางคืนจะมีแสงไฟเพื่อความสว่างและยังสามารถใช้งานได้ด้วย

และมุมเดินเล่นในสวน รวมทั้งด้านบนติดตั้ง Solar Panel System เพื่อนำพลังงานไปใช้กับไฟ พื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 31

 

บทสรุปส่งท้าย กับอีกหนึ่งคอนโดที่พร้อมจะสร้างตำนานบทใหม่ที่ราชเทวี

 

เมื่อราวๆ 10 กว่าปีที่แล้ว เป็นยุคที่คอนโดใจกลางเมืองใกล้ BTS กำลังเริ่มที่จะบูม จากเสียงตอบรับเป็นอย่างดีของ Real Demand มากหน้าหลายตา ที่ล้วนแต่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีคอนโดอยู่ใกล้รถไฟฟ้า และ Value ในเชิง Capital Gain ที่น่าจะเพิ่มสูงขึ้นมากในอนาคต  แน่นอนว่าเมื่อมีความต้องการในการอยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นขนาดนี้ มีหรือที่บรรดานักลงทุนในขณะนั้นจะมัวรีรอ ปล่อยไว้ซื้อตอนโครงการสร้างเสร็จ และหากถามว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วมีทำเลไหนบ้างที่คอนโดเปิดใหม่มักจะขายดีจนทำสถิติ  Sold Out ในเวลาไม่นาน คำตอบก็น่าจะเป็น ราชเทวี

 

บริเวณสี่แยกราชเทวี ฝั่งถนนเพชรบุรีตัดใหม่ นับได้ว่าเป็นช่วงที่เริ่มมีการพัฒนาคอนโดก่อนเป็นจุดแรก ภายใต้การนำเจ้าตลาดขณะนั้นอย่างเอพี จากความสำเร็จของโครงการ บ้านกลางกรุง สยาม ปทุมวัน และ The Address Siam จากนั้นมาก็เริ่มมีดีเวลอปเปอร์หลายๆทยอยกันเข้ามาปักหมุดพัฒนาโครงการบนช่วงถนนพญาไท เพชรบุรีตัดใหม่ฝั่งประตูน้ำ จนถึงเพชรบุรีตัดใหม่ฝั่งบรรทัดทอง แต่จนมาถึงราวๆปี 2010 ประวัติศาสต์ของวงการซื้อขายคอนโดก็ได้จดจำชื่อของคอนโดสูง 42 ชั้น จำนวน 298 ยูนิต ติดบันได BTS สถานีราชเทวี ภายใต้การพัฒนาของแสนสิริ ว่านี่ คือศาสดาของคอนโดในย่านราชเทวี ที่มีชื่อว่า “PYNE by Sansiri” โครงการคอนโดแห่งนี้นอกจากจะเป็นคอนโดยุคใหม่แห่งแรกๆในกรุงเทพฯที่สร้างติดสถานีรถไฟฟ้าใจกลางเมืองชั้นใน อย่างจริงจังแล้ว ยังเป็นโครงการแรกของแสนสิริที่ทำสถิติที่น่าจดจำเอาไว้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการขายแบบ 1 Day Sold Out ในยุคที่ตลาดยังไม่เต็มไปด้วย Big Lot Investor หรือ Speculator ระดับ Entry Level รวมไปถึงการเป็นโครงการคอนโดแห่งแรกที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันเกินกว่า 3-4 รอบในห้องเดียว จนทุกวันนี้ราคาขายก็พุงทะยานติดจรวดจากราคาเริ่มต้นที่ราวๆตรม.ละ 130,000 บาท จนมาถึง 275,000 และ 3 แสนกว่าสำหรับบางห้อง! แน่นอนว่าจากความร้อนแรงดังกล่าว แฟนคลับของแสนสิริล้วนแต่ก็เรียกร้องให้แสนสิริกลับมาพัฒนาโครงการคอนโดที่ราชเทวีอีกครั้ง จนวันเวลาหมุนเวียนมาสู่ปี 2015 เมื่อแสนสิริประกาศความพร้อมที่จะพัฒนาโครงการคอนโดในย่านราชเทวีอีกครั้ง และณ วันนั้นเอง ชื่อของ PYNE 2 ก็กลับมาดังก้องอยู่ในหัวของใครหลายๆคน พร้อมกับความคาดเดาไปต่างๆนานาว่า PYNE 2 จะอยู่จุดไหนของราชเทวี ระหว่างหัวมุมสี่แยกราชเทวี หรือที่ตั้งของ Sale Gallery เก่าของโครงการ Ideo Q ราชเทวีและคำตอบก็คืออย่างหลัง เป็นการซื้อที่ไปโดยที่อนันดาฯยังอยู่ระหว่างการเช่าที่จากเจ้าของเดิมด้วยซ้ำ

ช่วงเวลา 5 ปีที่แสนสิริห่างหายไป กลับกลายเป็นว่าย่านนี้มีคอนโดน้อยใหญ่ จาก Big Name เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย ทั้งจากเอพี พฤกษาฯ TCC สยามนุวัตร MDE โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนันดาฯ ที่ปักหลักยึดเอาถนนเพชรบุรีช่วงแยกราชเทวีถึงชิดลม มาเป็นฐานที่มั่นหลักในการพัฒนาโครงการคอนโดแบรนด์คิวในย่านราชเทวี เมื่อเป็นเช่นนี้ จะมีที่ว่างตรงไหนให้แสนสิริแทรกเข้ามาอยู่ในตลาดได้…แต่ในที่สุดก็งัดเอาแต้มต่อที่สำคัญ 2 ด้าน ทั้งในเรื่องของทำเล และแบรนด์ เข้ามาเป็น Winning Strategy ในการพัฒนาโครงการที่มีชื่อว่า THE LINE RATCHATHEWI

จาก tagline “Location is Everything” ล้วนเป็นการบ่งบอกถึงจุดเด่นของแบรนด์ THE LINE ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ของแสนสิริในขณะนั้น ที่ดังเปรี้ยงปร้างไปทั่วทั้งเอเชีย จากการผนึกกำลังกันพัฒนาโครงการกับกลุ่ม BTS ที่กุมความได้เปรียบในเรื่องของที่ดิน เครือข่ายผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากฮ่องกง รวมถึงสื่อโฆษณาภายในรถไฟฟ้าทุกสถานีทั่วกรุงเทพฯ จึงไม่ใช่เรื่องจากที่แบรนด์ใหม่อย่าง THE LINE จะจุดติดและประสบความสำเร็จได้ระยะเวลาอันสั้น โดยที่ก่อนหน้านั้นก็มี THE LINE เพียงแค่ 2 ตัวที่ถูกส่งลงตลาดคือ THE LINE Jatujak – Mochit และ THE LINE Sukhumvit 71 ซึ่งถ้าวัดกันตามศักดิ์ศรีของทำเลแล้ว The Centre of Everything ดูจะเป็นสโลแกนที่ถูกสร้างมาเพื่อ THE LINE Ratchathewi โดยแท้ เพราะใครๆก็รู้ว่าย่านราชเทวีคือจุดศูนย์กลางของทุกไลฟ์สไตล์ในกรุงเทพอย่างแท้จริง

 

สำหรับผม ราชเทวีในวันนั้น ฮอตมากเพราะความเป็น Residential Area ของสามย่านยังไม่เกิดขึ้น เหมือนกับในยุคปัจจุบัน แต่เมื่อมีหลายโครงการคอนโดทยอยไปเปิดในบริเวณสามย่าน ก็ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อ absorption rate ของคอนโดในย่านราชเทวีที่ Demand การอยู่อาศัยคอนโดส่วนใหญ่ที่มาจากกลุ่มนักศึกษา และบุคคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันใกล้เคียง ด้วยจุดแข็งหลักก็คือเดินทางไปจุฬาฯได้ง่าย ใกล้สยาม ต้นตำรับแหล่ง Edutainment แต่ด้วยความที่ตรงนี้เป็นทำเลกรุงเทพชั้นใน ที่มีหลังบ้านเป็นสยาม พารากอน ถูกรายล้อมไปด้วย Landmark ชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง และยังมีที่ดินว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่มีเจ้าของเตรียมพัฒนาอยู่แล้ว ราชเทวี จึงถูก Rebranding อีกครั้ง เป็นการค่อยๆ Transform จากย่านที่มีความเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนในความเป็นย่านการค้าสาย Fashion มาเป็นย่าน Business District & Transportation hub มากขึ้น จากแผนการพัฒนาโครงการ Mixed Use ขนาดใหญ่ 3 แห่งคือ JRK Tower, Aspiration One และ Phayathai Complex รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจึงไม่น่าแปลกใจที่ถึงแม้ว่าดีมานท์บางส่วนจะหายไป แต่ก็ถูกเติมเต็มด้วยดีมานท์หน้าใหม่ ทั้งจากชาวต่างชาติ และบรรดานักธุรกิจชั้นนำที่พร้อมจะเข้ามาปักหลักทำการค้าในย่านนี้

ช่วงก่อนหน้าที่โครงการจะเปิดตัว โครงการคอนโดหลายๆแห่งบนย่านราชเทวีฝั่งประตูน้ำมักจะพกเอาจุดขายในเรื่องของวิวฝั่งทิศใต้ ที่น่าจะการันตีความโล่งจากสวนสีเขียวของวังสระปทุม ต่อเนื่องกับโรงแรมสยาม เคมปินสกี้ ไปได้ตลอด แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปกลับกลายเป็นว่าวิวสวยๆนั้นก็ได้ถูกอาคารอื่นมาเบียดบังทัศนียภาพบางส่วนไป ไม่ว่าจะเป็น Wish Signature I และ II ที่มีโรงแรมชาเทรียมมาเปิดทางฝั่งทิศใต้ หรือ Ideo Q ราชเทวี ที่มีโอกาสได้เห็นวิวสวยๆเพียงไม่ถึงปีก่อนถูก THE LINE Ratchathewi คว้าเอาวิวหลักล้านในฝั่งนี้ไป…เมื่อทั้งแบรนด์ ที่ตั้งโครงการอันเป็นที่สุดมาบรรจบกัน ก็เหลือเพียงจิ๊กซอว์ตัวเดียวที่จะทำให้โครงการ THE LINE Ratchathewi นั้นมีมูลค่าพอที่จะขายได้ในราคาที่ไม่ต่ำกว่าราคารีเซลของ PYNE และยังต้องเป็นราคาที่สูงที่สุดบนสี่แยกราชเทวี นั้นก็คือความประณีตในการคัดสรรวัสดุอันหรูหรามาประกอบเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่กว้างขวางมีเอกลักษณ์ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้พักอาศัยทั้ง 231 ยูนิตให้มากที่สุด (จนถึงปัจจุบันนี้ THE LINE Ratchathewi ก็ยังคงเป็นโครงการคอนโด High Rise ที่มีจำนวนยูนิตน้อยที่สุดในย่านราชเทวี)

ผลลัพธ์ก็คือแสนสิริ สามารถปิดการขายโครงการ THE LINE Ratchathewi ได้ทันทีที่เปิดตัววันแรก ทั้งๆที่มีราคาขายเริ่มต้นถึงราวๆตรม.ละ 250,000 บาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กลุ่มลูกค้าเก่ามีถึงแบรนด์แสนสิริ โดยเฉพาะคนที่เคยเป็นเจ้าของ PYNE ที่เชื่อเสมอว่า ที PYNE ยังราคาขึ้นไปตรม.ละสามแสนได้เลย แล้วทำไม THE LINE Ratchathewi ที่มีความหรูหรามากกว่า ใหม่กว่า เป็นส่วนตัวมากกว่า แถมทำเลราชเทวีก็กำลังจะพัฒนาไปสู่อีกขั้นของความเจริญ จะทำราคาเพิ่มขึ้นในแบบเดียวกันไม่ได้ ที่สำคัญก็คือผลพวงจากการเป็นพันธมิตรกับ BTS ทำให้แสนสิริได้รุกเข้าสู่ตลาด International Sale อย่างจริงจัง โดยยอดขายกว่า 20% ในช่วงวันเปิดตัวมาจากการไปเปิดขายที่ฮ่องกง จนได้ลูกค้าต่างชาติใหม่ๆเข้ามามากมาย ซึ่งทางแสนสิริเองก็ได้ต่อยอดโดยการไปเปิด Sansiri Sale Gallery อย่างเป็นทางการที่ย่าน Central ในฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว โครงการภายใต้แบรนด์ THE LINE จึงเป็นไม่กี่โครงการที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ จนปัจจุบันนี้ก็ยังขายรีเซลในหมู่ชาวต่างชาติได้อยู่เรื่อยๆ

กับราคาขายปัจจุบันที่อยู่ราวๆตรม.ละ 275,000 บาท อาจจะดูค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งรอบด้าน แต่ถ้าพิจารณาในแง่ของแบรนด์ ความเป็นส่วนตัว ความหรูหราของพื้นที่ส่วนกลาง และอนาคตของย่านราชเทวี ที่ล้วนส่งผลโดยตรงต่อราคาขายต่อของโครงการในอนาคตแล้ว เชื่อแน่ว่าจากนี้ไปอีกไม่กี่ปี THE LINE Ratchathewi ก็น่าจะเจริญรอยตามความสำเร็จในแง่ของ Capital Gain และ liquidity ของการขายต่อหลังโอน ที่มากไม่แพ้ PYNE เพราะแว่วๆมาว่าโครงการใหม่ในฝั่งเพชรบุรีด้านบรรทัดทอง และถนนพญาไทที่กำลังจะเปิดก็มีราคาที่สูงไม่น้อยหน้า THE LINE Ratchathewi แต่อย่างใด



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.2

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


The Hidden Potential: ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของกล้วยน้ำไท-สุขุมวิท 42 และการเติบโตของพระราม 4 ในอนาคตจะส่งผลต่อ Kluaynamthai Innovative Industries District อย่างไร

ย่านกล้วยน้ำไท-พระราม 4-สุขุมวิท 42 เป็นย่านที่น่าอยู่ที่มีศักยภาพซ่อนหลายเหตุผล ได้แก่ เดินทางสะดวกสบายเพราะเป็นย่านที่มีทางลัด มีถนนหนทางหลายสาย เช่น สุขุมวิท 40 และสุขุมวิท 42 ที่เชื่อมระหว่างสุ... อ่านต่อ




สร้างแต้มต่อที่มากกว่าในการขายคอนโดให้คนต่างชาติด้วย Foreign Quota กับห้องล๊อตสุดท้ายที่ Life Sukhumvit 62

สำหรับช่วงสุขุมวิทส่วนต่อขยายที่ถัดออกไปจากย่านอ่อนนุช แต่ยังไม่ถึงสี่แยกบางนา โครงการ ... อ่านต่อ

เผยรายละเอียดเบื้องต้น Ideo Q N7 คอนโดติดบีทีเอสสะพานควาย ที่หลายคนรอคอย

คอนโด 3 ตึกสูง 44+43+43 ชั้น 1,095 ยูนิต บวกร้านค้า 5 ยูนิต ใช้แบรนด์ IDEO Q แบรนด์รอง ... อ่านต่อ

Next Step of Ratchada เมื่อรัชดาแยกพระราม 9 กำลังจะถึงจุดสูงสุดแล้วอนาคตของรัชดาจะเป็นอย่างไรต่อไป

จุดเริ่มต้นของถนนรัชดาภิเษกที่แยกพระราม 9 นั้นรุ่งเรืองจนถึงใกล้ขีดสุดหลังจากที่มีโครงก... อ่านต่อ

สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย ร่วมกับ บริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด จัดงาน “อภิมหกรรมบ้าน-คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี 2018” ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 16 – วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระดมบ้านจัดสรร-คอนโดฯ มาลดสูงสุด พร้อมด้วยสินเชื่อบ้าน สุดร้อนแรงจากธนาคารชั้นนำ พลิกโฉมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในยุคดิจิทัลด้วยระบบ “Home event” สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวได้ครบทั้งงาน พบนวัตกรรม Home VR ให้เลือกชมบ้านตัวอย่างเสมือนจริง 360 องศา พร้อมลุ้นรับรางวัลทองคำหนัก 4 บาท เมื่อจองและทำสัญญาภายในงาน โดยได้รับเกียรติจาก คุณวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน ณ เวทีกลาง โซนเอเทรียม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์