เดอะ รีเซิร์ฟ พหล - ประดิพัทธ์

บ้านกลางเมือง คลาสเซ่

แอชตัน อโศก-พระราม 9

หรูที่สุดบนหัวมุมสี่แยกพระรามเก้า! พาชม...

เดอะ ไพรเวซี่ จรัญ - ราชวิถี สเตชั่

ย่านที่พักอาศัยเก่าแก่ ที่รายล้อมด้วย f...

โนเบิล อราวน์ สุขุมวิท 33

หากนึกถึงเจ้าพ่อแห่งคอนโดใจกลางเมือง ที...

ไลฟ์ วัน ไวร์เลส

ถนนวิทยุเป็นถนนเส้นที่มีศักยภาพสูงอยู่แ...

เดอะ ลอฟท์ สีลม

ยังไม่มีรีวิวโครงการนี้ คุณสามารถกดที่ ...

ASHTON ASOKE-RAMA9

  

แอชตัน อโศก-พระราม 9


หรูที่สุดบนหัวมุมสี่แยกพระรามเก้า! พาชมห้องตัวอย่างที่พร้อมสะกดทุกสายตากับ ASHTON ASOKE-RAMA9 อนาคต New CBD ของกรุงเทพฯ ที่กำลังเป็นที่จับตามอง มีเครือข่ายคมนาคม infrastructure พร้อมสมบูรณ์ และเป็นรูปธรรมมากที่สุดในช่วงเวลานี้ คงหนีไม่พ้นย่านพระราม 9 – รัชดาภิเษก ที่เป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ สร้างเสร็จใหม่ไว้มากมาย อาทิ อาคารสำนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, AIA Capital Center, สถานฑูตจีน และยิ่งมี Mega Project อย่าง The Grand Rama 9 ซึ่งนับว่าเป็น Mega Complex ที่มีโครงการทันสมัยรวมกันหลายอาคารบนพื้นที่มากกว่า 7 แสนตรม.ทั้งห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, และคอนโดมิเนียม โดยมีไฮไลท์ที่สำคัญนำโดยพระเอกอย่าง The Super Tower, G Tower, และโครงการชั้นนำอื่นๆ อาทิ The 9th Tower, The Shoppes Grand Rama 9, Unilever House, Central Plaza Grand Rama 9, Belle Grand Rama 9 และโรงแรม New World Grand Rama 9 ยังไม่รวมกับการที่แยกพระรามเก้าเป็นย่านที่ห่างจาก CBD ปัจจุบันอย่างอโศก เพียงแค่ 1 สถานีรถไฟฟ้า ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ ล้วนทำให้เชื่อว่าย่านดังกล่าวกำลังจะกลายเป็น New CBD ที่สมบูรณ์แบบที่สุดใน กทม.

เกริก บุณยโยธิน on July 30, 2017 at 12:03 am

Prop score™: 4.2

คะแนนรีวิว: 0.0

0 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

ASHTON ASOKE-RAMA9

บริษัทผู้สร้าง

Ananda Development PLC

สถานที่

แยกพระรามเก้า

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

MRT พระราม 9 Distance 230 m.

Airport Rail Link

ARL มักกะสัน Distance 520 m.,

สถานี BRT

-

พื้นที่

n/a

ชั้น

Building ALPHA 46 ชั้น, Building OMEGA 50 ชั้น

ยูนิต

599 ยูนิต

ที่จอดรถ

n/a

ลิฟท์

Building ALPHA 3 ตัว และ Service Lift 1 ตัว, Building OMEGA 3 ตัว และ Service Lift 1 ตัว

สิ่งอำนวยความสดวก

Building Alpha: Dean & Deluca Flagship Store, Swimming Pool, Jacuzzi, Fitness, Changing Rooms & WC, Sauna Room, Boxing*, Bike Simulator*, Functional Training Studio*, Sky Social Club, Balcony - Building Omega: Swimming Pool, Jacuzzi, Fitness, Changing Rooms & WC, Steam Room, Yoga Room**, Massage Room**, Cinema Room**, Co-Kitchen**, Co-Working Space, Balcony


    ประเภทยูนิต

ประเภท

คอนโด High Rise/CONDO

studio

-

1 bedroom

31.50-46.50 Sq.m.

2 bedroom

61-68.50 Sq.m.

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

-

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

2.85 เมตร

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

190,000

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

6.49 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

n/a

Sinking Fund fee

n/a

สร้างเสร็จ

คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2020

เว็บไซต์

http://www.ananda.co.th/register/ashton-asoke-rama9/

02-316-2222


เพื่อนบ้าน Street View


หรูที่สุดบนหัวมุมสี่แยกพระรามเก้า! พาชมห้องตัวอย่างที่พร้อมสะกดทุกสายตากับ ASHTON ASOKE-RAMA9

 

อนาคต New CBD ของกรุงเทพฯ ที่กำลังเป็นที่จับตามอง มีเครือข่ายคมนาคม infrastructure พร้อมสมบูรณ์ และเป็นรูปธรรมมากที่สุดในช่วงเวลานี้ คงหนีไม่พ้นย่านพระราม 9 – รัชดาภิเษก ที่เป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ สร้างเสร็จใหม่ไว้มากมาย อาทิ อาคารสำนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, AIA Capital Center, สถานฑูตจีน และยิ่งมี Mega Project อย่าง The Grand Rama 9 ซึ่งนับว่าเป็น Mega Complex ที่มีโครงการทันสมัยรวมกันหลายอาคารบนพื้นที่มากกว่า 7 แสนตรม.ทั้งห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, และคอนโดมิเนียม โดยมีไฮไลท์ที่สำคัญนำโดยพระเอกอย่าง The Super Tower, G Tower, และโครงการชั้นนำอื่นๆ อาทิ The 9th Tower, The Shoppes Grand Rama 9, Unilever House, Central Plaza Grand Rama 9, Belle Grand Rama 9 และโรงแรม New World Grand Rama 9 ยังไม่รวมกับการที่แยกพระรามเก้าเป็นย่านที่ห่างจาก CBD ปัจจุบันอย่างอโศก เพียงแค่ 1 สถานีรถไฟฟ้า ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ ล้วนทำให้เชื่อว่าย่านดังกล่าวกำลังจะกลายเป็น New CBD ที่สมบูรณ์แบบที่สุดใน กทม.

คลิกเพื่ออ่าน: ยกระดับการใช้ชีวิตของคุณให้สูงสุดเหนือใคร ที่โครงการ ASHTON ASOKE – RAMA 9 คอนโด Luxury แห่งแรก บนทำเลหัวมุมแปลงสุดท้ายของย่านธุรกิจใหม่ ที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ

 

และแน่นอนว่า การ Transform เป็น New CBD ใหม่ของ กทม ย่อมเป็นที่หมายตาของนักพัฒนาอสังหาฯ ทำให้ที่ดินส่วนใหญ่บนถนนพระราม 9 ถูกจับจองและพัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และคอนโดมิเนียม เพื่อรองรับดีมานท์จากกลุ่มคนทำงานที่มากมายมหาศาลในย่านนี้ และย่านอโศก จนเกือบหมด เหลือแต่เพียง ทำเลหัวมุมแปลงสุดท้ายบนแยกพระราม 9 ซึ่งปกติแล้ว พื้นที่หัวมุมถนนมักจะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งการมองเห็นและการเข้าถึง ส่วนใหญ่จึงถูกพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน น้อยนักที่จะพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย

 

แต่ทำเลแห่งคุณภาพก็ต้องมาคู่กับแบรนด์คุณภาพ อย่างอนันดาฯ ที่ได้ครอบครองพื้นที่ผืนสุดท้ายบนสี่แยกพระราม 9 เพื่อเปิดตัวแบรนด์คอนโดในระดับ Top of Hierarchy ของอนันดาฯอย่าง ASHTON กับโครงการ ASHTON ASOKE-RAMA9 (แอชตัน อโศก-พระราม 9)

แน่นอนว่าการใช้แบรนด์ ASHTON ย่อมต้องมาพร้อมกับความเป็นหนึ่ง ที่มักจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับตลาดในทุกๆครั้งที่เปิดตัวแบรนด์ ASHTON ทั้ง ASHTON Sukhumvit 38, ASHTON Asoke, ASHTON Chula – Silom, ASHTON Residences 41 ,ASHTON Silom และตัวล่าสุดคือ ASHTON ASOKE-RAMA9 ที่รวบรวมเอาความเป็นที่สุดของทุกด้านเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งเรื่องของงานดีไซน์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน พื้นที่ส่วนกลางแบบล้ำๆ รวมไปถึงที่ตั้งของโครงการที่มักจะอยู่ในจุดที่โดดเด่นที่สุดเหนือโครงการใกล้เคียง ให้ผู้ที่ได้อยู่อาศัยที่นี่ได้มีสุนทรียะแห่งการอยู่อาศัยที่ไม่เป็นสองรองใคร

ASHTON ASOKE-RAMA9 (แอชตัน อโศกพระราม 9) คือคอนโดระดับ Luxury Iconic Residences แห่งแรกและแห่งเดียวในแยก ที่มาพร้อมสโลแกนประจำตัว The Alpha and Omega” ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์อันเป็นที่หนึ่งของ ASHTON ASOKE-RAMA9 ตึกแฝดรูปทรงสุดล้ำสมัย แต่แฝงไว้ซึ่งสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตเหนือระดับ ที่ไม่ว่าใครก็ต่างถวิลหา บ่งบอกถึงความเป็นนิรันด์ของตึกทั้งสอง อันสื่อถึงจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบตัวอาคาร ที่ออกแบบงานสถาปัตยกรรมโดย A49 ซึ่งเป็นดีไซน์ล่าสุดที่ไม่เคยนำมาใช้กับโครงการอื่น เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับแบรนด์ ASHTON

 

ความเป็น The First & The Last ของ ASHTON ASOKE-RAMA9 ถูกถอดรหัสออกมา ด้วยการวางตัวอาคารเป็นตึกคู่ สะท้อนสัจจะวัสดุผ่านโทนสี และการคัดเลือกวัสดุในการก่อสร้างและตกแต่ง มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้นบนของทั้งสองอาคาร นับเป็นโครงการแรกที่มีส่วนกลางอยู่บนชั้นสูงที่สุดในย่านพระรามเก้า

 

และยังมีจุดเด่นที่ห้องพักทุกห้องเป็นห้องมุม ที่มาพร้อม Bay Window ทำให้ได้  Function แบบ 2 Style  “SKY LIVING ROOM ” และ “SKY BEDROOM” พร้อมมุมมองเปิดแบบ PANORAMIC  VIEW สูงสุด 270 องศา กับห้อง หน้ากว้างสูงสุด 13.5 เมตร ที่เปิดมุมมองสู่ทิวทัศน์เมืองภายนอก ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังมี Open Atrium โถงโล่งต่อเนื่องกันทุกๆ 10 ชั้นเพื่อถ่ายเทอากาศให้หมุนเวียนและสร้างสภาวะน่าสบายให้เกิดขึ้นภายในโถงอย่างมาก

 

ผสานการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ที่ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด THE FIRST URBAN OASIS ON RAMA 9 โดยบริษัท T.R.O.P ที่เนรมิตรพื้นที่สวนมากกว่า 1 ไร่ภายในโครงการ พร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครโดดเด่นทั้งผู้ใช้ภายใน และโดดเด่นจากมุมมองภายนอก ด้วยการแบ่งเป็นโซน Hi Light ต่างๆ ถึง 5 Concept สะท้อนความเป็น oasis หนึ่งเดียวของย่านพระราม 9

ASHTON ASOKE-RAMA9 ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3-3-77 ไร่ ใจกลางสี่แยกอโศก-พระราม 9 แบ่งเป็นอาคาร 2 อาคารวางตัวเฉียงเข้าหากัน ภายใต้คอนเซป Maximize panoramic master plan คือนอกจากที่ตั้งโครงการที่อยู่มุมถนนพระราม 9 มองเห็นได้อย่างโดดเด่นใจกลางย่าน CBD แล้ว ลักษณะการวางผังจะเน้นในเรื่องการหลีกเลี่ยงการบดบังทิวทัศจากอาคารโดยรอบและอาคารตัวเอง และเพื่อให้ได้มุมมองของทุกห้องพักสู่ทิวทัศเมืองภายนอกให้ได้มากที่สุด

 

ซึ่งตัวโครงการหันหน้าออกสู่ทิศเหนือ เป็นถนนพระรามที่ 9 ซึ่งมีสวนติดหัวมุมแยก และทางเข้าโครงการที่ถนนเส้นนี้ โดยตึก Omega อยู่ติดทางเข้าโครงการ จะมีความสูงอยู่ที่ 50 ชั้น สูงกว่าตึก Alpha ที่สูง 46 ชั้น อยู่ติดด้านถนนอโศก

ทั้งสองตึกมี Retail Shop อยู่ที่ชั้น G และชั้น2 โดย ASHTON ก็ได้คัดเลือกร้านค้าที่ตอบสนองวิถีคนเมือง ด้วยการลงนามสัญญานำร้าน DEAN & DELUCA ร้าน Iconic ที่มีต้นกำเนิดในย่านโซโหของมหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกามาเปิดอยู่ที่ตึก Alpha

ส่วนที่ชั้น Basement , ชั้น 3-8 ของตึก Alpha และชั้น 3-11 ของตึก Omega เป็น Automatic parking

 

พื้นที่ที่พักอาศัย สำหรับตึก Alpha เริ่มที่ชั้น 10-38 และ 42-43  ส่วนที่ตึก Omega เริ่มที่ชั้น 12-39 และ 43-47 โดยการออกแบบแปลนอาคารมีการคำนึงถึง Atrium Ventilation Corridor คือการออกแบบโถงทางเดินระหว่างทางไปห้องพัก ภายในอาคารให้มี Atrium โถงโล่งต่อเนื่องกันทุกๆ 10 ชั้น เพื่อเพิ่มการถ่ายเท ระบายอากาศ และเพิ่มความโปร่งโล่ง

 

ซึ่งแตกต่างจากทางเดินในคอนโดปกติทั่วไปที่เป็นทางเดินแคบๆแสงน้อย และยังมีส่วนของโถงนั่งเล่นที่เป็น double volume living area ของชั้นล่างสุดและบนสุดของ Atrium เป็นพื้นที่ถ่ายเทอากาศให้หมุนเวียนและสร้างสภาวะน่าสบายให้เกิดขึ้นภายในโถงอย่างมาก

 

 

ส่วนพื้นที่ส่วนกลางตึก Alpha อยู่ที่ชั้น 40-41 ตึก Omega อยู่ที่ชั้น 41-42 และ Roof Deck ที่ชั้น 46 และ 50 ตามลำดับ

 

ส่วนรูปแบบห้อง ออกแบบภายใต้แนวคิด All Corner Window unit with bay window

คือ ห้องพักทุกห้องเป็นห้องมุมทุกห้อง เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าต่างและเปิดมุมมองสู่ภายนอก รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มพื้นที่การหมุนเวียนถ่ายเทอากาศภายในห้อง และช่วยนำแสงธรรมชาติมาสู่ชีวิตประจำวัน ซึ่งจากการออกแบบให้ทุกห้องเป็นห้องมุม ทำให้มีdetailห้องทั้งสองตึกที่แตกต่างกัน

 

โดยที่ตึก Alpha มีทั้งหมด 14 Type แต่ละ Type มีชั้นละ 1 ห้อง คือ

A4 : 32.50 Sq.m. ห้อง size เล็กสุดของตึกนี้ 1 ห้องนอนที่แบ่งสัดส่วนห้อง living และห้องนอน เท่าๆกัน ได้ห้อง living เข้ามุม

A4M : 34.00 Sq.m. รูปแบบห้อง และสัดส่วนเหมือนห้อง  A4 : 32.50 Sq.m. แต่กลับแปลนซ้ายขวา และได้พื้นที่ living area เพิ่มขึ้น

 

B2 : 38.00 Sq.m. 1 ห้องนอน ภายในห้องเน้นพื้นที่ living ใหญ่ และเข้ามุม

B3 : 46 Sq.m. 1 ห้องนอน + 1 ห้อง function ที่สามารถเป็นห้องนอน ห้องดูหนัง หรือห้องทำงานได้แล้วแต่การใช้งาน เน้นพื้นที่ทุกส่วนเท่าๆกัน ได้ห้องนอนเข้ามุม และห้องน้ำแบบ double access

B4 : 40 Sq.m. 1 ห้องนอน เน้นห้อง living ห้องน้ำแบบ double access และ ห้องนอนเข้ามุม

B5 : 38.50 Sq.m. 1 ห้องนอนที่แบ่งสัดส่วนห้อง living และห้องนอน เท่าๆกัน ได้ห้อง living เข้ามุม

B6 : 36.50 Sq.m. 1 ห้องนอน ภายในห้องเน้นพื้นที่ living ใหญ่ และห้องนอนเข้ามุม

B7 : 40 Sq.m. 1 ห้องนอน ภายในห้องเน้นพื้นที่ living ใหญ่ และเข้ามุม

B8 : 41.50 Sq.m. 1 ห้องนอน เน้นพื้นที่ living ใหญ่ ได้ห้องนอนเข้ามุม

B9 : 38.50 Sq.m. 1 ห้องนอน แบ่งสัดส่วนพื้นที่เท่าๆกัน ได้ห้องนอนเข้ามุม

 

C4 : 42.50 Sq.m. ห้องหน้ากว้าง 1 ห้องนอน 1 ห้องทำงาน พื้นที่ living เข้ามุม

C4M : 46 Sq.m. รูปแบบห้องเหมือน C4 : 42.50 Sq.m.กลับแปลนซ้ายขวา ได้พื้นที่ส่วนของห้อง living เพิ่มมากขึ้น

 

 

ส่วน 2 ห้องนอนเป็น 2 bedroom with Spike sharp corner room

 

ห้องพัก Premium แบบ 2-bedroom ที่มีพื้นที่ห้องนั่งเล่นติดหน้าต่างที่สูงโปร่ง มีลักษณะห้องเป็นมุมแหลมยื่นหน้าอาคาร เหมือนยื่นไปในอากาศเพื่อสร้างความรู้สึกชื่นชมทิวทัศน์เมืองโดยรอบได้อย่างแท้จริง ที่ตึก Alpha มีให้เลือก 2 ขนาดห้อง คือ

 

E1 : 68.50 Sq.m. 2ห้องนอน 2ห้องน้ำ หน้ากว้าง พื้นที่หลักๆของโครงการติดอากาศ ได้ห้อง living เข้ามุม

และ E2 : 66 Sq.m. 2ห้องนอน 2ห้องน้ำ พื้นที่ living เข้ามุม

 

 

ส่วน ตึก Omega มีห้อง 10 Type แต่ละType มีชั้นละ 1 ห้อง เช่นกัน

 

A1 : 34 Sq.m. 1 ห้องนอนที่แบ่งสัดส่วนห้อง living และห้องนอน เท่าๆกัน ได้ห้อง นอนเข้ามุม

A1M : 31.50 Sq.m. ห้อง size เล็กสุดของโครงการ รูปแบบห้องเหมือน A1 : 34 Sq.m. แต่ขนาด living room เล็กลง

A2 : 32.50 Sq.m. ห้องทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ได้ห้องนอนเข้ามุม

A3 : 32.50 Sq.m. สัดส่วนห้อง living และห้องนอน เท่าๆกัน ได้ห้อง นอนเข้ามุม

 

B1 : 42.50 Sq.m. 1 ห้องนอน เน้นพื้นที่ living และพื้นที่ครัว ได้ livingเข้ามุม

B1M : 42.50 Sq.m. รูปแบบห้องเหมือน B1 : 42.50 Sq.m. กลับแปลนซ้ายขวา

 

C1 : 40 Sq.m. 1ห้องนอนหน้ากว้าง เน้นพื้นที่ living เข้ามุม

C2 : 46.50 Sq.m. 1 นอน size ใหญ่สุด ได้ 1 ห้องทำงานเล็ก และห้อง living เข้ามุม

C3 : 43 Sq.m. 1 ห้องนอน size ใหญ่ เน้นพื้นที่ living เข้ามุม

 

 

ส่วน 2 bedroom with Spike sharp corner room

 

ห้องพัก Premium ที่มีพื้นที่ห้องนั่งเล่นติดหน้าต่างที่สูงโปร่ง ห้องเป็นมุมแหลมยื่นหน้าอาคาร เหมือนยื่นไปในอากาศ เพื่อสร้างมุมชมทิวทัศน์เมืองโดยรอบได้ไม่เหมือนใคร ที่ตึก Omega มีแค่ 1 Type คือ

D1 : 61 Sq.m 2 ห้องนอน Type เดียวของตึกนี้ ได้ห้องนอนและห้อง living เข้ามุม

โดยห้องตัวอย่างที่ทางโครงการตกแต่งอยู่ในอาคารรูปทรงแหลม สี Copper แวววาว ที่เป็น Sale Gallery ได้รับการออกแบบโดย PIA ที่ต่อยอดมาจาก Brand Idea ของโครงการคือ The First & The Last

 

คลิกเพื่ออ่าน: มีอะไรรอเราอยู่ที่ Sale Gallery ของ Ashton Asoke – Rama 9

ดังนั้นเมื่อคุณเข้ามาภายใน Sale Gallery แห่งนี้ ก็จะพบกับทางเดินที่ลึกลับราวกับเขาวงกตจนไม่รู้ว่ามันจะไปสิ้นสุดตรงไหน

และโดดเด่นกับ material elements การตกแต่งที่มีการผสมผสาน ระหว่างเศษวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ทองแดง เงิน ทองเหลือง ผงปูน กระจก จนถึงสายคาดเข็มขัดนิรภัย ที่ถูกนำมาตกแต่งเป็น Feature wall & Floor สะท้อนถึงสัจจะวัสดุที่เป็นตัวตนของโครงการนี้

 

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการนำเสนอข้อมูลโครงการที่มากกว่าการฉายหนังแบบปกติ คือมีการผสมผสานเอา 3D Mapping Simulation เข้ากับหน้าจอ Projector นำเสนอสัมผัสใหม่ของการพักอาศัย

ที่มาพร้อมกับห้องตัวอย่างที่มีให้เลือกถึง 3 ขนาด ทั้ง 38 Sq.m., 46.5 Sq.m. และ 68.5 Sq.m. มีสไตล์การตกแต่งที่ไม่เหมือนกัน และแปลนห้องก็ค่อนข้างแตกต่างกัน แล้วแต่สไตล์และการใช้งานของแต่ละคน

 

เริ่มกันที่ห้อง 1Bedroom 38 Sq.m. ถ้าดูใน floor plan ก็น่าจะเป็น Type B2 ที่ตึก Alpha

ภายในเข้ามาจะพบพื้นที่ครัวที่ด้านขวาของทางเข้า พื้นส่วนครัวปูด้วยกระเบื้องลายหิน

โครงการให้ครัว Built-in เป็นเคาท์เตอร์ทำครัว มีเตาไฟฟ้า2หัว และอ่างล้างจานแบบมีฝาปิด เพื่อเพิ่มการใช้งานในการทำครัวให้มากขึ้น ด้านล้างเป็นตู้เก็บของและที่เก็บอุปกรณ์ทำครัว และด้านบนเป็นที่ดูดควัน และชั้นวางเครื่องมือและเครื่องปรุง อุปกรณ์ทำครัว

 

โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวโครงการให้ของ Kuppersbusch

 

ที่ผนังฝั่งตรงข้ามมีเจาะช่องไว้สำหรับวางเครื่องซักผ้า หรือสามารถ Built-in เป็นชั้นเก็บกระเป๋าเดินทาง หรือชั้นเก็บของเพื่อความเป็นระเบียบของห้องได้

ถัดจากเครื่องเป็นพื้นที่ส่วน Living area พื้นห้องส่วน living ต่อไปที่ห้องนอน ปูด้วย Engineering Wood หนา 14 มิล โดยปูแบบสลับขนาดไม้ ทำให้เกิดมุมมองที่แปลกตา มีมิติมากขึ้นภายในห้อง เชื่อมกับความสูงของห้องกว่า 2.8 เมตร

 

ระหว่างครัวและพื้นที่ living มีพื้นที่พอสำหรับตั้งโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง

Living area โครงการจัดให้อยู่ในพื้นที่มุมห้องที่เป็นจุดเด่นที่ทุกห้องได้ห้องมุม กับหน้าต่างบานใหญ่มุมจรดมุม และบานกระจกสูงถึง 2.4 เมตร ทำให้ห้องดูกว้าง และสูงโปร่งโล่ง เหมาะเป็นมุมพักผ่อน ไม่ว่าจะนั่งเอนกายดูทีวี หรือนั่งชมวิวที่โอบล้อมคุณแบบเต็มมุมมอง

ด้านซ้ายของห้องเป็นห้องนอน ให้ห้องเปล่า แต่กว้างพอให้วางเตียง Queen Size พร้อมที่เก็บเสื้อผ้าที่มุมทางเข้าห้องน้ำ ติดทีวีแบบแขวนที่ปลายเตียง

ห้องน้ำเข้าออกจากห้องนอน ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินสีเทาอ่อนทั้งพื้นและผนัง แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า Kasch รุ่น Premium

 

ตัวด้ามจับสุขภัณฑ์เป็นของ GROHE โถสุขภัณฑ์ของ Kohler พร้อมกระจกบานเต็ม ที่ด้านขวาของประตู

และพื้นที่ส่วนเปียกแบบมีกระจกอาบน้ำกั้น โครงการให้ Hand shower และ rain shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ

ติดเตียงนอน เป็นทางออกระเบียง ที่เป็นประตูกระจกเชื่อมกับกระจกเข้ามุมที่ห้องนั่งเล่น จึงสามารถมองเห็นพื้นที่ living area และวิวจากห้องนอน

ที่ระเบียงจัดระเบียบพื้นที่การใช้งานมีกริลแยกที่ตั้งคอมฯแอร์ เพื่อให้มีพื้นที่การใช้งานที่ระเบียง และเพื่อความสวยงาม

 

ห้องที่สอง เป็น ห้อง one bedroom plus 46.5 Sq.m. เป็นห้อง 1bedroom หน้ากว้าง ถ้าดูในแปลน จะเป็นห้อง Type C2 ตึก Omega

มี built-in อยู่ติดทางเข้าขวามือ สูงจรดเพดาน พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินเชื่อมยาวไปถึงหน้าห้องน้ำซ้ายมือ

 

แบ่งเป็น ช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้า หรือ built เป็นที่เก็บของหลังประตู

ติดกันเป็นครัว ให้เตาไฟฟ้า และอ่างล้างจานแบบมีฝาปิด ฝังเคาท์เตอร์

ด้านล่าง เจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัว

ด้านบนฝังเครื่องดูดควัน กับชั้นเก็บอุปกรณ์ built-in จรดเพดาน

ถัดจากครัว built-in สามารถวางตู้เย็นชิดผนังและเคาท์เตอร์ได้

และยังมีที่กว้างมากพอให้วางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 2-3 ที่นั่ง

ถัดจากครัว เป็นส่วน living area เข้ามุมด้วยกระจกบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติ ส่วนพื้นปูด้วย Engineering Wood ยาวเชื่อมต่อไปที่ห้องนอน

พื้นที่ living กว้างพอสำหรับโซฟา พร้อมโต๊ะกลาง 3 ที่นั่ง และชั้นวางทีวี ติดหน้าต่างกระจก ไว้นั่งดูหนัง และพักสายตาไปกับวิวรอบตัวเป็นครั้งคราว

ติดหน้าต่างเข้ามุมบานใหญ่ เป็นทางเดินเข้าห้องนอน ที่เพิ่มพื้นที่ plus ด้วย ห้อง multi-function ไว้เป็นห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรือห้องทำน้ำหอม แบบห้องตัวอย่าง ทั้งยังออกแบบมาพร้อมกับประตูบานเลื่อนเข้ามุม

จะใช้เป็นพื้นที่ private หรือเปิดเชื่อมพื้นที่living ให้กว้างขึ้นก็ได้ทั้งนั้น

ตรงข้ามเป็นทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำ เป็น double-access สามารถเข้าได้ทั้งจากส่วน living และเข้าได้จากทางห้องนอน

ห้องน้ำ ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินสีเทาอ่อนทั้งพื้นและผนัง แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า Kasch พร้อมกระจกบานเต็ม และโถสุขภัณฑ์ของ Kohler

และพื้นที่ส่วนเปียกเป็นกระจกอาบน้ำเข้ามุม โครงการให้ Hand shower และ rain shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ เช่นเดียวกับห้องตัวอย่างแรก

ห้องนอนแบ่งเป็นพื้นที่ สำหรับแต่งตัว ตู้เสื้อผ้า ติดทางเข้าห้องน้ำ สามารถ built-in เป็นตู้เสื้อผ้าเข้ามุม ได้เต็มผนัง และสูงจรดเพดาน ยาวถึงขอบเตียงได้

ติดประตูออกระเบียง เป็นตำแหน่งสำหรับตั้งเตียงนอน ในห้องตัวอย่าง โครงการวางเตียง Queen size มาให้ ก็ดูค่อนข้างเต็ม มีพื้นที่ทางเดินปลายเตียง และตำแหน่งติดทีวี ที่ผนังปลายเตียง

ระเบียงมีการจัดระเบียบพื้นที่การใช้งานมีกริลแยกที่ตั้งคอมฯแอร์ เพื่อแยกสัดส่วนการใช้งานที่ชัดเจน

 

ห้องตัวอย่างสุดท้าย 2 bedroom 68.5 Sq.m. เป็น Type E1 ที่ตึก Alpha

เปิดประตูมาพร้อมกับชานพักหน้าห้องที่ค่อนข้างกว้าง เหมาะสำหรับ built-in เป็นชั้นเก็บรองเท้าอุปกรณ์การเดินทาง หรือโถงต้อนรับ ตู้โชว์ของทุกคนในบ้าน

เพราะเชื่อมยาวสู่ระเบียงทางเดินหลักของห้อง ที่เชื่อมห้องนอนทั้ง2ห้อง ห้องน้ำ ครัว และห้อง living area

ห้องแรกซ้ายมือของทางเดิน คือ ห้องนอนเล็ก ติดริมระเบียง

ภายในค่อนข้างกระทัดรัด มีพื้นที่สำหรับการใช้งานทุกอย่างเป็นสัดส่วน

แบ่งเป็นพื้นที่ตู้เสื้อผ้าที่มุมผนังเข้ามุมเสาที่ด้านขวาของทางเข้าห้อง

ติดประตูออกระเบียง เป็นตำแหน่งวางเตียงนอน สามารถวางเตียง queen size ได้ โดยยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือ

และยังสามารถวางโต๊ะทำงานตัวเล็ก หรือชั้นวางของติดผนังทางเข้าด้านซ้ายได้อีก

จากทางเดิน ถัดไปห้องที่2ขวามือ เป็นห้องน้ำ ที่ภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินสีเทาอ่อนทั้งพื้นและผนัง แบ่งเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า พร้อมกระจกบานเต็ม และโถสุขภัณฑ์ที่ด้านซ้ายของห้อง

และพื้นที่ส่วนเปียกเป็นกระจกอาบน้ำกั้น โครงการให้ Hand shower และ rain shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ ที่ด้านขวาของทางเข้าห้องน้ำ

แต่ห้องน้ำห้องนี้ อ่างล้างหน้า โครงการให้ของ villeroy & boch ต่างกับห้องน้ำในห้องมาสเตอร์เบดรูมและห้องตัวอย่างอื่นๆ

 

ห้องที่ 3 ซ้ายมือ ติดห้องนอนเล็ก คือ ห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำในตัว

พื้นที่ห้องนอนใหญ่ มาพร้อม bay window บานใหญ่เต็มผนัง

พื้นที่ส่วนห้องนอนนี้ กว้างพอให้วางเตียง king size แบบมีโต๊ะหัวเตียง พอดีกับขนาดความกว้างห้อง

ปลายเตียงเป็นทางเข้าห้องน้ำ แบบมีพื้นที่มุม ให้built-inตู้เสื้อผ้า และมุมแต่งตัว หน้าทางเข้าห้องน้ำได้

ห้องน้ำสำหรับห้องนอนใหญ่ จะมีอ่างอาบน้ำเข้ามุม ของ Cristina

ในส่วนของพื้นที่ส่วนเปียก  พร้อม Hand shower และ rain shower พร้อมที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ

มีกระจกอาบน้ำกั้น แบ่งพื้นที่ส่วนแห้งที่ด้านหน้าติดทางเข้า  โครงการให้เคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า พร้อมกระจกบานเต็ม และโถสุขภัณฑ์

ปลายสุดทางเดินเป็นครัวและ living area โดยสุดผนังด้านขวา เป็น Built-in ครัว โดยเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้า และตู้เย็น ถัดจากผนังห้องสุดทางเดิน

ถัดไปจะเป็นครัว Built-in ให้เตาไฟฟ้า4หัว และอ่างล้างจานแบบมีฝาปิด ฝังเคาท์เตอร์ 2 อ่าง ด้านล่าง เจาะช่องสำหรับวางไมโครเวฟ และชั้นเก็บอุปกรณ์ทำครัว

ด้านบนฝังเครื่องดูดควัน กับชั้นเก็บอุปกรณ์ built-in จรดเพดาน

 

ถัดจากครัว ติดริมผนังกำแพงก่อนเป็นกระจกเข้ามุม สามารถวางโต๊ะทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้

และเป็นพื้นที่ living area ขนาดใหญ่ติดอากาศ เข้ามุมเป็นพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเมืองโดยรอบตัว

พื้นที่ living ค่อนข้างกว้าง สามารถจัดโซนการใช้งานเป็นพื้นที่นั่งดูทีวี และมุมทำงาน พร้อมชั้นวางของได้ที่ผนังติดห้องนอน เป็นห้อง 68.5 ตร.ม. ที่กว้างเสมือน 80 ตร.ม. เลย เพราะทั้งลึกทั้งกว้าง และพื้นที่ห้อง living ใช้งานได้จริงแบบไม่อึดอัดจัดเฟอร์นิเจอร์ง่าย ต่างกับ Ashton ซีรีย์กระจกโค้งที่ผ่านๆมา

นอกจากความจัดเต็มของ Luxury Iconic Residences ภายในห้องที่ออกแบบเป็นห้องมุมในทุกๆห้อง และยังมีจุดเด่นเฉพาะตัวของแต่ละ Type ที่แตกต่างกันไปแล้ว ยังมีส่วนกลางที่ตอกย้ำความเป็น Luxury Iconic Residences ที่ไม่แพ้พื้นที่ภายในห้องอีกด้วย

 

เริ่มจากพื้นที่สีเขียวหน้าโครงการ ติดหัวมุมแยกพระราม 9 ที่ออกแบบ The O Plaza เป็น Public green space แห่งเดียวใจกลางหัวมุมถนนพระราม 9 ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับโครงการและพื้นที่รอบโครงการ ด้วยการออกแบบพื้นที่สีเขียวที่เปิดมุมมองเข้าสู่ตัวโครงการและ Maximize พื้นที่สีเขียวให้มากที่สุดผสานการออกแบบให้สามารถใช้ได้จริงด้วยการเติม Special O seating ที่ออกแบบมาเพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ อีกทั้งยังได้ทำการลดระดับพื้นใต้ O seating นี้เพื่อให้เกิดลูกเล่นการใช้งานของพื้นที่และใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำของโครงการไปในตัว เชื่อมไปกับพื้นที่ร้านค้าที่ชั้น 1 เป็น City Oasis & Urban Lifestyle Retail ไปในตัว

 

นอกจากนี้ยังออกแบบพื้นที่บริเวณระหว่างอาคาร ให้กลายเป็นสวนเล็กๆที่ล้อมรอบไปด้วยสีเขียวของ Green wall และเติม Special pavilion เพิ่มรูปแบบการผักผ่อนภายในโครงการให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

และที่สำคัญคือนำลูกเล่นของลำรางสาธารณะเดิม ระหว่าง Tower A และ Tower B มาออกแบบเป็น The Green Ditch คือพื้นที่จุดรับน้ำฝนและ Run off ประจำโครงการด้วยการปรับคืนสภาพพื้นที่ให้มีลักษณะคล้ายคลองแต่เป็นคลองที่มีน้ำเฉพาะในเวลาที่ฝนตกเท่านั้น ดังนั้นในเวลาที่ไม่มีน้ำฝน บริเวณก้นคลองจะสามารถเดินลงไปใช้งานได้เหมือนกับการได้เดินเล่นริมคลองเล็กๆตามธรรมชาติได้ด้วย

นอกจากพื้นที่สีเขียวหน้าโครงการที่จัดเต็มแล้ว ยังมี Green Stack Garden

คือการนำประโยชน์ของหลังคาที่ถูกร่นระยะตามกฎหมาย มาใช้เป็นส่วนของพื้นที่สีเขียวไม่ว่าจะปลูกต้นไม้หรือไม่พุ่ม เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับอาคารทั้งมุมมองจากภายนอกและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อาศัยภายในอาคาร

และพื้นที่ส่วนกลางที่นำไปอยู่ด้านบนของอาคาร อย่างสระว่ายน้ำที่มากับคอนเซป Double panoramic Pool ที่ชั้น 41 ตึก Omega และชั้น 40 ตึก Alpha ที่ถูกออกแบบให้ยื่นออกจากตัวอาคาร 6 เมตรเป็นรูปทรงแหลมยื่นไปในอากาศ ทำให้ได้บรรยากาศที่น่าตื่นเต้นกับขอบสระแบบ infinity edge swimming pool เหมือนกับเราได้ว่ายน้ำอยู่ในสระที่ลอยอยู่กลางอากาศจริงๆ มาพร้อมกับ function ที่ครบครันทั้ง Relaxing deck, Day bed, Jacuzzi

และสุดท้ายท้ายสุด ก็คือ Sky Fitness & Facilities ที่อยู่เหนือชั้นสระว่ายน้ำ สำหรับตึก Alpha อยู่ที่ชั้น 41 ตึก Omega อยู่ที่ชั้น 42 เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย และสันทนา ที่สูงพอให้หลบหลีกความวุ่นวายจากท้องถนน ได้พักผ่อนอย่างส่วนตัว แต่ยังได้วิวเมืองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของที่นี่

ผมคงไม่ต้องพูดบรรยายสรุปอะไรให้มากมายกับโครงการ ASHTON ASOKE-RAMA9 เพราะขาประจำของ Propholic ก็คงจะเห็นว่าผมได้ส่งบทความเกี่ยวกับโครงการนี้มายั่วน้ำลายคุณผู้อ่านค่อนข้างเยอะมากแล้ว และในฐานะที่ผมเองก็ค่อนข้างคุ้นเคยกับการอยู่อาศัยในย่านนี้ ก็เลยรู้ดีว่าแยกนี้เป็นแยกที่มีความเจริญค่อนข้างรวดเร็วมาก คู่ขนานไปกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่มีเยอะมากจนแทบจะกลายเป็น Mega District for Condominium ไปแล้ว…แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะชี้ให้คุณผู้อ่านเห็นก็คือ ที่นี่ยังขาด supply คอนโดในระดับ luxury จริงๆ

จากการที่ได้ลองสอบถามเพื่อนๆที่ทำงานเป็น Real Estate Agent พบว่าย่านพระรามเก้า แห่งนี้มีดีมานท์ที่ค่อนข้างตรงใจตลาดอยู่ 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนจีน + เกาหลี และกลุ่มมนุษย์เงินเดือนในระดับ Middle Management ที่มองหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานในราคาที่ต่ำกว่า 6 ล้านบาท โดย Insight สำคัญของคน 2 กลุ่มนี้ที่ผมพบก็คือ 1. คนที่ซิ้อคอนโดในย่านนี้มองที่ราคาต่อยูนิตสำคัญกว่าขนาดห้อง จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่คอนโดที่มีห้องขนาดเล็กกะทัดรัดขายดีมาก จนราคาขายต่อพุ่งขึ้นสวนห้อง Type อื่น และ 2. ปล่อยเช่าห้องค่อนข้างง่าย ไม่ต้องแต่งห้องอะไรเยอะเลย ถ้าคุณไม่ได้ mind ว่าคนเช่าห้องจะเป็นชาวจีนหรือเกาหลี…แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ากลุ่ม target ดังกล่าวจะ Represent ทั้งตลาด!!! เนื่องจากผมก็พบว่าคอนโดในย่านพระรามเก้าน่าจะมีแนวโน้มที่จะกลายเป็น substitute product สำหรับกลุ่มคนที่อยู่คอนโดในย่านอโศก-สุขุมวิท และมียังมีกลุ่ม Salary Man ในระดับ High Level Management + Expat ที่ยังต้องการมองหาคอนโด luxury ในย่านพระรามเก้า ซึ่งที่ผ่านๆมาต้องยอมรับว่ายังไม่มีผู้เล่นรายไหนเลยที่พัฒนาโครงการในเซกเมนท์ Luxury ดูดี มีเอกลักษณ์ ฟังก์ชั่นได้ ที่มีราคาเกิน 2 แสนบาทต่อตรม.มาที่แยกนี้เลย

 

ถ้าเรา Reset เอากรอบความคิดที่ว่ามาตรฐานของราคาคอนโดในย่านนี้ต้องไม่เกินตรมละ 170,000 บาทออกไป และเอาดีไซน์ + ฟังก์ชั่น + Facilities (ที่ท้าทายความก้าวหน้าทางการออกแบบคอนโดเป็นอย่างมาก) ของโครงการ ASHTON ASOKE-RAMA9 มาใส่ในคอนโดที่อยู่บนอโศก-สุขุมวิท ก็เชื่อแน่นอนว่ายังไงราคาขายก็คงจะต้องเกินกว่าตรม. 270,000 แน่นอน… ASHTON ASOKE-RAMA9 จึงเป็นตัวเลือกของ Luxury คอนโดที่สำหรับผมแล้วมองว่ามีสเปคที่ดีที่สุด บนทำเลที่ไม่ใช่แค่แยกพระรามเก้า แต่ยังกินยาวไปถึงถนนรัชดาภิเษกทั้งเส้น… เพียงแค่นี้ก็คงจะตรงใจกับคนที่มองหาสุนทรียภาพแห่งการใช้ชีวิตเหนือระดับ แบบไม่เป็นสองรองใครแล้ว ในมุมมองด้านการลงทุน โครงการนี้อาจจะไม่ใช่โครงการที่เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อปล่อยขาย หรือปล่อยเช่ากับคนทั่วไปในระดับ Mass แต่น่าจะเหมาะกับคนในระดับ Top of Pyramid หรือกลุ่มชาวต่างชาติ อย่างชาวจีน – ฮ่องกง ที่มีกำลังซื้อสูง และคุ้นเคยกับย่านพระรามเก้าเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่ห้อง Penthouse ขนาดใหญ่เพดานสูงกว่า 3 เมตร แต่ขายในราคาตรม.ละ สามแสนกว่าบาทได้ถูกจับจองเป็นเจ้าของไปแล้วบางห้อง

ทั้งหมดนี้ น่าจะรวมความเป็นที่สุด ทั้งทำเล New CBD กับ คอนโดระดับ Luxury แห่งเดียวในแยกอโศก-พระราม 9 การออกแบบอาคาร ตัวห้อง ที่นำเสนอ ที่สุดของความส่วนตัวกับห้องมุมไม่ว่าคุณจะอยู่ยูนิตใดของโครงการ และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ล้วนแต่มีเอกลักษณ์ ทั้งมุมมองและการใช้งาน โดดเด่นสมกับเป็นแบรนด์ ASHTON คอนโดระดับ Luxury Iconic Residences ที่สะท้อนอัตลักษณ์หนึ่งเดียวบนแยกอโศก-พระราม9 กับราคาเริ่มต้น 6.49 ล้านบาท…เชิญชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ https://goo.gl/VKjKPB



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์


PropScore™ 4.2

SCORE:
0.0
From : 0 รีวิว


ยังไม่มีการให้คะแนนและ Comment โครงการนี้


ลงทุนได้ผลตอบแทนระยะยาวด้วยคอนโดมิเนียมรีสอร์ทกลางเมืองกรุงเทพ อยู่เองก็เพลินตา ปล่อยเช่าก็ได้ Yield ดี รอขายต่อก็มี Demand ที่ The Nest Sukhumvit 64 เริ่มต้น 2.1 ล้านบาท

Facility ที่มีภายในโครงการ The Nest Sukhumvit 64 มีครบครัน เริ่มตั้งแต่ Lobby Lounge, Garden พร้อมกับพื้นที่ outdoor recreation area ที่ขาดไม่ได้คือ Swimming pool พร้อม jacuzzi และ kid’s pool ร่างก... อ่านต่อ




The Excel Hideaway Sukhumvit 71 “คอนโดซ่อนรูป” ใหม่ดีไซน์หรู ใกล้ BTS ติดทางด่วน ของกินเพียบ ไปเอกมัยแค่ 10 นาที ราคาต่ำกว่าตลาด ทำไมมันถูกแบบนี้!

เยอะแยะมากมายหลายทาง ผมว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากสำหรับคนอยู่อาศัยที่ชอบใช้รถยนต์ แต่สำหรับค... อ่านต่อ

42-40-38-36 มีโปรเจคอะไรกำลังจะมา

มาดูกันนะครับพี่น้องว่ากำลังจะมีโปรเจคอะไรมาแถวนี้บ้าง เริ่มจากซอย 42 ถ้าเข้าซอยย่อยซอย... อ่านต่อ

Cozy Living around MRT Lat Phrao Station ทำไมรอบๆ รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าวถึงอบอุ่น น่าอยู่ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตซ่อนอยู่

เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวก็จะนึกถึงย่านที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน มีความหลากหลายของรูปแบบการอ... อ่านต่อ

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (กลาง) และนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ประธานคณะกรรมการการตัดสิน แถลงข่าวประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลสุดยอดพัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม “พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์” ครั้งที่ 12 มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ารอบสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย หัวหิน เขาใหญ่ และชายฝั่งทะเลตะวันออก ทั้งหมดรวม 41 บริษัท โดยจะมีการประกาศผลการตัดสินในงาน กาล่า ดินเนอร์ วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ที่โรงแรม พลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้าหนึ่งวันจะมีการจัดงานประชุมผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ เรียล เอสเตท ซัมมิท (PropertyGuru Thailand Real Estate Summit)