เดอะ รีเซิร์ฟ พหล - ประดิพัทธ์

บ้านกลางเมือง คลาสเซ่

แอชตัน อโศก-พระราม 9

หรูที่สุดบนหัวมุมสี่แยกพระรามเก้า! พาชม...

เดอะ ไพรเวซี่ จรัญ - ราชวิถี สเตชั่

ย่านที่พักอาศัยเก่าแก่ ที่รายล้อมด้วย f...

โนเบิล อราวน์ สุขุมวิท 33

หากนึกถึงเจ้าพ่อแห่งคอนโดใจกลางเมือง ที...

ไลฟ์ วัน ไวร์เลส

ถนนวิทยุเป็นถนนเส้นที่มีศักยภาพสูงอยู่แ...

เดอะ ลอฟท์ สีลม

ยังไม่มีรีวิวโครงการนี้ คุณสามารถกดที่ ...

Artale Phatthanakan – Thonglor

  

อาร์เทล พัฒนาการ – ทองหล่อ


แบรนด์ “ARTALE “ คือ โครงการ อาร์เทล พัฒนาการ-ทองหล่อ ( Artale Patthanakan-Thonglor) ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์บ้านเดี่ยวระดับลักส์ชัวรี่ใหม่ล่าสุด บนทำเลศักยภาพย่านพัฒนาการ ตั้งอยู่ในซอยพัฒนาการ 20 ห่างจากทองหล่อเพียง 3.5 กิโลเมตรเท่านั้น และเป็นสังคมคุณภาพที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ด้วยจำนวนเพียง 49 ยูนิตเท่านั้น ในราคาเริ่มต้น 28 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 1,600 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด ART (Imagination) + TALE ( Life Stage) คือการออกแบบพื้นที่ที่ผสานกันระหว่างศิลปะและฟังก์ชั่นที่ลงตัว สัมผัสพื้นที่แห่งการผ่อนคลายด้วยสวนสวยกลางบ้าน (Private Courtyard) ให้คุณได้ใช้ร่มเงาจากแมกไม้แบบเป็นส่วนตัวรองรับความต้องการของแต่ละช่วงวัย เพื่อไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยเฉพาะ พร้อมยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย ตอบโจทย์ Urban Living Solutions ของคนเมืองได้อย่างแท้จริง

ต่อทอง ทองหล่อ on April 17, 2017 at 9:33 am

Prop score™: 3.4

คะแนนรีวิว: 3.7

1 รีวิว



    ข้อมูลโครงการ

ชื่อโครงการ

Artale Phatthanakan – Thonglor

บริษัทผู้สร้าง

Ananda Development PLC

สถานที่

ซอยพัฒนาการ 20 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

สถานีรถไฟ BTS

-

สถานีรถไฟใต้ดิน

-

Airport Rail Link

-

สถานี BRT

-

พื้นที่

13-0-73.1 ไร่

ชั้น

บ้านเดี่ยว 3 ชั้น

ยูนิต

49 ยูนิต

ที่จอดรถ

3-4 คันต่อหลัง

ลิฟท์

-

สิ่งอำนวยความสดวก

ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น ลู่วิ่ง เป็นต้น


    ประเภทยูนิต

ประเภท

HOUSE

studio

-

1 bedroom

-

2 bedroom

-

3 bedroom

-

Duplex

-

Penthouse

-

ประเภทอื่นๆ

แบบบ้าน MEDIO -3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 395 ตร.ม. พื้นที่สำหรับจอดรถ 3 คัน 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ, ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวไทย และ Pantry, ห้องซักรีด, สวนในบ้าน และแบบบ้าน GRANDE 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 450 ตร.ม. พื้นที่สำหรับจอดรถ 4 คัน 5 ห้องนอน, 6 ห้องน้ำ, 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำ, ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวไทย และ Pantry, ห้องซักรีด, สวนในบ้าน

ความสูงจากพื้นถึงเพดาน

-

ราคาเริ่มต้น / ตรม.

85,000 บาท

ราคาเริ่มต้น / ยูนิต

MEDIO 28 ล้านบาท / GRANDE 39 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง

-

Sinking Fund fee

-

สร้างเสร็จ

2017

เว็บไซต์

www.ananda.co.th

02-316-2222


เพื่อนบ้าน Street View


ARTALE Phatthanakarn-Thonglor บ้านเดี่ยวสไตล์ Penthouse ในจินตนาการที่ทุกคนใฝ่หา ตอบโจทย์ความต้องการ Luxury in Space ใกล้เอกมัย-ทองหล่อ

 

Penthouse ในฝัน

 

เคยฝันแบบนี้ไหมครับ ฝันถึงการครอบครองคอนโดมิเนียมหรูระดับ Penthouse ฝันถึงห้องนั่งเล่นกว้างๆ สำหรับสังสรรค์ ฝันถึงการตกแต่งภายในสวยๆ ฝันว่ามีห้องหลายๆ ห้องสำหรับสมาชิกในครอบครัวหรือเป็น creative space ฝันว่ามีห้องน้ำกว้างๆ และเพียงพอกับทุกคน ฝันถึงห้องที่เป็น Double Volume เพดานสูงโปร่งสบาย ฝันถึงสวนส่วนตัวสวยๆ ฝันถึงความสะดวกสบายของทำเล ความฝันทั้งหมดเราจะพบความจริงที่บ้านเดี่ยวที่ชื่อว่า ARTALE Phatthanakarn-Thonglor (อาร์เทล พัฒนาการ – ทองหล่อ)

ภาพทางเข้าโครงการ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor เหมือนเรากำลังเข้าออกระหว่างประตูกระจกข้ามมิติจากโลกแห่งความจริงเข้าไปสู่โลกแห่งความฝันในดินแดนเทพนิยายแห่ง ARTALE

Penthouse  VS Penthouse on the Ground

 

แม้ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor จะไม่ใช่ Penthouse บนตึกสูงๆ ที่เราเทควิวได้ แต่สิ่งที่ ARTALE ซึ่งเป็นบ้านแบบ Penthouse on the ground มอบให้คือความใหญ่ของบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่า 400 ตร.ม. ความกว้างของห้อง ความสูงของห้องนั่งเล่น ที่จอดรถเยอะกว่า และความเป็นส่วนตัวที่มากกว่า Penthouse บนตึกสูงๆ ในย่านทองหล่อที่อาจจะต้องจ๊ะเอ๋กับลูกบ้านครอบครัวอื่นๆ ตอนที่ขึ้นลิฟท์ครับ

ประกอบกับที่ตั้งของทำเล ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ก็ไม่ถือว่าไกลจากแหล่งไลฟ์สไตล์เพราะขับรถประมาณ 15-25 นาทีก็ถึงใจกลางทองหล่อแล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลว่าเราจะขาดไลฟ์สไตล์เก๋ๆ ชิคๆ ได้เลย

 

ARTALE Phatthanakarn-Thonglor เป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่มี Facility ภายในโครงการไม่น้อยหน้าไปกว่าคอนโดมิเนียม Penthouse หรูๆ เพราะว่ามีทั้งสวนสวยๆ สไตล์ธรรมชาติ มีลำธารคดเคี้ยว มีสะพานน้อยข้ามน้ำ มีศาลา Pavillion ให้ลูกๆ มาปลดปล่อยจินตนาการอย่างสนุกสนาน ถ้าอยากเรียกเหงื่ออยากออกกำลังกายก็เดินขึ้นชั้น 2 ของ  Clubhouse จะมี Fitness วิวสระน้ำด้วยครับ ชั้นล่างของ Clubhouse ยังมีพื้นที่สำหรับจัดเลี้ยงปาร์ตี้ BBQ ปิ้งย่างพร้อมอ่างล้างจาน และจุดเด่นของโครงการคือสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ว่ายไปกลับได้ที่มีทางเดินผ่าตรงกลางคล้าย Runway สำหรับเดินแบบ บรรยากาศทั้งหทดทำให้ภาพรวมของพื้นที่ส่วนกลางดูมีความเป็น water feature ชวนให้ลูกบ้านที่พักอาศัยมาพักผ่อนหย่อนใจเสมือนว่าได้อยู่บ้านหลังน้อยในป่ากลางทะเลสาบแห่งความฝัน

 

ทำไม ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ถึงเลือกทำเลกรุงเทพตะวันออก

 

ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ทำเลอยู่ในกรุงเทพฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นทำเลที่นิยมในปัจจุบันเนื่องจากการคมนาคมและจุดสำคัญต่างๆ ของกรุงเทพต่างประดังประเดมาโซนตะวันออกทั้งนั้นได้แก่ สนามบิน รถไฟฟ้าสายสีเขียว สีแดง สายสีเหลือง มอร์เตอร์เวย์ไปพัทยาระยอง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจต่างขนาดเล็กใหญ่ใหม่ๆ จะผุดขึ้นในโซนตะวันออกมากขึ้น เป็นเพราะโซนตะวันออกเป็น Bridge เชื่อมระหว่าง 2 จุดสำคัญทางเศรษฐกิจคือ ใจกลางเมืองอย่างสยามสีลมกับจุดเชื่อมต่อนานาชาติอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ ทำเลใดที่อยู่ตรงกลางจะมี traffic ของผู้คนและเกิดธุรกิจต่างๆ ดังนั้นความเจริญจะมีมากขึ้นโดยธรรมชาติ ด้วยพื้นฐานสาเหตุนี้ทำให้ทำเลกรุงเทพตะวันออกเจริญขึ้นนั่นเองครับ

และเมื่อมีธุรกิจการค้า ที่อยู่อาศัยก็จะพัฒนาไปเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่กัน ที่ใดยิ่งเจริญมากขึ้นก็จะเจริญมากขึ้นไปอีก เมื่อเราลองเปรียบเทียบระหว่างกรุงเทพตะวันออกกับกรุงเทพตะวันตกแล้วจะทำให้เราเห็นศักยภาพและความแตกต่างของทั้งสองโซนนี้ได้อย่างชัดเจน คุณคิดว่าฝั่งใดจะเจริญมากกว่ากัน ลองพิจารณาและตัดสินด้วยข้อมูลกันเองได้เลย

 

ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ตั้งอยู่ถนนพัฒนาการซอย 20 (พิกัด GPS 13.730850, 100.607094 หรือ Google Map ที่นี่ https://goo.gl/maps/SGLkKybZvvv ) ซึ่งเป็นซอยที่ออกไปยังถนนอ่อนนุชได้ ใกล้รถไฟฟ้าอ่อนนุช รถไฟฟ้า Airportlink มากถึง 2 สถานีคือสถานีรามคำแหงและสถานีหัวหมากในระยะ 5 กม. ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์เข้าออกเมืองได้สบาย ใกล้ทางขึ้นลง Motorwayออกไปสนามบินสุวรรณภูมิและเที่ยวพัทยาได้สะดวก  ใกล้ถนนพระราม 9 มุ่งสู่ New CBD  Rama 9  และที่สำคัญใกล้ย่านเอกมัยทองหล่อมาก แค่ขับรถ15 นาทีกว่าๆ ก็ถึงแล้ว

ARTALE โลเคชั่นไม่ใกล้รถไฟฟ้า…แล้วไง?

 

Penthouse ในย่านทองหล่ออาจจะชนะ ARTALE เรื่องความใกล้กับสถานี BTS Thonglo มากกว่า แต่ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ก็หาแคร์ไม่ เพราะ ARTALE เหนือกว่า Penthouse ย่านทองหล่อตรงที่ ARTALE ใกล้ทางด่วนมากกว่า สะดวกเวลาเดินทางขาเข้าเมือง แค่ออกจากซอยเแล้วขับไปนิดเดียวก็พบทางทางด่วนทันที ARTALE Phatthanakarn-Thonglor  เป็นบ้านในฝันสำหรับคนที่ใช้รถยนต์เป็นหลักที่ไม่ชอบเหงื่อไหลไคลย้อยตอนเดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้า และเหมาะกับคนที่ไม่อยากไปเบียดอัดกับคนอื่นๆ ในรถไฟฟ้าที่นับวันคนยิ่งเปิดสถานีใหม่ๆ มากขึ้นคนก็แน่นขบวนมากจนแทบจะไม่มีที่ยืนกันแล้ว และยิ่งวันที่มีอากาศร้อนๆ เหงื่อก็ท่วมตัวหรือฤดูฝนก็ต้องเดินเปียกเฉอะแฉะกลับบ้านอีก เหตุผลต่างๆ เหล่านี้จึงทำให้เทรนด์การใช้รถยนต์เดินทางจึงกลับมานิยมกันอีกครั้ง แต่ถ้าวันใดอยากใช้รถไฟฟ้าก็เชื่อได้ว่าครอบครัวที่มีกำลังทรัพย์สูงระดับที่ซื้อบ้าน ARTALE ได้ก็ย่อมมีคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าอย่างเช่น แบรนด์ ASHTON หรือ IDEO เป็นอย่างน้อย 1 ห้องอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความใกล้ไกลรถไฟฟ้าแต่อย่างใดครับ ถ้าวันไหนที่พรุ่งนี้ต้องทำงานในเมืองแบบเร่งด่วนก็ไปแวะนอนที่คอนโดมิเนียมเตรียมพร้อมก็ได้ ถ้าวันไหนไม่รีบงานไม่ด่วนสไตล์คนทำงานระดับบริหารและงานสร้างสรรค์ที่มักจะเดินทางเข้าออฟฟิศคนละเวลากับชาวบ้านชาวช่องไม่ต้องตรากตรำกับจราจรติดขัดช่วงเช้าเราก็กลับมาอยู่ในอ้อมกอดครอบครัวอบอุ่นที่ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ได้ครับ คนที่ชอบความเป็น ARTALE เพราะไม่ชอบความวุ่นวาย มันคือความอบอุ่นและเงียบสงบ เหมาะกับการพักอาศัยอยู่กันเป็นครอบครัว แล้วทำไมต้องไปฝืนตัวเองอยู่ใกล้รถไฟฟ้าที่วุ่นวายด้วยล่ะ

 

ARTALE กับความคิดสร้างสรรค์มาพร้อมความโล่งสบายด้วยสถาปัตยกรรม

 

ARTALE Phatthanakarn-Thonglor เป็นบ้านเดี่ยวที่เหนือกว่า Penthouse บนตึกสูงตรงที่ทุกห้องของ ARTALE จะมีพื้นที่ติดอากาศทั้งหมด ทุกห้องจะมีหน้าต่างกระจกทุกห้อง เปิดมุมมองโลกกว้างให้กับผู้พักอาศัย งานกระจกของที่นี่ทำได้ดี ข้อดีคือความโปร่งโล่ง สบาย บ้านดูแพง มีมูลค่าสูง แต่ข้อเสีย คือยามบ่ายแดดส่องจะร้อนหน่อย แต่แก้ไขโดยการติดฟิล์มหรือติดม่านกันแดดได้ครับ

กระจกห้องนั่งเล่นที่ติดกับสวนกลางบ้าน

แม้กระทั่งห้องน้ำก็ยังมีหน้าต่างกระจกระบายอากาศเลยครับ แบบนี้ก็อาบน้ำในอ่างพร้อมชมวิวด้านนอกก็ได้น่ะสิ เป็นอีกประสบการณ์ใหม่เลยทีเดียว

นอกจากกระจกหน้าต่างที่มีทุกห้องช่วยเพิ่มมุมมองและความคิดสร้างสรรค์แล้ว ห้องนั่งเล่นกลางที่ชั้นล่างสุดก็เป็นแบบ Double Volume เพดานสูง ห้องดูมีปริมาตรกว้างขวางใหญ่โต ทำให้ห้องนั่งเล่นธรรมดาดูคล้ายโถงท้องพระโรงน้อยๆ ในปราสาทของพระราชาในเทพนิยาย ขยายความสุขและดูน่าอยู่ได้ทั้งวัน ใช้เป็นพื้นที่ทอดอารมณ์ ผ่อนคลาย นั่งคิดสร้างสรรค์งาน

เพดานสูงโปร่ง ผนังกระจกใสแสงธรรมชาติส่องถึง

ตกแต่งแนวตั้งได้

ความดีงามของห้องนั่งเล่นยังไม่หมดเพราะพื้นที่ outdoor ติดกับห้องนั่งเล่นจะมีสวนส่วนตัว เป็น Courtyard ซึ่งเราจะปูหญ้าตกแต่งเป็น Pocket garden ได้ตามจินตนาการของเจ้าของเรือนได้ ใครอยากจะทำเป็นบ่อปลาคาร์ฟก็เปลี่ยนแปลงได้ตามความคิดสร้างสรรค์ครับ

สำหรับครอบครัวขนาดใหญ่มากอาจจะซื้อบ้าน 2 หลังติดกันแล้วรื้อกำแพงบ้านออก เชื่อมบ้าน 2 หลังด้วย water feature ตกแต่งในสวน แบบเดียวกับบ้านตัวอย่างครับ

ขอเชิญชวนลองไปดูกับตาจริงที่บ้านตัวอย่าง ณ สำนักงานขายโครงการ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ครับ อยากจะบอกว่าไปเยี่ยมชมแล้วจะได้ไอเดียดีๆ และความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ กลับมาแน่นอน

 

ARTALE หมู่บ้านแห่งความคิดสร้างสรรค์ (Creative Village)

 

สิ่งที่ผู้เขียนสัมผัสได้ในงานออกแบบของบ้านแบบ Penthouse on the Ground แบรนด์ ARTALE คือ
“แรงบันดาลใจ และ ความคิดสร้างสรรค์” 2 คำนี้เป็นตัวแทนที่สื่อถึงลักษณะของกลุ่มลูกค้าที่จะมาซื้อบ้านโครงการนี้ทันที ผู้เขียนคาดว่าหมู่บ้าน ARTALE ในอนาคตนั้นจะเป็น Creative Village

สำหรับกลุ่มคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม เช่น กลุ่มคนทำสื่อโฆษณาการตลาดออนไลน์ กลุ่มนักออกแบบหรือสถาปนิกที่ต้องการ Studio ในการทำงาน ถ้าเป็นแพทย์ก็จะเป็นแพทย์ผิวหนังศัลยกรรม กลุ่มนักการเงินออกแบบชีวิตผู้คนผ่านตัวเลขที่มีงานอดิเรกเกี่ยวกับศิลปะแขนงต่างๆ  เป็นต้น ลูกบ้านของ ARTALE จะมี DNA บางอย่างร่วมกันนั่นคือ “ศิลปะ” นั่นเองครับ

 

ลักษณะการจัดวางบ้านแต่ละหลังภายในโครงการก็เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคน Creative เพราะระยะห่างของถนนไม่กว้างเกินไป คนจากอีกบ้านหนึ่งมาแวะเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านมานั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์กันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

การออกแบบของลักษณะ Exterior ของตัวบ้าน แบบ tapered form ให้บ้านดูเรียวเข้าไปข้างใน มีการตกแต่ง façade เป็นวัสดุโลหะฉลุลายที่น่าสนใจน่าค้นหาว่าข้างในจะมีอะไร ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างดี

ARTALE Phatthanakarn-Thonglor คำนึงถึงการออกแบบที่ส่งเสริมให้เกิด Creative Activity โดยจัดให้มี Living Room บน Clubhouse ด้วยเพื่อบริการให้ลูกบ้านมาพบปะสังสรรค์กัน

การตกแต่งภายในที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

 

บ้านจะน่าอยู่หรือไม่น่าอยู่ ไม่ใช่เพราะแค่รูปแบบภายนอกบ้านที่สวยงาม แต่ใจความของการอยู่อาศัยที่แท้จริงจะสลักอยู่ที่การตกแต่งภายใน

 

ARTALE เปิดโล่งพื้นที่ทั้งแนวตั้งและแนวราบเพื่อให้เจ้าของบ้านคิดสร้างสรรค์พื้นที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทั้งห้องโถงกลางเพดานสูงทะลุไปถึงชั้น 3, ห้องนอน Master Bedroom ขนาดใหญ่, พื้นที่เปล่าFamily room ชั้น 2 , ห้องที่มีห้องน้ำในตัว 4-5 ห้อง, พื้นที่บริเวณสวน Courtyard กลางบ้าน และพื้นที่ระเบียงกว้างใหญ่ที่ชั้น 3 ทั้งหมดนี้คือ Space ที่รอให้เจ้าของบ้านมาเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์

 

ถ้าไปสำนักงานขาย อยากให้ดูการตกแต่งภายในของเค้าครับ

พื้นที่แนวสูงของบ้าน ตกแต่งด้วยโคมไฟที่โถงห้องนั่งเล่น ดูมีมิติ

แนะนำให้ไปดื่มด่ำกับห้องดูหนังในบ้านห้องนี้ Flying to the Moon มากๆ เหมือนหลุดไปอยู่ในอวกาศ

ตัวอย่างการดัดแปลงพื้นที่ห้องนอนใหญ่ชั้น  2 เปลี่ยนเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ สำหรับคนที่ใช้บ้านเป็น Home Office

ห้องนอนสามารถตกแต่งให้มี Walk-in Closet ในห้องนอน

Family room จะเป็นห้องเปล่าๆ ไม่มีห้องน้ำในตัว พื้นที่ว่างตรงนี้ก็ทำเป็นห้องอ่านหนังสือ ติวเรียนสำหรับลูกๆ ได้ เป็นพื้นที่เอนกประสงค์

พื้นที่สวนกลางบ้านที่ตกแต่งได้ตามใจชอบ

ห้องกินข้าวติด Courtyard ตกแต่งแบบนี้ก็ได้ ติดกระจกเข้าไปทำให้ดูกว้างมากขึ้น

พื้นที่วางบนระเบียงชั้น 3 รอการแต่งแต้มตามจินตนาการของเจ้าของ

ไอเดียออกแบบพื้นที่ระเบียง เราจะเพิ่มเติมเอาอ่าง Jacuzzi มาวางไว้แบบนี้ก็ได้

บ้านในโครงการ ARTALE ให้พื้นที่ใช้สอยรวมกันมาก ตั้งแต่ขนาด Medio 395 ตร.ม. ไปจนถึง Grande  450 ตร.ม. ดังนั้นจึงมี space ให้ออกแบบตามความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละครอบครัวครับ จัดเต็มความคิดสร้างสรรค์เข้าไปได้เลย

 

แบบบ้านของ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ดีอย่างไร

 

Master Plan ทั้งหมดของโครงการ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor มีทางเข้าที่ใช้ร่วมกับโครงการทาวน์โฮม Arden และอพาร์ทเมนต์ แต่หน้าโครงการ ARTALE จะมีประตูรั้วและรปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงมีรั้วสูงล้อมรอบโครงการเพื่อความปลอดภัย จากรูปด้านล่างแปลงสีเขียวคือบ้านหลังใหญ่ Grande 5  ห้องนอน 4 ที่จอดรถ ส่วนแปลงสีน้ำตาลคือบ้านขนาดกลาง Medio 4 ห้องนอน 3  ที่จอดรถ

ขณะนี้เดือน เมษายน 2560 ARTALE Phatthanakarn-Thonglor  เปิดขายแปลงตามภาพอยู่ครับ ในอนาคตจะเปิดแปลงใหม่ๆ เพิ่มเติมอีก พื้นที่ตรงกลางของโครงการจะเป็น Facilities สระว่ายน้ำ   ลำธาร สวน ศาลา ลานจ๊อกกิ้ง ฟิตเนส ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำแยกชายหญิง ลาน BBQ พร้อมอ่างล้างจานและสำนักงานนิติบุคคล

 

เรามาดูกันดีกว่าว่าแบบบ้านของ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor แต่ละหลังเป็นอย่างไร มีฟังก์ชั่นอะไรบ้าง

โดยหลักแล้วมี 2 แบบคือ Grande บ้านใหญ่ และ Medio บ้านกลาง ความเหมือนร่วมกันคือทั้ง 2 แบบนั้นมี 3 ชั้นเท่ากัน ตกแต่งภายในใช้วัสดุแบบเดียวกัน มีสวนกลางบ้านเหมือนกัน มีระเบียงขนาดใหญ่ที่ชั้น 3 เหมือนกัน แต่มีจุดแตกต่างตรงที่ ขนาดของบ้านที่ต่างกัน แบบ Grande จะมีห้องเพิ่มขึ้นมาคือห้องนอนชั้นล่างมีห้องน้ำในตัวเป็นประตูบานเลื่อนซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยเฉพาะ และ Grande จะมีที่จอดรถทั้งหมด 4 คัน มากกว่า Medio มีที่จอดรถ 3 คันครับ

 

แบบบ้าน Grande 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ

 

Grande จะเหมาะกับครอบครัวขยายที่มีผู้สูงอายุในครอบครัวด้วย โดยจะยกตัวอย่างการใช้พื้นที่ประมาณว่า ชั้นล่างให้อาม่าอยู่ เดินไปชั้น 2 ก็มีห้อง  Master Bedroom สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ในชั้นเดียวกันก็มีห้องนอนเล็กให้ญาติพี่น้องที่เป็นโสดอยู่ ชั้น 3 ข้างบนสุดก็ปล่อยให้เป็นอาณาจักรของลูกๆ ซึ่งอาจจะเป็นครอบครัวเริ่มต้นที่ยกทั้ง Floor ชั้น 3 ให้พ่อแม่มือใหม่ไปเลย หรือลูกอาจจะยังวัยรุ่นกันอยู่ วันเสาร์อาทิตย์ก็พาเพื่อนๆ วัยรุ่นมาปาร์ตี้สนุกสนานที่ระเบียงชั้นบนยามค่ำคืนได้

แบบบ้าน Medio 4 ห้องนอน 3  ห้องน้ำ

 

บ้านแบบ Medio จะเหมาะกับกลุ่มวัยทำงานที่มีครอบครัวมีลูกกำลังเรียนอยู่ มีญาติพี่น้อง หรืออีกกลุ่มคือคนที่อยากได้บ้านกึ่งสำนักงานที่มีคนทำงานไม่เกิน 5 คน ไม่ใช่ office ที่คนไปมาหาสู่มากมายนัก

ยกตัวอย่างการใช้งาน เช่น ชั้นล่างเป็นพื้นที่สังสรรค์ของคนในครอบครัวทุกคนที่ห้องนั่งเล่นและห้องอาหาร เป็นศูนย์รวมของทุกคนในบ้าน  ลานจอดรถมีทั้งหมด 3 คัน คุณพ่อ 1 คัน คุณแม่ 1 คัน และของพี่หรือน้องของพ่อหรือแม่ที่มาอยู่ด้วยกันเพื่อช่วยดูแลลูกอีก 1 คัน เดินขึ้นมาชั้นมีห้องนอน Master Bedroom ของคุณพ่อคุณแม่พร้อม walkin closet เก็บเสื้อผ้าอันมากมายของคุณแม่นักช้อป ห้องนอนเล็กที่ชั้น 2 ก็ให้คุณลูกครอบครองไปพร้อมกับ Family room ที่ดัดแปลงเป็นห้องอ่านหนังสือ ติวเรียนพิเศษส่วนตัวของคุณลูก เดินขึ้นไปชั้น 3 มีห้องนอนสำหรับญาติที่มาช่วยดูแลลูก และเหลืออีก 1 ห้องก็เอามาทำเป็นห้อง Entertain ห้องจิบไวน์สังสรรค์ หรือห้องทำงานที่ต้องการใช้สมาธิและความเงียบห่างไกลจากเสียงดังของโทรทัศน์ที่ดังออกมาจากห้องนั่งเล่นชั้น 1

 

ภาพตัวอย่างการใช้สอยพื้นที่ภายในบ้านของแต่ละชั้น สามารถสร้างสรรค์พื้นที่ให้ตรงใจได้ครับ เพราะ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor สร้างเป็นบ้านแบบให้เฟอร์นิเจอร์บางส่วน ให้แอร์ ชุดครัวครับ

บ้านทุกหลังจะมีระบบ Home Automation ให้มาด้วยครับ เช่น ไฟส่องสว่างระบบเปิดปิดอัตโนมัติมี motion sensor จับการเคลื่อนไหวเพื่อความสะดวกและประหยัดไฟเปิดใช้เฉพาะพื้นที่ที่มีการใช้งาน Motor Curtain สวิตช์เปิดปิดม่านอัตโนมัติ ระบบกล้องวงจรปิด IP Camera, Digital Doorlock เป็นต้น

เปิดบ้านตัวอย่าง แบบบ้าน Medio

 

ลักษณะหน้าบ้านแบบ Medio ภายนอกของตัวบ้านคล้ายอิฐเรียงซ้อนกัน ทำให้บ้านดูมีความอบอุ่นและดูเหมือนปราสาทในเทพนิยาย

เดินเข้าบ้านมาพบกับความสูงอันอลังการของห้องนั่งเล่นแบบ Double Volume

ห้องนั่งเล่นสามารถติดทีวีขนาดใหญ่และวางโซฟาขนาด 3-4 คนนั่งได้สบายๆ

หันหลังกลับ เราจะอยู่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับ Pantry มีประตูบานเฟี้ยมกั้นอยู่ แต่บ้านจริงที่ส่งมอบจะไม่มีประตูบานเฟี้ยมให้นะครับ ต้องติดตั้งเอาเอง

เหนือบานเฟี้ยม มีช่องแอร์เหนือหัว กระจายความเย็นไปทั่วห้องนั่งเล่น

ภาพนี้ถอยออกมาให้เห็นความสูงใหญ่ของบานกระจกหน้าต่างริมห้องนั่งเล่นชั้น 1 สูงโปร่งสุดๆ

เดินเข้าไปในโซน Pantry และห้องกินข้าวซึ่งห้องกินข้าวนี้จะดัดแปลงเป็นห้องนั่งเล่นเพิ่มอีกก็ได้ สำหรับครอบครัวที่ไม่ค่อยนิยมกินข้าวบนโต๊ะอาหารแบบเป็นทางการ แต่ชอบกินอาหารในห้องนั่งเล่น ดูหนังไปกินข้าวไป แล้วย้ายโต๊ะกินข้าวไปไว้โซนหน้าบ้านแทนก็ได้ แล้วแต่จินตนาการ

เครื่องใช้ไฟฟ้าใน Pantry ได้ตามที่เห็นนี้ครับ

เตาไมโครเวฟ  เตาอบ เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควันตามนี้เลย

แต่ตู้เย็นนี้ไม่ได้ให้นะครับ

ภาพรวมของ Pantry พื้นที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัว ยิ่งถ้าครอบครัวไหนชอบทำครัวทำอาหารแล้วรับรองว่าเป็น space ที่ใช้บ่อยแน่นอน

อ่างล้างจานพร้อมหัวก๊อกที่สะดวกต่อการล้างผัก

กลับหลังหันไปชมห้องกินข้าวที่ได้วิว Private courtyard กินข้าวไปดูต้นไม้ไป เพลิดเพลินดี

ผนังของจริงจะเป็นติด wallpaper ครับ ตรงนี้ก็ติด TV ได้อีก 1 เครื่อง สำหรับครอบครัวที่รักการดู TV

มุมมองจากห้องกินข้าวมองไปยังห้องน้ำ  ห้องครัวไทยและบันได

เปิดประตูห้องครัวไทย มีอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับการปรุงอาหารมีกลิ่นฟุ้งได้จัดเต็มพร้อมเครื่องดูดควันขนาดใหญ่กว่าที่ Pantry บวกกับหน้าต่างระบายอากาศและอีกฝั่งก็เป็นประตูเปิดระบายอากาศได้เพิ่มอีก แต่คงต้องติดมุ้งลวดเข้าไปป้องกันยุงและแมลง

เตาแก๊ส 5 หัว ทำอาหารหลายเมนูได้พร้อมๆ กัน

อ่างล้างจานและเตรียมอาหาร 1 หลุมและพื้นที่วางจาน น่าจะเพียงพอ

เดินออกประตูครัวไทย พบกับหน่วยบัญชาการฝ่ายสนับสนุนของแม่บ้าน

มีห้องเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ห้องน้ำแม่บ้าน

ห้องน้ำแม่บ้านเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ใต้บันได ออกแบบเรียบง่าย มีฝักบัวอาบน้ำด้วย และอีกมุมเป็นอ่างล้างมือจิ๋ว

นี่คือห้องทำงานของแม่บ้านครับ เอาไว้เป็นศูนย์รีดผ้า เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด มีพื้นที่ปูเสื่อนอนเอนหลังพักกายของแม่บ้านได้ ขนาดของห้องแม่บ้านจะไม่ใหญ่มาก เพราะจริงๆ แล้วปัจจุบันการหาแม่บ้านที่มานอนพักอยู่ในบ้านเลยนั้นเริ่มหายาก ไม่ค่อยมีคนอยากอยู่ แต่แม่บ้านมักจะมาเช้าเย็นกลับ ทำงานเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป หรือบางบ้านก็เลือกใช้บริการแม่บ้าน Outsource ดังนั้นขนาดห้องแม่บ้านเท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเพียงพอกับแม่บ้านจำนวน 2 คนหรือไม่เพราะบ้านใหญ่ขนาดนี้ แม่บ้าน 1 คนไม่พอครับ

ตรงข้ามกับห้องแม่บ้านคือประตูห้องขยะ ห้องขยะอยู่หน้าบ้านมีประตูหยิบขยะออกจากหน้าบ้านเพื่อให้พนักงานเก็บขยะเก็บได้สะดวก ไม่ต้องเข้ามาในตัวบ้าน

จากนอกบ้าน เดินเข้ามาข้างในบ้านอีกครั้ง เตรียมขึ้นบันไดไปชั้น 2 ซึ่งบันไดอยู่บริเวณเดียวกับห้องนั่งเล่น

ราวจับบันไดเป็นสีไม้ ราวกันตกทำมาจากกระจก Tempered และโลหะสีทองแดงดูหรูหรา พื้นบันไดมีไฟส่องสว่างที่พื้น ไม่ต้องควานหาสวิตช์ไฟยามค่ำคืน

เดินขึ้นมาบนชั้น 2  เรียบร้อยแล้วครับ มองลงไปด้านล่าง

กระจกห้องนั่งเล่นใหญ่มาก เป็นกระจกแบบ Floor to ceiling เลยครับ

เดินเข้าห้องนอน Master Bedroom เปิดประตูเข้ามาเห็น foyer ขนาดย่อมก่อนเข้าห้องน้ำและห้องนอนครับ

วางเฟอร์นิเจอร์ต่างได้ประมาณนี้

โถงตรงนี้ก็ทำเป็น Walk-in closet ได้

มีแอร์ที่มุมนี้ หน้าประตูห้องน้ำ

จัดเป็นมุมแต่งหน้าได้ เพราะมีแสงธรรมชาติเข้ามาได้จากหน้าต่างด้านหลัง สาวๆ แต่งหน้าได้ไม่หน้าขาวเว่อร์

ห้องน้ำ ด้านหน้าเป็นอ่างอาบน้ำติดหน้าต่างกระจกฝ้า เปิดระบายอากาศได้ ด้านซ้ายเป็นห้องอาบน้ำ  และโถสุขภัณฑ์ ส่วนด้านขวาเป็นอ่างล้างหน้า

อ่างล้างหน้าเป็นแบบ His & Her แบ่งโซนกันได้ เหมาะกับการเข้าห้องน้ำาพร้อมกัน มีกระจกเงาบานใหญ่

อ่างอาบน้ำใหญ่ อาบได้สองคน

ห้องอาบน้ำ  มีฝักบัวธรรมดาและ Rain Shower พื้นห้องน้ำสีสว่างไม่เลอะง่าย กระจก Tempered พร้อมราวจับที่แขวนผ้าเช็ดตัวได้

ห้องอาบน้ำมีพื้นที่วางขวดต่างๆ มากเพียงพอ  ก๊อกน้ำเป็นก๊อกผสม รองรับระบบน้ำร้อนได้

อ่างอาบน้ำและหน้าต่างกระจกฝ้า

มีตู้เก็บของใต้อ่างล้างหน้า

เดินออกมาจากห้องน้ำ  จะเป็นโซน Walk-in closet

เดินผ่านตู้เสื้อผ้าก็เป็นโซนเตียงนอน

หัวเตียงตกแต่งได้ตามใจ หน้าต่างรอบทิศทาง โปร่งสบาย แต่จะร้อนช่วงบ่ายต้องปิดม่าน ติดฟิล์มกันร้อน

วาง TV ได้

เดินออกจากห้องนอน Master Bedroom

เดินผ่านโถงทางเดินชั้น 2

Hallway ตรงนี้แคบ เด็กๆ น่าจะชอบวิ่งไปมาตรงแถวนี้ ผนัง  Hallway ก็ติดภาพศิลปะแบบนี้ก็ได้ครับ

ก่อนจะถึง Family room มีหน้าต่างรับแสงอีกบาน

Family room ทำเป็นห้องติวหนังสือส่วนตัวของลูกๆ หรือทำเป็นห้องทำงานของสมาชิกในครอบครัวก็ได้

Hallway ตรงหน้าห้อง Family room จะมีราวกันตกและแผงบังสายตาโลหะสีทองแดง

เข้าห้องนอนเล็กชั้น 2 ดัดแปลงเป็น Play room สำหรับลูกๆ หรือจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

ถ้าเด็กๆ มีอาณาจักรน้อยๆ ของเขาก็คงจะดีมากเลยครับ เสริมสร้างจินตนาการและพัฒนาการด้านสมองและร่างกาย

มีประตูห้องน้ำ

ห้องนี้ก็รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ แต่อีกด้านเป็นผนังทึบ ห้องนี้อาจจะเย็นกว่าห้อง Master Bedroom ขึ้นอยู่กับทิศทางของแดดแต่ละตำแหน่งบ้าน

ห้องน้ำจะเป็นรูปแบบธรรมดา มีอ่างล้างหน้าอ่างเดียว โถสุขภัณฑ์ และห้องอาบน้ำแยกต่างหากป้องกันเปียก

เหนือโถสุขภัณฑ์ให้โคมไฟลักษณะแบบนี้มาเลย ดูหรูหรา

มีพื้นที่วางของในห้องน้ำค่อนข้างเยอะทีเดียว ห้องอาบน้ำ และราวแขวนผ้า

ห้องน้ำนี้เหมาะกับผู้สูงอายุ มีที่นั่งอาบน้ำด้วยครับ

Rain Shower เจาะช่องเป็นชั้นวางขวดเครื่องอาบน้ำต่างๆ

แผงกั้นที่ Hallway

ช่วยบังสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัว แต่เป็นแผง Fixed ตายตัวนะครับ ขยับพับเปิดปิดไม่ได้

ลาจากชั้น 2 เดินขึ้นไปชั้น 3  กันดีกว่า

พบโถงทางเดินชั้น 3 ที่เชื่อมออกไประเบียงนอกบ้านได้

Hallway ติดภาพศิลปะได้ ข้างบนมีเจาะช่องให้แสงธรรมชาติส่องลงมาได้

ประตูออกไประเบียงนอกบ้าน ด้านซ้ายมือเป็นห้องนอนอีกห้องหนึ่ง

ประตูเข้าห้องน้ำ  ด้านซ้ายมือเป็นมุมเล็กๆ

มุมเล็กๆ วางเฟอร์นิเจอร์ได้

ห้องนี้ตกแต่งเป็นห้อง Music Chamber ให้คุณพ่อซ้อมกีต้าร์

หรือทำเป็นห้องดูหนังส่วนตัว ในวันที่ต้องการปลีกตัว

มีห้องน้ำรูปแบบธรรมดา

เดินออกไป Hallway เปิดประตูออกไประเบียงนอกบ้าน facade หน้าบ้านเป็นโลหะสีทองแดงฉลุลายเพิ่มความน่าสนใจให้ตัวบ้านภายนอก

ระเบียงใหญ่นอกบ้าน ฝั่งหน้าบ้าน มองไปเห็น Private Courtyard

เดินกลับเข้าไป Hallway อีกครั้ง แล้วเดินเข้าไปห้องนอนห้องสุดท้าย เป็นห้องที่มีความน่าสนใจ และคาดว่าจะเป็นห้องที่ลูกๆ จะแย่งกัน เพราะอะไร มาดูกัน

สาเหตุที่จะแย่งกัน เพราะเป็นห้องนอนชั้น 3 ที่มีอ่างอาบน้ำส่วนตัว

และฟังก์ชั่นห้องน้ำธรรมดาทั่วไปปกติ

ห้องนอนมีมุมโต๊ะเครื่องแป้ง

ออกแบบคล้ายคอนโดมิเนียมแบบ Studio Type

มีพื้นที่วาง TV และโซฟา

เตียงนอน 6 ฟุตก็วางได้

ติดตั้งตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ได้เต็มที่ เก็บของได้เต็มเหนี่ยว

นี่คือ Highlight ของห้องนี้ที่ทำให้ลูกๆ น่าจะแย่งกันครอบครองห้องนอนนี้ครับ เพราะเป็นห้องเดียวที่มีระเบียงนอกบ้านส่วนตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร

ระเบียงนี้จึงเหมาะกับลูกๆ ที่ชอบปาร์ตี้ นัดเพื่อนมาคุย เหมาะกับลุกวัยรุ่น

ระเบียงกว้างมาก วางเก้าอี้เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งได้

มุมมองจากระเบียงห้องนอนสุดว้าว มองเห็น Courtyard ได้ ถือว่าเป็นห้องที่ Location in location ที่ดีมากครับ

ทางเข้าระเบียงก็คือหน้าต่างบานยักษ์นี่เอง

มองลงไปเห็นต้นไม้เติบโตขึ้นทุกวัน

แบบบ้าน Medio เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 4-5 คน หรือคนวัยทำงานที่ต้องการ Space การทำงานที่เป็นส่วนตัว

 

แบบบ้าน Grande

 

แบบบ้านนี้มี 5 ห้องนอนครับ ที่จอดรถ 4 คัน

หน้าบ้าน Grande

มี Private Courtyard ที่ใหญ่มากขึ้น

วางเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งได้ มีพื้นที่จัดสวน เป็นที่ออกกำลังเล็กๆ น้อยๆ แกว่งแขวนได้

ประตูทางเข้าตัวบ้าน

ทางเดินนี้ ถ้าเดินเลี้ยวขวาก็ไปหลังบ้านได้

เข้ามาในบ้านแล้วครับ ซ้ายมือคือตู้เก็บของและรองเท้า ด้านขวาเป็นหน้าต่างรับแสง ด้านหน้าคือห้องนั่งเล่นและ Pantry

ห้องนั่งเล่น มุมมองจาก Pantry

มุมมองด้านใน Pantry จะเห็นความโล่งกว้างของบ้าน

Pantry คล้ายกับบ้านแบบ Medio แต่เยอะและใหญ่กว่า Medio

ประตูทางเข้าห้องนอนชั้นล่าง อยู่ติดกับ Pantry

ห้องนอนชั้นล่างเหมาะกับผู้สูงอายุ

เป็นอีกหนึ่งห้องที่ตำแหน่งดีมาก เพราะได้วิวสวน Private Courtyard

ห้องนอนวางเตียงใหญ่ได้ ด้านขวาเป็นประตูเข้าห้องน้ำ

ประตูห้องน้ำเป็นแบบบานเลื่อน สะดวกใช้งานสำหรับอาม่าอากง

ห้องน้ำมีขนาดเล็ก ซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุ (ที่ไม่ได้ใช้ wheel chair) ถ้าเกิดเวียนหัวเซล้มก็ยังไม่ทันล้มตึงหัวฟาดพื้นเพราะจะเอามือยืนค้ำผนังได้

ห้องอาบน้ำมีที่นั่งสำหรับอาบน้ำ

มีหน้าต่างกระจกฝ้ารับแสงธรรมชาติ ทำให้ห้องน้ำแห้ง ไม่อับชื้น

ออกจากห้องน้ำ  มีตัวอย่างการวางตู้เสื้อผ้าให้ดู

มุมหัวเตียงก็มีหน้าต่างบานเล็กๆ แสงเข้า เปิดรับอากาศก็ได้

ห้องนอนวิว Courtyard สุดชิลล์

ออกมาโซน Pantry อีกครั้ง

เลี้ยวขวาเข้าห้องน้ำ  Powder room ไม่มีห้องอาบน้ำ เหมาะกับแขกที่มาเยี่ยมบ้าน

ห้องน้ำขนาดกะทัดรัด

ประตูติดกับห้องน้ำก็เป็นทางเข้าห้องครัวไทย อุปกรณ์ครบ

ศูนย์แม่บ้านอยู่ด้านนอกของบ้านเช่นกัน

ห้องแม่บ้าน หน้าต่างบานเกล็ด

กลับเข้ามาในตัวบ้านอีกครั้ง เริ่มใหม่ที่ห้องนั่งเล่นครับ

กระจกรับแสงเต็มๆ

เชื่อมโยงสายตาจากห้องนั่งเล่นไปชั้น 2  ได้

บันไดขึ้นชั้น 2

Hallway ชั้น 2 ตามบ้านตัวอย่างตกแต่งคล้ายโรงแรมหรู

ทางเข้าห้องนอน

เปิดประตูห้องนอน Master Bedroom เป็นแบบนี้

Walk-in closet หรือโซนทำงานส่วนตัวก็ยังได้

จัดเต็มงานออกแบบภายใน สร้างสรรค์ได้ตามจินตนาการ

ถูกใจคนเสื้อผ้าเยอะแน่นอน เพราะมีพื้นที่เปล่าให้ออกแบบการใช้สอยเอง

อีกตัวอย่างของ Walk-in closet

กำลังจะเข้าห้องน้ำแล้ว

ห้องน้ำ Master Bedroom ย่อมมีอ่างอาบน้ำแน่นอน รูปแบบห้องน้ำเป็นแบบเดียวกับ Medio เลยครับ มีการแบ่งโซน His& Her

โซนโถสุขภัณฑ์และโซนอาบน้ำ

ห้องนอน Master Bedroom  ตกแต่งให้ดูมีพลังที่มีความสงบปนเปกันไป

แอร์ติดตั้งบนเพดานเป็นที่นิยมสำหรับบ้านที่ห้องสูง

มุมวาง TV

Hallway ชั้น 2

มุ่งหน้าสู่ Family room

Family room ของแบบบ้าน Grande นี้จะกลายเป็นห้องทำงานแทน

มองจากหน้าห้อง Family room ลงไปที่ชั้นล่าง

ออกจากห้องไปที่ห้องนอนอีกห้องที่ชั้น 2

เป็นอีกห้องนอนที่มีแบ่งโซนนอนกับโซนกิจกรรมอื่น

โซนกิจกรรมอื่นก็ทำเป็นห้องแต่งตัวสาวน้อยก็ได้

หรือทำเป็นห้องทำงานส่วนตัวก็ได้

พื้นที่กว้างขวางมากพอที่จะวางเตียงเดี่ยว 2 เตียง

ระยะห่างสบายๆ

ห้องนี้มีหน้าต่างบานใหญ่ มองเห็นวิว Courtyard ได้ด้วยครับ

ห้องน้ำเป็นแบบทั่วไป

มีหน้าต่างระบายอากาศและแสงเข้า

หน้าต่างบานใหญ่

ประตูทางออกห้องนอน

มองไปยังบันได เส้นสายซ้อนทับกัน

บันไดขึ้นชั้น 3

มองลงไปชั้นล่าง

โถงทางเดินชั้น 3 คล้ายแบบบ้าน Medio ก็มีประตูออกไประเบียงด้านนอก

ชั้น 3 มีทั้งหมด 2 ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว

ห้องน้ำ มีอ่างอาบน้ำ

ห้องนอน แอร์ฝังฝ้าเพดาน

ตู้เสื้อผ้า

เชื่อมระเบียงด้านนอกอีกแล้ว

TV

ห้องตกแต่งพิเศษ แต่ของจริงก็เป็นห้องธรรมดาทั่วไป

ห้องตัวอย่างนี้ทำเป็น Bar

ถ้ามานั่งสังสรรค์ที่นี่ก็คงดีนะ

ฝึกซ้อมเป็นบาร์เทนเดอร์กันได้ที่นี่

บ้านจริงไม่มีการตกแต่งแบบนี้ครับ จะเป็นผนัง Wallpaper ปกติ

ทางเดินไปห้องน้ำ

ห้องน้ำและหน้าต่าง

ห้องน้ำเหมือนห้องน้ำอื่นๆ

Bar อีกมุมหนึ่ง

เดินออกไประเบียงดีกว่า

ทางเดินระเบียงนอกบ้าน

พื้นที่กว้างมาก จัดเป็นมุมพักผ่อนแบบนี้ก็ได้

พักผ่อนนอนหลับหลังจากดูบ้าน Grande อันใหญ่โต

บ้านแบบ Grande คือบ้านที่เหมาะกับครอบครัวขยายขนาดใหญ่ มีสมาชิกครอบครัวประมาณ 5-8 คน อาจมีครอบครัวย่อย 2-3 ครอบครัวในบ้านหลังเดียวกัน

 

จากป่าสนในเทพนิยายกลายมาเป็นพื้นที่ส่วนกลางของ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor

 

ARTALE Phatthanakarn-Thonglor เป็นหมู่บ้านที่ออกแบบสื่อถึงศิลปะและเรื่องเล่านิทานของชีวิต (ART+TALE) มี reference การออกแบบมาจากเรื่องเล่าในเทพนิยาย ให้บรรยากาศความอบอุ่น เป็นธรรมชาติ มี Theme ของงาน Landscape design คือ ป่าสน

 

จากการตีโจทย์เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรสนิยมต้องการความแตกต่าง ผู้พัฒนาโครงการจึงเลือก Theme ในการออกแบบให้ออกมาเป็นเทพนิยายของชาวตะวันตกเพื่อสร้างความแปลกตาให้กับลูกค้าซึ่งเป็นคนเอเชีย เพื่อสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นในจิตใจ

 

งานออกแบบแขนงหนึ่งที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบ้านและโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่สำคัญในยุคปัจจุบันคือ Landscape Design หรือภูมิสถาปัตยกรรม สมัยก่อนโครงการหมู่บ้านจัดสรรจะไม่ได้ลงทุนกับงาน Landscape Design มากนัก ทำให้เราเห็นหมู่บ้านที่อัดแน่นไปด้วยบ้าน แต่ขาดพื้นที่สีเขียวที่มีสไตล์ บาง Developer ก็คิดแต่ว่าปลูกต้นไม้ไปให้ครบตามที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ได้ใส่ใจหรือลงทุนกับงานออกแบบต้นไม้และทิวทัศน์ของโครงการมากนัก หมู่บ้านบางแห่งเราจะเห็นต้นไม้แบบเดียวกันติดกันเป็นพืดเรียงห่างกันเป๊ะๆ อย่างกับต้นไม้ในเขตพื้นที่ทหาร แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไปค่อนข้างมากแล้วหลังจากที่มี Developer หลายแห่งเริ่มแข่งขันแพ้-ชนะกันที่ Landscape Design กันมากขึ้นว่าสวนใครสวยกว่าคนนั้นชนะและได้ใจลูกค้าไปครอง

 

งานหนักจึงเริ่มตกมาที่ Landscape Architect นักภูมิสภาปัตยกรรมหรือบางทีคนในวงการมักจะบ่นว่าคนอื่นชอบเรียกพวกเขาว่าคนสวน ซึ่งไม่ใช่นะครับ พวกเขาไม่ใช่คนสวน (Gardener) แต่นักภูมิสภาปัตยกรรมมีหน้าที่ออกแบบ วางแผนจัดการทรัพยากรต่างๆ และบริหารพื้นที่ภายนอกอาคารให้ผู้ใช้สถานที่นั้นมีความสุขมากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงหลักความปลอดภัย ความสวยงาม การบำรุงรักษาที่มีผลต่อความยั่งยืนของโครงการ และต้องคำนึงถึงประโยชน์ว่างานออกแบบนั้นต้องใชได้จริง ดังนั้นมิติของนักภูมิสภาปัตยกรรมจึงซับซ้อนกว่างานของคนสวน แต่คนสวนก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สำคัญเพราะเป็นผู้ร่วมงานกับนักภูมิสภาปัตยกรรมครับ ผู้คนกลุ่มนี้ทำให้ลูกบ้านอย่างเราๆ มีพื้นที่สวยงามได้เสพนั่นเอง ขอปรบมือให้กับพวกเขาด้วยครับ

 

สำหรับโครงการ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor จากบริษัท Ananda Development ซึ่งเป็นหนึ่งใน Developer ที่ใส่ใจในงาน Landscape Design ที่โดดเด่นอีกหนึ่งรายของไทย ก็ยังคงมาตรฐานความสวยงามของ Landscape ได้อีกเช่นเคย เรามาดูผลงานกันครับว่าเป็นอย่างไร

 

Landscape ของพื้นที่ส่วนกลางของที่ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor มีเอกลักษณ์ตรงที่เป็นคล้ายป่าสนในดินแดนเทพนิยาย

มีลำธารและสะพานทอดไปสู่ศาลา

ลำธารที่จำลองมาจากธรรมชาติ

มีสะพานไม้น้อยๆ น่ารัก

เหมาะกับพาลูกๆ มาเดินเล่นในสวน

สระว่ายน้ำดั่งทะเลสาบ

ให้อารมณ์เหมือนกำลังเดินไปสู่เกาะเล็กๆ ที่มีบ้านอยู่กลางทะเลสาบ

เมื่อเข้ามาในอาคารก็จะกลายเป็นหน้าที่ของสถาปนิก ผู้ออกแบบอาคาร และมัณฑนากร นักออกแบบภายในแล้วละครับ

พื้นที่ส่วนกลางของ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ขนาดใหญ่รวมกันเป็นไร่ จัดสรรเป็นพื้นที่หลายประโยชน์

 

ถ้าดูจากแผนผังของพื้นที่ส่วนกลางจะมีสวน ศาลาพักผ่อน  จ๊อกกิ้งแทรค สระว่ายน้ำ  ฟิตเนส ห้องนั่งเล่น ลาน BBQ ห้องน้ำ  ห้องประชุมและสำนักงานนิติบุคคล

ห้องออกกำลังกายของ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor อยู่ที่ชั้น 2 ของ Clubhouse

มีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่เพียงพอ ออกแบบภายในน่าใช้งาน

อีกหนึ่ง Highlight ของ Clubhouse คือ อ่างล้างมือในห้องน้ำที่เห็นราคาอ่างแล้วคงต้องอึ้งถึงกับร้องว้าว

ก่อนจบเรื่อง  Facility ขอพักผ่อน มองทอดอารมณ์ไปจากชั้นล่างของ Clubhouse

โครงการเปรียบเทียบของ ARTALE รอบข้าง

 

โครงการบ้านเดี่ยวในเมือง (Urban Home) ที่เป็นตัวเปรียบเทียบกับ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor จาก Ananda Development อย่างเช่น Baan Nawat Ekkamai-Ramintra จาก Premier Asset อยู่ทำเลที่ไกลสุขุมวิทออกไปมากกว่า มีความพิเศษเพราะเป็น Pool Villa ทุกหลัง แต่ก็แลกกับราคาเริ่มต้นที่สูงกว่า , Issara Residence Rama 9 จากชาญอิสสระ มีราคาเริ่มต้น 80 ล้านบาท สูงกว่า ARTALE Phatthanakarn-Thonglor  เพราะหลังใหญ่โตมากกว่าเกือบ 2 เท่า, AQ Welle จาก AQ Estate ราคาเริ่มต้นที่ 30 ล้านบาท มีพื้นที่ใช้สอยชั้นใต้ดิน ทำเลค่อนไปทางแยกพระราม 9 แต่ก็ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่และสวยงาม, Arna Ekamai จาก D’well เริ่มต้นที่ 29.8 ล้านบาท แต่ก็ไม่มีส่วนกลาง

สำหรับคู่แข่งในถนนพัฒนาการอย่าง The Palm Pattanakarn ของพฤกษา ซึ่งจะมีดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางที่เป็นเอกลักษณ์ของพฤกษาที่บอกไม่ได้ว่าแบบไหนสวยกว่ากันเพราะต้องตัดสินใจด้วยรสนิยมส่วนบุคคล นอกจากนี้ The Palm มีจำนวนชั้นและพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าทำให้ราคาจะถูกกว่านั่นเองครับ โครงการสุดท้ายที่ไปดูเปรียบเทียบได้คือ The AVA Residence จาก Areeya อยู่บนถนนสุขุมวิท 77 อ่อนนุชค่อนไปทางถนนศรีนครินทร์ ลักษณะของโครงการนี้ดูใกล้เคียงกับ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor  มากที่สุด เพราะมี Clubhouse สระว่ายน้ำแต่มีดีไซน์ที่แตกต่างและทำเลที่ต่างกันเท่านั้นเอง ลองแวะเวียนไปดูให้ครบทุกโครงการแล้วค่อยตัดสินใจครั้งสุดท้ายก็ได้ครับ เพราะแต่ละโครงการก็มีข้อดีข้อเสียอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

 

สรุปจุดเด่นของบ้าน ARTALE Phatthanakarn-Thonglor

ARTALE Phatthanakarn-Thonglor เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Luxury โครงการแรกของอนันดาภายใต้แบรนด์ ARTALE สื่อถึงความเป็นศิลปะที่มีเรื่องราว เป็นบ้านแบบ Penthouse on the Ground สไตล์ Modern Elegant ที่ใช้วัสดุภายในแตกต่างจากบ้านโครงการอื่นทั่วไป เช่น ราวจับบันไดสีทองแดง Copper ทำให้บ้านโดยรวมดูหรูหราน่าอยู่ แบบบ้านมี 2 ขนาดคือ Medio 4 ห้องนอน และ Grande 5  ห้องนอนมีห้องพิเศษชั้น 1 สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ แต่ก็ตอบโจทย์คนทุกวัย มีสวน Courtyard กลางบ้านทุกหลัง มี Clubhouse ส่วนกลางพร้อมสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ศาลาพักผ่อนริมลำธารกลางป่าสนที่ให้บรรยากาศเสมือนอยู่ในดินแดนเทพนิยาย ทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนแหล่งชุมชนไม่เปลี่ยวในถนนพัฒนาการซอย 20 เดินทางด้วยรถยนต์ถึงเอกมัย ทองหล่อ ทางด่วน รถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช Airportlink สถานีรามคำแหง หัวหมาก และซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้านซึ่งไปถึงทั้งหมดนี้ไปถึงที่หมายด้วยระยะทางไม่เกิน 5 กม. เท่านั้น ดังนั้นจึงเรียกที่นี่ว่า Urban Luxury Home ได้อย่างเต็มตัว ARTALE Phatthanakarn-Thonglor เน้นเข้าถึง Demand กลุ่มครอบครัวระดับชนชั้น Prestige & Crfeative Class ที่ปรารถนา Penthouse กลางเมืองแต่ยังลังเลเพราะแท้จริงต้องการบ้านเป็นหลังๆ ที่มี Luxury in Space มากกว่า

 

สนใจติดตามข้อมูลโครงการ ARTALE Phatthanakarn-Thonglor ได้ที่ http://www.ananda.co.th/house/artale/



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

นายโฮม วิเคราะห์อสังหาแบบลูกทุ่ง เป็นเด็กบ้านนอก คนธรรมดา ย้ายมาอยู่กรุงได้ 10 กว่าปีแล้ว บ้านไม่รวย หาเงินเอง ไม่ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับอสังหามาหรอก แต่เป็นคนแสวงหาความรู้ใหม่ๆ สนใจอสังหาโดยเฉพาะคอนโด เพราะค้นพบว่าตัวเองชอบอยู่บนตึก งานอดิเรกคือเดินตากแดด เสาะแสวงดูคอนโดทั่วกรุง

เว็บไซต์


PropScore™ 3.4

SCORE:
3.7
From : 1 รีวิว




3.7

ดูคะแนนและ Comment ทั้งหมด


ลงทุนได้ผลตอบแทนระยะยาวด้วยคอนโดมิเนียมรีสอร์ทกลางเมืองกรุงเทพ อยู่เองก็เพลินตา ปล่อยเช่าก็ได้ Yield ดี รอขายต่อก็มี Demand ที่ The Nest Sukhumvit 64 เริ่มต้น 2.1 ล้านบาท

Facility ที่มีภายในโครงการ The Nest Sukhumvit 64 มีครบครัน เริ่มตั้งแต่ Lobby Lounge, Garden พร้อมกับพื้นที่ outdoor recreation area ที่ขาดไม่ได้คือ Swimming pool พร้อม jacuzzi และ kid’s pool ร่างก... อ่านต่อ




The Excel Hideaway Sukhumvit 71 “คอนโดซ่อนรูป” ใหม่ดีไซน์หรู ใกล้ BTS ติดทางด่วน ของกินเพียบ ไปเอกมัยแค่ 10 นาที ราคาต่ำกว่าตลาด ทำไมมันถูกแบบนี้!

เยอะแยะมากมายหลายทาง ผมว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากสำหรับคนอยู่อาศัยที่ชอบใช้รถยนต์ แต่สำหรับค... อ่านต่อ

42-40-38-36 มีโปรเจคอะไรกำลังจะมา

มาดูกันนะครับพี่น้องว่ากำลังจะมีโปรเจคอะไรมาแถวนี้บ้าง เริ่มจากซอย 42 ถ้าเข้าซอยย่อยซอย... อ่านต่อ

Cozy Living around MRT Lat Phrao Station ทำไมรอบๆ รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าวถึงอบอุ่น น่าอยู่ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตซ่อนอยู่

เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวก็จะนึกถึงย่านที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน มีความหลากหลายของรูปแบบการอ... อ่านต่อ

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (กลาง) และนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ประธานคณะกรรมการการตัดสิน แถลงข่าวประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลสุดยอดพัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม “พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์” ครั้งที่ 12 มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ารอบสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย หัวหิน เขาใหญ่ และชายฝั่งทะเลตะวันออก ทั้งหมดรวม 41 บริษัท โดยจะมีการประกาศผลการตัดสินในงาน กาล่า ดินเนอร์ วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ที่โรงแรม พลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้าหนึ่งวันจะมีการจัดงานประชุมผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ เรียล เอสเตท ซัมมิท (PropertyGuru Thailand Real Estate Summit)