The QUARTER Bangkok ที่พักแบบ poshtel กับเสน่ห์แบบไทย-โคโลเนียลสไตล์

Sudaporn 06 February, 2018 at 12.50 pm

ไม่กี่นาทีจากความจอแจและเนืองแน่นในย่านราชเทวี ยังมีพื้นที่ในบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย และอบอุ่นตั้งอยู่ นี่คือ The QUARTER Bangkok Poshtel & Coworking ที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นจากความตั้งใจของ ณัฏฐิมา วิชยภิญโญ และ ศิวพร วุดานุพันธ์ ที่อยากจะสร้างสเปซสำหรับการหยุดพักผ่อนและการทำงานท่ามกลางความรู้สึกอบอุ่นแบบบ้าน โดยชื่อของ The QUARTER มาจากความประทับใจในย่าน French Quarter / Latin Quarter ของทั้งสองผู้ก่อตั้ง ซึ่งเป็นย่านที่มีบรรยากาศดีๆ ในเมืองต่างๆ บวกกับทำเลที่ตั้งของ The QUARTER เอง บริเวณกลางสี่แยกราชเทวีนั่นเอง

 

สำหรับการออกแบบนั้น ด้วยข้อจำกัดของการเป็นอาคารอนุรักษ์ โครงสร้างของสถาปัตยกรรมด้านนอกจึงถูกคงไว้แบบเดิม ซึ่งก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์ ส่วนงานอินทีเรียนั้น ทีมออกแบบจาก Gooodlux Design Consultancy นำทีมโดย กวิน วงศ์วิริยะ ได้ดึงเอาลักษณะของบ้านไทย สถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนี่ยล และวิถีชีวิตพื้นถิ่นของชาวกรุงเทพฯ ในสมัยก่อนมาหลอมรวมเข้าด้วยกัน ก่อนจะคลี่คลายผ่านรูปแบบการตกแต่งที่มีความเรียบง่ายแบบฝรั่ง แต่ยังคงการใช้งานและกลิ่นอายแบบไทยๆ เอาไว้ ทั้งการใช้ประตูบานเปิดคู่แบบบ้านไทย การตกแต่งผนังด้วยไม้และภาพแบบไทยๆ ร่วมกับความเรียบง่ายของผืนผนังสีขาว ผ้าม่านสีครีมนวลตา ที่ตัดกับสีโทนเย็นของโครงหน้าต่างและบานประตู นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นที่ เป็นต้นว่า การประยุกต์เอากรงนกซึ่งแต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไทยโบราณมาใส่ฟังก์ชั่นใหม่จนกลายเป็นโคมไฟสำหรับประดับประดา ตลอดจนเพิ่มความสดชื่นให้สเปซด้วยสีเขียวจากต้นไม้แขวนบนเพดาน ซึ่งในชั้นแรกนี้ได้ถูกกำหนดหน้าที่ใช้สอยให้เป็นทั้งล็อบบี้และพื้นที่พักคอยสำหรับแขก โดยจะแชร์สเปซร่วมกับบาร์และคาเฟ่แนววินเทจ ซึ่งเสริฟอาหารคาว-หวาน และเครื่องดื่มนานาชนิด


ถัดมาในบริเวณลอย ทีมออกแบบจัดสรรบริเวณดังกล่าวให้เป็นพื้นที่ส่วนกลาง โดยดีไซน์ในลักษณะเปิดโล่ง ภายในมีม้านั่งยาว เบาะหลากหลายรูปแบบ ชั้นหนังสือ และทีวีให้ผู้มาพักเลือกทำกิจกรรมได้ตามอัธยาศัย ซึ่งหากใครลองใช้งานพื้นที่ส่วนนี้แล้วอาจรู้สึกเหมือนๆ กันว่ากำลังพักผ่อนอยู่บนระเบียงในบ้านริมน้ำที่สามารถมองเห็นความเขียวขจีของต้นไม้ ท่ามกลางบรรยากาศสงบและสบาย

 

สำหรับชั้น 2 เป็นพื้นที่ของ co-working space ที่เปิดให้คนภายนอกเข้ามาใช้บริการได้ด้วย ในบริเวณนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ส่วนแรกคือโต๊ะอ่านหนังสือและทำงานในแบบต่างๆ ที่ผู้ใช้สามารถเลือกนั่งแบบเดี่ยวๆ หรือทำงานร่วมกับคนอื่นก็ได้เช่นกัน โดยทุกโต๊ะจะมีปลั๊ก โคมไฟ และบริการ wifi ที่แรงและทั่วถึง ส่วนที่สองเป็นพื้นที่ห้องประชุม ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งกระดาน จอ led และอุปกรณ์สำนักงานที่จำเป็นอื่นๆ สำหรับลูกค้าที่มากับเป็นกลุ่มใหญ่ โดยสามารถรองรับกิจกรรม ทั้งการบรรยายย่อยหรือเวิร์กช็อป

 

ในชั้น 3 และ 4 ถูกกันให้เป็นห้องพักจำนวน 3 ห้อง ที่แต่ละแบบก็มีดีเทลปลีกย่อยแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นโทนสี การกำหนดฟังก์ชั่นใช้สอยให้สอดคล้องไปกับกลุ่มแขก และขนาดพื้นที่ตามจำนวนสูงสุดที่สามารถเข้าพักได้ โดยทุกห้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบบหอรวมหรือ Dorm จะมีทั้งห้องน้ำในตัว และห้องน้ำที่ถูกแยกส่วนออกมา โดย The QUARTER เปิดให้บริการห้องพัก 3 รูปแบบ ได้แก่ Private Rooms สำหรับแขกจำนวน 2-4 ท่าน ประกอบไปด้วยเตียงแบบควีนไซส์ 1 หลัง และเตียง 2 ชั้น 1 หลัง ห้องแบบ Family Room สำหรับแขกที่มากันเป็นครอบครัวหรือเพื่อนกลุ่มใหญ่ โดยสามารถรองรับผู้เข้าพักได้สูงสุด 8 ท่าน ด้วยเตียง 2 ชั้น แบบควีนไซส์ 1 หลัง และเตียงสองชั้นแบบเตียงเดี่ยว 2 หลัง และสุดท้ายกับห้องพักแบบ Mixed Dorm หรือเตียงเดี่ยวในหอพักรวมแบบ 6 เตียง โดยมีชั้นดาดฟ้าที่เป็นพื้นที่แบบเปิดโป่งให้ผู้เข้าพักสามารถขึ้นไปพักผ่อน เล่นโยคะ นอนเล่นอ่านหนังสือ หรือจัดบาร์บีคิวปาร์ตี้

 

หากมองในภาพรวม The QUARTER อาจไม่ต่างจาก poshtel อื่นๆ ในแง่สิ่งอำนวยความสะดวก โลเคชั่นที่ติดแนวรถไฟฟ้าและจุดขนส่งมวลชน หรือแม้กระทั่งจะมีจุดอ่อนบางอย่างการที่ที่นี่ไม่มีลิฟท์ไว้ให้บริการอันเนื่องจากข้อจำกัดของการเป็นอาคารอนุรักษ์ ทำให้เป็นอุปสรรคอยู่ไม่น้อยสำหรับแขกที่มีสัมภาระมากเป็นพิเศษ แต่เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียด ทั้งการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ การออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมให้ผู้เข้าพักสามารถปฏิสัมพันธ์กับทั้งพนักงานและผู้ใช้งานคนอื่น แต่ก็ยังสามารถคงความเป็นส่วนตัว ตลอดจนการให้บริการที่ครบเครื่องแบบ one stop service ตั้งแต่บริการด้านอาหารที่ปรุงสดใหม่จานต่อจาน โดยอิงไปกับรสนิยมการกินที่แตกต่างของแขกแต่ละท่าน บริการซักผ้า บริการรถรับส่ง ความใส่ใจในรายละเอียดของการตกแต่งในแต่ละมุม การคัดสรรวัสดุและข้าวของเครื่องใช้คุณภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘พนักงาน’ ที่ถือเป็นหัวใจของ poshtel แห่งนี้ และทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ The QUARTER มีแขกเข้าพักอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเป็นแขกในกลุ่มเดิมที่กลับมาพักซ้ำ ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็น poshtel ขนาดกะทัดรัด แต่มีคุณภาพด้านบริการใหญ่เกินตัว ที่ก็น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

 

The QUARTER Bangkok Poshtel & Coworking

Photo courtesy of The QUARTER Bangkok Poshtel & Coworking

Address: 501/1 Petchburi Road, Phayatha,i Ratchathewi, Bangkok 10400

Website: www.thequarterbangkok.com



Sudaporn

Sudaporn

อิ๋งมีความสนใจด้านงานออกแบบ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นกองบรรณาธิการให้นิตยสาร art4d ระหว่างปี 2004-2016 ปัจจุบันอิ๋งยังคงทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องให้กับนิตยสาร องค์กร และแพลนฟอร์มออนไลน์ โดยโฟกัสไปที่งานดีไซน์ โครงการขับเคลื่อนสังคม อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ

เว็บไซต์

The Hidden Potential: ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของกล้วยน้ำไท-สุขุมวิท 42 และการเติบโตของพระราม 4 ในอนาคตจะส่งผลต่อ Kluaynamthai Innovative Industries District อย่างไร

ย่านกล้วยน้ำไท-พระราม 4-สุขุมวิท 42 เป็นย่านที่น่าอยู่ที่มีศักยภาพซ่อนหลายเหตุผล ได้แก่ เดินทางสะดวกสบายเพราะเป็นย่านที่มีทางลัด มีถนนหนทางหลายสาย เช่น สุขุมวิท 40 และสุขุมวิท 42 ที่เชื่อมระหว่างสุ... อ่านต่อ




สร้างแต้มต่อที่มากกว่าในการขายคอนโดให้คนต่างชาติด้วย Foreign Quota กับห้องล๊อตสุดท้ายที่ Life Sukhumvit 62

สำหรับช่วงสุขุมวิทส่วนต่อขยายที่ถัดออกไปจากย่านอ่อนนุช แต่ยังไม่ถึงสี่แยกบางนา โครงการ ... อ่านต่อ

เผยรายละเอียดเบื้องต้น Ideo Q N7 คอนโดติดบีทีเอสสะพานควาย ที่หลายคนรอคอย

คอนโด 3 ตึกสูง 44+43+43 ชั้น 1,095 ยูนิต บวกร้านค้า 5 ยูนิต ใช้แบรนด์ IDEO Q แบรนด์รอง ... อ่านต่อ

Next Step of Ratchada เมื่อรัชดาแยกพระราม 9 กำลังจะถึงจุดสูงสุดแล้วอนาคตของรัชดาจะเป็นอย่างไรต่อไป

จุดเริ่มต้นของถนนรัชดาภิเษกที่แยกพระราม 9 นั้นรุ่งเรืองจนถึงใกล้ขีดสุดหลังจากที่มีโครงก... อ่านต่อ

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่ 2 จากขวา) บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ (ที่ 2 จากซ้าย) บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดตัว ‘ปีติ เอกมัย’ คอนโดลักชูรี่แห่งแรก ภายใต้การร่วมทุนบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด บนทำเลศักยภาพสูงสุดย่านเอกมัย ด้วยหลักปรัชญาแนวคิดจากญี่ปุ่น “IKIGAI (อิคิไก)” เข้ามาใช้ผสมผสานทุกรายละเอียดของงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Good LIVING is the new luxury” เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่พรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของคนไทย ราคา Pre sales เริ่ม 4.45 ล้านบาท* มูลค่าโครงการรวม 5,000 กว่าล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้ววันนี้ ณ Sale Gallery โครงการ ปีติ เอกมัย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1775 กด 63

ช่วงหน้าฝนนับเป็นฤดูกาล ที่น่าหวาดเสียวที่สุดสำหรับเครื่องใช้ภายในบ้าน หรือที่พักอาศัย ยิ่งเป็นยุค 4.0 นี้ด้วยแล้ว หลายครัวเรือนคงสรรหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความไฮเทคราคาแพงมาไว้ในครอบครอง เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล ตั้งแต่อุปกรณ์แบบเป็นชิ้นๆ ราคาหลักพัน ไปจนถึงโซลูชั่นเรือนแสน อย่างเช่น ลำโพงลอยได้ สมาร์ททีวี / อินเทอร์เน็ตทีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ เครื่องเสียง ระบบม่านอัตโนมัติ กล้อง CCTV อุปกรณ์ชุดป้อนคำสั่งเสียง ชุดควบคุมโฮมออโตเมชั่น อุปกรณ์ประเภทนี้มักมีการเชื่อมต่อไฟฟ้าทิ้งไว้ และเชื่อมโยงกันและกันได้ ให้ความสะดวกในการสั่งงาน หากช่วงฝนฟ้าคะนอง หรือมีฟ้าผ่าในระแวกบ้าน เมื่อเกิดแรงดันไฟฟ้าถาโถมเข้าไปในบ้าน อุปกรณ์พวกนี้มีโอกาสเสียหายได้ และหากทั้งหมดเชื่อมต่อกันทั้งหมดแล้วอาจเสียหายยกเซตได้

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมือง นำโดย นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว สร้างปรากฏการณ์การันตีความคึกคักของตลาดบ้านเดี่ยวครั้งใหญ่ กับกระแสการตอบรับและความสำเร็จของแคมเปญ ULTIMATE PRIZE สิทธิพิเศษแบบจัดหนักจัดเต็มโดนใจลูกค้าครอบครัวคนเมืองรุ่นใหม่ ที่มองหาบ้านเดี่ยวดีไซน์โมเดิร์นทำเลในเมือง โดยกวาดยอดขายจากแคมเปญทั้งสิ้นกว่า 4,100 ล้านบาท ส่งผลดันยอดขายรวม 7 เดือนแรกของกลุ่มธุรกิจแนวราบพุ่งเกินเป้าแตะ 12,175 ล้านบาท โตกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ล่าสุดเร่งเดินสายคืนกำไรลูกบ้าน ประเดิมแจกแล้วรางวัลใหญ่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA ป้ายแดง ให้กับผู้โชคดี คุณอัครฤทธิ์ จันทร์จำรัสกุล ผู้ซื้อบ้านเดี่ยวเอพี ในแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’