OB OON Boutique Hotel ว่าด้วยเรื่องความสุขและความทรงจำแสนอบอุ่นในวันเก่าก่อน

Sudaporn 01 May, 2018 at 20.19 pm

ท่ามกลางธุรกิจหลากหลายประเภทที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางในซอยสุขุมวิท 49 ทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม สถานออกกำลังกาย และที่พักอาศัย การเกิดขึ้นของธุรกิจใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ดูน่าตื่นเต้นมากนักกับช่วงเวลาที่กรุงเทพฯ มีโครงการแปลกและแหวกแนวให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน แต่การจะมีพื้นที่สักแห่งที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข สบาย และอุ่นใจทุกครั้งเมื่อได้มาเยือนก็ไม่ได้หากันง่ายๆ เช่นเดียวกัน

 

อาคารพาณิชย์สีเขียวมะกอกขนาด 1 คูหา 4 ชั้น หลังนี้ คือโรงแรมบูติคโฮเทลน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้เพียง 3 เดือนกว่าๆ และ ‘อบอุ่น’ หรือชื่อเต็มว่า ‘OB OON Boutique Hotel’ ก็เป็นโรงแรมขนาดเล็กที่สามารถสะกิดต่อมควาสุข แถมยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและรายละเอียดแสนละเมียดที่ ปลาหวาน ศิรสา มังคละพฤกษ์ นักออกแบบและเจ้าของโครงการ ตั้งใจรังสรรค์ขึ้น ผ่านการร้อยเรียงเอาความทรงจำและความอบอุ่นในวัยเด็กของเธอเมื่อครั้งที่อยู่กับคุณยาย


OB OON Boutique Hotel เป็นผลงานออกแบบของ Terra Architects ซึ่งคุณพ่อของศิรสาเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น นี่จึงเป็นการทำงานร่วมกันของคุณพ่อและลูกสาว ที่เป็นทั้งเจ้าของและพ่วงตำแหน่งนักออกแบบของโครงการด้วย การดีไซน์ในครั้งนี้เป็นการออกแบบที่เน้นการวางแผนผังแบบ mix used โดยรวมการใช้งานของโรงแรมและออฟฟิศสถาปนิกเข้าด้วยกัน

ชั้นล่างสุดถูกกำหนดให้เป็นล็อบบี้และ common living area ที่หยิบเอาเอาดีเอ็นเอของบรรยากาศภายในบ้านคุณยายอุ่นเรือนมาใช้ในหลายส่วน ทั้งเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ที่เคยอยู่ในชีวิตประจำวันของคุณยาย อาทิ ตู้ไม้เก่าที่เรียงรายด้วยขวดยาฝรั่งซึ่งเป็นของใช้จริงของคุณยายสมัยที่ยังเป็นเภสัชกร จาน ชาม ปิ่นโต เครื่องจักสาน โคมไฟ เก้าอี้ และกระจกฝ้าลายดอกพิกุล หรือจะเป็นกรอบประตูและหน้าต่างในตัวอาคารที่จำลองขึ้นก็ล้วนพัฒนามาจากองค์ประกอบของบ้านต้นแบบที่ตกแต่งตามสมัยนิยมในช่วงปี ‘80 โดยคลุมโทนด้วยสีน้ำตาลจากเครื่องเรือนไม้และหนัง ตัดกับสีเขียวอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติและเป็นสีของผ้าม่านบ้านคุณยาย ซึ่งมีการประยุกต์และปรับเปลี่ยนจนได้สีเขียวในโทนอ่อนเข้มแตกต่างกันไปในแต่ละส่วน ที่ขาดไม่ได้คือป้ายชื่อคำว่า ‘อบอุ่น’ ซึ่งเป็นการนำลายมือของคุณยาย มาลดทอนให้ดูร่วมสมัยและอ่านง่ายขึ้น จนทำให้สเปซส่วนนี้เรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ของสะสมขนาดย่อมของคุณยายเลยก็ว่าได้

 

ด้านหลังของประตูโค้งบานใหญ่สีขาวในส่วนต้อนรับ ที่ถูกขับเน้นด้วยกระเบื้องสีเขียวเข้มด้านหลังนั้น คือแพนทรีขนาดย่อมของโรงแรม โดยมีโต๊ะทำงานเก่าของคุณพ่อถูกนำมาใช้เป็นโต๊ะรีเซฟชั่น ทุกๆ เช้า โถงต้อนรับดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นโต๊ะอาหารให้กับแขก จากนั้นสเปซก็จะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อใช้งานเป็นห้องนั่งเล่นให้แก่แขกของโรงแรม รวมถึงลูกค้าขาจรที่จะเข้ามานั่งจิบเครื่องดื่ม ทานอาหาร หรือนั่งทำงานท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ในช่วงบ่ายไปจนถึงค่ำ

 

สำหรับการออกแบบห้องพักนั้น ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ซึ่งเป็นการปรับปรุงขึ้นจากอาคารเก่า ตลอดจนเงื่อนไขที่ถูกตั้งขึ้นอย่างการต้องมีห้องน้ำในตัวทุกห้องเพื่อความสะดวกของแขก ทำให้ห้องพักทั้ง 8 หมายเลข 3 room type ตั้งแต่ห้องพักแบบเตียง 2 ชั้น ห้องพักแบบเตียงคู่ และห้องพักแบบเตียงเดี่ยว ถูกออกแบบขึ้นจากคำ 4 คำ คือ ‘เท่าที่จำเป็น’ ทว่ายังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานแบบเดียวกันกับโรงแรมดีๆ สักแห่งพึงจะมี ทั้งเตียงนอนขนาดใหญ่แสนนุ่ม โต๊ะทำงาน โคมไฟ มินิบาร์ และเก้าอี้จากบ้านคุณยายที่ถูกขัดและทาสีใหม่ให้เข้ากันกับรูปแบบการตกแต่ง

 

ในห้องหมายเลข 1 ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโซนรีเซฟชั่นนั้นเป็นห้องแบบ bunk bed ขนาดกะทัดรัด ภายในมีเพดานสูงโปร่ง ห้องน้ำ และโต็ะทำงาน ซึ่งเหมาะกับแขกที่มาเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือผู้ที่ชอบสังสรรค์

 

ในชั้นถัดมา มีการแบ่งสรรพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นที่ตั้งของออฟฟิศ Terra Architects โดยมีห้องพักหมายเลข 2 อยู่เคียงข้าง ภายในห้องพักชั้นนี้ จะบรรจุเตียงขนาดใหญ่ มีห้องน้ำส่วนตัว พร้อมเครื่องเรือนและเครื่องใช้หวายแบบโบราณ ซึ่งกิมมิกเล็กๆ ที่ทำให้การอยู่ร่วมกันของสเปซต่างฟังก์ชั่นทั้งสองดูราบรื่นขึ้น เห็นจะเป็นแปะสติ๊กเกอร์พร้อมใจความว่า ‘Please knock if the Architects are making too much noise’ บริเวณหน้าประตู

 

ห้องพักหมายเลข 3, 4, 5 ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 และอีก 3 ห้องที่เหลือในชั้นถัดมานั้นจะมีการจัดวางแผนผังที่ไม่ซ้ำรูปแบบกัน โดยทุกห้องจะคำนึงถึงการสร้างช่องเปิดรับแสง การจัดวางเตียง และการสมดุลระหว่างพื้นที่ใช้สอยกับห้องน้ำ ในห้องพักแต่ละหมายเลขจะมีการเลือกใช้โทนสี กระเบื้อง รวมถึงของตกแต่งที่แตกต่างกัน ห้องพักบางห้องบรรจุเอาระเบียงเพื่อให้แขกสามารถดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพทั้งกลางวันและกลางคืนของย่านสุขุมวิท ไฮไลท์ของ OB OON น่าจะอยู่ที่วิวชั้นบนสุดและห้องที่มีดาดฟ้าส่วนตัวซึ่งแขกสามารถสัมผัสกับบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินอันสวยงามได้อย่างเต็มที่ โดยนับเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของโรงแรมดังกล่าว และด้วยการจัดการกับความท้าทายที่ว่ามานี้ ก็ทำให้ข้อจำกัดของขนาดไม่ได้เป็นอุปสรรค เพราะแม้จะมีพื้นที่แสนกะทัดรัด แต่ก็ยังให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบาย และอบอุ่นสมชื่อ

 

อีกหนึ่งสเปซที่นับว่าเป็นการจัดการกับขนาดพื้นที่ได้น่าสนใจของ OB OON ก็คือการออกแบบห้องน้ำ ที่ทุกรายละเอียดผ่านการคิดมาอย่างดี ทั้งในแง่ perception และฟังก์ชั่นใช้สอย จากปกติที่เราจะคุ้นเคยกับการใช้ห้องน้ำที่มีประตูกั้นเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวขณะใช้งาน ทีมออกแบบได้ตัดองค์ประกอบดังกล่าวออก จากนั้นจึงนำเอาพาร์ทิชั่น กระจกใส และผ้าม่าน มาใช้แทนที่ เพื่อให้ห้องพักขนาดเล็กดูไม่ทึบตันหรือสร้างความรู้สึกอึดอัด ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีดีเทลเล็กๆ แต่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ ยกตัวอย่างเช่น การเลือกกระเบื้องที่มีลวดลายไม่เหมือนกันมาใช้ตกแต่งเพื่อให้สอดคล้องไปกับโทนสีและการดีไซน์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละห้อง หรือการใช้ตู้ยาไม้เป็นตัวครอบเครื่องทำน้ำอุ่นเพื่อเชื่อมโยงไปกับการตกแต่งในชั้นที่ 1 เป็นต้น

 

ความละเมียดในดีเทลการตกแต่งยังสะท้อนผ่านข้าวของเครื่องใช้ในมุมต่างๆ ของโรงแรม เป็นต้นว่า การใช้ผลงานศิลปะในบริเวณโถงบันได การจัดวางขวดแก้วสีชาที่มีต้นปาล์มซานาดูใบเขียวไว้ภายในห้องพัก ไปจนถึงการทำงานร่วมกับเพื่อนนักออกแบบอย่าง พิม จงเจริญ จาก Teaspoon Studio ที่นำแผ่นโปสการ์ดซึ่งศิรสามักใช้เขียนถึงคุณยาย กระจกเงา และตัวเลขที่ทำจากชิ้นไม้สีทอง มาเป็นวัสดุตั้งต้นในการทำศิลปะ collage สำหรับใช้เป็นป้ายของห้องพักแต่ละห้อง

นอกเหนือไปจากความโดดเด่นในเชิงออกแบบแล้ว การบริการของที่นี่ก็ยังน่าสนใจไม่น้อย ทั้ง welcome drink ที่ทางโรงแรมจัดเสิร์ฟน้ำดื่มเหยาะอุทัยทิพย์และมีขนมไทยไว้บริการตลอดทั้งวัน การเสิร์ฟอาหารเช้าแบบไทยๆ อย่าง ‘ข้าวต้มหมูสูตรเฉพาะของคุณยายอุ่นเรือน’ ไปจนถึงการต้อนรับที่เป็นกันเองเหมือนกับมานอนบ้านเพื่อน ทั้งการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว การให้ความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์หากแขกหลงทาง หรือการสร้างสัมพันธ์กับร้านค้าในระแวกย่านเพื่อให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสกับอาหารท้องถิ่น

การเดินทางมาที่นี่ แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ แต่ OB OON Boutique Hotel สามารถพาเราย้อนกลับไปสัมผัสประสบการณ์ในวัยเยาว์ ที่มีความสุขและแสน ‘อบอุ่น’ แบบสัมผัสได้จริงๆ

 

OB OON Boutique Hotel

Architect: Terra Architects Co., Ltd.

Photos: Pichan Sujaritsatit

Location:  12/13 Sukhumvit 49/6 Sukhumvit Road Bangkok, Thailand

Contact Information: www.facebook.com/oboonboutiquehotel



Sudaporn

Sudaporn

อิ๋งมีความสนใจด้านงานออกแบบ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นกองบรรณาธิการให้นิตยสาร art4d ระหว่างปี 2004-2016 ปัจจุบันอิ๋งยังคงทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องให้กับนิตยสาร องค์กร และแพลนฟอร์มออนไลน์ โดยโฟกัสไปที่งานดีไซน์ โครงการขับเคลื่อนสังคม อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ

เว็บไซต์

DUSIT D2 RESIDENCES หัวหิน คอนโดตากอากาศใจกลางหัวหิน ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์พร้อมบริการระดับโรงแรม

คอนโดตากอากาศคือหนึ่งในคำตอบของการบาลานซ์ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ที่คนในเมืองและชาวต่างชาตินิยมเลือกเพื่อเป็นเป้าหมายในการพักผ่อน เมืองตากอากาศในไทยที่ได้รับความนิยม ได้แก่ หัวหิน พัทยา ภูเก็ต และเชียงใ... อ่านต่อ




เมื่อดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ มาบรรจบกับส่วนกลางที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาบนทำเลพัทยากลาง คำตอบที่ได้จึงเป็น EDGE Central Pattaya

ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ผมแนะนำพัทยาเป็นที่แรก เนื่องจากพัทยาอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงเป็น... อ่านต่อ

ลาดพร้าว 15 ทำเลอบอุ่น น่าอยู่ ใกล้ห้าง ใกล้รถไฟฟ้า มีอนาคตดี เร็วๆ นี้จะมีคอนโดมิเนียมใหม่ Atmoz Ladprao 15 จาก Asset Wise

บริษัท Asset Wise เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างสรรค์อสังหาฯ ภายใต้แนวคิด “HAPPINE... อ่านต่อ

เตรียมตัวให้ดี งานนี้ไม่มีเลื่อน !!! กับ Noble AROUND ARI คอนโดห่างแค่ 90 เมตรจากBTS อารีย์

สิ่งที่เปลี่ยนไปนอกจากรูปแบบโครงการที่หดสั้นลงจาก 56 ชั้นมาเหลือ 39 ชั้นแล้ว ก็คือสภาพแ... อ่านต่อ

เฮดควอเทอร์ส เอกมัย-ลาดพร้าว Luxury Home Office ทำเลธุรกิจ เป็นทุกอย่างทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย ตอบนักธุรกิจรุ่นใหม่

Headquarters เอกมัย – ลาดพร้าว สามารถตอบโจทย์ทั้งทำงานและการพักผ่อน มีพื้นที่ใช้สอยมากข... อ่านต่อ

นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าสายงานการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำการเป็น Rue Jai Living Solutions ด้วยการ co-create ร่วมกับ นางสาว ซาแมนต้า ตึง ผู้บริหารจาก OFO (โอโฟ่) แอปพลิเคชั่นรายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลก เพื่อเปิดให้บริการเช่าจักรยานแบบไร้สถานีที่ให้ความสะดวกผ่านแอปพลิเคชั่นผ่านมือถือ ใช้งานง่ายและ Worry free ปลอดความกังวลด้วยการดูแลบำรุงรักษาภายใต้ทีมโอโฟ่ เพื่อแก้ปัญหา pain point และตอบสนองไลฟ์สไตล์เรื่อง Sharing Economy รักษ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยพร้อมนำร่องที่โครงการบางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ 2 บ้านหรูสไตล์นอร์ดิกที่ Facilities ครบครัน รองรับ Bike Lane ซึ่งเชื่อมต่อสวนส่วนกลางถึง 3 จุด โครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลใกล้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ บริเวณถนนหอการค้าไทย ซึ่งครอบครัวสมาชิก SC Family สามารถทดลองใช้บริการได้ฟรีถึงเดือนกรกฎาคมนี้ โดยสามารถปั่นออกกำลังกายทั้งภายในและภายนอกโครงการ ปั่นไปซื้อของบริเวณใกล้เคียง ช่วยทั้งประหยัดพลังงานและลดปัญหามลภาวะก๊าซคาร์บอนในอากาศ