Mandarin Oriental: The Insight of Global’s Legendary Brand

อะไรคือแรงจูงใจให้เราเลือกพักที่โรงแรมไหนสักแห่ง เมื่อออกเดินทางท่องเที่ยว สำหรับนักเดินทางตัวยงที่รุ่มรวยไลฟ์สไตล์แล้ว โรงแรมเป็นส่วนสำคัญที่จะเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แค่ว่าจะพักที่ไหนก็ได้ เพราะต่างโรงแรม ต่างเชน ก็หมายถึงประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ทุกวันนี้แบรนด์ Hospitality มีอยู่มากมายหลายแบรนด์ แต่มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่มีความโดดเด่นทุกองค์ประกอบ ทั้งสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใ และบริการระดับเวิลด์คลาส ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ แมนดาริน โอเรียนเต็ล แบรนด์ดังของบริษัทแมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป ที่มีตำนานเล่าขานมาอย่างยาวนาน เป็นส่วนผสมที่หรูหรา ลงตัวระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัย เป็นการพักผ่อนที่หรูหราแห่งศตวรรษที่ 21 สะท้อนผ่านดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกลิ่นอายตะวันออกที่โดดเด่น โดยมีโลเกชั่นที่ถือว่าสุดยอด ในทุกๆที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ก,วอชิงตัน ดี.ซี., ไมอามี่,ลาสเวกัส,บอสตัน,แอตแลนต้า,ลอนดอน,บาร์เซโลน่า,เจนีวา,ปารีส,มิลาน,มาดริด,ปราก,มิวนิค,มาราเกซ, โตเกียว,ฮ่องกง,เซี่ยงไฮ้,ไทเป, สิงคโปร์,กัวลาลัมเปอร์, จากาตาร์  และกรุงเทพเป็นต้น

เครดิตภาพ: https://www.mandarinoriental.com


โครงการภายใต้แบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล ทุกแห่งนำบริการระดับเวิลด์คลาส ภายใต้ระบบ ‘Legendary Quality Experiences’ เพื่อตอบสนองความต้องการของแขกแต่ละรายแบบไม่ขาดตกบกพร่อง และสร้างประสบการณ์ที่สุดแสนจะประทับใจในทุกครั้งที่มาเยือน โดยข้อมูลความพึงพอใจของลูกค้าทั้งคำติ และคำชมจะถูกเก็บและติดตามอย่างเป็นระบบ ด้วยเทคนิคการวิจัยที่ซับซ้อน และนั่นทำให้โรงแรมระดับตำนานเหล่านี้สามารถรู้ทันเทรนด์และเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป

 

อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบจำนวนโรงแรม และจำนวนห้องพักกับเชนโรงแรมอื่นๆ แล้ว แมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป ย่อมไม่ใช่เชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เป้าหมายของเชนโรงแรมแห่งนี้อยู่แล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือการเป็น Luxury Hospitality ที่ดีที่สุดในโลก

เครดิตภาพ: https://www.mandarinoriental.com

 

ทั้งนี้หนึ่งในปัจจัยที่นำพาให้ ‘แมนดาริน โอเรียนเต็ลประสบความสำเร็จและครองใจนักเดินทางผู้มีอันจะกินทั่วโลกก็คือ การยึดมั่นใน Brand Promise หรือพันธะสัญญาของแบรนด์ที่ว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจที่เหนือกว่า ในการบริหารที่พักอาศัยและการให้บริการลูกค้าด้วยมาตรฐานที่เป็นเลิศที่สุด เป็นมาตรฐานที่ทำให้แมนดาริน โอเรียนเต็ล เป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราทั่วโลก

 

พันธกิจที่ประกาศไว้ชัดเจนก็คือ Delight our guests…to make a difference every day, continually getting better to keep us the best…”  หรือการทำให้แขกมีความสุข ปลาบปลื้ม และยินดี ด้วยการทำสิ่งที่แตกต่างเพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่า และเพื่อรักษาความเป็นเลิศ

 

ด้านแคมเปญที่ใช้ในการสื่อสารการตลาดของ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ก็นับได้ว่านำเสนออย่างมีชั้นเชิง ผ่านเซเลบริตี้เลื่องชื่อซึ่งเป็นที่รู้จักระดับโลกจากหลากหลายวงการ ทั้งดารา นักร้อง และนักธุรกิจ  อาทิ Geoffrey Rush, Helen Mirren Lucy Liu, Morgan Freeman, Kevin Spacey, Chirstian Louboutin, Vivienne Tam, Michelle Yeoh และ Vanessa Mae เป็นต้น พร้อมก๊อปปี้สั้นๆ แต่เฉียบคมว่า She’s a fan” และ “He’s a fan ซึ่งคำว่า fan นอกจากจะหมายถึงลูกค้าตัวยงของแมนดาริน โอเรียนเต็ลแล้ว ยังหมายถึง พัดจีนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแมนดาริน โอเรียนเต็ลด้วย

ซึ่งนำเสนอในมุมมองของ Lord Lichfield และ Mary McCartney สองช่างภาพมือฉมัง ทั้งผ่านภาพยนตร์โฆษณาสุดละเมียด บอกเล่าถึงมุมมอง ความประทับใจ และประสบการณ์ที่แต่ละคนมีต่อแบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ลว่าเหตุใดพวกเขาจึงคิดว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับมันช่างพิเศษสุด นอกจากนี้ยังมีปริ้นท์แอดที่เรียบง่าย ทว่าหรูหรา ทรงพลังและสื่อความหมายได้ครบถ้วนกระบวนความ ส่วนสนนราคาค่าตัวของแต่ละคน  แมนดาริน โอเรียนเต็ลก็ได้นำไปบริจาคให้กับมูลนิธิที่เซเลบริตี้แต่ละคนต้องการ

 

Why The Residences at Mandarin Oriental is one of a kind?

 

ไม่ใช่แค่ธุรกิจโรงแรมเท่านั้นที่แมนดาริน โอเรียนเต็ล ได้รับการยอมรับในความเป็นเลิศ เพราะตัวตนและความเป็นแบรนด์ที่ทรงคุณค่าด้าน Hospitality ยังถูกผ่องถ่ายมายังธุรกิจที่พักอาศัยสุดหรูอย่าง เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล ซึ่งเป็น Luxury Living อย่างแท้จริง โดยคอนเซ็ปต์หลักๆ คือ จะเปิดให้บริการใน Key Location เดียวกับโรงแรม ลูกค้าของเดอะ เรสซิเดนซ์เชียล นอกจากจะได้รับความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวในพื้นที่ของการอยู่อาศัยที่เป็นส่วนตัวแล้ว ยังจะได้รับการบริการเฉกเช่นเดียวกับแขกของโรงแรม และสามารถใช้ facilities ต่างๆของโรงแรมได้เช่นเดียวกัน รวมถึงบริการรูมเซอร์วิสตลอด 24 ชั่วโมงด้วย แห่งแรกเปิดให้บริการเมื่อปี 2003 ที่นิวยอร์ก ตั้งอยู่ที่เหนือโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล นิวยอร์ก ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการเรสซิเดนซ์เชี่ยลที่ดีที่สุดในโลก ด้วยบริการและแฟซิลิตี้ที่เป็นหนึ่ง พร้อมด้วยระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

Are you ready for The Residences at Mandarin Oriental Bangkok?


สำหรับในเมืองไทยได้มีโอกาสต้อนรับ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ ซึ่งปักหมุด ณ ไอคอนสยาม ที่น่ายินดีและบ่งบอกถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์หรูของบ้านเราก็คือ นี่คือโครงการที่พักอาศัย แบรนด์ ‘แมนดาริน โอเรียนเต็ล’ โครงการแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
            

ทั้งนี้ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นโครงการ Residential โครงการที่สองต่อจากโครงการ Magnolias Waterfront Residences at ICONSIAM ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากการ Co-creation กันระหว่างทาง บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ในเครือแมกโนเลียฯและซีพี) กับแบรนด์โรงแรมระดับโลกที่มีตำนานและเรื่องราวเล่าขานอันยาวนานอย่างแมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป เจ้าของและผู้บริหารโรงแรม รีสอร์ท และเรสซิเดนซ์ที่หรูหราที่สุดในโลก

สำหรับใครที่ต้องการครอบครองที่พักอาศัยสุดหรู หรือคอนโดมิเนียมระดับ Ultra -Luxury แล้วละก็ที่นี่คือคำตอบ ด้วยบริการระดับเวิลด์คลาส ที่มุ่งเน้นให้บริการแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับผู้พักอาศัยแต่ละราย (Personalized Service) ซึ่งเป็นความเหนือระดับที่เกิดจากความใส่ใจ และตอบสนองความเป็นปัจเจกให้กับลูกค้าทุกคนอย่างดีที่สุด ซึ่งแตกต่างจากโครงการคอนโดมิเนียมทั่วไป ที่ต่อให้หรูหราแค่ไหน แต่ขาดองค์ประกอบหรือความร่วมมืออย่างแนบแน่นจากผู้เชี่ยวชาญอย่างแมนดาริน โอเรียนเต็ล ซึ่งเป็นแบรนด์ Hospitality ระดับโลกที่มีชื่อเสียงและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนานแล้วละก็ ย่อมจะเป็นเรื่องยากที่จะสามารถนำเสนอบริการสุดพิเศษดังกล่าวได้ และนี่เองคือคุณค่าของแบรนด์ที่ส่งเสริมและเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยที่หรูหราแห่งนี้

 

ล่าสุดเดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ แอท ไอคอนสยาม เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาโครงการชุดใหม่ ฉลองก้าวสู่หลักชัยแห่งความสำเร็จหลังยอดขายห้องชุดทะลุเป้าเกิน 70%

 

โดยถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์ริมน้ำระดับหรูของ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ แอท ไอคอนสยาม ในบรรยากาศสไตล์เอเชียอันงดงามบนมาตรฐานแห่งการพักอาศัยระดับโลก เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และบริการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ในแบบฉบับของแมนดาริน โอเรียลเต็ล

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าแมนดาริน โอเรียนเต็ลจะทำการตลาดที่ไหน การสื่อสารทางการตลาดก็ยังคงรักษามาตรฐานความเรียบง่าย แต่มีระดับของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี อย่างภาพยนตร์โฆษณาล่าสุดตัวนี้ ได้บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจ และประสบการณ์สุดพิเศษที่คุณจะได้รับ เมื่อเลือกเดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล ตั้งแต่ก้าวแรกไปจนถึงบริการที่ครบครัน อบอุ่นเพียบพร้อมในทุกด้าน

 

ภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงบริการที่สุดแสนจะดีงามระดับเวิลด์คลาสของแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตำนานและเกียรติประวัติที่สืบทอดมายาวนาน ได้ถ่ายทอดสู่เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทฯ ที่อยู่อีกฟากฝั่งเจ้าพระยาในทุกมิติ ทั้งความหรูหราเหนือระดับ รวมถึงบริการที่ละเมียดละไมและใส่ใจกับแขกแบบรายบุคคล โดยเลือกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของครอบครัวที่มีลูกสาวตัวน้อยวัยกำลังน่ารัก สื่อความหมายถึงการกลับมาเยือนโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ อีกครั้งของหนุ่มสาวคู่นี้ แตกต่างกันที่ว่าครั้งนี้มีสมาชิกมาเพิ่ม ภาพของการต้อนรับตั้งแต่แรกก้าวเข้าสู่ชายคาโรงแรม ตลอดจนโมงยามต่างๆ ที่เด็กสาวได้สัมผัสจากการดูแลของพนักงานทุกคน นำพาไปสู่การเปิดโลกใหม่ที่อุ่นใจเหมือนเดิมอย่างเดอะ เรสซิเดนท์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ซึ่งยังคงพรั่งพร้อมไปด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความหรูหราและสะดวกสบายเช่นเคย ซึ่งแน่นอนว่านี่คือ Legacy ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างภาคภูมิใจ

สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมหรูหราต่างๆ ในส่วนของฮาร์ดแวร์เป็นเรื่องที่แข่งขันกันได้ แต่สิ่งที่จะวัดว่าใครจะชนะใจผู้บริโภคที่รุ่มรวยทั้งไลฟ์สไตล์และทรัพย์สินได้ก็คือ ซอฟท์แวร์ หรือหัวใจและมาตรฐานการบริการที่เป็นหนึ่งนั่นเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยส่งเสริมสถานะและความภาคภูมใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้
นอกจากนี้เมื่อความสมบูรณ์แบบของโลเคชั่น ผสานกับความหรูหราทั้งทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่จัดเต็มแบบขั้นสุด ทำให้เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เป็นที่ปรารถนาของผู้อยู่อาศัยที่มีรสนิยมสูงทั่วโลกที่ชื่นชอบความพิเศษและแตกต่าง เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เราจึงเจาะลึกถึงรายละเอียดของโครงการนี้ยิ่งพบว่ามีความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอยู่มากมายหลายประการ ได้แก่

 

ทำเลที่ตั้งสุดพิเศษ โดดเด่น สวยงาม และเปี่ยมเสน่ห์ – เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนที่ดินผืนงาม เยื้องกับโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ด้วยสุดยอดทำเลบนถนนเจริญนคร ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในโครงการไอคอนสยามเนื้อที่ 50 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการที่พักอาศัยระดับหรูขนาดความสูง 70 ชั้นอีกหนึ่งโครงการ คือ โครงการแมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์ และเป็นที่ตั้งของอาณาจักรศูนย์การค้าล้ำสมัย หรูหรา อลังการ ล้ำเลิศที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง รวมทั้งสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ทั้ง 7 ที่จะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย รวมทั้งทางเดินริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ

สถาปัตยกรรมที่งดงาม ทันสมัย และหรูหรา – สะดุดตาและน่าหลงใหลตั้งแต่แรกเห็น ด้วยดีไซน์ของตึกสูงยุคใหม่ ที่ฉายความอลังการด้วย 3 สี เด่น คือ เงิน ทอง และทองชมพู (pink gold) สื่อความหมายถึงความล้ำค่าและรุ่งเรืองของศิลปะไทย façade ผสานความทันสมัยของเส้นสายแห่งอนาคตเข้ากับความคลาสิกของสถาปัตยกรรมไทยได้อย่างลงตัว

การผสมผสานที่ยอดเยี่ยมและลงตัว ยากจะหาโครงการใดเทียบเคียงได้ – ชื่อเสียงระดับตำนานของแบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล ผสมผสานกับความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมนต์เสน่ห์ของกลิ่นไอความเป็นไทย รวมเข้ากับการออกแบบและก่อสร้างที่ได้มาตรฐานระดับโลก ตลอดจนความพิถีพิถัน และความใส่ใจในทุกรายละเอียด

 

เงินลงทุนต่อพื้นที่ขายหนึ่งตรม.ที่มากกว่าโครงการอื่นเพิ่มเงินลงทุนรวมของโครงการเป็น 9,000 ล้านบาท – เงินลงทุนต่อพื้นที่ขายหนึ่งตารางเมตร เป็นจำนวนเงินมากกว่า 30% ของจำนวนเงินที่โครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดโครงการอื่นๆ โดยทั่วไปในกรุงเทพฯ ใช้กัน นอกจากนี้แต่ละยูนิต ยังมีทางเข้าลิฟต์โดยสารที่เป็นส่วนตัว โอ่โถ่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานห้องที่สูงถึง 3.20 เมตร และมีพื้นที่ส่วนกลางต่อยูนิตที่ใหญ่กว่าคอนโดมิเนียมเกรดเอส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ กว่า 3 เท่า โดยตั้งราคาขายเริ่มต้นที่ประมาณ 350,000 บาทต่อตารางเมตร และห้องเพนท์เฮาส์ เริ่มต้นที่ประมาณ 550,000 บาทต่อตารางเมตร มีขนาดห้องตั้งแต่ประมาณ 130 – 230 ตารางเมตรต่อยูนิต ส่วนห้องเพนท์เฮาส์ และดูเพล็กซ์เพนท์เฮาส์ 2 ห้องนอน มีขนาดตั้งแต่ 380 – 710 ตารางเมตร

ข้อมูลโครงการ

52 ชั้น 146 ยูนิต ภายใต้พื้นที่ 4.9 ไร่ แบ่งห้องออกเป็น 4 แบบ

  • 2 ห้องนอน 87 ตรม. – 165.40 ตรม.
  • 3 ห้องนอน 21 ตรม. – 228.88 ตรม.
  • Penthouse 93 ตรม. – 383.98 ตรม.
  • Penthouse Duplex 12 ตรม. – 707.28 ตรม.

ทุกยูนิตเปิดรับวิวพาโรนามิกของแม่น้ำเจ้าพระยา เน้นเพดานสูง โล่ง โปร่งสบาย โดยยูนิตที่มีเพดานสูงที่ต่ำที่สุดยังสูงถึง 3.2 เมตร รื่นรมย์ไปกับ River Clubhouse ชั้น 4-5 ที่พรั่งพร้อมไปด้วย facilities ต่างๆ มากมาย ส่วนชั้น 36 จะเป็น Sky Pavilion ที่อวดทัศนียภาพอันงดงามของกรุงเทพได้อย่างเต็มที่

Purchasing Options

ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะซื้อแบบ Fully Fitted หรือว่าจะเป็นแบบ Fully Furnished ซึ่งออกแบบและตกแต่งโดยนักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดังของโลก จอยซ์ แวง ซึ่งมีผลงานออกแบบตกแต่งภายในโครงการดังๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล แลนด์มาร์ก ในฮ่องกง แมนดาริน โอเรียนเต็ล ลอนดอน ซินเทียนตี้ เพนท์เฮาส์ และสำนักงานใหญ่เคเอชเอช เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่ www.moresidencesbangkok.com



อรรถสิทธิ์ เหมือนมาตย์

อรรถสิทธิ์ เหมือนมาตย์

เรียนและทำงานด้านสื่อสารมวลชนมาโดยตลอด ประสบการณ์ในการขีดๆ เขียนๆ ด้านการตลาด และไลฟ์สไตล์
นานกว่า 14 ปี สนใจเรื่องแบรนด์ กลยุทธ์การตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนเทรนด์ และข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ทั่วโลก พอๆ กับแฟชั่น และการเสพติดการท่องเที่ยวแบบ Solo Traveller

เว็บไซต์

เตรียมนับถอยหลังสู่ขีดสุดของความเจริญที่ย่านปุณณวิถี กับการเปิดบ้านชมห้องจริง วิวจริงครั้งแรก ที่ Whizdom Connect Sukhumvit วันที่ 16-17 ธ.ค. นี้

ย่านสุขุมวิทตอนปลาย หลายคนต่างรู้ดีว่าอยู่ในโซนไหนของกรุงเทพมหานคร ถ้าพูดถึงแถวนั้นแล้ว คนที่อาศัยอยู่ในย่านใจกลางเมืองหรือส่วนเขตอื่นๆ ก็จะคิดว่าไกลและออกนอกกรุงเทพฯ ไปแถวบางพลี หรือสมุทรปราการที่... อ่านต่อ




CHALERMNIT ART DE MAISON ….THE NOVEL PERSPECTIVES OF LUXURIOUS JAPANESE-INSPIRED RESIDENCE ON SUKHUMVIT 53 BY AREEYA PROPERTY

“โลกถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากมุมมองของเราทั้งหมด แต่การมองด้วยตาอาจไม่พอที่จะทำให้เราเห็นถ... อ่านต่อ

พระเอกต้องมาคนสุดท้าย !!!! วันที่ 21 พย.นี้เตรียมจองรอบออนไลน์ กับ Ideo Mobi Rama 4 คอนโดสุด hot ส่งท้ายปีของอนันดา

ในที่สุดเค้าก็มา !!!! กับคอนโด 0 เมตรจาก Mrt คลองเตย ติดถนนพระราม 4 ถนนแห่งอนาคตที่มี l... อ่านต่อ

ห้ามพลาด 21 พย.นี้ จองออนไลน์ก่อนคุ้มกว่าพร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 150,000 บาท* กับโครงการ Elio Del Moss พหลโยธิน 34 แต่งครบเริ่ม 1.59 ล้าน*

วันที่ 21 พย.ที่จะถึงนี้น่าจะเป็นการจองยูนิตคอนโดออนไลน์ รอบสุดท้ายและรอบสำคัญประจำปี 2... อ่านต่อ

แสนสิริ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยและระดับสากล ผ่านโครงการ98 Wireless แฟล็กชิพคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติที่เห็นถึงความเป็นมาสเตอร์พีซของโครงการ จึงทำยอดขายได้แล้วเกือบ 80% คิดเป็นมูลค่า 6,750 ล้านบาท ภายหลังการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเพียงไม่ถึงหนึ่งปี โดยได้รับการตอบรับทั้งจากลูกค้าไทยและต่างชาติ ตอกย้ำความโดดเด่นและศักยภาพการเติบโตตลาดระดับลักซ์ชัวรี่ไทย ด้วยราคาที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาสูงสุดที่ปิดการขายได้ ณ ปัจจุบันคือกว่า 800,000 บาท/ตารางเมตร พร้อมกันนี้ด้วยการตอบรับที่ดีมากจากการรังสรรค์ห้องแต่งซึ่งตอบโจทย์ตามความต้องการลูกค้า แสนสิริจึงเผยโฉมห้องแต่งใหม่ล่าสุด 3 สไตล์ที่ออกแบบและรังสรรค์เป็นพิเศษ ซึ่งมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ และสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมกับผู้บริหาร นำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายพร้อมกับเงินสมทบที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทคู่ค้า ผู้รับเหมา และสถาบันการเงิน ร่วมกับผู้บริหารและพนักงาน จากกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560 มอบแด่ 2 มูลนิธิ คือ มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 1,000,000 บาท รับมอบโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิโรคมะเร็ง รพ.ศิริราช และ มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จำนวน 800,000 บาท รับมอบโดย นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติและคุณศศชล วัชโรบล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือค่ายา ค่ารักษาส่วนเกินสิทธิแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งยากไร้ และเพื่อสนับสนุนกิจการเกี่ยวกับการรักษาการศึกษา วิจัยโรคมะเร็ง เมื่อเร็วๆนี้