LIFE Ladprao VALLEY รีวิวเจาะลึกละเอียดยิบของโครงการที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในวันนี้ บนทำเลที่ดีที่สุดตลอดกาล ณ ห้าแยกลาดพร้าว

ทำไมควรจะสนใจ LIFE Ladprao VALLEY

 

หลังจากทางบริษัท AP ส่งโครงการ Life Ladprao ออกมาเมื่อปีพ.ศ. 2560 และประสบความสำเร็จในด้านยอดขายและมีผลตอบรับจากลูกค้าจำนวนมากทั้ง Investment Demand และ Real Demand สนับสนุนกันอย่างล้นหลามและใกล้จะ Sold out แล้วเพราะเหลืออีกไม่กี่ยูนิตเท่านั้น (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ Life Ladprao ได้ที่บทความ http://propholic.com/prop-verdict/life-ladprao/) หลังจาก Life Ladprao มีการตอบรับที่ดีมาก ทาง AP ก็จึงส่งโครงการใหม่ออกมาให้ลูกค้าเป็นเจ้าของกันอย่างต่อเนื่องครับ เพราะวิจัยมาแล้วว่ายังมีลูกค้าที่ต้องการคอนโดมิเนียมในสุดยอดโลเคชั่นตรงนี้อยู่อีกมากครับ

 

หลังจากที่ Life Ladprao ได้เปิดตัวไป ก็มีข่าวคราวเกี่ยวกับโครงการใหม่ของ AP ในย่านห้าแยกลาดพร้าว ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวสะพัดออกมาว่าจะมีโครงการใหม่เปิดเพิ่มอีกโครงการ บางคนก็ลือกันว่าจะเป็นเฟส 2 ของ Life Ladprao จนในที่สุดวันนี้เราก็ได้รับรู้โดยทั่วกันว่ามีโครงการใหม่จริงๆ ครับ และไม่ใช่เฟส 2 แต่เป็นโครงการใหม่ที่ถือว่ามีการออกแบบทั้งภายในและภายนอกอาคารด้วยคอนเซปต์และจับกลุ่มตลาดที่แตกต่างฉีกออกจากโครงการ Life Ladprao เรียกได้ว่าไม่เหลือเค้าเดิมเลยครับ

LIFE Ladprao VALLEY (ไลฟ์ ลาดพร้าว แวลลี่ย์ หรือจะอ่านว่า ไลฟ์ ลาดพร้าว วัลเลย์ ก็ได้) เป็นคอนโดมิเนียมที่ตีโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยใหม่ของลูกบ้านที่ไม่ใช่คนอยู่คอนโดมิเนียมธรรมดาๆ แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ แสวงหาความผจญภัย มีความโลดโผนโลดแล่น มีสีสันของชีวิต LIFE Ladprao VALLEY เป็นสถานที่พักผ่อนของชีวิตที่ต้องการความพิเศษแตกต่างจากคนทั่วไป ตามคำพูดที่ว่า LIVE YOUR ADVENTUROUS SPIRIT” ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เรามาดูกันต่อไปครับ


LIFE Ladprao VALLEY กับคุณค่าที่มอบให้เกินความต้องการ

 

LIFE Ladprao VALLEY ออกแบบ facility ภายในโครงการที่ให้จำนวนมากเกินความคาดหมาย และ facility บางอย่างก็นึกไม่ถึงว่าโครงการระดับนี้จะมีให้ด้วยเช่น ทางเดินใต้สระว่ายน้ำที่สามารถมองเห็นวิวสวนจตุจักรสวยๆ ไปด้วย สร้างความน่าตื่นเต้นตลอดการเดินทาง และด้วยความที่ facility มีเยอะมากซะจนเหมือนเราต้องผจญภัยในโครงการ คงใช้เวลาค่อนข้างนานทีเดียวครับกว่าจะเดินดูได้ใช้งานจนครบทุกอย่าง

 

นอกจากการออกแบบ facility ที่โดดเด่นในทางคอนเซปต์แล้วยังออกแบบฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในห้องพักอาศัยให้มีความยืดหยุ่น เป็น New Layout Unit ทั้งหมดครับแนวคิด Flexible Function ใช้งานได้หลากหลาย ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา การออกแบบห้องให้มีการ interlock กันเพื่อเพิ่มเหลี่ยมเพิ่มมุมให้เกิด function in function เปลี่ยนห้อง 1 Bedroom ให้เป็นได้มากกว่า 1 Bedroom ธรรมดาๆ ซึ่งเดี๋ยวรายละเอียดจะเขียนอธิบายไว้ด้านล่างนี้ครับ

 

ย้ำเตือนกันก่อนสำหรับผู้ที่สนใจ LIFE Ladprao VALLEY!

 

ก่อนจะไปลงลึกถึงรายละเอียดโครงการมากกว่านี้ ผมอยากย้ำให้ผู้อ่านรู้ก่อนและรีบบันทึกไว้ใน Calendar ในโทรศัพท์มือถือก่อนเลยว่า LIFE Ladprao VALLEY จะมีวันเปิดตัว Presale วันที่ 4-5 สิงหาคม 2561 แต่จะวันจองห้องผ่านระบบ iBooking ในเร็วๆนี้นะครับนั่นคือวันที่ 26 ก.ค.2561 นี้ ราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท รีบลงทะเบียนรับส่วนลด 200,000 บาทได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/BXK6sV

 

จุดเด่นของสถานที่ตั้งโครงการที่ไม่เหมือนใครกับที่มาของชื่อ LIFE Ladprao VALLEY

LIFE Ladprao VALLEY ตั้งอยู่ถนนพหลโยธิน ติดกับ LIFE Ladprao ครับ ตรงข้ามกับห้าง Central Plaza Ladprao และใกล้สถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าว 340 เมตรและ MRT พหลโยธินประมาณ 380 เมตรครับ ตำแหน่งในแผนที่ https://goo.gl/maps/LTCvEdaNwNk ทำเลตรงนี้น่าสนใจมากเพราะใกล้กับแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้สถานศึกษา ใกล้แหล่งทำงาน ไม่ไกลจากโรงพยาบาล และใกล้ศูนย์คมนาคมหลายรูปแบบ นอกจากนี้เป็นทำเลมีศักยภาพจะมี Mega Project ใหญ่ๆ จากทั้งภาคเอกชนและรัฐทยอยเปิดตัวอีกในอนาคต

ทาง AP ตัดสินใจใช้ชื่อโครงการใหม่แห่งนี้ว่า LIFE Ladprao VALLEY เพราะจุดเด่นด้านทำเลที่ตั้งที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ในรอบๆ ย่านห้าแยกลาดพร้าว คอนโดมิเนียมโครงการอื่นอาจจะอยากอยู่ใกล้ชิดติดกับความจอแจของถนนพหลโยธินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ LIFE Ladprao VALLEY ตัดสินใจขยับถอยออกมาเพื่อให้เกิดระยะห่างที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนเราอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่น่าค้นหา มีระยะห่างและทางเดินที่ให้ความรู้สึกไม่เปิดเผย เหมือนอยู่กลางหุบเขาที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเดิม

ภาพทางเข้าหน้าโครงการ LIFE Ladprao VALLEY ปากทางเข้าโครงการใกล้บันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าสถานีห้าแยกลาดพร้าวด้วยนะครับ สะดวกมากๆ

 

ที่ทางเข้ามีจุดจอดรถจักรยาน เหมาะกับที่ต้องการปั่นจักรยานออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ ก่อนเข้าคอนโดมิเนียม มีป้อมรปภ. เพื่อความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านด้วยการจัดรถ Golf Cart ให้ด้วย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินเข้าโครงการที่ทางเท้าภายในโครงการก็มีหลังคาตลอดทาง เดินตอนกลางวันแบบไม่ร้อนและไม่ต้องเดินตากฝน

และนอกจากนี้ LIFE Ladprao VALLEY มีทางเข้าโครงการที่เป็นทางเดินเท้าผ่านสวนสวยๆ บริเวณทิศใต้ของโครงการที่ติดกับซอยพหลโยธิน 22 ที่เรียกว่า The Valley Passage ด้วยครับ ทางเดินนี้รถยนต์เข้าไม่ได้ครับ เป็นทางเดินเท้าเท่านั้น ซึ่งสามารถร่นระยะทางสำหรับผู้ที่จะไปขึ้น MRT และยูเนี่ยนมอลล์ได้อีกด้วย

สวน The Valley Passage มีความยาว 50 เมตร ออกแบบให้มีคดเคี้ยวสร้างบรรยากาศความร่มรื่นเงียบสงบ ตรงที่นั่งพัก Seating Valley มีเต้าเสียบไฟฟ้าสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ืโทรศัพท์มือถือหรือสำหรับนั่งทำงานชิลๆ ใต้ร่มไม้ก็ได้ครับ และยังมีจุดจอดจักรยานอีกด้วย มีการคำนึงถึงความปลอดภัยด้วยเพราะประตูทางเข้าออกบริเวณ The Valley Passage นี้มีีประตูที่ใช้ระบบ Key Card Access เพื่อป้องกันคนภายนอกเข้าโครงการครับ

LIFE Ladprao VALLEY บนทำเลสะดวกสุดๆ Super Interchange ของเมืองกรุง

 

LIFE Ladprao VALLEY มีทางเข้าติดถนนพหลโยธิน และตั้งอยู่ตรงข้ามห้าง Central Plaza Ladprao และใกล้กับบันไดทางขึ้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีห้าแยกลาดพร้าว ถือว่าเป็นทำเลที่สะดวกสุดยอดครับ อยากไปเดินห้างช้อปปิ้งดูหนังก็แค่เดินขึ้นบันไดข้ามไปเท่านั้นเอง ผมไม่รู้จะบรรยายเรื่องความสะดวกสบายยังไง เอาเป็นว่าบอกได้เลยว่า ถ้าซื้อที่นี่แล้วอย่าคิดจะขายเลยครับ เก็บเอาไว้อยู่เองก็สะดวกสบาย ถ้าไม่อยู่จะปล่อยเช่าก็มีแต่คนอยากเช่า แถมเรียกราคาได้สูงอีกเพราะว่าไม่ใช่คอนโดใกล้ห้างธรรมดาๆ แต่ตรงนี้คือเซ็นทรัลลาดพร้าวที่ที่เป็นศูนย์รวมความเจริญของกรุงเทพฝั่งเหนือมานานกว่า 30 ปีแล้วครับ และความไม่ธรรมดาอีกอย่างคือในอนาคตอันใกล้มากๆ นี้จะมีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการ ทันทีที่เปิดให้บริการก็ไม่ต้องพูดถึงจำนวนมหาศาลของผู้คนครับมีเยอะมากๆ แน่นอน

ความสะดวกสบายยังบรรยายไม่หมดครับ สาเหตุที่เชียร์ให้ครอบครอง LIFE Ladprao VALLEY เป็นเพราะว่าสถานีห้าแยกลาดพร้าวเป็นสถานีหนึ่งของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งเป็นสายกระดูกสันหลัง (Backbone Line) ที่เดินทางข้าม 3 จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพไปจนถึงสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังมีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งเป็นสายวงกลม (Circle Line) ที่สถานีพหลโยธิน ทำให้ทำเลตรงนี้เป็นสุดยอด Super Interchange ของเมืองกรุงครับ เพราะมีทั้ง Circle Line และ Backbone Line ตัดกัน ดังนั้นจำนวนคนมหาศาลจะมาใช้จุดเชื่อมต่อตรงนี้ แถมมีห้างสรรพสินค้าอำนวยความสะดวกดึงดูดคนเข้ามาอีก มีเม็ดเงินและความเจริญเติบโตต่างๆ เข้ามาในทำเลนี้แน่นอน เหมือนมีมังกรมงคล 2 ตัวมาพบกัน ฮวงจุ้ยของทำเลดีแบบนี้อย่าลังเลครับ หลักฐานต่างๆ ทางกายภาพนั้นบอกอยู่แล้วว่าดีมีศักยภาพที่จับต้องได้จริงครับ ใครไม่เคยอยู่ย่านนี้อาจจะนึกภาพที่ผมบรรยายอยู่ไม่ค่อยออก ขอแนะนำให้ลองมาเดินสำรวจด้วยตัวเองครับที่ย่านห้าแยกลาดพร้าว

LIFE Ladprao VALLEY คือที่สุดของคอนโดมิเนียมที่มี Facility ครบและเยอะมากที่สุดถึง 4 ชั้นเต็มๆ

 

อยากจะเปิดเผยเบื้องหลังของบทความนี้ว่า บทความนี้ใช้เวลาเขียนทั้งหมด 3 วันครับ เพราะกว่าจะบรรยายรายละเอียดด้านต่างๆ ครบทุกด้านก็ใช้เวลาไปเยอะมากทีเดียว และไม่ต้องแปลกใจว่าถ้าโครงการนี้สร้างเสร็จแล้วเราอยากเดินเล่น ใช้งาน facility ทั้งหมดภายในวันเดียวก็น่าจะเหนื่อยล้ากันไปข้างหนึ่งกันเลยทีเดียวครับ 555

 

ความอลังการของ facility ที่ LIFE Ladprao VALLEY นั้นเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 1 ไปต่อที่ชั้น 6 หลังจากนั้นกระโดดไปที่ชั้น 44 และชั้นลอย (ชั้น M) ของชั้น 44 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของโครงการ LIFE Ladprao VALLEY ครับ เรียกว่าเป็น “Quadruple facility” มี Facility 4 ชั้น จุใจกันไปเลย เยอะมาก

ลองดูภาพกันไปก่อน เริ่มที่จุด Drop-off ด้านหน้าของ The Canyon Lobby ที่ชั้น 1 ครับ ดีไซน์เส้นสายโค้งทอดตัวยาวไปมาบน Facade สีน้ำตาลแดงนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่องเขาในหุบเขาลึกหรือ Canyon ที่ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา facade สีเข้มที่ฉลุช่องให้ลมพักผ่านบริเวณชั้นจอดรถของอาคารจำลองมาจากแสงอาทิตย์และเงาที่ตกกระทบยอดเขากับหุบเขา เกิดมิติที่ตัดกันอย่างชัดเจน และความโค้งต่างๆ จำลองมาจากลักษณะของธรรมชาติที่เรามักจะคาดเดาได้ยาก เพราะพลังธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่คาดการณ์ได้ และมีแต่ธรรมชาติเท่านั้นที่สร้างความประหลาดใจให้กับเรา สื่อถึงโครงการ LIFE Ladprao VALLEY นี้ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเราได้อย่างแน่นอน

ชั้น 1 มี Facility ด้านบริการอีกมากมาย มี 2 โซน โซนแรกคือ Public Access เป็นพื้นที่สำหรับให้บริการแก่ลูกบ้านและบุคคลภายนอก ได้แก่ สำนักงานนิติบุคคลอาคารชุด, ร้านค้า 1 ร้าน, Smart Locker สำหรับฝากสิ่งของหรือพนักงานส่งของฝากของให้ลูกบ้านมาเปิดหยิบออกเองตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องรอพนักงานนิติบุคคลจัดการ มีที่นั่งพักคอยโซน Public สำหรับพนักงานส่งของหรือแขกนั่งรอ นอกจากมีโซน Private Access ที่ต้องใช้ Keycard Access เข้าไป จะพบกับ Mail Room ห้องจดหมายที่สว่างสดใสเรืองรองสวยงาม, Semi-outdoor Lobby พื้นที่นั่งพักผ่อนกึ่งกลางแจ้ง, Lobby , มีพื้นที่ Co-working Space สำหรับทำงานที่แบ่งพื้นที่ให้มีความเป็นส่วนตัวด้วยผนังกั้นสายตา และมีมุมทำงานอ่านหนังสือส่วนตัวที่ออกแบบเป็น Dock มีเต้าเสียบไฟฟ้าตอบโจทย์วิถีชีวิตพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่ส่วนกลาง, มีโซน Living & Play ซึ่งมีโต๊ะประชุมและมีโซฟาขนาดใหญ่ นอกจากนี้ก็มีห้องน้ำหญิง-ชาย และโถงลิฟต์

ห้อง Co-living ที่เป็นพื้นที่ Living & Play

ภาพ The Canyon Lobby มีเคาน์เตอร์ต้อนรับดีไซน์จำลองจากอัญมณีและมีที่นั่งพักคอยและโต๊ะกลางสำหรับวางของที่จำลองความเป็นธรรมชาติ ผนังของ Lobby มีเส้นสายโค้งสลับไปมาที่แอบซ่อนบังห้อง Mail Room เอาไว้ และทุกวินาทีที่เดินผ่านจะเกิดมุมมองที่ไม่เหมือนเดิม ความสูงของ Lobby อยู่ที่ 4 เมตร

ที่ชั้น 6 มี The Avalon เป็นสวนเนินทางลาดเดินเล่น เต็มไปด้วยร่มไม้พืชพรรณมากมายจำลอง Tropical Forest มีที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ขนาดใหญ่ประมาณ 1 ไร่

เบื้องล่างของสวน The Avalon มีพื้นที่จำลองจากถ้ำที่พื้นที่ภายในถ้ำออกแบบให้มีจอ screen ขนาดใหญ่สำหรับฉายภาพยนตร์ พร้อมที่นั่ง Sunken Seat ที่เราสามารถมองเห็นน้ำในสระน้ำ ในระดับสายตาเดียวกัน

ด้านข้างมีห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า ทางเดินลงสู่สระว่ายน้ำมีการออกแบบเส้นสาย contour ที่มีความเป็นรูปร่างอิสระ freeform

ภาพนี้แสดงให้เห็นระดับการเคลื่อนไหวของเราเวลาที่อยู่ในสระว่ายน้ำชั้นต่างๆ ทั้ง 3 สระ เริ่มจากส่วนชั้น 6 ที่เป็น Passive Pool ให้ความรู้สึกว่ายน้ำแบบสบายๆ ชิลๆ พักผ่อน มีโซนสวน The Avalon และพื้นที่เบื้องล่างสวนที่เป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนใต้ถ้ำ  ระดับต่อมาคือ Active Pool บนชั้น 44 ที่มีไฮไลท์คือ Aqua Valley มีสระว่ายน้ำที่มี Aqua Bike ออกกำลังกาย และระดับสูงสุดคือ Serene Pool สระว่ายน้ำที่ให้ความรู้สึกสงบนิ่งและปลอดโปร่งที่ชั้นลอย Rooftop มีไฮไลท์อยู่ที่ Grand Valley Bay และ Crystal Alley ที่สามารถรับชมวิวสวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่า 190 ไร่

Floor plan ชั้น 44 ที่อัดแน่นไปด้วยรายละเอียดของ facility หลากหลายกิจกรรม ได้แก่

Aqua Valley ที่เป็น Active Pool มีจักรยาน Aqua Bike , Vertico Gym ห้องฟิตเนสรับวิวกว้าง , Studio สำหรับออกกำลังกาย เล่นโยคะ, ห้องน้ำหญิง-ชาย , ห้อง Steam , ห้อง Sauna, ทางเดินเล่นระดับกลางแจ้งหรือ Skywalk Circuit ที่เชื่อมไปสู่ห้องต่างๆ ได้แก่ Alpine Lounge ที่ออกแบบให้เป็น Sky Meeting Room, Theatre Lounge สำหรับดูหนัง, Terrarium Library ห้องสมุดอ่านหนังสือวิวเมืองและสวนสวยแนวตั้ง, The Residence ออกแบบเป็นพื้นที่ Co-Party Space, มีหน้าผา Rock Canyon สำหรับปีนออกกำลังกาย นอกจากนี้ก็มี Active Area เป็นพื้นที่ห้องเปล่าเอนกประสงค์ และพื้นที่หลังคาของแต่ละห้องมี Rooftop Deck สำหรับยืนรับลมชมวิวจากพื้นที่สุดยอดของโครงการ

ลิฟต์โดยสารมีทั้งหมด 6 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว

 

บริเวณสระว่ายน้ำของชั้น 44 มี Aqua Valley เป็น Active Pool ที่มีพื้นที่ออกกำลังกายในน้ำ (Hydro Excercise Space) , และมีมุม Hydro Bike Zone ออกกำลังกายรูปแบบใหม่ปั่นจักรยานในน้ำรับมุมมองทิศเหนือมองเห็นวิวเมือง นอกจากนี้มี Grotto Sunken Living 2 จุด เป็นมุมนั่งพักผ่อนชมวิวสวนจตุจักรบรรยากาศเหมือนอยู่ภายในถ้ำ

Facility ของ LIFE Ladprao VALLEY นี้เหมือนเราได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ

สระว่ายน้ำ  Aqua Valley ที่ชั้น 44 มีความลึก 1.5 เมตร กว้าง 6.8 เมตร และยาว 13 เมตร แต่ถ้านับรวมโซน Hydro Bike ด้วยจะยาว 16 เมตร

บริเวณที่นั่งใต้ถ้ำ Grotto Pool Zone มีทางเดินลงสระว่ายน้ำ Aqua Valley ที่มีเส้นสาย contour ที่เป็นรูปอิสระจำลองความเป็นธรรมชาติและบวกกับมุมมองภายนอกที่เราสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวกลางเมืองกรุงเทพขนาดใหญ่ ทำให้ประสบการณ์การว่ายน้ำใน LIFE Ladprao VALLEY มีความ

ใกล้กับ Aqua Valley มีห้องฟิตเนส Vertigo Gym ออกกำลังพร้อมชมวิวเมืองแสนสวย

ภาพแสดงสระว่ายน้ำ Grand Valley Bay บนชั้นลอย (ชั้น M หรือ Mezzanine Floor) ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำที่อยู่เหนือจากชั้น 44 ขึ้นมา 1 ชั้น เป็นสระว่ายน้ำ  Lap Pool เพื่อการว่ายน้ำออกกำลังกายอย่างจริงจัง บริเวณสระมีพื้นที่ Hype Lounge ออกแบบให้เป็นที่นั่งพักผ่อนกาย รับลม ใกล้ทางเข้าสระว่ายน้ำมีที่นอนอาบแดดเพื่อสร้างผิวสีแทนสุดเท่อวดโฉมให้คนมอง นอกจากนี้ก็มีต้นไม้ The Escape Tree ให้อารมณ์ใกล้ชิดกับความเป็นธรรมชาติเสมือนชมร่มไม้บนสรวงสวรรค์บนพื้นที่ที่เงียบสงบปราศจากสิ่งรบกวนภายนอก

อีกหนึ่งไฮไลท์สุดว้าวของ LIFE Ladprao VALLEY อยู่ตรงที่ลูกเล่นในการสร้างสรรค์ Facility แบบใหม่ที่ก่อให้เกิดประสบการณ์พิเศษด้วยทางเดิน Crystal Alley ด้านล่างเป็นทางเดินออกไปชมวิวสวนสวยพร้อมรับลมทิศใต้ ส่วนข้างบนเป็นพื้นอะคริลิกใสมองเห็นสระว่ายน้ำและแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ตกกระทบผ่านความเคลื่อนไหวของน้ำก่อให้เกิดประกายแสงและเงาวับวาวพร่างพราวประทับใจที่หาดูชมได้ยาก

ความสงบ เงียบนิ่ง สบายตา สบายกาย ประสบการณ์แบบนี้สัมผัสได้ที่ LIFE Ladprao VALLEY เท่านั้น

ที่ยอดของอาคารจะมี crown บนยอดตึกทำจากวัสดุที่คล้ายทองแดง จะมีความแวววาวและสะท้อนกับแสงให้เป็นจุดน่าสนใจ ได้รับแรงบันดาลใจจากหุบเขาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสายแร่มีมูลค่า

แต่ facility ยังไม่หมดเท่านี้นะครับ เพราะที่ชั้น 44 ยังมีอีกหลายห้องให้ได้ใช้งานกันอย่างเต็มที่และทุกห้องสามารถเดินเชื่อมต่อกันผ่านเส้นทางสายนี้ที่จำลองเสมือนเราเดินอยู่บนสะพานแขวนอันน่าตื่นเต้นกลางหุบเขา LIFE Ladprao VALLEY ออกแบบให้เป็นทางเดินและบันไดที่เรียกว่า Skywalk Circuit โดยจากทางเดิน Skywalk Circuit เริ่มต้นที่ขวามือเป็นทิศตะวันออกจะมีห้องสมุด Terrarium Library และห้อง Co-Party & Co-kitchen Space ชื่อว่า The Residence ส่วนห้องด้านซ้ายจากทางเดิน Skywalk คือห้อง Valley Theatre Lounge และ Alpine Lounge

ห้องสมุด Terrarium Library เป็นห้องที่เน้นความเงียบสงบ เหมาะกับการอ่านหนังสือ

The Residence คือพื้นที่สำหรับนั่งกินอาหารร่วมกัน ซื้ออาหารขึ้นมากิน จัดปาร์ตี้พร้อมชมวิวสวยๆ เก๋ๆ กับเพื่อนๆ ที่ห้องนี้มีอ่างล้างจานเตรียมไว้ให้ คล้ายๆ กับ co-kitchen แต่ไม่ถึงกับมีเตาไฟฟ้านะครับ เพราะถ้ามีครัวทำอาหารจริงจังอาจจะมีกลิ่นอาหารรบกวนลูกบ้านท่านอื่นๆ

ห้อง Alpine Lounge มีโซฟาหันหน้าออกไปรับชมวิวด้านทิศตะวันตก กระจกสูงจากพื้นถึงเพดานเพิ่มวิสัยทัศน์ของเมืองที่กว้างไกล

เดินผ่านห้อง Alpine Lounge มาจะมีส่วนคั่นกลางนิดหน่อยและจะเป็นห้อง Valley Theatre Lounge เดินขึ้นบันไดไปห้องฉายรับชมภาพยนตร์ที่ชั้นลอย

LIFE Ladprao VALLEY เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่จัดวาง facility ได้ครบถ้วนสมบูรณ์และหลากหลายการใช้งาน ทำให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดและเพิ่มมูลค่าของโครงการให้มีมากกว่า นอกจากความดีงามด้านฟังก์ชั่นการใช้งานแล้วยังคำนึงถึงความสวยงามที่เป็น Emotional Benefit ให้กับผู้อยู่อาศัยอีกด้วย โดยความสวยงามต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในโครงการ LIFE Ladprao VALLEY นั้นสร้างสรรค์โดยทีมออกแบบหลากทีมทำงานร่วมกับ AP ครับ โดยสถาปัตยกรรมออกแบบโดย OpenBox ภูมิสถาปัยกรรมออกแบบโดย Red Land และงานออกแบบภายในโดย D+S ครับ

 

LIFE Ladprao VALLEY มาพร้อมการออกแบบรูปแบบห้อง Room Layoutที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ตรงใจผู้อยู่อาศัยที่หลากหลายมากที่สุด

 

LIFE Ladprao VALLEYเป็นโครงการใหม่จาก AP ที่ใส่ใจในรายละเอียดการออกแบบรูปแบบห้องแต่ละห้องให้เกิดประโยชน์และตอบโจทย์ที่มีอยู่ในหัวใจของลูกค้ามากที่สุด ทำให้เมื่อเราดู unit plan แต่ละแบบแล้วเรียกได้ว่าโครงการ LIFE Ladprao VALLEY นี้ไม่มี “ห้อง defect” หรือห้องที่มีตำหนิที่คนไม่อยากได้เลยครับ เพราะแต่ละห้องที่จัดวางมีเอกลักษณ์และมีลูกค้าที่ชื่นชอบอยู่แล้วทั้งนั้น

 

New Layout Unit แบบใหม่ที่ออกแบบให้เกิดฟังก์ชั่นที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและพัฒนาการของผู้อยู่อาศัย เช่น ซื้ออยู่ช่วงแรกๆ ก็อาจจะอยู่กับแฟนแค่ 2 คน ต่อมาแต่งงานมีลูก 1 คนก็ต้องอยู่แยกห้องกับลูกก็สามารถย้าย Living Room ออกมาไว้แทน Dining Room แล้วเปลี่ยน Living Room เป็น Bedroom สำหรับลูกรักแทน เป็นต้น นอกจากนี้รูปแบบห้องส่วนใหญ่เป็นแบบ Interlock กัน หมายถึงมีส่วนมุมที่เข้าล็อกกันทำให้เกิดพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นโดยที่ขนาดห้องและราคาไม่ได้เพิ่มขึ้นตามขึ้นมาด้วย ทำให้แม้จะเป็นห้องขนาดใกล้เคียงกับห้องของโครงการอื่นๆ แต่ประโยชน์ใช้สอยของ LIFE Ladprao VALLEY มีมากกว่า

LIFE Ladprao VALLEY มียูนิตพักอาศัยทั้งหมด 1,140 ยูนิต และมียูนิตร้านค้า 1 ร้านครับ โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ 5-2-45.5 ไร่ มีทั้งหมด 44 ชั้น บวกชั้นลอย และมีชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้นครับ มีที่จอดรถทั้งหมด 484 ช่องจอด คิดเป็น 42%

 

Unit Type ของ LIFE Ladprao VALLEY หลักๆ มี 7 Type ครับ ได้แก่ Type A Studio 28.8 ตร.ม. 1 Bedroom จำนวน 190 ยูนิต, Type B 1 Bedroom 35 ตร.ม. ทุกรูปแบบรวมกันได้ 760 ยูนิต มี Type C 1 Bedroom Executive 37 ตร.ม.ที่เป็นห้อง rare item มี 38 ยูนิต นอกจากนั้นจะเป็น 2 Bedroom Type D, E ,F และ G แบบต่างๆ รวมกันได้ 152 ยูนิตครับ ถ้าหากคิดเป็นตัวเลขแล้วมีสัดส่วนของ 1 Bedroom ที่ 87% มากกว่า 2 Bedroom ที่มาแค่ 13% ครับ ห้องแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไรบ้าง ห้องไหนน่าอยู่สำหรับเรา มาดูกันครับ

 

ห้องแบบแรกคือ Studio 28.8 ตร.ม. จุดเด่นตรงที่ส่วนของห้องนอนมองไม่เห็นจากประตูทางเข้าเพราะหลบมุมเข้าไป เป็นห้อง Studio แบบลึกที่หน้ามีหน้ากว้างเพราะห้องมีการ interlock กับห้องข้างๆ ทำให้พื้นที่ติดอากาศกว้างขึ้นกว่า Studio ทั่วไป นอกจากนี้ส่วนครัวมีประตูกระจกกั้นช่วยให้เกิดฟังก์ชั่นครัวแยก ทำอาหารได้จริง ครัวที่นี่ใช้ระบบดูดอากาศออกไปด้านนอก ไม่ใช่ระบบหมุนเวียนภายใน

1 Bedroom 35 ตร.ม. แบบทางซ้ายมือ จุดเด่นอยู่ตรงที่เป็นห้องที่เสมือนเป็นห้องมุม (Corner Unit) เพราะแบบสถาปัตยกรรมออกแบบให้มีพื้นที่ยื่นออกไปและมีหน้าต่างเข้ามุมเปิดมุมมองให้กว้างไกลมากกว่าเดิม นอกจากนี้แม้ชื่อบอกว่าเป็น 1 Bedroom เฉยๆ แต่แท้จริงเป็น 1 Bedroom Plus เพราะด้วยการ interlock กับห้องข้างๆ ทำให้เกิด space เพิ่มขึ้นกลายเป็นห้องเอนกประสงค์เพิ่มมาอีก 1 ห้องฟรีๆ ส่วนห้อง 1 Bedroom 35 ตร.ม. อีกรูปแบบที่อยู่ในรูปซ้ายมือ มีจุดเด่นตรงที่มีหน้าต่างวางแนวเฉียงทำให้เกิดมุมมองที่กว้างและแปลกใหม่กว่าหน้าต่างทั่วไป

1 Bedroom 35 ตร.ม. รูปซ้ายมือ จุดเด่นคือครัวแยกหลบมุมออกไปไม่มาปะปนกับส่วนของ Living Area นอกจากนี้ประตูห้องน้ำมีทางเข้า 2 ทาง สะดวกสบายในการใช้งานส่วนตัวและเวลาที่มีคนมาเยี่ยมมาปาร์ตี้ในห้องก็ไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน

ส่วน 1 Bedroom 35 ตร.ม. รูปขวา มีจุดเด่นที่ห้องครัวที่เชื่อมต่อกับห้องกินข้าวและห้องนั่งเล่นเป็นแนวกว้าง ทำให้ห้องดูโปร่งสบายและใช้งานได้ต่อเนื่องไม่สะดุด ห้องนี้เป็นห้องที่ไม่ได้ interlock กับห้องข้างๆ ครับ

1 Bedroom 35 ตร.ม. แบบรูปซ้ายมือ มีเอกลักษณ์มากๆ ตรงที่เปิดประตูห้องเข้ามาเจอกับผนังของห้องน้ำทำให้สายตาจากคนภายนอกมองเข้ามาไม่เห็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา นอกจากนี้ยังมีครัวแยกที่โถงทางเดินข้างหน้าก่อนที่จะเข้าไปยัง Living area ส่วนรูปแบบห้อง 1 Bedroom 35 ตร.ม. รูปทางขวามีห้องน้ำอยู่ตรงกลางห้องเพื่อเพิ่ม space ใช้สอยให้มีมากกว่าเดิม และห้องส่วนใหญ่ก็มีพื้นที่ติดอากาศทั้งหมดทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่นที่ได้รับวิวกว้างมากกว่า 180 องศา ถือว่าเป็นอีกห้องที่น่าสนใจในโครงการ LIFE Ladprao VALLEY

LIFE Ladprao VALLEY ออกแบบ 2 Bedroom 1 Bath 48.6 ตร.ม. รูปซ้ายมือ เหมาะกับกลุ่มครอบครัว ห้องนอนทั้ง 2 ห้องถูกแบ่งแยกออกจากกันเพิ่มความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย พ่อแม่อยู่อีกฝั่ง ลูกอยู่อีกฝั่ง ตรงกลางมีห้องนั่งเล่นคั่นกลาง และมีห้องครัวแยกที่เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ส่วน 2 Bedroom 2 Bath 57.8 ตร.ม. รูปทางขวาเหมาะกับครอบครัวที่อยู่อาศัยระยะยาวเพราะมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางกว่าและมีห้องน้ำ มากถึง 2 ห้องครับ

2 Bedroom 2 Bath 60 ตร.ม. รูปซ้ายมือ เป็นห้องมุม ห้องตำแหน่งนี้เหมาะกับคนที่ชอบห้องนั่งเล่นกว้างๆ ใหญ่ๆ สะใจ ส่วนรูปแบบ 2 Bedroom 2 Bath 66.5 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้อง 2 ห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดของ LIFE Ladprao VALLEY ตำแหน่งนี้เป็นห้องมุมที่มีห้องนอน Master Bedroom กว้างใหญ่และเทควิวจากห้องนอนได้กว้างที่สุด

ภาพตัวอย่างการจัดห้องตัวอย่างขนาด 35 ตร.ม. ให้ดูเป็นไอเดียการตกแต่ง

ส่วนของห้องนั่งเล่นและห้องนอนมีประตูกระจกใสกั้นพื้นที่ออกจากกัน

รูปแบบห้องที่ interlock กับห้องอื่นทำให้เกิด room space เพิ่มเติมขึ้นมากลายเป็นพื้นที่ห้องกินข้าวหรือจะเปลี่ยนเป็นฟังก์ชั่นอื่นก็ได้

ห้องนอนที่เป็นห้องมีพื้นที่ยื่นออกไปกลายเป็นห้องมุม ความสูงจากพื้นถึงเพดานอยู่ที่ 2.55 เมตร ส่วนห้องน้ำ ความสูงที่ 2.35 เมตร

 

ภาพตัวอย่างสาธิตการตกแต่งห้อง 2 Bedroom ขนาด 65 ตร.ม.

ห้องนอนเล็กที่ตกแต่งได้อย่างลงตัว

โซนห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางเหมาะกับการอยู่เป็นครอบครัวเป็นเหมือนบ้านจริงๆ

คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียวที่บ้านของเราอยู่ใกล้ห้างและรถไฟฟ้าแค่เดินไม่กี่ร้อยเมตร

เจาะลึกแสกนห้องส่องมุมทะลุ Plan ของ LIFE Ladprao VALLEY เล็งห้องที่อยากได้ห้องไหนดี

 

ก่อนที่จะไปเจาะลึกถึงตำแหน่งห้อง เรามาดูกันก่อนว่าตำแหน่งและทิศทางของการวางอาคาร (Orientation) ของโครงการหันหน้าไปทางไหนอะไรยังไงบ้าง

 

โครงการ LIFE Ladprao VALLEY จะอยู่ในภาพตรงกลางนะครับ อาคารสีฟ้าๆ จะวางตัวเป็นตัว T หงาย ทิศเหนือจะได้วิว M Ladprao และวิวเมืองถนนพหลโยธิน ทิศตะวันออกจะได้วิวโล่ง วิวเมืองฝั่งรัชดาและมองเห็นสายไฟฟ้าแรงสูง วิวทิศใต้รบลมดีได้วิวถนนลาดพร้าวและวิวสวนจตุจักร ส่วนทิศตะวันตกที่หลายคนกล้วร้อนอยากจะบอกว่าวิวตะวันตกนี้มองเห็นสวนจตุจักรและสวนรถไฟนะครับ

LIFE Ladprao VALLEY มีระยะห่างจากโครงการอื่นๆ ได้แก่ ห่างจาก M Ladprao 50 เมตร ห่างจาก Life Ladprao อาคาร A ประมาณ 130 เมตร ห่างจากเสาไฟฟ้าแรงสูง 120 เมตร และห่างจากสายไฟฟ้าแรงสูง 125 เมตร

สำหรับคนที่นึกภาพไม่ออกว่าระยะห่างประมาณ 120-130 เมตรและ 50 เมตรนั้นห่างประมาณไหนผมมีภาพประกอบให้ครับ เป็นระยะห่างที่ยอมรับได้ครับ จากภาพประกอบอันที่ห่าง 50 เมตร ระยะจะเท่ากับบริเวณสีดำเข้มๆนะ ครับ ส่วนตึกสีเทาๆ นั้นระยะ 30 เมตร

โอเคทีนี้เราพอจะรู้แล้วว่าอะไรอยู่ตรงไหน ภาพนี้คือ Master Plan ครับ เลข 1 คือทางเข้า sub-entrance ครับ

ส่วนภาพ Floor Plan นี้มีการหมุนขวา 90 องศา 1 ครั้งครับดังนั้นทิศเหนือจะไปอยู่ทางซ้ายของรูปนะครับ ลองเล็งให้ดีๆ ครับ

ชั้น 6 The Avalon, Garden and Pool ชั้นนี้จะเริ่มมีห้องพักอาศัยครับ

ชั้น 7-43 Typical floor plan ห้องส่วนใหญ่เป็นไปตามตำแหน่งแบบนี้ครับ จะสังเกตได้ว่าห้อง Studio จะ interlock กับ 1 Bedroom 35 ตร.ม. และห้อง 1 Bedroom 35 ตร.ม. จะ interlock กับห้องที่มีพื้นที่ยื่นเสมือนห้องมุมมีกระจกเข้ามุมครับ ส่วนห้องที่ไม่ได้ interlock กับห้องอื่นก็มีครับเป็น 1 Bedroom 35 ตร.ม. แบบที่มีพื้นที่ยื่นออกไปแต่ไม่ได้มีกระจกเข้ามุม ส่วนห้อง 2 Bedroom ขนาดต่างๆ จะอยู่ตามมุมต่างๆ ของทิศเหนือและทิศตะวันตกครับ นอกจากนี้มี 1 Bedroom Exceutive 37 ตร.ม. และ 1 Bedroom 35 ตร.ม. ที่มุมของฝั่งตะวันออกด้วย

ชั้น 44 เป็นศูนย์รวม facility ส่วนใหญ่ของโครงการ ได้แก่ สระว่ายน้ำ Aqua Valley, ทางเดิน Skywalk Circuit, ห้องพักผ่อน Valley Lounge, ห้องปาร์ตี้ The Residence,หน้าผาออกกำลังกาย Rock Canyon, พื้นที่ออกกำลังกาย Active Court, ห้องชมวิว Alpine Lounge, ห้องสมุด Terrarium Library, ฟิตเนส Vertigo Gym, ห้องอบไอน้ำ Steam, ซาวน่า Sauna, ทางเดิน Crystal Alley

ชั้นลอย หรือ ชั้น M (Mezzanine Floor) มีสระว่ายน้ำ Grand Valley Bay, พื้นที่อพยพจุดรวมพล Evacuation, จุดชมวิว Observation Deck

ถ้าหันตามรูป Floor Plan แต่ละทิศจะได้วิวอะไรบ้าง ทิศเหนือได้วิวพหลโยธิน ทิศตะวันออกได้วิวรัชดา ทิศใต้ได้วิวลาดพร้าว และทิศตะวันตกได้วิวสวนจตุจักร

วิวทิศเหนือ เห็นถนนพหลโยธินและ M Ladprao ห้องที่ชนกับวิวของ M Ladprao จะเป็นห้องครัวของ 2 Bedroom นะครับ จะไม่ใช่ส่วนของห้องนั่งเล่น ส่วนลูกบ้าน M Ladprao ก็จะมองเห็นแค่ห้องครัวของ LIFE Ladprao VALLEY ครับ

วิวทิศตะวันออก เป็นวิวโล่ง มองเห็นวิวเมืองรัชดา ฝั่งตะวันออกบางจุดได้มีระยะตรงกับความสูงของสายไฟฟ้าแรงสูงอยู่ที่ประมาณชั้นที่ 13-16 โดยประมาณครับ กรุณาสอบถามกับพนักงานขายเองอีกที

วิวทิศใต้ได้วิวลาดพร้าวและได้วิวสวนจตุจักรด้วยครับ ถ้าเราอยู่บชั้น 44 มองลงไปก็ได้อารมณ์เหมือนกับเราอยู่ยอดเขาแล้วมองไปด้านล่างครับ ให้ความรู้สึกอิสระเสรีสดชื่นดี

วิวทิศตะวันตก ได้วิวโล่งและรับชมวิวสวนจตุจักรไปเต็มๆ

เรื่องของวิวนั้นไม่สามารถการันตีได้หรอกนะครับว่าอนาคตจะเป็นวิวโล่งไปตลอด เพราะอนาคตอาจมีโครงการใหม่ๆ คอนโด สำนักงาน โรงแรม หรือโครงการใหม่ขึ้นมาเสริมทัพให้ย่านนี้คึกคักมากขึ้นกว่านี้ครับ

 

สรุปจุดเด่นของ LIFE Ladprao VALLEY

จุดเด่นของโครงการ LIFE Ladprao VALLEY มีหลายข้อมากครับ แต่ละข้อล้วนเป็นความต้องการที่ตรงใจกับกลุ่มผู้พักอาศัย ได้แก่ ความเป็นส่วนตัวสูงแต่อยู่ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวก (Private Residence in a Lifestyle Hub) ใช้ชีวิตหรูหราแบบสุดเหวี่ยงทั้งการพักผ่อนที่หลับสนิทพร้อมกับกิจกรรมภายในคอนโดมิเนียมที่มีให้ทำมากมายไม่มีเบื่อ (New Luxury Adventure Experience) การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่มากมายหลายฟังก์ชั่น หนึ่งห้องใช้งานได้มากกว่า 1 อย่าง สวนที่เป็นมากกว่าสวนแต่ใช้งานอื่นๆ ได้ด้วย (Double function in function facility, Multi-function public area) มีสระว่ายน้ำให้มากถึง 3 สระ และ facility มีมากถึง 4 ชั้นจุใจ (Triple Pool) และที่สำคัญคือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในห้องพักอาศัยที่โดนใจลูกค้าและปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นได้ตามความต้องการและการเปลี่ยนแปลงในชีวิต (New Layout Unit)

 

ราคาของ LIFE Ladprao VALLEY ราคาเริ่มต้น 125,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาทต่อตารางเมตร

 

เตรียมพบกับคอนโดใหม่ LIFE Ladprao VALLEY ราคาเริ่มต้นที่ 3.49 ล้านบาท เปิดจองผ่านระบบ iBooking วันที่ 26 ..2561 นี้ และมีงาน Pre-sale เริ่มเปิดขายวันที่ 4-5 สิงหาคม  พ.ศ. 2561

รีบลงทะเบียนรับส่วนลด 200,000 บาท

คลิกลงทะเบียนที่นี่ครับ https://goo.gl/wAMem8



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

นายโฮม วิเคราะห์อสังหาแบบลูกทุ่ง เป็นเด็กบ้านนอก คนธรรมดา ย้ายมาอยู่กรุงได้ 10 กว่าปีแล้ว บ้านไม่รวย หาเงินเอง ไม่ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับอสังหามาหรอก แต่เป็นคนแสวงหาความรู้ใหม่ๆ สนใจอสังหาโดยเฉพาะคอนโด เพราะค้นพบว่าตัวเองชอบอยู่บนตึก งานอดิเรกคือเดินตากแดด เสาะแสวงดูคอนโดทั่วกรุง

เว็บไซต์

The Hidden Potential: ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของกล้วยน้ำไท-สุขุมวิท 42 และการเติบโตของพระราม 4 ในอนาคตจะส่งผลต่อ Kluaynamthai Innovative Industries District อย่างไร

ย่านกล้วยน้ำไท-พระราม 4-สุขุมวิท 42 เป็นย่านที่น่าอยู่ที่มีศักยภาพซ่อนหลายเหตุผล ได้แก่ เดินทางสะดวกสบายเพราะเป็นย่านที่มีทางลัด มีถนนหนทางหลายสาย เช่น สุขุมวิท 40 และสุขุมวิท 42 ที่เชื่อมระหว่างสุ... อ่านต่อ




สร้างแต้มต่อที่มากกว่าในการขายคอนโดให้คนต่างชาติด้วย Foreign Quota กับห้องล๊อตสุดท้ายที่ Life Sukhumvit 62

สำหรับช่วงสุขุมวิทส่วนต่อขยายที่ถัดออกไปจากย่านอ่อนนุช แต่ยังไม่ถึงสี่แยกบางนา โครงการ ... อ่านต่อ

เผยรายละเอียดเบื้องต้น Ideo Q N7 คอนโดติดบีทีเอสสะพานควาย ที่หลายคนรอคอย

คอนโด 3 ตึกสูง 44+43+43 ชั้น 1,095 ยูนิต บวกร้านค้า 5 ยูนิต ใช้แบรนด์ IDEO Q แบรนด์รอง ... อ่านต่อ

Next Step of Ratchada เมื่อรัชดาแยกพระราม 9 กำลังจะถึงจุดสูงสุดแล้วอนาคตของรัชดาจะเป็นอย่างไรต่อไป

จุดเริ่มต้นของถนนรัชดาภิเษกที่แยกพระราม 9 นั้นรุ่งเรืองจนถึงใกล้ขีดสุดหลังจากที่มีโครงก... อ่านต่อ

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่ 2 จากขวา) บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ (ที่ 2 จากซ้าย) บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดตัว ‘ปีติ เอกมัย’ คอนโดลักชูรี่แห่งแรก ภายใต้การร่วมทุนบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด บนทำเลศักยภาพสูงสุดย่านเอกมัย ด้วยหลักปรัชญาแนวคิดจากญี่ปุ่น “IKIGAI (อิคิไก)” เข้ามาใช้ผสมผสานทุกรายละเอียดของงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Good LIVING is the new luxury” เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่พรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของคนไทย ราคา Pre sales เริ่ม 4.45 ล้านบาท* มูลค่าโครงการรวม 5,000 กว่าล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้ววันนี้ ณ Sale Gallery โครงการ ปีติ เอกมัย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1775 กด 63

ช่วงหน้าฝนนับเป็นฤดูกาล ที่น่าหวาดเสียวที่สุดสำหรับเครื่องใช้ภายในบ้าน หรือที่พักอาศัย ยิ่งเป็นยุค 4.0 นี้ด้วยแล้ว หลายครัวเรือนคงสรรหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความไฮเทคราคาแพงมาไว้ในครอบครอง เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล ตั้งแต่อุปกรณ์แบบเป็นชิ้นๆ ราคาหลักพัน ไปจนถึงโซลูชั่นเรือนแสน อย่างเช่น ลำโพงลอยได้ สมาร์ททีวี / อินเทอร์เน็ตทีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ เครื่องเสียง ระบบม่านอัตโนมัติ กล้อง CCTV อุปกรณ์ชุดป้อนคำสั่งเสียง ชุดควบคุมโฮมออโตเมชั่น อุปกรณ์ประเภทนี้มักมีการเชื่อมต่อไฟฟ้าทิ้งไว้ และเชื่อมโยงกันและกันได้ ให้ความสะดวกในการสั่งงาน หากช่วงฝนฟ้าคะนอง หรือมีฟ้าผ่าในระแวกบ้าน เมื่อเกิดแรงดันไฟฟ้าถาโถมเข้าไปในบ้าน อุปกรณ์พวกนี้มีโอกาสเสียหายได้ และหากทั้งหมดเชื่อมต่อกันทั้งหมดแล้วอาจเสียหายยกเซตได้

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมือง นำโดย นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว สร้างปรากฏการณ์การันตีความคึกคักของตลาดบ้านเดี่ยวครั้งใหญ่ กับกระแสการตอบรับและความสำเร็จของแคมเปญ ULTIMATE PRIZE สิทธิพิเศษแบบจัดหนักจัดเต็มโดนใจลูกค้าครอบครัวคนเมืองรุ่นใหม่ ที่มองหาบ้านเดี่ยวดีไซน์โมเดิร์นทำเลในเมือง โดยกวาดยอดขายจากแคมเปญทั้งสิ้นกว่า 4,100 ล้านบาท ส่งผลดันยอดขายรวม 7 เดือนแรกของกลุ่มธุรกิจแนวราบพุ่งเกินเป้าแตะ 12,175 ล้านบาท โตกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ล่าสุดเร่งเดินสายคืนกำไรลูกบ้าน ประเดิมแจกแล้วรางวัลใหญ่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA ป้ายแดง ให้กับผู้โชคดี คุณอัครฤทธิ์ จันทร์จำรัสกุล ผู้ซื้อบ้านเดี่ยวเอพี ในแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’