ICO การลงทุนแห่งอนาคตหรือ Money Games?

นาทีนี้ คำว่า ICO หรือ Initial Coin Offering คงเป็นที่รู้จักในวงกว้างไปเสียแล้วทั้งในทางด้านบวกและด้านลบ วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับคำๆนี้กันให้ถ่องแท้ ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่  หากใครที่เคยลงทุนในตลาดหุ้นอยู่แล้ว คงจะพอรู้จักกับหุ้น IPO หรือ หุ้นที่เข้ามาซื้อขายเป็นวันแรก กรณีของ ICO ก็มีขั้นตอนคล้ายคลึงกัน แต่เปลี่ยนจากหุ้นหรือตัวบริษัทเป็นการเสนอขาย Token ซึ่งเป็น Digital Asset ที่เขาเรียกกันทั่วไปว่าออกเหรียญนั่นเอง


ตัว Token จะเป็นสิ่งที่แสดงถึง “สิทธิ” ที่เราจะได้รับจากการเข้าลงทุนใน ICO โดยการใช้เงินจริงที่ใช้ในชีวิตประจำวันหรือ Fiat Currency แล้วแต่ว่าจะเป็นสกุลเงินไหน เช่นสมมุติ ผู้เสนอขายอาจจะใช้อัตราการแลกเปลี่ยน 1 บาท ต่อ XXX Token เป็นต้น

 

เงินสกุลดิจิทัลหรือ Crypto Currency ที่มีอยู่มากมายนับพันเหรียญที่เราได้ยินกัน ส่วนใหญ่มาจากการออก ICO นี่เอง ประเทศไทยก็มีผู้ที่ออกเหรียญ ICO ของตัวเองอยู่หลายบริษัท เช่นOMG ของบริษัท Omise ฟินเทคด้านการพัฒนา Payment Gateway ที่เพิ่งได้รับรางวัล Startup of The Year จากมือนายกรัฐมนตรี หรือเหรียญ JFin Coin ของบริษัทเจฟินในเครือของ JMART ผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของไทย

 

คำถามคือใครคือผู้ออก ICO? คำตอบคือ สตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี หรือแม้แต่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องการระดมทุนไปเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง จากเดิมที่จะมีการลงทุนใหม่ๆอาจจะต้องไปกู้เงินธนาคารซึ่งต้องเสียดอกเบี้ย ออกหุ้นกู้ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย หรือหากใช้เครื่องมือของตลาดทุนเช่นการออกหุ้นเพิ่มทุนก็ต้องรบกวนผู้ถือหุ้นมาจ่ายเงินเพิ่ม หรือแม้แต่ธุรกิจสตาร์ทอัพที่ต้องเชิญกองทุนวีซีมาลงทุนก็ต้องแลกกับหุ้นที่เสียไปกับเงินทุนที่จะได้ แต่สำหรับการระดมทุนด้วย ICO ถือเป็นแนวทางใหม่ที่ผู้ออกมีต้นทุนที่ต้องเสียไปไม่มากนักและข้อดีของการระดมทุนแบบนี้ก็คือ “ความเร็ว” เพราะหากจะระดมทุนแบบอื่นล้วนแล้วแต่ใช้กระบวนการที่ยาวนาน เช่น การเพิ่มทุนก็ต้องขออนุมัติผู้ถือหุ้น การทำไอพีโอก็ต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี การเจรจากับวีซีก็ใช้เวลานานหลายเดือน แต่การทำ ICO อาจใช้เวลาเพียงไม่นาน (ไม่นับเวลาที่เขียนซอฟท์แวร์) ที่สำคัญ การทำ ICO ยังดำเนินการผ่านระบบ Blockchain ซึ่งดำเนินการภายใต้รูปแบบ Decentralize ซึ่งไม่มี “ตัวกลาง” เป็นผู้มาควบคุมดูและจัดการขั้นตอนต่างๆอีกต่อไป อย่างเช่นการนำหุ้นเข้า IPO ก็ต้องมีตลาดหลักทรัพย์และโบรกเกอร์เป็นตัวกลาง แต่ ICO ได้ตัดขั้นตอนนี้ออกไป โดยมีบริษัทผู้ออก ICO เชื่อมต่อกับนักลงทุนผ่าน Blockchain ซึ่งจะมีผู้เล่นอย่าง Crypto Exchange ที่เป็นเสมือนกับตลาดหลักทรัพย์ แต่ไม่ได้มาควบคุมดูแลแต่อย่างไร (จะอธิบายในขั้นตอนต่อไป) การที่กระบวนการ ICO ไม่มีหน่วยงานกลางที่เข้ามากำกับมาตราฐานการออก Token ทำให้การออก ICO ที่ผ่านมา มีผู้ไม่คิดดีเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย เช่นการปลอมตัวมาว่าจะออก ICO โดยให้แรงจูงใจต่างๆเช่นผลตอบแทน แต่ก็ปิดเวบหนีเชิดเงินไปดื้อๆก็มี และเกิด Dark Side มากมายในวงการ เข้าข่ายการเป็นเพียง Money Games แต่การทำ ICO ที่มีคุณภาพสูงก็มีให้เห็นจำนวนมากเช่นกันและก่อให้เกิดประโยชน์ทางภาคเศรษฐกิจจริงอีกต่างหาก

 

สรุปแล้ว โดยหลักการของ ICO ถือเป็นการลงทุนทางเลือกใหม่แห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นฝั่งธุรกิจสตาร์ทอัพผู้ออกเหรียญหรือตัวผู้ลงทุน แต่ในช่วงแรกย่อมมีผู้ที่คิดดีและไม่ดีอยู่ปะปนกันเสมอ ซึ่งจุดนี้เองถือเป็นบทพิสูจน์ต่อไปว่า ICO จะกลายมาเป็น New Normal ได้หรือไม่

 

สำหรับประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั่นคือ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือ กลต.กำลังหาแนวทางการกำกับดูแลการออก ICO ให้ได้มาตราฐานและมีกฎหมายรับรอง คาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งต้องดูกันต่อไปว่าแนวทางจะออกมาในแบบใด เปิดเสรีหรือคุมเข้ม เหมือนในบางประเทศ



นเรศ เหล่าพรรณราย

นเรศ เหล่าพรรณราย

นเรศ เหล่าพรรณราย FB:Gap Theory Twitter:@Nares_sd28 Chief Operation Officer Stock Quadrant (Thailand) Co.Ltd กรรมการ สมาคมฟินเทคประเทศไทย คนสื่อที่มีประสบการณ์ในแวดวงข่าวเศรษฐกิจโดยเฉพาะวงการตลาดหุ้นนานกว่า10ปี อยู่เบื้องหลังหนังสือด้านการลงทุนและธุรกิจมามากกว่าสิบเล่ม เคยทำงานหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจอันดับหนึ่ง ปัจจุบันทำงานในบริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีความเชื่อว่าการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัวและทุกคนต้องรู้

เว็บไซต์

80/20 ศิลปะจากจานสู่วัฒนธรรมอาหารแบบยั่งยืน

เจริญกรุง ย่านเก่าแก่ของกรุงเทพมหานครแห่งนี้ ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ของชุมชนโบราณที่ทิ้งร่องรอยของชีวิตและความเป็นอยู่ในอดีตให้ได้เห็น ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ย่านดังกล่าวเริ่มมีความเคลื่อนไหวให้เห็นอย่าง... อ่านต่อ




อยากแต่งคอนโดด้วยเฟอร์ฯที่ไม่เหมือนใคร สะดวก ง่ายเข้ากับทุกพื้นที่ห้อง มีทางเลือกอื่นที่ไหนบ้าง

สมัยนี้คนนิยมอยู่คอนโดกันมาก และยังไงซะยิ่งตลาดคอนโดมีการขยายตัวมากเท่าไหร่ ธุรกิจที่เก... อ่านต่อ

Preview : IDEO RAMA9-ASOKE คอนโดเริ่มต้น 2.99 ล้าน บนทำเลแยกพระราม 9 NEW CBD

ทำเลที่ตั้งไม่ต้องพูดถึงความสะดวก แวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญต่างๆทั้งห้างออฟฟิศโรงพยาบาล ข... อ่านต่อ

Privacy is the New Luxury Trend คุณค่าแห่งความเป็นส่วนตัวคืออีกนิยามแห่งความหรูหรา

ผู้เขียนเคยเขียนบทความเกี่ยวกับความหรูหราในนิยามใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการรับรู้เดิมๆ ข... อ่านต่อ

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน ‘MAESTRO MASTERFUL LIVING’ ครั้งแรกกับการสร้างสรรค์การจัดแสดงในรูปแบบ Art exhibition ถ่ายทอดแนวคิดและความหมายในทุกรายละเอียดของการพัฒนาคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ภายใต้แบรนด์ MAESTRO (มาเอสโตร) พร้อมเปิดตัว 3 คอนโดมิเนียม ตกแต่งครบพร้อมอยู่ โลเคชั่นสุดไพร์ม มาเอสโตร 01 สาทร-เย็นอากาศ ใกล้ MRT ลุมพินี และ BTS ศาลาแดง, มาเอสโตร 03 รัชดา-พระราม 9 ใกล้ MRT พระราม 9 และมาเอสโตร 14 สยาม-ราชเทวี ใกล้ BTS ราชเทวี เพียง 300 เมตร ราคาเริ่มต้นที่ 3.8 ล้านบาท จัดเต็มโปรโมชั่นมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 200,000 บาท ฟรีเฟอร์นิเจอร์ ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน วันนี้ถึง 24 มิ.ย. นี้เท่านั้น ที่ ลานเซ็นทรัล คอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์