Cuisine de Garden BKK วิถีสู่ธรรมชาติผ่านอาหารแบบโมเดิร์นคูซิน

Sudaporn 23 June, 2018 at 11.34 am

หลังจากประสบความสำเร็จกับการเปิดตัวในสาขาแรกเมื่อ 7 ปี ก่อน Cuisine de Garden ร้านอาหารที่มีต้นกำเนิดจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมี ลีลวัฒน์ มั่นคงติพันธ์ หรือเชฟแนน เป็นหัวหน้าเชฟและเจ้าของร้าน ก็ได้แตกกิ่งก้านแผ่ขยายสวนแห่งล่าสุดในย่านเอกมัยซอย 2 ร่วมกับสองหุ้นส่วนใหม่อย่าง พีช วงศ์ณิชา วงศ์สืบชาติพีช และ ม่อน สรกิจ กิจเจริญโรจน์ ที่ควบตำแหน่งนักออกแบบให้แก่ Cuisine de Garden BKK แห่งนี้

 

นี่คือร้านอาหารแบบ Modern Cuisine ภายใต้แนวคิด ‘Nature Inspired’ ที่องค์ประกอบทุกส่วนภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็น ปรัญชาและความเชื่อ การนำเสนอเมนูอาหาร ตลอดจนรายละเอียดด้านการออกแบบนั้นได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์และสุนทรียภาพของธรรมชาติ ที่ถูกนำมาหลอมรวมกันไว้ได้อย่างพอดี

แต่เดิม อาคารหลังนี้เคยเป็นพื้นที่แกลเลอรี่ศิลปะร่วมสมัย Toot Yung and Pandora Art Gallery ซึ่งถูกปรับปรุงขึ้นใหม่เพื่อรองรับหน้าที่ในการเป็นร้านอาหาร โดยทีมออกแบบได้เก็บรักษาโครงสร้างเดิมของอาคารและต้นไม้ใหญ่ภายในไซต์เอาไว้ ขณะที่แนวคิดในการดีไซน์สเปซภายในนั้นถูกคิดขึ้นบนแนวทางเดียวกับการออกแบบอาหาร นั่นคือการถ่ายทอดเรื่องราวและความงามของธรรมชาติอย่างตรงไปตรงมา โดยมุ่งที่จะสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองความแปลกใหม่ของรสชาติอาหาร พร้อมๆ ไปกับการนำเสนอเรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติผ่านมิติด้านออกแบบ ดังนั้น บรรยากาศภายในจึงเป็นการสร้างความรู้สึกให้เสมือนอยู่ใต้ร่มเงาของธรรมชาติ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถใช้เวลารื่นรมย์ไปกับความร่มรื่น อบอุ่น และสงบในสวนเล็กๆ ใจกลางเมืองแห่งนี้ได้


องค์ประกอบภายใน Cuisine de Garden BKK จึงเน้นการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้เป็นหลัก ตั้งแต่ หินกรวด กรวดล้าง และไม้ อีกทั้งยังมีการนำลำต้นของต้นไม้จริงมาจัดวางให้กระจายตัวอย่างอิสระ โดยมีการจัดแต่งกิ่ง ก้าน ใบ และการคว้านพื้นไม้เดิมของตึกแถวหลังนี้ แล้วยึดตัวลำต้นต้นให้เข้ากับพื้นคอนกรีตด้านล่าง จากนั้นจึงโรยทับด้วยหินกรวดสีดำ เสมือนว่าต้นไม้แต่ละต้นเติบโตมาจากผืนดินจริงๆ ซึ่งสอดคล้องไปกับการจัดรูปแบบของโต๊ะอาหารแบบแรนดอม ทั้งเพื่อหลบหลีกแนวต้นไม้ สร้างความเป็นส่วนตัว รวมไปถึงความรู้สึกสบายๆ และเป็นกันเองให้แก่ผู้เข้ามารับประทานอาหารในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นยังได้รับการออกแบบขึ้นเฉพาะ พร้อมๆ ไปกับการนำกระจกสีชามาติดตั้งที่ผนังด้านหนึ่งเพื่อทำให้พื้นที่โดยรวมดูโอ่โถ่งและกว้างขวางขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างมิติที่น่าสนใจให้กับสเปซภายใน ประหนึ่งว่ากำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสวนกว้างที่แสนสงบ

พื้นที่ด้านในสุดของร้านถูกออกแบบให้บาร์ ที่มีการนำกรวดสีดำมาโรยไว้ภายในสเปซดังกล่าว โดยกรวดเหล่านี้ยังถูกใช้ต่อเนื่องไปยังพื้นที่สวนภายนอกร้าน ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นสัญลักษณ์ในการบ่งบอกขอบเขตของบาร์ออกจากส่วนรับประทานอาหารที่ใช้พื้นไม้เป็นองค์ประกอบหลักเท่านั้น แต่ยังเป็นวัสดุที่ช่วยปรับความรู้สึกและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้ใช้บริการรู้สึกเสมือนหนึ่งว่ากำลังเดินออกมายังสเปซภายนอกร้าน อันมีต้นไม้ใหญ่เป็นไฮไลท์

 

สำหรับพระเอกในส่วนบาร์คือการนำต้นไม้มาดีไซน์ฟอร์มเสียใหม่ให้แตกกิ่งก้านสาขาแผ่กระจายท่ามกลางแบคกราวน์ของเพดานสีดำสนิทที่ถูกใช้เพื่อส่งเสริมและสร้างความเปิดโล่ง จำลองบรรยากาศของท้องฟ้าในยามค่ำคืน โดยมีการติดตั้งหลอดไฟ LED ดวงเล็กๆ ไว้บนต้นไม้เพื่อสร้างบรรยากาศให้เสมือนฝูงหิ่งห้อยกำลังบินลอยอยู่บนท้องฟ้า อันเป็นปรากฏการณ์และความสวยงามทางธรรมชาติที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยปัจจุบัน โดยบาร์นี้มีชื่อว่า ‘บาร์หิ่งห้อย’

 

และเมื่อมาเยือน Cuisine de Garden BKK ทั้งที ไม่พูดถึงอาหารของที่นี่คงไม่ได้ เพราะแต่ละจานก็มีความโดดเด่นไม่ต่างไปจากการออกแบบภายใน ซึ่งแน่นอนว่าก็ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเช่นกัน ที่นี่มีรูปแบบการเสิร์ฟอาหารเป็น Course จำลองการรับประทานอาหารแต่ละเมนูเสมือนว่ากำลังอ่านหนังสือแต่ละบท โดยจะมีทั้งหมด 4 Chapter ด้วยกัน ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนเมนูไปตามฤดูกาลที่แตกต่างกัน และลูกค้าสามารถเลือกเมนูในแต่ละ Chapter ได้ตามอัธยาศัย

 

อาหารทุกจานของที่นี่เรียกว่าผ่านการคิดค้นและดีไซน์ที่ลงรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว แน่นอนว่าจุดเด่นคือการเลือกใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นของไทย การทำความเข้าใจถึงรสชาติ กลิ่นอาย และเสน่ห์ของความเป็นไทย ทั้งกระบวนการ เทคนิค และภูมิปัญญา  โดยทีมเชฟได้หยิบเอาสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดและสร้างสรรค์ผ่านรูปแบบอาหาร Modern Cuisine ไม่ว่าจะเป็น ‘Eclipse’ ที่ใช้แกนตะวัน (Sunchoke) เป็นพระเอกของจาน ‘Coast to Coast’ ที่มี ‘มะกรูด’ เป็นสวนประกอบหลัก หรือการใช้ใบบัวบกในเมนู ‘Water Lilies’ เลยไปจนถึงการนำกุยชายเขียวและขาวในจานที่เรียกว่า ‘Swamp’ เป็นต้น

 

เมนู A Must ของที่นี่คงหนีไม่พ้น ‘NEST’ อาหารหน้าตาเรียบง่ายกับวัตถุดิบหลัก 3 อย่าง ที่ถูกนำมาผสมผสานกันอย่างพอเหมาะ ตั้งแต่ไข่ออนเซ็น ที่เชฟเลือกไข่ออแกนิคมาทำให้สุกด้วยเทคนิค Sous Vide (ซูสวีด) นั่นคือการนำวัตถุดิบไปแพ็คไว้ในถุงสุญญากาศ จากนั้นจึงนำลงไปแช่ในน้ำที่่ควบคุมอุณหภูมิไว้ โดยความร้อนจะค่อยๆ ถ่ายเทสู่ตัวไข่ซึ่งทำให้วัตถุดิบไม่สูญเสียคุณค่าและความชุ่มฉ่ำใดๆ และไข่ที่ได้จถูกนำมาตอกลงบนรังนกที่ทําขึ้นจากเส้นหมี่ขาว โดยมีเนื้อไก่ฉีกที่ถูกปรุงรสมาเป็นตัวเสริมรสชาติ ทำให้จานนี้เข้ากันได้อย่างดี

 

 

สำหรับในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา ทีมเชฟก็ได้คิดเมนูอาหารเซ็ตใหม่และเครื่องดื่ม signature cocktail ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและบรรยากาศฤดูร้อน ตั้งแต่ขนม Canelé ในฟอร์มต้นกระบองเพชรที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทะเลทราย เมนูปลาหมึกที่ถ่ายทอดเรื่องราวของท้องทะเลและชายหาด ไปจนถึงการใช้ผลไม้สมุนไพรที่มีผลมีสีแดงเรียวเล็กหน้าตาคล้ายคลึงกับมะเขือเทศลูกเล็กอย่าง มะนาวโห่ หรือ มะม่วงหาวมะนาวโห่ (Karanda) มาใช้เป็นส่วนผสมของของไอศกรีม โดยทานคู่กับ Mille-Feuille ในรูปแบบเฉพาะของทางร้าน ที่ประกอบไปด้วยแป้งพัฟกรอบๆ ราดด้วยครีมคาราเมลที่ให้รสชาติหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ ชูรสด้วยความเปรี้ยวของลูกมะนาวโห่ดองและเนื้อหอมๆ นุ่มๆ ละมุนลิ้นของเจลลี่เหล้าบ๊วย

 

ภายใต้บรรยากาศในสวนเล็กๆ กลางเมืองของ Cuisine de Garden BKK แห่งนี้ นอกจากการได้ลิ้มลองรสและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยจากวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย ผ่านหน้าตาของเมนูอาหารแบบทันสมัยและดึงดูดใจ พร้อมๆ ไปกับการนำเทคนิคการปรุงอันหลากหลายมาใช้ในเมนูแต่ละจานแล้ว การนำเสนอผ่านเรื่องราวและแรงบันดาลใจจากธรรมชาติผ่านรูปแบบการตกแต่งก็ยังเป็นตัวชูโรงที่ทำให้การเดินทางผ่านแต่ละ Chapter ของอาหารเมนูต่างๆ นั้นมีความสนุก สวยงาม และสร้างประสบการณ์ที่ไม่ต่างไปจากการเปิดอ่านหนังสือสนุกๆ สักเล่ม แต่เป็นหนังสือที่มีทั้งรูป รส กลิ่น และเสียง เรียกได้ว่าครบรสจริงๆ

 

Cuisine de Garden BKK

Designer: IF (Integrated Field)

Photo: Ketsiree Wongwan

Location: 12/6 Phatsana1, Northern Phrakanong, Wattana, Bangkok 10110

Contact Information: www.cuisinedegarden.com, www.facebook.com/cuisinedegardenbkk



Sudaporn

Sudaporn

อิ๋งมีความสนใจด้านงานออกแบบ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นกองบรรณาธิการให้นิตยสาร art4d ระหว่างปี 2004-2016 ปัจจุบันอิ๋งยังคงทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องให้กับนิตยสาร องค์กร และแพลนฟอร์มออนไลน์ โดยโฟกัสไปที่งานดีไซน์ โครงการขับเคลื่อนสังคม อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ

เว็บไซต์

ของมันต้องมี ! “คอนโดในอุดมคติ” ที่ดี … ควรมีอะไรบ้าง

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างปัจจุบัน เรื่องของการดีไซน์ และฟังก์ชั่นใหม่ๆ ทั้งเลย์เอาท์ห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง มักจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ดีเวลลอปเปอร์หยิบยกขึ้นม... อ่านต่อ




SCOOP ด่วน! รถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะต่อจากรัชดาลาดพร้าวไปถึงตรงไหน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต

เมื่อเวลา 9:00 น -12:00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ทางรฟม. (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งปร... อ่านต่อ

ชื่อใหม่คล้ายของเดิม! กับ EYSE Sukhumvit 43 คอนโด Luxury แบบ Low Rise ของ Singha Estate ในซอยสุขุมวิท 43

คำว่า EYSE (อ่านว่า อีส) เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันในยุคกลางของยุโรป มาจากคำว่า Ease ที่แป... อ่านต่อ

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการออกแบบนวัตกรรมการอยู่อาศัย ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตแห่งอนาคต เปิดตัวแคมเปญ ‘AP HAPPINESS’ พื้นที่ที่ดีที่สุด คือพื้นที่ที่เราแบ่งปันความสุขกับใครอีกคน เพื่อกระตุ้นให้คนเมืองหันกลับมาให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนภายในครอบครับ หรือบุคคลรอบข้าง (Human Interaction) พร้อมตอกย้ำพันธกิจหลักในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีในการอยู่อาศัย ผ่านการออกแบบพื้นที่ที่เชื่อมทุกเรื่องราวชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน โดยในครึ่งปีหลังนี้เอพีเตรียมส่งมอบความสุขทุกตารางนิ้ว ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่อีกจำนวน 35 โครงการ มูลค่า 54,380 ล้านบาท

คุณเสริมศักดิ์ ขวัญพ่วง (คนกลาง) ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานการลงทุน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์งานก่อสร้างโครงการ ซัมเมอร์เซ็ท รามา 9 แบงค็อก พร้อมด้วย คุณสมปอง วงศ์ไตรโพธิ์ (ซ้ายสุด) รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิศวภัทร์ จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างหลัก ร่วมกับ คุณวิภาวี เปี่ยมศิลปกุลชร (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยรองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการจัดการทรัพย์สิน บริษัท แอสคอทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล แมนเนจเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อโครงการและผู้อยู่อาศัย โครงการ ซัมเมอร์เซ็ท รามา 9 แบงค็อก เป็นโครงการที่พักอาศัยในรูปแบบเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ ภายใต้การร่วมทุนกับ ดิ แอสคอทท์ ลิมิเต็ด แบรนด์เซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์ ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงระดับโลก ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูงใจกลางย่านธุรกิจแห่งใหม่ หรือ New CBD บนถนนรัชดาภิเษก ที่จะทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย เพียง 100 เมตร จากรถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน เพียง 1สถานี สามารถเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มสุนทรียภาพในทุกการพักผ่อน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานก่อสร้าง และคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จ ประมาณเดือน มกราคม 2563

นายดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ส่งแคมเปญการตลาดกระตุ้นยอดขายกลางปี “MIDYEAR SALE ลดทะลุ มิติ” กับ 4 โครงการคุณภาพ ทั้ง คอนโดมิเนียม และบ้านพักตากอากาศ ได้แก่ โครงการอิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านบาท โครงการทิวทะเลเอสเตท ที่นำคอนโดตากอากาศมาลดทั้ง โครงการ บลู (blu) ด้วยราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท โครงการบ้านทิวทะเล อความารีน ด้วยราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท และโครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ ด้วยราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมี โครงการบ้านพักตากอากาศอย่างบ้านสีตวัน ปากช่อง เขาใหญ่ เข้าร่วมแคมเปญนี้ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 12 ล้านบาท พร้อมรับแพ็กเกจที่พักโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาททันที และโครงการดิอิสสระ เชียงใหม่ ด้วยราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท ให้กู้ได้ 100% พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบชุด สำหรับแคมเปญ“MIDYEAR SALE ลดทะลุ มิติ” เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 308 2020 หรือ www.charnissara.com/midyearsale, Facebook: Charn Issara, Instagram : charn_issara, Line@ : @charnissara