Cozy Living around MRT Lat Phrao Station ทำไมรอบๆ รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าวถึงอบอุ่น น่าอยู่ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตซ่อนอยู่

ต่อทอง ทองหล่อ 02 August, 2017 at 22.10 pm

เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวก็จะนึกถึงย่านที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน มีความหลากหลายของรูปแบบการอยู่อาศัย ทั้งอพาร์ทเมนต์ หอพัก คอนโดมิเนียมหรู บ้านเดี่ยวดูเป็นส่วนตัว ทาวน์เฮ้าส์เล็กๆ อาคารพาณิชย์ที่ใช้เป็นทั้งร้านและบ้าน เป็นต้น นอกจากนี้ลาดพร้าวยังมีสำนักงานบริษัทขนาดกลางหรือเล็กระจายตัวด้วย ทำให้ย่านลาดพร้าวมีคนทำงานอยู่ มีคนตั้งถิ่นฐานประจำและไม่คิดจะย้ายหนีไปจากลาดพร้าว เรามาดูสาเหตุกันว่าทำไมคนลาดพร้าวถึงไม่ทิ้งทำเลที่คุ้นเคยไปที่อื่น และทำไมย่านรอบสถานีลาดพร้าวจึงเป็นจุดที่น่าสนใจในตอนนี้


เพราะลาดพร้าวมีของกินเรียงรายริมถนนเล็ก-ริมถนนใหญ่

 

ที่ไหนมีคนเยอะๆ ก็ย่อมมีของกินเยอะและหลากหลายครับ เพราะพ่อค้าแม่ขายต้องแสวงหาลูกค้าและพิจารณาจำนวนของลูกค้าก่อนมาเปิดร้านขายของ ลาดพร้าวเป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ดังนั้นเรื่องของกินไม่ต้องห่วง มีแน่นอนครับ ประเด็นของกินมาก-น้อยนี้คือประเด็นสำคัญเรื่องใหญ่สำหรับคนอยูู่อาศัยบนคอนโดมิเนียมเลยครับ ไม่มีใครอยากอยู่คอนโดมิเนียมที่รอบข้างไร้ข้าวปลาอาหารหรอกครับ แต่สำหรับคนลาดพร้าวแล้ว ของกินหาง่ายสุดๆ  ทุกซอกทุกซอยแทบจะมีทั้งนั้น และยิ่งใกล้ตลาดจะยิ่งหนาแน่นมากขึ้นอีก

 

ร้านซูชิ อาหารญี่ปุ่นก็มีสำหรับสาวกปลาดิบ อยู่ใกล้ๆ กับลาดพร้าว 17

สารพัดอาหารจานเดี่ยว เขามันไก่ ข้าวต้ม บะหมี่ ฯลฯ ทุกอย่างอยู่ในร้านนี้ร้านเดียว

ร้านดัง ร้านข้าวต้มเป็ดอ้วน (The Fat Duck) เป็นร้านเล็กๆ แถวลาดพร้าว 15 แต่เมนูของกินเยอะมาก อาหารไทย อาหารจีนจัดเต็มพุงกาง ถูกใจคนไทยที่ชอบความวาไรตี้

เดินไปอีกนิดหน่อยที่ปากซอยลาดพร้าว 15 จะมีร้านที่ชื่อคล้ายๆ ร้านเป็ดอ้วนครับ คือร้านอะไรเอ่ย

นี่ครับ…มีร้าน Fat Duck ไปแล้วก็ต้องมี The Fat Cow อยู่ใกล้ๆ กันด้วย แต่ไม่ได้ขายอาหารประเภทเดียวกันนะครับ เพราะที่ The Fat Cow จะขายแฮมเบอเกอร์และอาหารฝรั่ง ถือว่าเป็นอารมณ์สนุกๆ ของพ่อค้าแม่ค้าในย่านนี้ที่ตั้งชื่อร้านล้อเลียนแซวกัน เพื่อสร้างปฎิสัมพันธ์และเกิดบทสนทนาให้ย่านมีสีสันขึ้นมา จะเห็นว่ามีชาวต่างชาติชอบมานั่งกินที่ร้าน The Fat Cow  ทำให้ย่านนี้ดูมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมดีนะครับ

ร้านอาหารอีสานก็มีเด้อ เป็นตาแซ่บหลาย

ร้านอาหารมากมาย หลากหลาย ไม่ใช่ร้านเฟรนไชส์ซ้ำๆ เหมือนในห้าง เหล่านี้คือเสน่ห์ของย่านลาดพร้าวที่เติมเต็มให้ใครต่อใครที่อยู่ลาดพร้าวก็จะติดใจไม่อยากย้ายไปถิ่นอื่นกัน เพราะ Story เรื่องราวของชีวิตที่สะท้อนออกมาเป็นอาหารการกินแบบนี้แหละครับที่มัดใจคนย่านนี้และหวังว่าจะเป็นจุดตัดสินใจที่ชวนให้คนต่างถิ่นย้ายเข้ามาอยู่ย่านลาดพร้าวกันเพิ่มขึ้น มาร่วมกันสร้างวิถีการกินของลาดพร้าวให้มีชีวิตชีวายิ่งๆ ขึ้นไปครับ

 

รอบๆ สถานีลาดพร้าว มีที่อยู่อาศัยหลายรูปแบบมาก แต่ที่เห็นเด่นๆ จากริมถนนก็ต้องเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างติดถนนใหญ่ครับ ซึ่งตอนนี้รอบๆ สถานีลาดพร้าวมีคอนโดมิเนียม High rise อยู่หลายโครงการประมาณ 3 โครงการและ Low-rise ประมาณ 1 โครงการครับ สาเหตุที่มีคอนโดมิเนียมขึ้นมาก็เพราะปัจจัยเรื่องความใกล้สถานีรถไฟฟ้า และเพราะมีความต้องการเช่าที่พักสูง ห่างจากบริษัทและองค์กรขนาดใหญ่ไม่มาก ในเส้นพระราม 9 และวิภาวดี เช่น ปตท. / AIS / AIA / Unilever ในแต่ละปีมีการว่าจ้างพนักงานจากต่างประเทศเป็นสัญญาว่าจ้าง ระยะยาวจำนวนมาก เพื่อทำงาน และวางระบบวิศวกรรม อีกทั้งความเจริญขยายจากสุขุมวิทตอนกลางลงมายัง ถ.พระราม 9 มีบริษัทต่างชาติเปิดขึ้นมามากมาย ทั้งค่าเช่าที่พักในย่านนี้ ยังถูกกว่าเมื่อเทียบกับย่าน CBD แต่ก็ยังสะดวกสบายไม่แพ้กัน ทั้งการเดินทาง และร้านอาหาร

 

คอนโดมิเนียมค่อยๆ ทยอยเกิดขึ้นมารอบๆ สถานีรถไฟฟ้าครับ

 

จะเห็นได้ว่าย่านรอบสถานีลาดพร้าวก็มีชาวคอนโดมาบุกเบิกอยู่อาศัยกันแล้วเรียบร้อย ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าแถวนี้จะไม่มี Lifestyle หรือขาดสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่คนคอนโดชื่นชอบครับ

 

ย่านรอบสถานีลาดพร้าวสะดวกเพราะอยู่กึ่งกลางระหว่าง Interchange รถไฟฟ้าในอนาคตและอยู่ใกล้กับ Intersection ของถนนสำคัญ ทำให้มีวิธีการเดินทางหลายแบบให้เลือกใช้

 

ย่านรอบสถานีลาดพร้าวปัจจุบันอาจจะดูไม่หวือหวามากนัก แต่จริงๆ แล้วศักยภาพของย่านนี้มีสูงมากทีเดียวเพราะใกล้กับจุดตัดของการคมนาคมรูปแบบต่างๆ ทั้งทางรถยนต์และระบบราง จากภาพด้านล่างสื่อให้เห็นว่าอนาคตย่านรอบสถานลาดพร้าวจะใกล้กับ interchange ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีน้ำเงินที่ MRT สถานีพหลโยธิน กับ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว นอกจากนี้อนาคตยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองซึ่งจะมา Interchange กับสายสีน้ำเงินที่สถานีรัชดา-ลาดพร้าวครับ ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์สามารถออกเมืองหรือเข้าเมืองไปทุกทิศทางสะดวกสบาย  ขึ้นเหนือไปด้วยถนนวิภาวดีรังสิต ออกไปกรุงเทพตะวันออกด้วยถนนลาดพร้าว ลงใต้เข้าเมืองไปทางวิภาวดีขาเข้าหรือไปทางถนนรัชดาภิเษกก็เดินทางไปอย่างง่ายดาย ถือว่าย่านรอบสถานีลาดพร้าวยังถือเป็นทำเลดีแต่แอบซ่อนศักยภาพที่รอวันเติบโตเพิ่มเติมได้อีกครับ

การเดินทางระบบรางออกจากสถานีมาก็สะดวกเพราะมีระบบมอเตอร์ไซค์รับจ้างรองรับไว้หน้าสถานีเลย ถือว่าสะดวกสำหรับคนเมืองกรุงเทพ  

ย่านรอบสถานีลาดพร้าว ก็ต้องใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก รถใต้ดินแอร์เย็นๆ ถูกใจคนกรุงเทพ เดินทางแบบเหงื่อไม่ตก

ทางเข้าสถานีลาดพร้าวมีหลายประตู

บรรยากาศภายในสถานีลาดพร้าว คนไม่หนาแน่นมาก กำลังสบายๆ ครับ

อนาคตย่านรอบสถานีลาดพร้าวจะคึกคักดีขึ้นกว่าเดิม เพราะเป็น Interchange เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองไปบางกะปิ กรุงเทพกรีฑา พัฒนาการ ศรีนครินทร์ บางนาตราด หรือจังหวัดสมุทรปราการได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะครับ

ที่มาของภาพ https://www.mrta.co.th/media/454209/bts-yellow-3-pages_cc_final_create.pdf

รูปแบบของสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ดูทันสมัย ยกระดับหน้าตาของเมืองกรุง

นอกจากนี้ย่านรอบสถานีลาดพร้าว อยู่ในผังเมืองสีน้ำตาล ดังนั้นศักยภาพการพัฒนาก็เติบโตได้อีกครับ ต้องรอวันเวลาผ่านไปถึงจะมองเห็นการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้

 

เพราะลาดพร้าวเป็นย่านที่มีความผสมผสาน  มีความ Authentic และ Modern ผสมๆ กัน

 

ลาดพร้าวอาจไม่ใช่ CBD  หรือย่านที่มีหมู่มวลตึกสูงโครงสร้างขนาดใหญ่โตเบียดอันแน่นอย่างพระราม 9 สีลม แต่ลาดพร้าวก็มีเสน่ห์ของตัวเองคือมีความชีวิตดั้งเดิมและความทันสมัยของโครงการใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นช่วงเร็วๆ นี้ ทำให้ภาพของลาดพร้าวที่ออกมาก็ดูน่าสนใจในแบบสไตล์ลาดพร้าว คนไทยอาจจะคิดว่าไม่มีอะไรแปลก แต่ชาวต่างชาติที่ชอบเปิดประสบการณ์รับความแตกต่างก็อาจจะชอบความอบอุ่นของลาดพร้าวก็ได้ครับ ลาดพร้าวเป็นย่านน่ารักๆ มีของกินเยอะๆ มีชีวิตชีวาของคนไทยที่ใช้ชีวิตจริงๆ ในกรุงเทพ ไม่ใช่ย่านที่ถูก set up วิถีชีวิตขึ้นมาใหม่ แต่ลาดพร้าวค่อยๆ พัฒนาอย่างทีละขั้นตอน ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ พระราม 9 ปัจจุบันก็คงเหมือนสิ่งของใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด แต่ลาดพร้าวจะเป็นสิ่งของที่ทำมือ เป็นงาน Craft ค่อยๆ ปั้นออกมาจนเป็นลาดพร้าวแบบที่เราเห็นกัน

 

ความเก่าแก่ของตึกแถวย่านลาดพร้าว สถาปัตยกรรมที่บอกอายุบอกรุ่น มีเสน่ห์ดีครับ

ร้านค้าต่างๆ ที่เก่าแก่อยู่คู่บ้านคู่เมืองลาดพร้าวมา แค่แบบตัวอักษร (Font) ของชื่อร้านก็รู้เลยว่าเก๋าทำเล

นอกจากนี้ชีวิตสมัยใหม่ก็มีครับ บริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้คนในทำเลลาดพร้าว

ร้านสะดวกซื้อ วัฒนธรรมการจับจ่ายและความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคยุคนี้

ลาดพร้าวก็มีแหล่งงานแทรกตัวอยู่ท่ามกลางย่านที่อยู่อาศัยด้วย

ตึกรามบ้านช่อง  สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายนอกที่มีมุมเฉพาะอันน่าสนใจ หาดูได้ยากในเขตเมืองสร้างใหม่

การเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นในชีวิตเรา ย่านต่างๆ ทำเลต่างๆ และลาดพร้าวก็เช่นกัน เร็วๆ นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงจากปั๊มน้ำมัน Susco ริมถนนใหญ่แปลงนี้ กำลังจะกลายเป็นโครงการคอนโดมิเนียม High-rise ชื่อว่า MARU Ladprao 15 ครับ

 

คอนโดมิเนียมโครงการใหม่ล่าสุดจาก Major Development (MJD Residences) ที่กำลังจะเปิดขาย ในวันที่ 23-24 กันยายน ที่โรงแรม Bangkok Marriott Sukhumvit 57 อย่าง MARU Ladprao 15 (มารุ ลาดพร้าว 15)

 

MARU Ladprao 15 มีอาณาเขตทั้งหมดประมาณ 1 ไร่ 3 งาน อยู่ติดถนนใหญ่ ใกล้กับปากซอยลาดพร้าว 15 เดิมที่ดินเคยเป็นปั๊มน้ำมัน Susco กำลังจะกลายเป็น MARU Ladprao 15 คอนโดมิเนียมที่มีความเป็นส่วนตัวสูงเพราะมียูนิตเพียงแค่ 332 ยูนิตเท่านั้น สูง 30 ชั้น ขนาดห้องเริ่มต้นที่ Studio 30 ตร.ม. มี 1 Bedroom , 2 Bedroom 1 Bath , 2 Bedroom 2 Bath ละชั้นพิเศษคือชั้น 24 ที่มีเพดานสูงถึง 3.5 เมตร  จอดรถได้ทั้งหมด 158 คัน คิดเป็น 47%  เปอร์เซ็นต์ จอดรถได้ตั้งแต่ชั้น 2 ถึง 6 ห้องของ MARU จึงไม่มีอาคารหรือสิ่งก่อสร้างรอบข้างที่บังวิวเลย  ซึ่งลิฟต์โดยสารมีทั้งหมด 3 ตัวและลิฟต์ขนของอีก 1 ตัวครับ

 

การออกแบบของอาคารและสีอาคารที่ MARU Ladprao 15 เลือกใช้ คำนึงถึงความกลมกลืนเข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบ ข้างในบริเวณใกล้กันที่เป็นอาคารคอนโดมิเนียมสีขาว แต่มีความแตกต่างทางด้านรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงความยิ่งใหญ่ ความถูกต้องดีงามโดยอาศัยความสมดุลของลักษณะภายนอกของอาคารและการวางตัวของอาหาร  ความสมดุลของอาคารเชื่อมโยงถึงความหมายของคำว่า MARU ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า วงกลม ซึ่งเป็นรูปร่างที่มีความสมดุลและเที่ยงตรงเท่ากันเสมอ วงกลม MARU คือสัญลักษณ์แห่งความถูกต้องในบริบทการเรียนรู้ของชาวญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้ก็เชื่อมโยงสื่อสารออกมาเป็นแบรนด์คอนโดมิเนียมเพื่อการอยู่อาศัยแห่งนี้ MARU Ladprao 15

    

นอกจากนี้จุดเด่นของโครงการคอนโดมิเนียมที่พัฒนาโดย MJD Residences คือเป็น Pet-friendly Condominium ซึ่งคอนโดมิเนียมที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์แบบนี้ค่อนข้างมีจำกัดและหายากในกรุงเทพ ซึ่งโครงการ MARU Ladprao 15 นับว่าเป็น High-rise Pet-friendly Condominium หนึ่งเดียวบนถนนลาดพร้าวที่ติดถนนใหญ่ครับ ดังนั้นใครที่กำลังมองหาโครงการที่มีแนวคิดแบบนี้อยู่ก็รอคอยติดตามให้ดีๆ ครับ

 

สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ MARU Ladprao 15 กรุณาลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่เว็บไซต์ MARUBYMAJOR.com (http://bit.ly/2tt85ku) หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 084-416-7777



ต่อทอง ทองหล่อ

ต่อทอง ทองหล่อ

นายโฮม วิเคราะห์อสังหาแบบลูกทุ่ง เป็นเด็กบ้านนอก คนธรรมดา ย้ายมาอยู่กรุงได้ 10 กว่าปีแล้ว บ้านไม่รวย หาเงินเอง ไม่ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับอสังหามาหรอก แต่เป็นคนแสวงหาความรู้ใหม่ๆ สนใจอสังหาโดยเฉพาะคอนโด เพราะค้นพบว่าตัวเองชอบอยู่บนตึก งานอดิเรกคือเดินตากแดด เสาะแสวงดูคอนโดทั่วกรุง

เว็บไซต์

น้ำขึ้นให้รีบตัก! ฤดูฝนคือนาทีทองของคนซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม

การตรวจรับบ้านและคอนโดสำหรับผู้ซื้อในฤดูฝนคือยอดเยี่ยม ขั้นตอนการตรวจรับบ้านและคอนโดนั้นมีความสำคัญมากสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย เพราะถ้าตรวจไม่ละเอียด ตรวจผิดพลาด หรือมองข้ามข้อบกพร่อง หรือถูกเชิญ... อ่านต่อ




Condo Man พรีวิว “THE ESSE SUKHUMVIT 36” ….พร้อมภาพมุมสูงจาก drone

ย้อนอดีตไปไม่กี่ปี ที่ดินแปลงสวยปากซอยสุขุมวิท 36 ขนาด 7 ไร่กว่าติดสถานี bts ทองหล่อ เป... อ่านต่อ

Facility 23 อย่าง มีอะไรบ้างที่คนคอนโดอยากได้ แต่ไม่ค่อยมีให้เห็นกัน

เหตุผลของการมาอยู่คอนโดมิเนียมก็คือเพื่อความสะดวกสบายขั้นสูงสุด ไหนๆ อุตส่าห์ยอมมาอยู่ใ... อ่านต่อ

“548 Ploenchit” อาคารแห่งอนาคตของไรมอนแลนด์

ณ ที่ดิน 6ไร่ 28ตารางวา ติดถนนเพลินจิต ตรงข้ามห้างเซนทรัลเอมบาสซี่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าbts ... อ่านต่อ

คุณภัคริน ทัตติพงศ์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม 2 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มอบรถยนต์ Suzuki Swift RX-II มูลค่า 599,000 บาท ให้แก่คุณอุทัย ภิรมย์รื่น ลูกค้าผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลใหญ่จาก “พลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เฟส 1” ในแคมเปญ “แวะชมลุ้นทอง แวะจองลุ้นสวิฟท์” ที่พฤกษา คิดสร้างสรรค์ เพื่อมอบสิทธิพิเศษสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งแคมเปญนี้สามารถทำให้ปิดการขายโครงการเฟส 1 ได้ภายใน 2 วัน สำหรับลูกค้าที่สนใจ “พลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น” คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ พิเศษ! ห้องหลุดดาวน์แบบ 1 ห้องนอน เริ่มเพียง 1.25 ล้านบาท และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน รวมมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1739 หรือคลิก www.pruksa.com