AMDAENG Bangkok Riverside Hotel ประติมากรรมความงามแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

Sudaporn 02 April, 2018 at 10.53 am

Boutique Hotel

 

‘Boutique Hotel’ ปรากฏขึ้นครั้งแรกราวทศวรรษ 1980 ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ของโลก อย่าง ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก และซานฟราซิสโก หลังจากบรรดาเจ้าของอาคารขนาดใหญ่และปราสาทโบราณในประเทศแถบตะวันตก ไม่สามารถดูแลสินทรัพย์ของพวกเขาได้อย่างเคย การเปลี่ยนหน้าที่จากบทบาทของบ้านพักอาศัยไปสู่การเป็นโรงแรมจึงกลายเป็นทางเลือกที่เกิดขึ้น โดยลักษณะเด่นของโรงแรมบูติคนั้น นอกจากการให้ความสำคัญไปกับรูปแบบการดีไซน์ภายในและสถาปัตยกรรมให้มีความเฉพาะตัวแล้ว ก็ยังมีความน่าสนใจในแง่ของทำเลที่ตั้ง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในเขต high potential ของเมืองอย่างย่านธุรกิจแห่งสำคัญ พื้นที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม หรือการอยู่รวมเป็นเนื้อเดียวกับชุมชนท้องถิ่น พร้อมจำนวนห้องพักที่จำกัดอยู่ไม่เกิน 100 ห้อง

สำหรับโรงแรมบูติคในบ้านเรา อาจแตกต่างไปจากประเทศต้นกำเนิดในรายละเอียดปลีกย่อย อาทิ ขนาดพื้นที่ที่ไม่ใหญ่ไม่โตนัก จำนวนห้องพักที่จำกัดอยู่เพียงไม่กี่สิบห้อง การมีกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการแก่แขกเฉพาะกลุ่ม มีพื้นที่ใช้สอยภายในเท่าที่จำเป็น แต่ก็มีความโดดเด่นในแง่การจัดสรรสเปซและรูปแบบการตกแต่งที่เน้นการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้เข้าพัก รูปแบบการบริการที่เข้าถึงและใกล้ชิดซึ่งทำให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้มากและมีประสิทธิภาพขึ้น เหล่านี้คือจุดต่างและจุดแข็งที่ทำให้จำนวนโรงแรมบูติคในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนี่คือส่วนหนึ่งของตัวแทนความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น กับ 5 บูติคโฮเทลในกรุงเทพฯ ที่ถูกสร้างสรรค์บนความแตกต่างทางสถาปัตยกรรม ข้อจำกัดของพื้นที่ ขนาด ทำเล และรูปแบบการให้บริการ


AMDAENG Bangkok Riverside Hotel ประติมากรรมความงามแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อราว 100 กว่าปีก่อน ที่ดินผืนนี้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของอำแดงคลี่ หรือนางคลี่ ที่ตกทอดและเปลี่ยนผ่านเจ้าของตามกาลเวลา จนกระทั่งวันที่ หมิ่น วิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา ได้มาพบกับที่ดินแปลงนี้เข้า ด้วยความผูกพันและชอบที่ดินริมน้ำเป็นทุนเดิม ตลอดจนความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงความสงบร่มรื่น ซึ่งแม้จะยังรกร้างเมื่อแรกพบ แต่เขาไม่ลังเลที่จะชักชวนเพื่อนสนิทและผู้ร่วมก่อตั้งเอเจนซี่โฆษณา Monday อย่าง เล็ก พรรษพล ลิมปิศิริสันต์ ผู้หลงไหลในที่ดินริมน้ำเช่นเดียวกัน มาสำรวจที่นี่ ซึ่งก็ไม่ผิดคาด เพราะเล็กเองก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง จนกระทั่งคู่ตกลงจับจองที่ดินแปลงนี้ร่วมกัน กับความตั้งใจแรกเริ่มคือการสร้างบ้านพักริมน้ำให้แก่ครอบครัวของแต่ละคน

 

แต่ด้วยศักยภาพของที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาใจกลางเมือง ที่อยู่ตรงกันข้ามกับย่านเยาวราช ถนนทรงวาด และวัดไตรมิตร อีกทั้งสามารถเดินทางไปยังย่านดังกล่าวด้วยเรือข้ามฟากเพียง 5 นาที การแวดล้อมไปด้วยชุมชนเก่าแก่บนถนนเชียงใหม่ ใกล้กับ Lhong 1919 ซึ่งถึงแม้ที่ดินแปลงนี้จะเป็น hidden place แต่ทั้งคู่กลับมองว่าไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด “พี่เคยไปพักโรงแรมในปักกิ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน ทางเข้าต้องผ่านตลาด ผ่านชุมชน ซึ่งราคาก็ถือว่าสูงใช้ได้เลย พี่คิดว่า ถ้าเรายังชอบ ก็คงมีคนที่ชอบแบบเดียวกันบ้างล่ะ” นี่จึงเป็นเหตุผลที่หมิ่นและเล็กตัดสินใจปรับปรุงที่ดินรกร้าง ขนาดราว 100 ตารางวา ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในนาม AMDAENG Bangkok Riverside Hotel’

คงไม่ต่างไปจากความรู้สึกแรกของหลายๆ คน ก็ใครล่ะจะไปคิดว่าตลอดสองข้างทางของชุมชนโบราณในซอยเชียงใหม่ 1 ถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน ที่ยังคงอบอวลไปด้วยบรรยากาศของตึกรามบ้านช่อง ร้านรวง และร้านอาหารดั้งเดิม จะปรากฏอาคารสีแดงชาด ขนาด 5 ชั้น รูปทรงสะโอดสะองและพราวเสน่ห์ราวกับหญิงยาวย้อนยุคหลังนี้ซ่อนอยู่

 

“ด้วยที่ดินผืนนี้ตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคที่มีทั้งคนไทย คนจีน และชาวตะวันตกเริ่มเข้ามา เราเลยคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีของคนสมัยนั้นสามารถผสมผสานกับยุคสมัยปัจจุบันให้ออกมาเป็นตึกที่ดูดีที่สุด พี่เล็กเอง นอกจากจะชอบแม่น้ำเหมือนกับพี่แล้ว เขายังรักในความเป็นไทย บ้านไทย ความสวยงามของเครื่องตกแต่งแบบไทยๆ ด้วย เราเลยคุยกันว่าไม่อยากทำที่นี่ให้เหมือนโรงแรมทั่วไป แต่อยากสร้างสเปซที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้ผู้ที่เข้ามาพัก มาใช้พื้นที่มีโอกาสดื่มด่ำไปกับความสวยงามของงานอาร์ต ความเป็นไทย และเสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยา เลยตกลงกันว่าถ้าอย่างนั้น ก็ทำดีไซน์ให้จัดไปเลย แล้วก็นำคำว่า ‘อำแดง’ ซึ่งเป็นคำนำหน้าของผู้หญิงสมัยโบราณมาตั้งเป็นชื่อเพื่อรำลึกถึงยุคสมัยที่ว่านั้นไปเลยแล้วกัน”

 

นี่คือผลงาน hospitality project โครงการแรกของพวกเขา ที่ใช้เวลากว่า 3 ปี ในการก่อร่างและฟูมฟัก และแน่นอนว่าความเนี๊ยบกริ๊บแบบที่เราเจอในผลงานด้านโฆษณาของทั้งคู่ ก็ถูกถ่ายทอดมายังแนวคิดการออกแบบโครงการนี้เช่นกัน โดยได้ ติ๊ก สุธิดา พงษ์ประยูร เข้ามารับหน้าที่ออกแบบอินทีเรีย และสถาปนิกอย่าง ก้อง อานุภาพ อ่อนสอาด ที่ช่วยดูแลงานด้านสถาปัตยกรรมทั้งหมด

 

การออกแบบที่นี่เรียกได้ว่าเด็ดขาดและละเมียดในทุกๆ รายละเอียด เริ่มจากการตัดสินใจใช้สีแดงชาดเป็นสีหลักของทั้งโครงการ โดยทีมออกแบบเลือกที่จะทาทับสีดังกล่าวลงบนองค์ประกอบแทบทุกส่วน ตั้งแต่กำแพงทางเข้า สระว่ายน้ำด้านหน้า แน่นอนว่ากับอาคารทั้งหลัง และยังไล่เลื้อยไปยังพื้นที่ส่วนต่างๆ ภายใน ทั้งเสา คาน เพดาน ผนัง และพื้น

 

ขณะที่บรรยากาศภายในล็อบบี้ บริเวณชั้น 1 นั้น ถูกตกแต่งแบบย้อนยุค โดยทีมออกแบบหยิบเอาศิลปะของไทย จีน และตะวันตก ที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน มาประยุกต์เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว เป็นต้นว่า การใช้ลวดลายขนมปังขิงแบบบ้านไทยที่ประตูทางเข้า ลวดลายฉลุบนผนัง การใช้เสาโค้ง หรือการประดับด้วยแชนเดอร์เลียร์ใบโพธิ์สีดำ ไปจนถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บุหนังมาเข้าคู่กับเครื่องเรือนหวาย ในชั้นเดียวกันนี้ยังมีลิฟต์ที่สามารถจุคนได้ราว 2-3 คน ตั้งอยู่ โดยโถงทางเดินแต่ละชั้นที่จะขึ้นสู่ห้องพัก มีการติดตั้งภาพจิตรกรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในสมัยโบราณไว้ด้วย

ที่นี่มีห้องพักทั้งหมด 10 ห้อง 3 รูปแบบ ประกอบด้วย ‘River Suite’ จำนวน 2 ห้อง ‘Riverside Grand Deluxe’ จำนวน 4 ห้อง และ ‘Deluxe Riverview’ จำนวน 4 ห้อง โดยความพิเศษในการออกแบบแต่ละห้องนั้น ประการแรกคือการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยภายใน จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับห้องพักที่มีสัดส่วนของส่วนพักผ่อนกับห้องน้ำ อยู่ที่ 80:20 แต่ที่นี่ เรียกว่าแบ่งกันแบบครึ่งๆ เพื่อแขกสามารถใช้งานกันได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ยังเพิ่มความน่าสนใจด้วยการใช้ผ้าม่านสีขาวฉลุลวดลายหัวใจ กับความยาวที่เต่อกว่าปกติ ซึ่งให้ความรู้สึกเซ็กซี่และหวาบหวิวขณะใช้งาน เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเป็นจำลองเอาเอกลักษณ์ของงานเครื่องเรือนโบราณมาใช้ เพื่อถ่ายทอดความคลาสสิคในวันเก่าก่อนเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็ยังมีการนำภาพวาดของหญิงสาว ทั้งชาวสยาม ชาวจีน และชาวตะวันตก ในลีลาท่าทางของความเป็นปัจจุบันมาใช้ในการตกแต่งเช่นกัน

“เพราะที่นี่ผู้หญิงเป็นใหญ่ ตัวตึกจึงเป็นตัวแทนของผู้หญิง เราเลยให้ผู้ชายเป็นแค่ร้านอาหาร จากนั้นก็โยนโจทย์กลับไปที่พี่ติ๊กกับพี่ก้องว่า เราอยากให้คนที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกแตกต่างเหมือนเป็นคนละสถานที่กัน” การออกแบบร้านอาหารอย่าง  ‘NYE’ (นาย) นั้นมีแนวคิดตรงกันข้ามกับตัวโรงแรม โดยสะท้อนผ่านความ masculine ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Blue and White’ กับบรรยากาศ การตกแต่ง และสีสัน ที่แตกต่างไปจากตัวโรงแรมโดยสิ้นเชิง เช่น การภาพเพ้นท์ลวดลายบริเวณเค้าน์เตอร์บาร์น้ำในโทนสีฟ้าและขาว ซึ่งทำให้นึกไปถึงเครื่องลายครามของจีน เฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้ม หรืองานเหล็กฉลุสีเข้มแบบบ้านไทยสมัยโบราณ รวมทั้งการใช้กระจกซึ่งเป็นตัวแทนของความทันสมัย เป็นต้น

NYE เป็นร้านอาหารแบบ Caferestaurant (Café + Restaurant) ที่เสิร์ฟตั้งแต่เครื่องดื่ม อาหารไทยโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 รวมทั้งยังมีเมนูที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ กับการตีความอาหารไทยผ่านหน้าตาที่แปลกใหม่และร่วมสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เปาะเปี๊ยะห่อขาหมูทอดกรอบๆ ที่ยังให้รสชาติคุ้นลิ้นด้วยผักดองและน้ำจิ้มรสเผ็ดเปรี้ยว หมูตุ๋นชานอ้อย รวมถึงยำเป็ดที่ซ่อนความหอม หวาน กลมกล่อมของลิ้นจี่อยู่ภายใต้รสชาติจัดจ้าน

 

ไฮไลท์ของที่นี่ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะชั้นบนสุดของโรงแรมถูกดีไซน์ให้เป็นอัฒจันทร์ ซึ่งมีที่นั่งลดหลั่นเป็นขั้นๆ สำหรับการชมและดื่มด่ำไปการโค้งน้ำที่สวยสะกดตาของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาวอยู่ตรงหน้าด้วย

 

ไม่เพียงแต่จะมีจุดเด่นที่คนจีนเรียกกันว่าเป็นลักษณะฮวงจุ้ยแบบ ‘หางมังกรท้องช้าง’ ซึ่งหากมองจากมุมท็อปลงมายังโครงการ เส้นทางที่เข้าสู่ตัวโรงแรมนั้นต้องผ่านทางเดินคดเคี้ยวเหมือนกับหางมังกร ก่อนจะนำไปสู่แอ่งที่ดินทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่มีสถาปัตยกรรมสีแดงชาดรอสร้างความประหลาดใจอยู่ตรงหน้า ความพิเศษอีกอย่างของที่นี่ก็คือในวันที่อุณหภูมิร้อนระดับปรอทแตกของกรุงเทพฯ การเข้ามายังโรงแรมที่ตั้งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นโพธิ์อายุกว่า 100 ปี หลังนี้ เรากลับได้พบกับความสงบและร่มรื่น หรือแม้ในวันที่อากาศไม่เป็นใจ ความชุ่มฉ่ำ ครึ้มฟ้าครึ่มฝนก็สร้างอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างไปอีกแบบ ทั้งการขับเน้นให้บรรยากาศภายในดูโรแมนติกและอบอุ่นระคนกันไป

 

อาจเป็นเพราะที่ตั้งที่ทำให้สายลมและแสงแดดสามารถยักย้ายถ่ายเทและสาดส่องในช่วงเวลาที่เหมาะสม และทำให้ hidden gem แห่งนี้เย็นสบายตลอดทั้งวัน อาจเป็นเพราะส่วนผสมอันพอเหมาะระหว่างความเก่าและความใหม่ที่ถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดการออกแบบแสนละเมียดละไม หรืออาจเป็นเพราะความตั้งใจของผู้ก่อตั้งทั้งสองที่สร้างโรงแรมหลังนี้ด้วยความรัก จนทำให้หญิงสาวชื่อ AMDAENG คนนี้ มีเสน่ห์และดึงดูดใจมากมายเหลือเกิน

  

AMDAENG Bangkok Riverside Hotel

Architect: Anupap Onsard

Interior Designer: Sutida Pongprayoon

Landscape Architect: Sawin Tantanawat

Artist: Studiojew+

Photos courtesy of AMDAENG Bangkok Riverside Hotel

Location:  12/1 Soi Chiangmai 1, Chiangmai Road, Khlongsan Bangkok, Thailand

Contact information: www.amdaeng.com, www.facebook.com/AMDAENGBangkokriversidehotel



Sudaporn

Sudaporn

อิ๋งมีความสนใจด้านงานออกแบบ ศิลปะ และวัฒนธรรม จนมีโอกาสได้ทำงานเป็นกองบรรณาธิการให้นิตยสาร art4d ระหว่างปี 2004-2016 ปัจจุบันอิ๋งยังคงทำงานเขียนอย่างต่อเนื่องให้กับนิตยสาร องค์กร และแพลนฟอร์มออนไลน์ โดยโฟกัสไปที่งานดีไซน์ โครงการขับเคลื่อนสังคม อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ

เว็บไซต์

ของมันต้องมี ! “คอนโดในอุดมคติ” ที่ดี … ควรมีอะไรบ้าง

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างปัจจุบัน เรื่องของการดีไซน์ และฟังก์ชั่นใหม่ๆ ทั้งเลย์เอาท์ห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง มักจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ดีเวลลอปเปอร์หยิบยกขึ้นม... อ่านต่อ




SCOOP ด่วน! รถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะต่อจากรัชดาลาดพร้าวไปถึงตรงไหน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต

เมื่อเวลา 9:00 น -12:00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ทางรฟม. (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งปร... อ่านต่อ

ชื่อใหม่คล้ายของเดิม! กับ EYSE Sukhumvit 43 คอนโด Luxury แบบ Low Rise ของ Singha Estate ในซอยสุขุมวิท 43

คำว่า EYSE (อ่านว่า อีส) เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันในยุคกลางของยุโรป มาจากคำว่า Ease ที่แป... อ่านต่อ

บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครือของกลุ่มบริษัท พี.เอ็ม. กรุ๊ป ประกาศเดินหน้าลุยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโรงแรมย่าน ECBD เพิ่ม ยึดแนวใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รองรับไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าในเมือง นำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ ออกแบบเรียบหรู ทันสมัย เพื่อคุณภาพการใช้ชีวิตที่ลงตัว ในราคาที่คุ้มค่า โดยไตรมาสที่ 3/2561 จะเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ “เดอะเนสท์ สุขุมวิท 71” ตั้งเป้าสิ้นปี 2561 มียอดขายรวมทุกโครงการ 2,500 ล้านบาท ทั้งนี้ เตรียมงบลงทุนอีกไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท รุกสร้างโรงแรมบูติก 2 แห่ง ภายในปี 2566