6 เทรนด์การลงทุนในยุคฟินเทค

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ในภาคการเงินการลงทุนก็เช่นกัน ได้เกิดรูปแบบการลงทุนรูปแบบใหม่ขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุคที่ฟินเทคได้เติบโตขึ้นจนเป็นมากกว่าแค่กระแสไปแล้ว แต่กลายเป็น New Normal ที่คนทั่วโลกหนีการเปลี่ยนแปลงไม่พ้น เราไปดูกันว่ามีเทรนด์การลงทุนอะไรบ้างที่กำลังมาแรง

หนึ่ง..ลงทุนใน Crypto Currency โดยเฉพาะ Bitcoin และสกุลเงินอื่นๆที่กำลังโด่งดังอยู่ในเวลานี้ แม้จะยังมีข้อกังขาในเรื่องของความยั่งยืน การได้รับการยอมรับจากทางการ รวมถึงราคาที่เหวี่ยงตัวรุ่นแรง แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าได้กลายเป็นการลงทุนที่เติบโตอย่างรวดเร็วไปเสียแล้ว ทั้งสายขุดซึ่งต้องลงทุนกับฮาร์ดแวร์อย่างการ์ด GPU ผู้ที่ขุดเหรียญขึ้นมาเองอาจจะเก็บไว้เป็นการลงทุนระยะยาวหรือรับจ้างขุดให้ผู้อื่นก็ได้ หรือสายเทรดที่ไปซื้อขายกันในตลาดรอง ซึ่งต้องรับมือกับความผันผวนของราคาในตอนนี้ หลังปรับตัวขึ้นรวดเร็วในปลายปีที่แล้ว

 

ผู้ที่ลงทุนใน Crypto Currency ย่อมคาดหวังว่าในอนาคตมูลค่าของเหรียญจะทวีค่าและได้รับการยอมรับ เช่นเดียวกับสกุลเงิน Fiat Currency ในปัจจุบัน


สอง..ลงทุนใน ICO เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนผ่าน Crypto Currency แต่ผู้ลงทุนจะคาดหวังถึงมูลค่าของ Token หรือสิ่งที่จะได้รับจากผู้ออก ICO (Initial Coin Offering) เช่น บริษัทฟินเทคแห่งหนึ่งที่ทำธุรกิจเงินกู้ ได้ออกเหรียญของตัวเองขึ้นมาเสนอขายนักลงทุนทั่วไปที่เชื่อมั่นในแผนงานของบริษัท เพื่อนำเงินนั้นไปปล่อยกู้ ผู้ที่ลงทุนใน ICO ดังกล่าว จะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบทั้งราคาของเหรียญที่ผู้ออก ICO จัดสรรให้มีมูลค่าสูงขึ้นหรือได้รับสิทธิในสินค้าและบริการของผู้ออกรายนั้น ทั้งนี้การลงทุนใน ICO เติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อปีที่ผ่านมาและทางการไทยกำลังอยู่ระหว่างพิจารณารับรองการลงทุนประเภทนี้

 

สาม..ลงทุนผ่าน Crowd Funding คล้ายกับรูปแบบการลงทุนใน ICO แต่ผู้ลงทุนจะได้สิทธิในการเป็นเจ้าของหุ้นในกิจการซึ่งเรียกว่า Equity Crowd Funding หรือได้รับสินค้าหรือบริการ Reward Crowd Funding โดยจะมีผู้ประกอบการตัวกลางคอยเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ลงทุนกับเจ้าของธุรกิจซึ่งส่วนมากเป็นสตาร์ทอัพหรือเอสเอ็มอี ผู้ที่ลงทุนจะได้ผลตอบแทนในรูปแบบสิ่งของหากการระดมทุนที่เกิดขึ้นทำให้สินค้าและบริการของธุรกิจรายนั้นๆประสบความสำเร็จ หรือได้เงินปันผลหรือ Capital Gain จากการเป็นหุ้นส่วนในกิจการ หากธุรกิจดังกล่าวเติบโตขึ้นหรือเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

สี่..ลงทุนผ่าน Social Trading ทั่วไปแล้ว การลงทุนในตลาดหุ้นมักจะมีผู้ประสบความสำเร็จน้อยกว่าผู้ล้มเหลว ระบบ Social Trading จึงเกิดขึ้น โดยผู้ลงทุนทั้งในตลาดหุ้น ตลาดอนุพันธ์ สามารถเลือกที่จะติดตามผู้ที่เป็นนักลงทุนมือฉมังที่สร้างผลตอบแทนได้จนเป็นที่ยอมรับ เมื่อเลือกที่จะติดตามแล้ว ระบบจะทำการซื้อขายหุ้นให้โดยอัตโนมัติตามที่ผู้เป็น The Master ที่เราได้เลือกไว้ เป็นตัวช่วยให้เราสามารถสร้างผลตอบแทนในการลงทุนโดยไม่ต้องลงมือเอง โดยผู้ที่เป็น The Master จะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเราไปด้วย

ห้า..ลงทุนผ่าน Robot Trading คล้ายกับลงทุนผ่าน Social Trading โดยเราไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อขายหุ้นด้วยตัวเอง แต่เราเลือกที่จะลงทุนผ่านระบบเทรดที่ผ่านการทดสอบมาแล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง จากนั้นระบบก็จะทำการซื้อขายหุ้นแทนให้ทั้งหมด  เราเพียงแค่ตรวจสอบดูผลการลงทุนเท่านั้น โดยระบบซื้อขายอัตโนมัตินี้เหมาะสมกับผู้ที่ไม่มีเวลาลงทุนด้วยตัวเอง

หก..ลงทุนเป็นผู้ให้กู้ผ่าน Peer To Peer Lending หากเรามีเงินเย็นที่ไม่ได้ใช้ทำอะไรเร่งด่วน เราสามารถเลือกเป็นผู้ให้ปล่อยกู้ผ่านตัวกลางที่เรียกว่า Peer To Peer Lending ได้ โดยผ่านผู้ให้บริการที่เป็นคนกลางเชื่อมระหว่างผู้ให้กู้กับผู้ขอกู้ แทนที่จะไปกู้เงินผ่านธนาคารตามปกติ ก็มากู้ยืมระหว่างบุคคลแทน โดยผู้ให้บริการจะมีข้อมูลเครดิตของผู้ขอกู้ให้พิจารณา จากนั้นจะเปิดโอกาสให้จับคู่ปล่อยกู้กันเอง โดยพิจารณาดอกเบี้ยตามความเหมาะสม

ทั้งหกเทรนด์ที่กล่าวมา มีบางส่วนที่ปัจจุบันสามารถเข้าไปลงทุนได้แล้วโดยมีกฎหมายรับรอง เช่น Robot Trading และ Crowd Funding (ยังไม่แพร่หลายนัก) บางส่วนสามารถลงทุนได้แต่ยังต้องศึกษาความเสี่ยงให้มากเพราะทางการยังไม่ให้การรับรองอย่าง ICO และ Crypto Currency บางส่วนยังต้องรอให้เกิดขึ้นอย่าง Social Trading และ Peer To Peer Lending ซึ่งทางการกำลังตรวจสอบความเสี่ยงก่อนอนุญาตให้ลงทุน แต่ไม่ว่าจะลงทุนอะไร ผู้ลงทุนต้องศึกษาทั้งโอกาสและความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะความเสี่ยง อย่าคาดหวังแต่ผลตอบแทนเพียงด้านเดียว

 

**อยากทราบข้อมูลในเชิงลึก พร้อมเจาะลึกทุกแง่มุมของการลงทุนรูปแบบนี้ ห้ามพลาดกับงาน PropTalk 2018: “Alternative Investment จับกระแสการลงทุน ทางเลือกใหม่ในยุค 4.0″…ตอนนี้บัตรถูกจองไปหมดแล้ว ดังนั้นผู้ที่จองได้อย่าลืมไปเจอกันที่งานวันที่ 24 กพ.นี้นะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงค์นี้เลย >> https://www.zipeventapp.com/e/proptalk



นเรศ เหล่าพรรณราย

นเรศ เหล่าพรรณราย

นเรศ เหล่าพรรณราย FB:Gap Theory Twitter:@Nares_sd28 Chief Operation Officer Stock Quadrant (Thailand) Co.Ltd กรรมการ สมาคมฟินเทคประเทศไทย คนสื่อที่มีประสบการณ์ในแวดวงข่าวเศรษฐกิจโดยเฉพาะวงการตลาดหุ้นนานกว่า10ปี อยู่เบื้องหลังหนังสือด้านการลงทุนและธุรกิจมามากกว่าสิบเล่ม เคยทำงานหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจอันดับหนึ่ง ปัจจุบันทำงานในบริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีความเชื่อว่าการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัวและทุกคนต้องรู้

เว็บไซต์

คอนโดแมนพรีวิว LIFE ASOKE HYPE ….คอนโดสีสันจัดจ้าน เพื่อคน Hyper Active ที่สุดของ LIFE บนสี่แยกพระรามเก้า

‘LIFE ASOKE HYPE’(ไลฟ์ อโศกไฮป์) เฟส 2 ของโครงการคอนโดมิเนียมที่ร้อนแรงที่สุดในปีที่แล้วอย่าง LIFE Asoke - Rama9 กลับมาอีกครั้งโดยอัพเกรด facility ให้น่าสนใจกว่าเดิมเพื่อเพิ่มเติมราคาขายให้ขยับสูงข... อ่านต่อ




“อโศก-สุขุมวิท” สุดยอดย่าน Interchange หนึ่งเดียวในใจคนกรุงเทพ สะดวกครบถ้วน Live- Work-Play-Park พาสำรวจโดย Whizdom Asoke -Sukhumvit X Propholic

เมื่อพูดถึงย่าน Interchange ที่เป็นบริเวณจุดตัดระหว่างสถานีรถไฟฟ้าในปัจจุบันปี 2561 ก็ต... อ่านต่อ

ลัดเลาะดูทำเล และพาชมสิ่งที่น่าสนใจใน Walden Sukhumvit 39 คอนโดหรู มีห้องแบบ Loft กับราคาเริ่มต้นแค่ 5.9 ลบ.

หลังจากที่ Habitat Group ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการรุกตลาดอสังหาฯ ใจกลางกรุงเทพฯ โ... อ่านต่อ

ขายคอนโดรอบ Online Booking มีไว้แค่เกาะกระแส หรือตอบโจทย์พฤติกรรมคนซื้อจริงๆ

ในยุคที่ใครต่อใครต่างก็เทงบประมาณการตลาดมาไว้ที่สื่อดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์การบ... อ่านต่อ

THE PRIMARY V บ้าน SUPER LUXURY แนวสูง เติมเต็มทุกฟังก์ชั่น บนทำเล เกษตร–นวมินทร์

เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตและความต้องการของคนในยุคแห่งความหลากหลายไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว บ้า... อ่านต่อ

โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ ‘คีน เซ็นเตอร์ ศรีราชา : KEEN Centre Sriracha’ ด้วยแนวคิดการออกแบบในสไตล์ญี่ปุ่น มูลค่าโครงการ 2,716 ล้านบาท ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายกว่า 65% โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการเรือธง เนื่องจากตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ พร้อมวิวทะเลใจกลางเมืองศรีราชา ริมถนนสุขุมวิท ตรงข้ามโรบินสัน ติดกับอิออนมอลล์ และใกล้เคียงกับสถานที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลพญาไท, โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา และสวนสุรศักดิ์มนตรี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อลงทุนและอยู่อาศัยเอง ในราคาเริ่มต้น 3.1 ล้านบาท หรือประมาณ 86,000 บาทต่อตร.ม. ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสุดหรู อาทิ ห้องออนเซ็นขนาดใหญ่, ห้องชงชา, สวนสไตล์เซน, สระว่ายน้ำพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ, ห้องเด็กเล่น และสวนชั้นดาดฟ้าวิว 360 องศา นอกจากนี้ ยังมีบริการทำความสะอาดห้องพักระดับมาตรฐานโรงแรมฟรี สัปดาห์ละ 2 ครั้ง