เมื่อดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ มาบรรจบกับส่วนกลางที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาบนทำเลพัทยากลาง คำตอบที่ได้จึงเป็น EDGE Central Pattaya

ClubSunday 14 May, 2018 at 21.18 pm

หลายคนถามผมอยู่เรื่อยๆว่า ถ้าจะซื้อคอนโดในเมืองตากอากาศสักแห่ง โดยอยากให้มีความยืดหยุ่นทั้งซื้ออยู่เองเป็นบ้านตากอากาศและซื้อเพื่อการลงทุน จะซื้อที่ไหนดี? ผมก็จะถามก่อนว่าชอบเมืองชายฝั่งทะเลหรือชอบภูเขา ถ้าชอบภูเขาอย่างเขาใหญ่ ผมก็จะแนะนำตรงๆว่าปัจจุบันนี้การซื้อคอนโดในโซนนั้นยังไม่ตอบโจทย์ของการลงทุน เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายๆอย่าง แต่ถ้าชอบเมืองชายฝั่งทะเล ก็คงจะมีตัวเลือกไม่กี่แห่ง ไม่ว่าจะเป็นหัวหิน พัทยาและภูเก็ตที่มีความยืดหยุ่นทั้งซื้ออยู่เองและลงทุน

 

ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ผมแนะนำพัทยาเป็นที่แรก เนื่องจากพัทยาอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงเป็น Top Destination ของคนกรุงเทพฯหลายๆคนที่ต้องการมาพักผ่อนในวันหยุด ใช้เวลาในการเดินทางเพียงนิดเดียว เป็นเมืองตากอากาศชายทะเลที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อีกทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาคเอเชียในปัจจุบัน ซึ่งในปี 2016 พัทยามีนักท่องเที่ยวถึง 13 ล้านคน จึงไม่แปลกใจที่เราจะเห็นทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเป็นสัดส่วนที่เท่าๆกันในเขตต่างๆของเมืองพัทยา อีกทั้งพัทยายังเป็นส่วนนึงของโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ Thailand 4.0  อย่าง Eastern Economic Corridor (EEC) หรือที่เราเรียกกันว่าโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยที่งบประมาณของ EEC ส่วนใหญ่จะใช้ไปกับการพัฒนาการคมนาคมซึ่งจะมีผลเชิงบวกทำให้พัทยาเป็นทำเลที่ดีในการลงทุน เนื่องจากเดินทางสะดวกขึ้นและมีแนวโน้มที่เมืองจะโตขึ้นจากการลงทุนทั้งจากในและนอกประเทศ โดยมีรายละเอียดหลักๆดังต่อไปนี้

 

มีทางด่วนจากกรุงเทพตรงเข้าพัทยา ซึ่งสร้างเสร็จแล้วในปี 2017 ที่ผ่านมา ผมเดินทางจากรุงเทพฯไปพัทยาครั้งล่าสุดรู้สึกสะดวกมาก ชั่วโมงนิดๆก็ถึงแล้วครับ

การขยายตัวของสนามบินอู่ตะเภาที่ตอนนี้รองรับผู้โดยสารได้ 3 ล้านคนต่อปี ซึ่งมีแผนการพัฒนาเพิ่มเป็น 15 ล้านคนต่อปีภายในปี 2023 โดยเป็นทั้ง Domestic และ International Airport ในปัจจุบันนี้ได้มีการรองรับไฟลท์ที่เดินทางมาจากประเทศจีน มาเลเซียและรัสเซีย แล้ว มีผลให้ชาวต่างชาติเดินทางมาพัทยาได้ง่ายขึ้น

การมาของโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพ-ระยอง เชื่อมโยงสามสนามบินอย่างอู่ตะเภา ดอนเมือง และสุวรรณภมูิเข้าด้วยกัน ซึ่งโครงการนี้มีแผนตัดผ่านตัวเมืองพัทยาโดยใข้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงจากกรุงเทพ เป็นอีกทางเลือกให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

การพัฒนาท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ เชื่อมระหว่างทะเลอ่าวไทยด้านตะวันออก และทะเลอ่าวไทยด้านตะวันตก ในขณะนี้ได้มีการเปิดให้บริการเรือเฟอรี่ระหว่างพัทยาและหัวหินตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 40 นาที โดยสามารถเอารถขึ้นเรือเฟอรี่ได้ด้วยนะครับ สะดวกมาก


เมืองพัทยานั้นสามารถแบ่งเขตอย่างเป็นทางการได้ 4 เขต ได้แก่ พัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ และหาดจอมเทียน ซึ่งแต่ละเขตจะมี Characteristic ของตัวเอง โดยบริเวณพัทยาเหนือนั้นจะเป็นแหล่งที่พักอาศัยที่ค่อนข้างมีความเงียบสงบ อยู่ไกลจากตัวเมือง มีคอนโดหลายๆโครงการที่เน้นจุดขายคือความสงบ พัทยาใต้จะเป็นศูนย์รวมสถานที่ท่องเที่ยวและท่าเรือไปยังเกาะอื่นๆ ส่วนบริเวณหาดจอมเทียนก็จะเป็นอีกทำเลซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยาออกมา โดยมีเขาพระตำหนักคั่นอยู่ระหว่างพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน เป็นทำเลที่มีร้านอาหารชื่อดังมาเปิดหลายร้าน เช่น ร้านปูเป็น, ร้านลุงไสว, ร้านสุดทางรัก หรือ ร้านอาหารต้นหาด ทั้งสามทำเลนี้จะมีคอนโดเปิดอยู่เรื่อยๆและโดยส่วนมากจะเป็นคอนโดของบริษัทที่ไม่ใหญ่มากนัก ถ้าพูดถึงชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไร

 

ส่วนพัทยากลาง นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญทางธุรกิจของพัทยาเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ผับ บาร์ และคาเฟ่ต่างๆ มีชาวไทยและต่างชาติอาศัยอยู่หนาแน่น ถือเป็นไข่แดงของพัทยา ถ้าจะเปรียบเทียบกับกรุงเทพ พัทยากลางจะเทียบได้กับอโศกและพร้อมพงษ์ ส่วนไฮไลท์สำคัญอย่างหนึ่งในพื้นที่คือการเดินหน้าเปิด Terminal 21 Pattaya ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกที่มีพื้นที่รวม 180,000 ตารางเมตร ใกล้วงเวียนปลาโลมา บนถนนพัทยาสายสอง ด้วยแนวคิดเดียวกับเทอร์มินอล 21 ในกรุงเทพฯ คือเป็นท่าอากาศยานช้อปปิ้งสุดชิค, Market Street จาก 6 มหานคร พร้อมกับหอคอยชมเมืองและโรงแรมหรู คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2019

Picture: Terminal 21 Pattaya (Opening in 2019): http://www.terminal21.co.th/pattaya/th/about/

 

ที่ดินผืนใหญ่ในพัทยากลางตอนนี้หาได้ยากมาก จึงทำให้ไม่ค่อยมีโครงการคอนโดเปิดใหม่เท่าไร แต่อีกมุมนึงก็เป็นทำเลที่ดีเวลลอปเปอร์ใหญ่ๆที่เราคุ้นเคยจากกรุงเทพฯพยายามรีบทุ่มซื้อที่ดินมาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เนื่องจากทำเลนี้ถูกมองว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพที่สุดของพัทยาแล้ว อีกทั้งราคาที่ดินก็มีแนวโน้มที่จะมีราคาสูงมากขึ้นในอนาคต

 

คอนโดมิเนียมคือประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองพัทยา โดยมีความต้องการสูงขึ้นซึ่งสวนทางกับการที่จำนวนยูนิตที่เปิดขายลดลง โดยเฉพาะในย่านพัทยากลาง ที่มีโครงการเปิดขายน้อยมาก ในปี 2017 นั้นไม่มีโครงการใหม่เปิดขายเลย โครงการที่สร้างเสร็จแล้วในพัทยากลางที่เราคุ้นเคยกันก็จะมีอย่าง The Base Pattaya ของ Sansiri หรือ Centric Sea Pattaya ของ SC Asset ซึ่งสองโครงการนี้ได้รับผลตอบรับที่ดี ราคาขายต่อขึ้นเรื่อยๆ การปล่อยเช่าก็ได้ราคาที่ดี โดยจุดเด่นของสองโครงการนี้คือการมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียง มีส่วนกลางที่ใหญ่ และมีการบริการหลังการขายที่ดี ซึ่งจากการที่ผมได้พูดคุยกับนายหน้าหรือนักลงทุนท้องถิ่น ทุกคนพูดเหมือนกันว่าเป็นสามปัจจัยหลักที่สำคัญมากกับการลงทุนคอนโดในพัทยา ยิ่งการที่สองคอนโดนี้มาอยู่ในทำเลที่เป็นย่านชุมชนที่สุดอย่างพัทยากลางแล้ว ยิ่งมีแนวโน้มที่จะมีราคาสูงมากขึ้นในอนาคต อย่าง The Base Central Pattaya นั้นมี Capital Gain ที่สูงถึง 5-7% ต่อปี แล้วค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 660 บาทต่อตารางเมตร

Picture: The Base Central Pattaya by Sansiri

 

ล่าสุดทางแสนสิริเพิ่งเปิดตัวโครงการใหม่ในโซนพัทยากลาง อย่างโครงการ EDGE Central Pattaya ทำเลที่ตั้งโครงการใหม่นี้อยู่บนถนนพัทยาสาย 2 ติดกับโครงการ The Base Central Pattaya บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เป็นคอนโดสูง 31 ชั้น 603 ยูนิต

Edge Central Pattaya จะอยู่ใกล้ถนนพัทยาสายสองมากกว่า The Base Central Pattaya ซึ่งทำให้วิวทุกด้านของ Edge Central Pattaya ไม่โดนบังครับ

และตอนนี้ทางโครงการได้เริ่มมีการเคลียร์พื้นที่จริงแล้ว

Picture: Edge Central Pattaya Actual Site

 

Highlight ของ Edge Central Pattaya จะอยู่ที่ facilities ส่วนกลางต่างๆที่โดดเด่นและหรูหราทั้งการตกแต่งและฟังก์ชั่นการใช้งาน อีกทั้งรูปแบบตัวตึกเอง ก็ดูมีความแตกต่างกว่าคอนโดอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นคอนโดคนละยุคสมัยกันเลยทีเดียว

Picture: Edge Central Pattaya Exterior

 

โดยที่ Facilities จะเริ่มตั้งแต่ชั้น Ground Floor โดยเริ่มจาก Drop-Off Area ที่เน้นโทนสีเป็นสี Copper ประกอบกับการใช้กระจกและหินธรรมชาติ อีกทั้งยังมีการเล่นระดับพื้น ทำให้ทางเข้าคอนโดดูเด่นและน่าค้นหา ซึ่งเราจะไม่ค่อยได้เห็นการตกแต่งแนวนี้จากคอนโดอื่นๆของแสนสิริมาก่อน   อีกทั้งตรงบริเวณด้านหน้าใกล้ป้อมรปภ.จะมี Counter ที่เป็นจุด Register Area เพื่อช่วยในการสกรีนคนเข้าออก อีกทั้งเป็นจุดต้อนรับคนที่สนใจจะมาเช่าอยู่อาศัย

 

ผมว่าแสนสิริให้ความสำคัญกับทางเข้าและ Drop-Off Area มาก เพราะรู้ว่าในวันที่ตึกเสร็จตรงนี้จะเป็นจุดดึงดูดที่สำคัญทำให้นักท่องเที่ยวหรือคนที่สนใจจะมาเช่าอยู่อาศัยอยากเข้ามาดูของจริงครับ

Picture: Drop-Off Area

 

ส่วนต่อมาจะเป็น Semi-Indoor Lobby Lounge และ Indoor Lobby Lounge ที่การตกแต่งจะเป็นแนวเดียวกับ Drop-Off Area ตรงนี้แสนสิริให้ความสำคัญกับความหรูหรา ที่ผมประทับใจมากๆคือการใช้ Water Features น้ำล้นเข้ามาช่วย ทำให้บรรยากาศดูสบายเวลาเรากลับถึงบ้าน สร้างความตื่นตา ตอกย้ำความสนุกในทุกๆวัน แค่ชั้นแรกก็จัดเต็มแล้วครับ

Picture: Semi-Indoor Lobby Lounge

Picture: Indoor Lobby Lounge

 

Facilities หลักๆอีกจุดนึงจะอยู่ที่ชั้น 30 และ 31 เริ่มจาก Sky Lounge ที่ชั้น 30  ซึ่งการตกแต่งจะตรงกับ Concept ของโครงการ “Life is Less Ordinary at EDGE” ออกแนวแอบแฝงความน่าตื่นเต้น มี Energy และความ Active ปนอยู่ เริ่มจากพื้นซึ่งใช้หินอ่อนสีดำตัดกับสีแดง และการตกแต่งผนังสี Copper แต่ที่ผมชอบที่สุดคือการตกแต่งเพดานที่เป็นแนวคล้ายๆกับการเอาเหล็กเส้นสีทองไปทอ ทำให้เกิดมิติขึ้นมา การออกแบบแนวนี้จะทำให้โครงการดู Timeless แม้ผ่านไปกี่ปีก็จะยังดูหรูครับ

 

Sky Lounge ที่นี่ผมพูดได้เลยว่าหรูกว่าโรงแรม 5-6 ดาวที่มีในเมืองพัทยาครับ มีบาร์ให้นั่งกับเลือกเครื่องดื่มที่ถูกใจ แล้วมาดื่มด่ำวิวดีๆ และแสงสีเมืองพัทยา สามารถใช้เป็นพื้นที่ที่รองรับการสังสรรค์ พร้อมให้จัดปาร์ตี้ Non-stop กับเพื่อนๆ

Picture: Sky Lounge

 

Hot Party Pool ที่นี่ ยื่นออกมาได้ล้ำมาก ไม่เคยเห็นที่ไหนทำมาก่อน ลองนึกภาพแช่น้ำอุ่นๆรับวิวพระอาทิตย์ตกดินแล้วอยากไปอยู่เลยครับ ส่วน Fitness ที่นี่นอกจากจะใช้อุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดของ Life Fitness ซึ่งมีโปรแกรมที่ออกแบบให้ออกกำลังกายได้ทุกส่วนภายใน 20 นาที และยังมีเครื่องต่อยมวย Boxing System (เครื่องซ้ายสุดในรูป) ที่นี่เหมือนจะเน้นต่อยมวยนะครับ เพราะยังมี Feature Corridor ซึ่งเป็นจุดต่อยมวย (มีกระสอบทรายให้เลยครับ) อยู่พัทยาจะ ปาร์ตี้หนักแค่ไหนก็มี Bikini Body ได้อย่างชิลๆ

Picture: Hot Party Pool + Sunset Terrance

Picture: Fitness

ที่ชั้น 30 นี้ยังมี Social Room ด้วยครับ โดยห้องนี้การออกแบบจะมาในแนวเบาลงหน่อย เหมาะแก่การพักผ่อนสบายๆ นั่งพูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว จะเป็นคนละแนวกับ Sky Lounge ครับ มีโต้ะปิงปองให้เล่นได้ด้วยนะครับ อยู่ที่นี่ไม่ต้องกลัวเบื่อเลย

Picture: Social Room

ส่วนที่ชั้น 31 เป็นสระว่ายน้ำที่เป็น Infinity Edge Pool ความยาว 23 เมตรครับ โดยโทนสีจะเป็นสีทองแชมเปญเห็นวิวกว้างของตัวเมืองพัทยาและเห็นทะเลชัดมากครับ เป็นอีกจุดที่เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกดิน จุดนี้เหมือนเป็น Landmark ของพัทยา ที่ถ้าไม่มา ถือว่ามาไม่ถึง

Picture: Champaign-Gold Infinity Pool

 

ผมมองว่าพื้นที่ส่วนกลางของ Edge Central Pattaya มีเยอะมากเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต อีกทั้งยังมีความหรูหราแบบ Timeless อีกด้วย ผมมีความคุ้นเคยกับพัทยาพอสมควร พูดได้เต็มปากว่าชนะส่วนกลางของคอนโดอื่นๆในเมืองพัทยาอย่างขาดลอย และสวยกว่าโรงแรม 5-6 ดาวอย่างโรงแรม Hilton Pattaya, Centara หรือ Pullman อีกด้วย หลายคนอาจจะถามว่า สร้างเสร็จแล้วจะออกมาเหมือนในรูปไหม จากโครงการที่ผ่านๆมาในกรุงเทพฯ อย่าง The Line Jutajak-Mochit, The Monument Sanampao แสนสิริทำออกมาได้สวยกว่าในรูปอีกครับ แค่คิดก็อยากได้เก็บไว้เลย

 

คอนโดนี้เหมาะกับใคร? ถ้าคนซื้ออยู่เองผมว่าเหมาะกับคนที่ชอบสังสรรค์ มีเพื่อนเยอะ เป็น Trendsetter ที่ชอบเป็นผู้นำในด้านต่างๆ รวมถึงความแปลกใหม่และความตื่นเต้น ยิ่งถ้ามองว่าพัทยากลางเป็นเหมือนอโศกที่กรุงเทพฯ ที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน มีร้านอาหารและกิจกรรมให้ทำตลอดเวลา ที่นี่เหมาะเลยครับ

 

อีกกลุ่มนึงที่เหมาะคือคนที่จะซื้อลงทุน ด้วยหน้าตาตึกและส่วนกลาง จะดึงดูดนักท่องเที่ยวและใครที่อยากจะมาพักแบบ long term ที่โครงการนี้แน่นอนครับ ถ้าเราอิงตาม Capital Gain ของ The Base Central Pattaya ก็จะอยู่ที่ 5-7% ต่อปี ราคาตอนนี้ขึ้นไปอยู่ที่ 110,000-120,000 บาทต่อตารางเมตร หรือประมาณ 4 ล้านบาท สำหรับห้อง 34.5 ตารางเมตร ส่วนค่าเช่าอยู่ที่ประมาณ 660 บาทต่อตารางเมตร หรือประมาณ 23,000 บาทต่อเดือน ช่วงหลังๆลูกค้าจีนจะเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ซื้อห้องที่ The Base โดยมีทั้งซื้อไว้อยู่อาศัยและซื้อลงทุน  คนเช่ามีทั้งระยะกลางและระยะยาว โดยสัญชาติที่เช่ามากที่สุดคือ 1. จีน 2.อเมริกาและอังกฤษ 3.ออสเตรเลีย 4.คนไทย

 

ต่อไปผมจะพาดู Floor Plan และ Unit Layout พร้อมกับแนะนำยูนิตที่น่าสนใจครับ ที่นี่จะวางห้องโดยพยายามให้ทุกห้องเห็นทะเลให้มากที่สุด Unit Layout จึงจะไม่ได้เป็นห้องสี่เหลี่ยมทั่วๆไปอย่างที่เราคุ้นเคยกันนะครับ

ที่พักอาศัยจะเริ่มจากชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นที่มีสวน ส่วนชั้น 6-20 จะมี Floor Plan ที่คล้ายๆกันครับ โดยเป็นห้อง 1 ห้องนอนขนาด 26-27.50 ตารางเมตรเป็นส่วนใหญ่และเป็นห้องที่มีขนาดเล็กสุดของโครงการ โดยหันหน้าไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ห้องจะมีลักษณะเป็นแนวลึก มีความคล้ายห้องตามโรงแรม แต่มีการแบ่งห้องครัวกับห้องนอนออกเป็นสัดส่วน (ถ้าเป็นโรงแรม ภายในห้องจะไม่มีบานกั้น คล้ายกับห้องสตูดิโอ)ส่วนห้องด้านหน้าที่เป็นทิศตะวันตก หันหน้าตรงเข้าทะเล จะเป็นห้อง 2 ห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ขนาด 48.25-48.50 ตารางเมตร ซึ่งผมชอบตรงที่เป็นครัวปิด และมีระเบียงขนาดใช้งานได้

ส่วนช่วงราคานะครับ ถ้าเป็นชั้น 9 ราคาจะอยู่ประมาณ 15x,xxx บาท ต่อตารางเมตรหลังหักส่วนลด ซึ่งถ้าเป็นห้อง 26-27.5 ตารางเมตร ก็จะอยู่ที่ประมาณ 4.1-4.2 ล้าน ทั้งสองทิศจะมีราคาพอๆกันครับ ส่วนถ้าเป็นห้อง 48.25-48.50 ตารางเมตรจะอยู่ที่ประมาณ 7.4 ล้าน

 

โดยราคานี้คือ Fully Furnished นะครับ มีชุดครัว มีห้องน้ำ มีชุดครัวให้ ซึ่งผมชอบชุดครัวและห้องน้ำมากครับ ออกแบบมาได้เข้ากับ Concept ของอาคารเลยทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าจะไปซ้ำกับใคร หน้าบานเป็น Laminate สี Copper ตัดกับ Melamine สีดำ และใช้หินธรรมชาติสีดำ ส่วนห้องน้ำจะมีความเป็น Loft เล็กๆ มีการแต่งผนังลายปูนเปลือย ตัดกับพื้นสีดำ มีเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เช่น โซฟา ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของต่างๆให้ครับ รวมถึงอุปกรณ์ภายในครัว (จาน ชาม แก้ว ช้อมส้อม และอื่นๆ) ชุดเครื่องนอน (เตียง หมอน ผ้าปูเตียง) โคมไฟ พรม ผ้าม่าน และมีให้แม้แต่รองเท้าใส่ในห้อง!! ถ้าซื้อตอน Pre-Sale ก็ได้เครื่องใช้ไฟฟ้าอีก เอาเป็นว่าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย

Picture: Edge Central Pattaya’s Kitchen

Picture: Edge Central Pattaya’s Washroom

ส่วนเรื่องวิว ถ้าเป็นชั้นเตี้ยมากๆอย่างชั้น 5 จะไม่เห็นทะเลนะครับ แต่วิวก็ไม่แย่มากครับ ซึ่งถ้าเป็นทิศใต้จะได้วิวนี้ครับ

แต่ถ้าชั้นประมาณชั้น 15 ก็ได้เห็นทะเลแล้วครับ ถ้าทิศเหนือก็จะเป็นวิวนี้

สำหรับชั้น 21-27 หน้าตาห้องพักอาศัยก็จะเปลี่ยนไปครับ ทิศเหนือและทิศใต้จะยังเป็นห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำอยู่ แต่ขนาดจะใหญ่ขึ้นเป็น 29.75-30.75 ตารางเมตร ซึ่งจะมีหลักๆอยู่สองแบบ คือแบบ 1B ที่เข้าห้องมาจะเจอห้องนอนก่อน แล้วค่อยเป็นส่วนของครัวและ Living Area ผมชอบนะครับห้องแบบนี้สำหรับคอนโดตากอากาศ ทำให้รู้สึกว่ามีพื้นที่ Living Area เยอะ จะนั่งรับวิวอยู่ที่ระเบียงก็สามารถเปิดตู้เย็นหาอะไรกินได้โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน

 

ถ้าเป็นห้อง 1C จะคล้ายๆห้อง 26-27 ตารางเมตร ที่เข้ามาที่ห้องแล้วจะเจอครัวก่อน เสร็จแล้วเป็นห้องนอนและห้องนั่งเล่น แต่ระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น จะมีบานประตูกั้นอีกที ก็แล้วแต่ความชอบเลยครับ

ส่วนสองห้องนอนจะเป็นห้องที่ Layout สวยมาก ขนาด 60-60.25 ตารางเมตรครับ ครัวปิด ระเบียงใหญ่

ในส่วนของชั้นสูงขึ้นมานี้ ทิศจะเริ่มมีผลกับราคาแล้วครับ โดยทางทิศใต้ที่เห็นทะเลชัดกว่า ในมุมที่กว้างกว่า จะมีราคาสูงกว่าอย่างชั้น 23 ทิศใต้ ห้อง 30.50 ตารางเมตร ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 19x,xxx ต่อตารางเมตร หรือประมาณ 6 ล้านบาท แต่ถ้าห้องที่หันไปทางทิศเหนือ จะอยู่ที่ 18x,xxx บาทต่อตารางเมตร หรือประมาณ 5.5 ล้านบาทครับ ราคาต่างกันพอสมควร ส่วนสองห้องนอนนี่ ถ้าเป็นทิศตะวันตก/ใต้ (ห้อง 14) จะประมาณ 12 ล้านบาทก่อนหักส่วนลด แต่ถ้าทิศตะวันตก/เหนือ (ห้อง 15) จะอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านต้นๆ

 

ประมาณชั้น 24 ห้องทิศตะวันตก จะได้วิวหน้าตรงทะเล โดยวิวที่ได้ประมาณนี้ครับ สวยเลย

หรือถ้าขยับไปที่ชั้น 30 ทิศตะวันตก ก็จะโล่งขึ้นอีกหน่อย

ส่วนถ้าเป็นทิศใต้ชั้น 30 ก็โล่งยาวไปถึงหาดจอมเทียนครับ

 

สำหรับชั้น 28-29 จะมีห้อง 1D ที่ตัวผมเองมองว่าเป็น Rare Item เพราะทั้งโครงการมีแค่ 30 ห้อง เป็นห้องที่มีอ่างอาบน้ำอยู่ที่ระเบียง อยากได้มาก แต่ดันเป็นห้องโควตาต่างขาติและก็เป็นราคาสำหรับขายต่างชาติ (ซึ่งจะแพงกว่าราคาคนไทยพอสมควรเลย) ถ้าใครมีโอกาสซื้อได้ ซื้อมาเก็บไว้เถอะครับ ผมว่าดีมากๆเลย

ส่วนชั้น 30 นั้นก็ยิ่งเป็น Rare Item เข้าไปอีก เป็นชั้นเพดานสูง แถมมีห้องพักอาศัยอยู่แค่ 5 ห้อง แต่ว่าก็เป็นห้องโควต้าต่างชาติอีกเหมือนกันครับ

สุดท้ายถ้าถามผมว่าซื้อห้องไหนดี ผมว่าขึ้นอยู่กับว่าซื้อเพื่ออะไรครับ ถ้าซื้อลงทุนยาวๆ ไว้ปล่อยเช่า ผู้เช่าจะให้น้ำหนักกับวิวทะเลครับ อย่างน้อยเอาให้เห็นทะเลไว้ก่อน ยิ่งห้องที่นี่เป็นแบบ Fully Furnished ให้ทุกอย่างมาหมดแล้ว ดังนั้นเวลาจะปล่อยเช่าจะสู้กันที่วิวละครับ ผมว่าซักชั้น 15 ขึ้นไปกำลังดี

 

ตัวผมมองว่าคนที่จะมาเช่าพักที่นี่ ไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาติ จะไม่ใช่ครอบครัวใหญ่ ดังนั้นห้องเล็กน่าจะปล่อยเช่าได้ง่ายกว่า ผมจะแนะนำห้องตำแหน่ง 13 ชั้นประมาณ 16-20 ครับ โดยที่ห้องตำแหน่ง 13 จะมีคนเดินผ่านหน้าห้องไม่เยอะ ทำให้มีความเป็นส่วนตัว อีกทั้งไม่มีห้องตรงข้าม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เวลาเรามองออกจากห้องจะไม่มีส่วนไหนของห้องอื่นมาบังวิวเราเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นห้องเล็กห้องเดียวในชั้นครับ!! สรุปง่ายๆก็คือเป็นห้องเล็กที่เห็นทะเลชัดที่สุดนั่นเอง

 

ส่วนถ้าจะซื้อไว้ขายต่อ เน้น Capital Gain ผมเชื่อว่าคอนโดตากอากาศ ยังไงเวลาคนจะหาซื้อต่อก็เน้น Emotion ดังนั้นเน้นห้องสวยวิวสวยไว้ก่อนครับ ผมก็จะแนะนำห้องตำแหน่ง 13 ชั้นประมาณ 16-20 ครับ เหมือนกันครับ ราคาจะอยู่ประมาณ 5 ล้านบาทครับส่วนคนที่มีงบนิดนึง ห้อง 2 ห้องนอนที่นี่ก็น่าสนใจนะครับ เพราะมีสัดส่วนเป็น 8% ของจำนวนห้องทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 5.3% (32 ห้อง) และ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 2.65% (16 ห้อง)

 

ถ้าอยากซื้อเผื่อเก็บไว้อยู่อาศัยแล้วใม่ค่อยซีเรียสกับวิวมาก ห้องเล็กที่ไม่เห็นทะเลราคาจะค่อนข้างถูกครับ อยู่ตั้งแต่ 3.9-4.2 ล้านซึ่งจะถูกกว่าชั้น 10 กลางๆที่เห็นทะเลอยู่ 300,000-700,000 บาทเลยทีเดียว หรือถ้าใครอยากได้วิวทะเล แต่ไม่ซีเรียสกับห้องอยู่ใกล้ลิฟท์และห้องขยะนิดนึงห้อง 01 ชั้น 16-20 ก็น่าสนใจครับ ราคาถูกกว่าห้องขนาดใกล้เคียงกัน ในชั้นเดียวกัน อยู่ถึง 500,000-600,000 เลยครับ แต่ห้องที่มีตำหนิเล็กๆแบบนี้ เวลาขายต่อจะไม่ง่ายครับ

ตัวผมเองนั้นค่อนข้างคุ้นเคยกับพัทยามาค่อนข้างบ่อย เห็นพัทยามาตั้งแต่เด็กๆ เห็นการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ผมว่าที่นี่เหมาะครับ ถ้าใครอยากได้คอนโดที่มีความยืดหยุ่นทั้งซื้ออยู่เองเป็นบ้านตากอากาศและซื้อเพื่อการลงทุน ตัวผมเองก็มองหาคอนโดที่พัทยามาซักพักแล้ว แต่เอาตรงๆคือยังไม่เจอที่ถูกใจ เพราะอยากได้คอนโดที่สวยๆหรู ส่วนกลางเยอะๆและมีความแตกต่าง ไม่ใช่คอนโดที่เหมือนคอนโดทั่วๆไป อีกทั้งตัวผมเองก็ทำงานประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่มีเวลามานั่งหาคนเช่า

 

พอ Edge Central Pattaya เปิดตัว นี่ตอบโจทย์เลยครับ ได้คอนโดที่เรียกได้ว่าหรูที่สุดในเมืองพัทยา อีกทั้งการที่แสนสิริจับมือกับ Hostmaker เมื่อปีที่แล้ว ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีช่องทางในการปล่อยเช่า เผื่อใครยังไม่ทราบครับ Hostmaker คือบริษัทผู้ให้บริการบริหารการเช่าที่พักอาศัยและผู้บริหารการจองที่พักอันดับหนึ่งของ Airbnb ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว แสนสิริเล็งเห็นถึงเทรนด์ home-sharing หรือการแบ่งที่พักอาศัยให้เช่ากำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้บริการด้านบริหารที่พักอาศัยเติบโตขึ้นตามไปด้วย แต่แน่นอนว่าห้องที่จะถูกเช่าผ่าน Hostmaker นั้น เช่าขั้นต่ำคือหนึ่งเดือน

 

ราคาในวันนี้อาจจะฟังดูไม่ได้ถูก แต่ตัวโครงการมีกำหนดเสร็จปลายปี 2021 ซึ่งภายในอีกสามปีข้างหน้า ผมว่าราคาของ Edge Central Pattaya จะกลายเป็นไม่แพง จะมีโครงการเปิดใหม่ที่ทำเลด้วยกว่านี้ แต่ราคาแพงกว่า อีกทั้งการที่แสนสิริมีบริการหลังการขายที่ดี มี Facilities ที่เป็นจุดที่จะช่วยดึงเหล่านักท่องเที่ยวให้มาเช่า เลยไม่รู้จะรออะไรครับ “ต้องจัด!” เป็นคำพูดที่ผมบอกกับตัวเองครับ

 

แต่อย่างนึงที่ผมต้องบอกเพื่อนๆ ก็คือพัทยาเป็นเมืองที่ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะครับ เป็นเมืองที่ไม่ได้เป็น Family-oriented เหมือนอย่างเขาใหญ่หรือหัวหิน และมีสถานบันเทิงเริงรมย์เยอะพอสมควร หาดตรงพัทยากลางก็ไม่ได้เหมาะแก่การนั่งพักผ่อน หรือนั่งเงียบๆเหมือนหาดอื่นๆ ดังนั้นถ้าใครจะซื้อเผื่ออยู่อาศัยเอง อยากให้เข้าใจภาพตรงนี้นะครับ ถ้าต้องการความสงบเงียบ นั่งฟังเสียงคลื่น พัทยากลางอาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าใครอยากใช้ชีวิตให้สุด อยู่ในเมืองที่มีอะไรให้ทำตลอดอย่างพัทยา มีมุมมองการใช้ชีวิตว่า Life is Less Ordinary ที่นี่เหมาะมากครับ

 

ส่วนงาน Pre-sale ของ EDGE Central Pattaya เค้าจัดทั้งที่กรุงเทพและพัทยา

ในวันที่ 19-20 พ.ค. ที่ โรงแรม St.Regis กรุงเทพ และ  26 พ.ค. ที่ โรงแรม Hilton พัทยา ติดตามรายละเอียดพร้อมลงทะเบียนได้ที่ https://www.sansiri.com/condominium/edge-central-pattaya/th/ หรือ โทร. 1685



ClubSunday

ClubSunday

วิศกรมนุษย์เงินเดือนที่ดันชอบคอนโดเป็นชีวิตจิตใจ ว่างเป็นไม่ได้ต้องลงสำรวจพื้นที่ (ส่วนมากวันอาทิตย์) ... อยู่คอนโดมาหลายที่และหลาย Developer ตั้งแต่ราคาหลักแสนจนถึงหลักล้าน.. ทั้งของ LPN, Sansiri, Ananda, LH หรือแม้แต่ของบริษัทเล็กๆ ...ชอบย้ายตัวเองไปเรื่อยๆ.. ลงทุนเล่นสั้นหรือยาวผ่านมาหมดแล้ว (จบยังไงถามหลังไมค์ 55)..ชอบพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมอง ... ทุกครั้งที่ซื้อคอนโดจะคิดเสมอว่า "ซื้ออยู่เอง"

เว็บไซต์

ของมันต้องมี ! “คอนโดในอุดมคติ” ที่ดี … ควรมีอะไรบ้าง

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างปัจจุบัน เรื่องของการดีไซน์ และฟังก์ชั่นใหม่ๆ ทั้งเลย์เอาท์ห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง มักจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ดีเวลลอปเปอร์หยิบยกขึ้นม... อ่านต่อ




SCOOP ด่วน! รถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะต่อจากรัชดาลาดพร้าวไปถึงตรงไหน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต

เมื่อเวลา 9:00 น -12:00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ทางรฟม. (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งปร... อ่านต่อ

ชื่อใหม่คล้ายของเดิม! กับ EYSE Sukhumvit 43 คอนโด Luxury แบบ Low Rise ของ Singha Estate ในซอยสุขุมวิท 43

คำว่า EYSE (อ่านว่า อีส) เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันในยุคกลางของยุโรป มาจากคำว่า Ease ที่แป... อ่านต่อ

บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครือของกลุ่มบริษัท พี.เอ็ม. กรุ๊ป ประกาศเดินหน้าลุยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโรงแรมย่าน ECBD เพิ่ม ยึดแนวใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รองรับไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าในเมือง นำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ ออกแบบเรียบหรู ทันสมัย เพื่อคุณภาพการใช้ชีวิตที่ลงตัว ในราคาที่คุ้มค่า โดยไตรมาสที่ 3/2561 จะเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ “เดอะเนสท์ สุขุมวิท 71” ตั้งเป้าสิ้นปี 2561 มียอดขายรวมทุกโครงการ 2,500 ล้านบาท ทั้งนี้ เตรียมงบลงทุนอีกไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท รุกสร้างโรงแรมบูติก 2 แห่ง ภายในปี 2566