อยู่ที่ไหนก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องตัวอย่าง กับ ‘Mixed Reality (MR)’ ครั้งแรกในเมืองไทย! โดยแสนสิริ และสองยักษ์ด้านดิจิทัล ไมโครซอฟท์ และ เอไอเอส

ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 2 ปีที่แล้ว บริษัท Microsoft ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการ AR และ VR ด้วยการเปิดตัว HoloLens อุปกรณ์ Smart Device รูปร่างคล้ายแว่นตาไฮเทค ที่ผสานเอาเทคโนโลยี และคุณสมบัติของ AR และ VR เข้าไว้ด้วยกัน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมในการบังคับให้ยุ่งยาก มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว แถมยังมีระบบประมวลผลและประมวลภาพในตัว ที่อยู่ภายใต้ระบบปฎิบัติการณ์ Windows 10 โดย HoloLens นี้มาพร้อมกับ Application ในขั้นต้นอย่าง HoloStudio ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ให้ผู้ใช้งานสามารถปั้น Render เสมือนจริงแบบ 3 มิติ และนำมาซ้อนทับกับวัตถุจริง บนพื้นที่จริงได้ เพื่อช่วยให้การทำงานออกแบบสิ่งประดิษฐ์ที่มีความซับซ้อนสามารถทำได้ง่ายขึ้น ง่ายต่อการนำเสนอผลงานด้วยการแชร์ผ่าน Skype, USB Drive หรือสั่งพิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์ 3 มิติก็ได้

การปรากฎตัวของ HoloLens นี้ได้สร้างความคึกคักเป็นอย่างมากในหมู่ผู้พัฒนา Application ประเภท VR และ AR เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันดีว่าเทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภทนั้นต่างก็มีข้อจำกัดในการใช้งาน และขาดการพัฒนา upgrade ให้มี Benefit เพิ่มเติมกับผู้ใช้งานมานานหลายปีแล้ว โดยส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปใช้กับวงการบันเทิงไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพยนตร์ หรือพัฒนาเกมซะเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งตลาดกำลังอยู่ในช่วงอิ่มตัวหลังจากที่ทาง VR Headsets อย่าง Samsung Gear VR, HTC Vive และ Sony Playstation VR ถูกตีตลาดโดย Cardboard ราคาถูกจากเมืองจีน อีกทั้งยังไม่ค่อยจะมีเจ้าภาพในการพัฒนา VR Applications ในแบบที่ใช้ประโยชน์ได้ในเชิงกว้าง และเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกอย่างจริงจัง


แล้วอะไรคือข้อแตกต่างระหว่าง VR, AR และ Mixed Reality

 

Virtual Reality หรือ VR คือการใช้เทคโนโลยีจำลองภาพดิจิทัลกราฟฟิกเสมือนจริงขึ้นมา โดยที่โลกเสมือนจริงนี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกแห่งความเป็นจริงแต่อย่างใด ซึ่งเทคโนโลยีนี้ยังมีความสามารถในการโต้ตอบ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้อีกด้วย โดยส่วนใหญ่มักนำไปใช้งานในวงการเกมส์ และภาพยนตร์แอนนิเมชั่นเป็นหลัก สำหรับในเมืองไทยส่วนใหญ่เรามักจะเห็น VR ถูกนำไปใช้ในรูปแบบของ Interactive VDO แบบ 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นการจำลองห้องตัวอย่างของโครงการอสังหาฯ ภาพยนตร์ 4 มิติที่มีให้เล่นตามห้าง และร้านประเภท VR Arcade ที่เปิดให้คนทั่วไปได้สัมผัสกับประสบการณ์เสมือนจริงในการเล่นเกม VR หลากหลายประเภทที่มีอยู่ตามท้องตลาด (ส่วนใหญ่จะต้องใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อประเภท Clicker, ปืน หรือ Controller)

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/VRXNOW/

 

Augmented Reality หรือ AR คือการใช้เทคโนโลยีในการสร้างภาพดิจิทัลกราฟฟิกให้ซ้อนทับอยู่บนสภาพแวดล้อมของโลกจริง แต่ไม่ได้มีการตอบสนองซึ่งกันและกัน หรืออาจจะมีการตอบสนองในระดับที่น้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วผู้พัฒนามักจะนำ AR มาใช้กับการผลิตชิ้นงานโฆษณาเพื่อสร้าง Eye Catching และ Engagement รวมถึงเป็นการเพิ่ม Value Added ให้กับ Print Media โดยคนไทยน่าจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างดีจากเกมส์ชื่อดังอย่าง Pokemon GO

 

แคมเปญ WWF – Coca-Cola Arctic Home ที่ดังมากในฐานะที่มีส่วนช่วยให้โลกตระหนักรู้ถึงวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของหมีขั้วโลกที่มีต่อภาวะโลกร้อน

เครดิตภาพ: https://www.youtube.com/watch?v=h2Jg8ryVk1k

 

การ Transform สื่อ Bus Shelter ธรรมดาให้เป็นสื่อผสานเทคโนโลยี VR ที่ฮ่องกง โดย JCDecaux

 

ก้าวข้ามขีดจำกัดของพื้นที่และอุปกรณ์เชื่อมต่ออันซับซ้อน สู่อีกขั้นของประสบการณ์เสมือนจริงที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสมจริงมากกว่าด้วย Mixed Reality

นิยามของคำว่า Mixed Reality ถูกนำมาใช้โดย Microsoft เพื่อเป็นจุดขายหลักในฐานะที่ HoloLens เป็นอุปกรณ์เดียวในขณะนั้นที่นำเอา 3D Holographic มาเรียงร้อยต่อกันเป็นการจำลองสภาพแวดล้อม และมาทับซ้อนกับสภาพแวดล้อมรอบข้างได้อย่างสมจริง และสามารถตอบสนองซึ่งกันและกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานได้อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันถูกนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะในด้านการศึกษา และวิทยาศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น การซ้อมผ่าตัดในวงการแพทย์ การฝึกบินในวงการอากาศยาน การออกแบบงานสถาปัตยกรรม การจำลองการใช้งานอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในโรงงาน การพัฒนา Interactive Gaming ตลอดจนการสร้างเมืองขึ้นมาทั้งเมืองเพื่อให้การศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ทำได้ง่ายและสนุกยิ่งขึ้นด้วย HoloTour

คุณสมบัติและการสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าของ HoloLens นี้ได้ทลายขีดจำกัดของอุตสาหกรรมหลายๆอย่างที่เคยมีความซับซ้อน เข้าใจยากจากการอธิบายด้วยตัวอักษร แถมยังช่วยให้คนทั่วโลกได้เข้าถึงความรู้และประสบการณ์ที่ไม่คิดว่าชาตินี้จะหาได้จากที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการท่องไปในอวกาศ หรือด่ำดิ่งลงสำรวจใต้ทะเลลึก หรือแม้กระทั่งการจำลองตัวเองให้อยู่ในโลกของ Mario World แบบนี้…ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือกว่าการใช้งาน Search หาข้อมูลบนโลก Internet หลายเท่าตัวนัก

 

พบกับนวัตกรรม ‘Mixed Reality (MR)’ ในธุรกิจอสังหาฯ ครั้งแรกในเมืองไทย! โดยแสนสิริ และสองยักษ์ด้านดิจิทัล ไมโครซอฟท์ และ เอไอเอส

 

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น และยุคเฟื่องฟูของ LivingTech ที่บรรดาดีเวลลอปเปอร์ชั้นนำของเมืองไทยต่างก็ประกาศตัวในการที่จะรุกพัฒนาเทคโนโลยีสารพัดรูปแบบที่จะมีส่วนช่วยให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีขึ้น จนนำมาซึ่ง Customer Retention ในระยะยาว ผลลัพธ์ก็คือเราเองในฐานะผู้บริโภคมักจะได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการอสังหาฯแทบจะทุกเดือน นวัตกรรมทางอสังหาฯ หรือที่ใครหลายๆคุ้นเคยกับคำว่า PropTech และ UrbanTech โดยปกติแล้วมักจะมีแรกแบ่ง Solutions ออกตามแต่ละ Stage ของ Customer Journey และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กล่าวคือหากเป็นการเริ่มพัฒนาโครงการใหม่ๆ เทคโนโลยีอย่าง AI, Drone หรือ BIM ก็มักจะถูกนำมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนพัฒนาโครงการ หากเป็นในช่วงระหว่างการขายเทคโนโลยี AR/VR จนถึง Mixed Reality และ Online Selling Platform ต่างๆก็จะถูกนำมาใช้เพื่อสร้าง Customer Engagement & Experience ในแบบที่ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณมากนัก แต่ก็กระตุ้นให้เกิด Impulse purchasing ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในสายตาของกลุ่มที่เป็นลูกค้าอยู่เองจริงๆแล้ว Solution ที่ตอบโจทย์บริการหลังการขายในแบบ Personalized services ที่ถูกดีไซน์มาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคลไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ iOT, การแจ้งซ่อม, บริหารจัดการส่วนกลาง, จัดการค่าสาธารณูปโภค, E-Commerce, ตรวจสุขภาพ, ไปจนกระทั่งถึงการ Renovate บ้าน ดูจะพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่ามัน Work มากในการที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตของเราดีขึ้นจริงๆ

 

ในต่างประเทศอย่างญี่ปุ่น หรือสิงค์โปร์ ที่มักจะมีกฎระเบียบห้ามสร้างห้องตัวอย่างในพื้นที่ก่อสร้างโครงการ อีกทั้งค่าเช่าสถานที่ในการจัดทำห้องตัวอย่างก็ดูจะเป็น Cost ที่แพงแสนแพง ชนิดที่ว่าหากไม่ได้เป็นดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ที่มีพื้นที่ Commercial เป็นของตัวเองจนได้เรตค่าเช่าที่ต่ำลงมาก็มักจะเลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง AR/VR, 3D Mapping Model และ Matterport Virtual Tour มาใช้ในการ Present ปิดการขายโครงการที่สำนักงานขนาดเล็ก โดยที่หากเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ และต้องการสร้าง User Experience ในแบบจริงจังก็มักจะไปลงทุนสร้างห้องตัวอย่างใน Showroom ชั่วคราวซึ่งก็มักจะมีหลายโครงการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาใช้งาน แม้กระทั่งในประเทศไทยเอง ถึงแม้ว่าห้องตัวอย่างก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอันดับต้นๆในการขายโครงการ แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีกลุ่มลูกค้าอีกจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ประสบปัญหาในการเดินทางมาเยี่ยมชม เนื่องจากบ้านอยู่ไกล โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด และชาวต่างประเทศ ที่ต้องเสียเวลามาถึงสถานที่จริงๆมากกว่า 1 ครั้งในการซื้อคอนโดแต่ละยูนิต ซึ่งเพียงแค่ Walkthrough VDO, E-Brochure Web Review แม้กระทั่ง VR/IR ก็อาจจะยังตอบคำถามต่างๆของผู้ซื้อได้ไม่ละเอียดมากพอ เท่ากับการสัมผัสรับรู้ได้ด้วยตัวเอง ดังเช่นที่ ดร. ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวเอาไว้ว่า โซลูชั่น Mixed Reality (MR) จะกลายเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางการตลาดและขายโครงการ ช่วยยกระดับประสบการณ์ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้เหนือชั้นยิ่งกว่าเคย และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และช่วยอำนวยความสะดวกในการขายลูกค้าตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถเยี่ยมชมโครงการได้แม้ไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเองในสถานที่จริง เพื่อเป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างแม่นยำ รวดเร็วยิ่งขึ้น”            

Sansiri Mixed Reality ไม่ได้เป็นแค่ Solution Mixed Reality เหมือนกับที่เห็นในตลาดทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่การเป็นครั้งแรกกับการผนึกกำลังพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม ของ 3 ยักษ์ใหญ่อย่างแสนสิริ ไมโครซอฟท์ และเอไอเอส เพื่อนำมาใช้กับแวดวงอสังหาฯโดยเฉพาะ ซึ่งด้วยชื่อเสียงของสองแบรนด์ที่ทรงพลังในโลกดิจิทัลอย่างไมโครซอฟท์ และเอไอเอส ก็ล้วนเป็นหลักประกันได้ว่า Mixed Reality ของแสนสิรินั้นจะถูกพัฒนา อัพเกรดฟีเจอร์ใหม่ๆ ไปตามเทรนด์ และความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละปีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

โดยในเฟสแรกของ Solution Mixed Reality จะเป็นการ Focus ที่การสร้าง “MR Sales Gallery” ที่ไม่เคยมีใครในเมืองไทยทำมาก่อน เป็นการจำลองสภาพแวดล้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสบรรยากาศของโครงการที่พักอาศัยได้แบบอินเทอร์แอ็คทีฟ ด้วยฟังก์ชันในการออกแบบและปรับเปลี่ยนห้องตัวอย่างได้ในทุกมุมมอง ซึ่งดิจิทัลแพลตฟอร์ม MR จะช่วยสร้างความแปลกใหม่และยกระดับประสบการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยในวงการอสังหาริมทรัพย์ให้ล้ำไปอีกขั้น ขณะเดียวกัน MR ก็จะช่วยต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีให้กับพันธมิตรเอไอเอสและไมโครซอฟท์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

เทคโนโลยี Mixed Reality (MR) คือการผสานจุดเด่นของเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เข้าด้วยกัน และต่อยอดให้เหนือชั้นไปอีกขั้นด้วยการสร้างภาพจำลองที่ผู้ใช้งานสามารถมีปฏิสัมพันธ์ตอบได้ในสภาพแวดล้อมที่ผสานโลกจริงและโลกเสมือนจริงเป็นหนึ่งเดียว โดยเมื่อลูกค้าเข้าเยี่ยมชมห้องตัวอย่างดิจิทัล ลูกค้าจะต้องสวมอุปกรณ์ holographic computing devices ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถแสดงผลของภาพเสมือนจริงหรือภาพ Hologram ได้โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดๆ ทั้งยังออกแบบให้ควบคุมได้ง่ายด้วยมือเปล่า ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่เสมือนกำลังเดินอยู่ในสถานที่จริงของโครงการซึ่งสร้างเสร็จแล้ว

ขณะเดียวกันก็ปรับแต่งการออกแบบและฟังก์ชันต่างๆ ได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคลไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้าย เปลี่ยนขนาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งต่าง ๆ เปลี่ยนสี เปลี่ยนวัสดุชมทัศนียภาพจากหน้าต่างเหมือนดังสถานที่จริง ตลอดจนปรับบรรยากาศได้ตามแต่ละช่วงเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถเห็นภาพจำลองของโครงการได้อย่างสมจริง โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง หรือเคลื่อนย้ายวัตถุในห้องตัวอย่างจริงแต่อย่างใด อันประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นพื้นฐานในการใช้งานดังต่อไปนี้

 

Change: ปรับเปลี่ยนรูปแบบ สี และวัสดุ ของเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง พื้น และผนังได้ตามสไตล์ที่เป็นคุณ

Move: เคลื่อนย้ายตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งไว้ตรงจุดไหนของห้องก็ได้ตามต้องการ

Rotate: หมุนปรับทิศทางเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งภายในห้องตัวอย่างได้อย่างอิสระ

Resize: ย่อ หรือขยายขนาดของเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่

Vibes: เปลี่ยนลักษณะของแสง และบรรยากาศภายในห้องได้ตามช่วงเวลา รวมถึงเปลี่ยนทัศนียภาพของห้องได้ตามตำแหน่งที่ตั้ง และทิศทางของห้องจริง

Save: บันทึกไฟล์ภาพหรือวีดีโอของห้องตัวอย่างที่คุณสร้างสรรค์ขึ้นเองได้ เพื่อนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจซื้อแทนโบรชัวร์โครงการ

การร่วมกันพัฒนาในครั้งนี้นอกจากที่แสนสิริจะได้ Tool สำคัญในการขายโครงการไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆแล้ว ทาง Partners อย่างบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ก็ยังบรรลุถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจของแต่ละฝ่ายได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับ Microsoft เองก็ดูจะตั้งธงในการพัฒนา HoloLens ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องการที่จะเสริมศักยภาพให้กับทุกคนและทุกองค์กรทั่วทุกมุมโลก ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยต่อยอดจินตนาการได้อย่างเหนือชั้น และเชื่อมต่อประสบการณ์อันล้ำค่าในด้านต่างๆของผู้คนทั่วโลกไว้ด้วยกัน ในขณะที่ AIS ก็มีวิสัยทัศน์ในการนำศักยภาพด้านเครือข่ายและเทคโนโลยีดิจิทัล มาขยายบทบาทสู่การเป็น Digital Platform ของประเทศ เพื่อเป็นแกนกลางสนับสนุนการทำงาน ของพันธมิตรในทุกภาคส่วน ทุกอุตสาหกรรม ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลอันทันสมัขยายขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจ สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวมของประเทศ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าและประชาชนคนไทยได้อย่างยั่งยืน

และเพื่อเป็นการเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไป เชื่อแน่นอนว่าพันธมิตรทั้งสามรายนี้คงจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนา Solutions ใหม่ๆ ภายใต้นวัตกรรม Mixed Reality ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิด Siri LifeTech หนึ่งในกลยุทธ์ของแสนสิริที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการมอบประสบการณ์ในการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย และสมบูรณ์แบบให้กับลูกบ้านในทุกมิติ

 

“โดยแสนสิริมีแผนการในการนำร่องใช้งานห้องตัวอย่างดิจิทัล กับโครงการแสนสิริในเดือนกรกฎาคม 2561 นี้ และหลังจากนั้นจะมีการพัฒนาฟีเจอร์และการใช้งานในรูปแบบใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องสำหรับการร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดนวัตกรรมระหว่างพันธมิตร ข้ามอุตสาหกรรมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การต่อยอดความเป็นพันธมิตรในระยะยาว เพื่อเดินหน้าพัฒนาต่อยอดโซลูชั่นและร่วมหาความเป็นไปได้ของนวัตกรรมอื่นๆ ที่จะมาเติมเต็ม Complete Living Experience ประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น” ดร. ทวิชา กล่าวสรุป



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ของมันต้องมี ! “คอนโดในอุดมคติ” ที่ดี … ควรมีอะไรบ้าง

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างปัจจุบัน เรื่องของการดีไซน์ และฟังก์ชั่นใหม่ๆ ทั้งเลย์เอาท์ห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง มักจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ดีเวลลอปเปอร์หยิบยกขึ้นม... อ่านต่อ




SCOOP ด่วน! รถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะต่อจากรัชดาลาดพร้าวไปถึงตรงไหน จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต

เมื่อเวลา 9:00 น -12:00 น. ของวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ทางรฟม. (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งปร... อ่านต่อ

ชื่อใหม่คล้ายของเดิม! กับ EYSE Sukhumvit 43 คอนโด Luxury แบบ Low Rise ของ Singha Estate ในซอยสุขุมวิท 43

คำว่า EYSE (อ่านว่า อีส) เป็นภาษาอังกฤษที่ใช้กันในยุคกลางของยุโรป มาจากคำว่า Ease ที่แป... อ่านต่อ

บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครือของกลุ่มบริษัท พี.เอ็ม. กรุ๊ป ประกาศเดินหน้าลุยพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโรงแรมย่าน ECBD เพิ่ม ยึดแนวใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รองรับไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้าในเมือง นำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ ออกแบบเรียบหรู ทันสมัย เพื่อคุณภาพการใช้ชีวิตที่ลงตัว ในราคาที่คุ้มค่า โดยไตรมาสที่ 3/2561 จะเปิดคอนโดมิเนียมใหม่ “เดอะเนสท์ สุขุมวิท 71” ตั้งเป้าสิ้นปี 2561 มียอดขายรวมทุกโครงการ 2,500 ล้านบาท ทั้งนี้ เตรียมงบลงทุนอีกไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท รุกสร้างโรงแรมบูติก 2 แห่ง ภายในปี 2566