ห้องสตูดิโอมีค่าแค่ไหนในสายตาคุณ?

ในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ห้องสตูดิโอมักจะถูกรับรู้ในสายตาคนทั่วไปว่าเป็นรูปแบบห้องที่มีขนาดเล็กที่สุดของโครงการ แต่ในมุมมองของคนที่เกี่ยวข้องหลายๆฝ่าย เชื่อไหมว่าห้องสตูดิโอกลับกลายเป็นรูปแบบห้องที่มีอิทธิพลต่อกระแสความนิยมของโครงการ รวมถึง Value ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตของคอนโดนั้นๆเลยทีเดียว

 

ในต่างประเทศห้องสตูดิโอ มีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นทั้งที่พักและห้องทำงานของศิลปิน และบรรดาครีเอทีฟ ที่ต้องการความหลากหลาย พลิกแพลงในรูปแบบของการใช้งาน กล่าวคือเป็นห้องแบบโล่งๆ เปล่าๆ  ที่ไม่ได้มีการกั้นห้องระหว่างส่วนห้องนอน และห้องนั่งเล่น เพื่อให้เหล่าผู้ที่ทำงานในสายครีเอทีฟนั้นได้ใช้จินตนาการในการทำงาน และจัดวางองค์ประกอบของห้องไม่ให้ดูน่าเบื่อ เป็นความท้าทายความสามารถบนพื้นที่จำกัด ที่รวบเอาฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องนอน ห้องรับแขก และห้องทำงานเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้รูปแบบของห้องสตูดิโอยังถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งใน Business Hotel และ Boutique Hotel ส่วนใหญ่ เนื่องจากมีขนาดพื้นที่ที่ไม่ใหญ่มาก เหมาะกับการเข้าพักอาศัยแบบเป็นครั้งคราว แต่ในปัจจุบันห้องสตูดิโอกลายเป็นรูปแบบห้องที่ได้รับความนิยมสำหรับคนหมู่มาก โดยเฉพาะกับคอนโดบนพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีราคาสูงลิบลิ่ว และจัดว่าเป็นห้องในกลุ่ม Entry Level สำหรับใครหลายๆคนที่ต้องการ Move in เข้าไปอยู่ในคอนโดหลังแรกในชีวิต

 

รูปแบบห้องสตูดิโอขนาดประมาณ 300 ตร.ฟุต ของคอนโดแห่งหนึ่งใน Boston ที่มีการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่

ที่มาhttp://www.home-designing.com

แน่นอนว่ากลุ่ม Entry Level ที่มีเงื่อนไขในด้านกำลังการซื้อที่ค่อนข้างจำกัด เป็นกลุ่มที่มีฐานค่อนข้างกว้างในตลาด รูปแบบการดีไซน์ห้องสตูดิโอสำหรับคอนโดในปัจจุบันก็มีการออกแบบที่ทลายข้อจำกัดในเชิงความรู้สึก และ Attribute ที่ว่าห้องสตูดิโอมันต้องเป็นห้องที่เล็กจนไม่อาจที่จะใช้ชีวิตได้อย่างถาวร

 

ในอดีตที่ผ่านมา ในยุคที่กรุงเทพฯยังไม่ได้มีรถไฟฟ้า และคอนโดยังไม่ได้เป็นที่นิยม ขนาดห้องโดยมาตรฐานของรูปแบบห้องสตูดิโอมักจะอยู่ที่ราวๆ 30 – 50 ตารางเมตร และเป็นห้องรูปแบบหน้าลึก ซึ่งในมุมมองของคนซื้อ และคนออกแบบในสมัยนั้นก็ไม่ได้มองว่าการซื้อห้องแบบสตูดิโอมันจะเป็นการ Cost Saving และเหมาะกับกลุ่ม Entry Level เหมือนยุคปัจจุบัน เพราะราคาคอนโดมันค่อนข้างถูก และโครงการก็มักจะขายแบบห้องเปล่า ไม่ได้ให้อะไรมาเลย ซึ่งห้องแบบหนึ่งห้องนอนที่กั้นห้องเป็นสัดส่วนให้ดูจะเป็นที่นิยมน้อยกว่าห้องสตูดิโอด้วยซ้ำ

 

ห้องขนาดเกือบ 90 ตรม.แต่เป็นเลย์เอ้าท์แบบสตูดิโอก็มีให้เห็นในคอนโดรุ่นอดีต อย่างเช่นที่ State Tower Silom

ที่มา: http://nusasiri.com/Nusa-State-Tower

แต่ตั้งแต่ที่ Nusasiri ไปซื้อห้องมาบางส่วนก็มีการดัดแปลงเป็นห้องแบบหนึ่งนอน ที่กั้นให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น สวยขึ้นเยอะเลยครับสำหรับผม

ในยุคที่คอนโดกลายเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาของโครงการของบรรดาดีเวลลอปเปอร์ เคียงคู่กับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ห้องแบบสตูดิโอดูจะมีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นทางออกในการแก้ปัญหาราคาห้องที่แพงขึ้น ตามมูลค่าของที่ดินที่สูงขึ้น เราจึงได้เห็นห้องที่มีขนาดเล็กลงจาก 40 ตรม.กลายเป็น 30 ตรม.จนกลายมาเป็น 21 ตรม.ในหลายๆโครงการ


โครงการ Ideo Sathorn Thaphra ก็เป็นอีกโครงการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาห้องสตูดิโอขนาดเล็ก

ในขณะที่ดีเวลอปเปอร์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา พลิกแพลงเลย์เอ้าท์ของห้องสตูดิโอต่อไป แต่ก็มีเสียงค่อนขอดจากหลายต่อหลายฝ่ายว่า ห้องแบบสตูดิโอในหลายๆโครงการมักจะเป็นห้องที่มี Defect ในตำแหน่งของ Floor Plan หรือเป็นห้องที่เกิดขึ้นมาจากการมีพื้นที่เหลือใน Floor Plate แต่ละชั้น

 

โครงการบางแห่งก็มีการจัดห้องสตูดิโอไว้อยู่ในจุดที่ไม่เห็นวิวภายนอกอาคาร

บางแห่งก็อยู่ในหลืบอาคารที่อยู่ติดกับลิฟท์ และชนกับระเบียงห้องอื่น

แน่นอนว่าผู้พัฒนาโครงการย่อมรู้ดีถึง ข้อด้อยของการที่ต้องอยู่อาศัยในรูปแบบห้องที่ดูน่าอึดอัดแบบนี้ เรื่องวิวและทิศทางลมและแดด ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้โดยง่ายด้วยการออกแบบเลย์เอ้าท์ห้องใหม่ ดังนั้นทางออกของปัญหาของห้องสตูดิโอมี Defect เหล่านี้ก็มักจะถูกแก้ไขด้วย Benefit เพิ่มเติม ที่โดนใจคนบางกลุ่มอย่างเช่น การสร้างพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ให้คนมาใช้ชีวิตนอกห้องกันเยอะๆ หรือแม้กระทั่งการลดราคาห้องแบบนี้ให้ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยของโครงการมากขึ้นเป็นพิเศษ…แถมมีการเอาราคาห้องแบบนี้มาใช้ในการ Promote โครงการด้วย จนคนทั่วไปคิดว่าเห้ย ราคาเริ่มต้นโครงการมันถูกมากเลยนะเนี่ยยย

 

จากห้องมี Defect กลายเป็นห้องที่มี Demand Surplus จนต้องแย่งต่อคิว หรือในบางครั้งก็กลายเป็นห้อง Rare Item ที่หายากในตึกไปเลยก็มี

 

จะเห็นได้ว่าในสายตาของคนที่มองว่าห้องสตูดิโอนี้เป็นห้องเล็ก อึดอัดคับแคบ มี Defect ในเรื่องตำแหน่งห้อง กลับกลายเป็นของมีค่าในสายตาของนักลงทุน และ Real Demand ในระดับ Entry Level ขึ้นมาทันที เพียงเพราะแค่ราคา และการโฆษณาเท่านั้น

 

ห้องสตูดิโอบางโครงการมีการทลายข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่แนวราบ ที่สร้างความรู้สึกอึดอัดในแง่ของ First Impression โดยการเพิ่มพื้นที่ใช้งานแนวสูง ดูโปร่งโล่ง แถมยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบโครงเตียง เพื่อใช้เป็นห้องนอนอยู่ด้านบนส่วนของห้อง Living ได้เช่นกัน

โครงการ Ideo Morph 38 อาคาร Skyle น่าจะติดอันดับห้องสตูดิโอเพดานสูงที่มีราคาแพงที่สุดในกรุงเทพฯ

ส่วนห้องสตูดิโอที่มีราคาแพงที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องสตูดิโอขนาด 33.5 ตรม.ที่ 28 Chidlom ครับ…ที่นี่มีห้องสตูดิโอเพียงไม่กี่ห้องบนชั้น 2 – 11 ชั้นละห้อง

 

ห้องนี้น่าจะมีค่ามากในสายตาของใครหลายๆคน เช่นเดียวกับผม และหากมีใครคิดจะขายก็คงจะได้ราคางามมาก เพราะนี่คือห้องระดับ Entry Level ของคอนโด Super Luxury ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่ามีราคาที่ดินแพงที่สุดในเมืองไทย คนที่ซื้อห้องนี้ไปจะได้รับสิทธิทุกอย่างในโครงการเท่าเทียมกับเจ้าของร่วมห้องอื่นๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องซื้อห้องใหญ่ราคาแพง แถมจ่ายค่าส่วนกลางถูกกว่าอีกแหน่ะ

นอกจากนี้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังมักที่จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ห้องสตูดิโอที่อาจจะเป็นตำแหน่ง Defect เหล่านี้ มักจะมีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นอยู่ในระดับราคาเฉลี่ยเดียวกับห้องอื่นๆของโครงการ แถมบางห้องยังปล่อยเช่าได้ในราคาที่ดีกว่าห้องแบบหนึ่งห้องนอนด้วยซ้ำ! จากประสบการณ์ของผม เมื่อโครงการสร้างเสร็จและมีคนอยู่ไปสักระยะหนึ่ง ราคาขายก็จะถูกปรับขึ้นตามกลไกตลาด ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่ค่อยจะมีผู้ซื้อรายไหนจำต้นทุนที่แท้จริงของห้องราคาถูกพวกนี้ได้แล้วนั่นเองครับ ที่สำคัญในการซื้อขายห้องหลังจากโอน ผู้ซื้อก็มักที่จะเลือกซื้อห้องในราคาที่ตัวเองสามารถกู้ธนาคารได้ ซึ่งหากผู้ซื้อสามารถกู้ได้เป็นจำนวนแค่ 3 ล้านบาท แต่ Gap ราคาระหว่างห้องสตูดิโอ และหนึ่งห้องนอนต่างกันหลายแสนบาทจนถึงหลักล้าน ก็แน่นอนว่าผู้ซื้อจำเป็นที่จะต้องเลือกห้องที่มีขนาดเล็กให้สอดรับกับกำลังซิ้อ ซึ่งนี่ก็เป็นคำตอบที่ว่า ทำไมห้องขนาดเล็กจึงมีแนวโน้มที่ราคาต่อตรม.จะถูกปรับตัวสูงกว่าห้องขนาดใหญ่เมื่อโอนผ่านไปสักระยะ…ห้องแบบนี้จึงดูมีค่ามากในสายตาของกลุ่มนักลงทุนระยะยาวที่สามารถคาดเดาหน้าตาลูกค้าในอนาคตอีก 5 ปีหลังตึกสร้างเสร็จออก

 

คอนโดตระกูล Ideo Mobi ตอนพรีเซลห้องแบบ 21 ตรม.ขายค่อนข้างยาก เพราะคนกลัวว่าอยู่เองจะอึดอัด แต่พอหลังโอนกลับมีหลายห้องทำราคาค่าเช่าได้สูงเท่ากับห้องแบบ 1 ห้องนอน ทั้งๆที่ต้นทุนต่างกันล้านกว่าบาท

โครงการ Ideo Q Chula Samyarn เป็นคอนโดที่สร้างผลตอบแทนอย่างงามให้กับเจ้าของห้องสตูดิโอจนคนซื้อห้องแบบหนึ่งห้องนอนหลายรายถึงกับน้อยใจในโชคชะตา

เครดิตภาพประกอบ และตารางราคาจาก The Agent

 

จริงอยู่ที่ในอดีตที่ผ่านมา ดีเวลลอปเปอร์หลายรายมักจะพัฒนารูปแบบห้องให้เป็นไปตามทิศทางของ Product Centric โดยมี pricing เป็นตัวนำ แต่ด้วยการที่ราคาคอนโดปัจจุบันถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ครั้นจะให้ทุกๆเจ้าปั้มห้องขนาดเล็ก 21 ตรม.ออกขายเหมือนกันหมด มันก็คงจะเป็นการพัฒนาโครงการแบบ Copy & Paste ที่ไม่ยั่งยืน สร้าง Supply ให้ล้นมากจนเกินไป จนอาจเกิด mislead ในหมู่ลูกค้าว่าแข่งกันพัฒนาแต่ของถูก เพื่อให้ตัวเองขายของได้…เดชะบุญที่ดีเวลอปเปอร์ของไทยจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้คิดอย่างงั้น ด้วยกระแสของการพัฒนาโครงการในรูปแบบ Human Centric ทำให้เราได้มีโอกาสเห็นการพัฒนาห้องขนาดเล็ก ที่ดูแล้วมันใช่มากกว่าห้องแบบ 1 ห้องนอนด้วยซ้ำในหลายๆโครงการ โดยที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเน้นการเพิ่ม Volume ให้กับพื้นที่แนวสูงเพียงอย่างเดียว

 

ไม่ว่าจะเป็น ห้องสตูดิโอที่ CENTRIC Ratchayothin ซึ่งเป็นห้องที่ได้ทั้งมุมโต๊ะทำงานเป็นกระจกเข้ามุม และยังมีระเบียงเข้ามุม แถมบางห้องยังได้หน้าต่างไว้ระบายอากาศบริเวณครัวด้วย

หรือจะเป็นห้องสตูดิโอที่ De Lapis Charan 81 ที่ผมถือวิสาสะ ฟันธงไปเลยว่า นี่คือห้องสตูดิโอขนาด 26 ตรม.ที่ดีที่สุดในตลาดในชั่วโมงนี้ หากรวมปัจจัยในเรื่องราคา และความเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเข้าไปด้วย…นี่คือห้องสตูดิโอหน้ากว้าง ที่มีพื้นที่ทานอาหารเป็น Island ในขณะที่พื้นที่ห้องนอน ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ เป็นพื้นที่ติดอากาศ ดันเอาส่วนซักล้างไปเป็นพื้นที่ Yard แถมไม่จำเป็นที่จะต้องจัดวางทีวีบริเวณส่วน Living ให้อยู่ในระนาบเดียวกันกับห้องนอน…เห็นแบบนี้ก็เกิดสงสัยว่าเค้าจะทำห้องแบบ 1 ห้องนอนที่มีขนาดเท่ากันไปทำไม?

เชื่อแน่นอนว่าในปีนี้เราจะได้เห็นรูปแบบห้องขนาดเล็กที่มีการออกแบบให้ Personalized ไปตามไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น ในหลายๆโครงการครับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนโสด กลุ่มผู้หญิง กลุ่มนักศึกษา ผู้สูงอายุ ไปจนถึงกลุ่มคนรักสัตว์ และห้องแบบสตูดิโอที่มี Compact Price ที่ตอบโจทย์คนฐานกว้างของตลาด น่าจะเป็นรูปแบบห้องที่มีความยืดหยุ่นในการพลิกแพลงมากที่สุดครับ

 

แล้วคุณล่ะ เมื่ออ่านจนถึงตรงนี้ คิดว่าห้องสตูดิโอมีค่ามากแค่ไหนในสายตาคุณครับ?



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

DUSIT D2 RESIDENCES หัวหิน คอนโดตากอากาศใจกลางหัวหิน ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์พร้อมบริการระดับโรงแรม

คอนโดตากอากาศคือหนึ่งในคำตอบของการบาลานซ์ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ที่คนในเมืองและชาวต่างชาตินิยมเลือกเพื่อเป็นเป้าหมายในการพักผ่อน เมืองตากอากาศในไทยที่ได้รับความนิยม ได้แก่ หัวหิน พัทยา ภูเก็ต และเชียงใ... อ่านต่อ




เมื่อดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ มาบรรจบกับส่วนกลางที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาบนทำเลพัทยากลาง คำตอบที่ได้จึงเป็น EDGE Central Pattaya

ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ผมแนะนำพัทยาเป็นที่แรก เนื่องจากพัทยาอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ จึงเป็น... อ่านต่อ

ลาดพร้าว 15 ทำเลอบอุ่น น่าอยู่ ใกล้ห้าง ใกล้รถไฟฟ้า มีอนาคตดี เร็วๆ นี้จะมีคอนโดมิเนียมใหม่ Atmoz Ladprao 15 จาก Asset Wise

บริษัท Asset Wise เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างสรรค์อสังหาฯ ภายใต้แนวคิด “HAPPINE... อ่านต่อ

เตรียมตัวให้ดี งานนี้ไม่มีเลื่อน !!! กับ Noble AROUND ARI คอนโดห่างแค่ 90 เมตรจากBTS อารีย์

สิ่งที่เปลี่ยนไปนอกจากรูปแบบโครงการที่หดสั้นลงจาก 56 ชั้นมาเหลือ 39 ชั้นแล้ว ก็คือสภาพแ... อ่านต่อ

เฮดควอเทอร์ส เอกมัย-ลาดพร้าว Luxury Home Office ทำเลธุรกิจ เป็นทุกอย่างทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย ตอบนักธุรกิจรุ่นใหม่

Headquarters เอกมัย – ลาดพร้าว สามารถตอบโจทย์ทั้งทำงานและการพักผ่อน มีพื้นที่ใช้สอยมากข... อ่านต่อ

นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ หัวหน้าสายงานการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำการเป็น Rue Jai Living Solutions ด้วยการ co-create ร่วมกับ นางสาว ซาแมนต้า ตึง ผู้บริหารจาก OFO (โอโฟ่) แอปพลิเคชั่นรายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลก เพื่อเปิดให้บริการเช่าจักรยานแบบไร้สถานีที่ให้ความสะดวกผ่านแอปพลิเคชั่นผ่านมือถือ ใช้งานง่ายและ Worry free ปลอดความกังวลด้วยการดูแลบำรุงรักษาภายใต้ทีมโอโฟ่ เพื่อแก้ปัญหา pain point และตอบสนองไลฟ์สไตล์เรื่อง Sharing Economy รักษ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยพร้อมนำร่องที่โครงการบางกอก บูเลอวาร์ด แจ้งวัฒนะ 2 บ้านหรูสไตล์นอร์ดิกที่ Facilities ครบครัน รองรับ Bike Lane ซึ่งเชื่อมต่อสวนส่วนกลางถึง 3 จุด โครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลใกล้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ บริเวณถนนหอการค้าไทย ซึ่งครอบครัวสมาชิก SC Family สามารถทดลองใช้บริการได้ฟรีถึงเดือนกรกฎาคมนี้ โดยสามารถปั่นออกกำลังกายทั้งภายในและภายนอกโครงการ ปั่นไปซื้อของบริเวณใกล้เคียง ช่วยทั้งประหยัดพลังงานและลดปัญหามลภาวะก๊าซคาร์บอนในอากาศ