ยกระดับการใช้ชีวิตของคุณให้สูงสุดเหนือใคร ที่โครงการ ASHTON ASOKE – RAMA 9 คอนโด Luxury แห่งแรก บนทำเลหัวมุมแปลงสุดท้ายของย่านธุรกิจใหม่ ที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ

หากเรามองย้อนกลับไปที่ Line up การเปิดตัวโครงการของอนันดาฯในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ก็จะพบว่าแบรนด์ Flagship ซึ่งอยู่ในระดับ Top of Hierarchy ของอนันดาฯอย่าง ASHTON เป็นแบรนด์ที่ถูกส่งลงมาชิงความเป็นที่หนึ่งในแต่ละทำเลมากที่สุด การปรากฎตัวของคอนโดภายใต้แบรนด์ ASHTON แต่ละครั้ง ล้วนแล้วแต่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับตลาดในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ดีไซน์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน พื้นที่ส่วนกลางแบบล้ำๆ รวมไปถึงที่ตั้งของโครงการที่มักจะอยู่ในจุดที่โดดเด่นที่สุดเหนือโครงการใกล้เคียงอื่นใด แน่นอนว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นตัวกำหนดให้ราคาของโครงการภายใต้แบรนด์ ASHTON สูงตามไปด้วย เพราะนี่คือแบรนด์ที่รวบรวมเอาความเป็นที่สุดของทุกด้านเอาไว้ด้วยกัน ผู้ที่ได้อยู่อาศัยที่นี่จึงเป็นผู้ที่ถูกคัดสรรมาแล้วว่ามีสุนทรียะแห่งการอยู่อาศัยไม่เป็นสองรองใคร

 

ASHTON ASOKE – RAMA 9 (แอชตัน อโศก – พระราม 9): “The Alpha and Omega” เป็นโครงการภายใต้แบรนด์ ASHTON ลำดับที่ 6 ต่อจาก ASHTON Sukhumvit 38, ASHTON Asoke, ASHTON Chula – Silom, ASHTON Residences 41 และ ASHTON Silom โดยเป็นโครงการที่ 2 ที่ตั้งอยู่บนถนนอโศก เช่นเดียวกับโครงการ ASHTON Asoke โครงการสุดฮอตที่สร้างปรากฎการณ์เป็นคอนโด Luxury ขายตารางเมตรละเกินสองแสนบาทโครงการแรกที่ขายหมดภายในระยะเวลาไม่กี่วัน โดยที่หลายๆคนต้องจับสลากเพื่อซื้อห้องที่เหลือเพียงน้อยนิดในวันงานพรีเซลที่สยามพารากอน


ชื่อของโครงการมีรหัสเป็นทำเลต่อท้ายว่า Asoke – Rama 9 ซึ่งก็เป็นเพราะว่าที่ตั้งของโครงการอยู่บริเวณหัวมุมถนนอโศก – รัชดา ช่วงบริเวณสี่แยกพระรามเก้า โดยที่ทางเข้าออกหลักน่าจะอยู่บนถนนดินแดง คือหากมาทางถนนอโศก-สุขุมวิท-เพชรบุรี ก็ไปเลี้ยวซ้ายที่แยกอโศก-พระรามเก้า ตัวโครงการจะอยู่ซ้ายมือ เห็นได้จากชัดทุกฝั่งของถนน เพราะเป็นหนึ่งในแปลงหัวมุมถนนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ณ จุดตัดสี่แยก อโศก-พระราม 9 เป็นจุดที่การเดินทางด้วยรถยนต์ค่อนข้างหนาแน่น แต่ก็ใกล้ทางด่วน โดยจุดขึ้นทางด่วนจะอยู่ฝั่งขาเข้าอโศก-เพชรบุรี ส่วนขาลงอยู่ฝั่งเดียวกับโครงการ สะดวกมากสำหรับการใช้ทางด่วนเพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองหรือออกไปชานเมือง

 

ตัวโครงการห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT พระราม 9 เพียง 230 เมตร ตรงข้ามห้างฟอร์จูนทาวน์และเซ็นทรัลพระรามเก้า ถือว่าเป็นระยะที่เดินได้ในระยะที่ใกล้ที่สุดในบรรดาทุกคอนโดที่เกาะสถานี MRT พระราม 9 เช่นกัน นอกจากนี้หากต้องการเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิก็สามารถเลือกใช้ ARL ได้ที่สถานีมักกะสัน ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากโครงการเช่นกัน

 

พระรามเก้า ย่านธุรกิจใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ

เครดิตภาพ: http://www.gtowerbkk.com

 

ย่านรัชดา-พระราม 9 นับว่าผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาแล้วถึง 3 ช่วง ครั้งแรกคือเมื่อช่วงราวๆ 26 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่มีมีห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า “ไทยเยาฮัน” มาเปิด โดยปัจจุบันก็ได้กลายมาเป็นห้างฟอร์จูนทาวน์ เมือง IT Lifestyle ที่ใหญ่ที่สุดในกทม. แต่โครงการก่อสร้างที่เป็นตัวเร่งให้พื้นฐานของย่านนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วก็คือการเปิดใช้งานของเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เมื่อปี 2547 ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อการพัฒนาโครงการอสังหาฯในย่านถนนพระราม 9 – รัชดาภิเษก จนถึงลาดพร้าว ซึ่งทำเลบริเวณโดยรอบสี่แยกพระราม 9 จนถึงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯนับว่าเป็นย่านที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการคอนโด ไม่แพ้พื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้า BTS บริเวณสุขุมวิทตอนกลาง ซึ่งไม่ค่อยจะมีที่ดินเปล่าที่ราคาไม่แพงเหลืออยู่มากนัก อยู่ในระยะที่เดินได้ง่ายจากสถานี และมีโครงการอสังหาฯหลายประเภทมารองรับผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรืออาคารสำนักงานที่หลายต่อหลายฝ่ายมองว่า จะสามารถพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นศูนย์กลางเขตธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานครได้ในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแยกพระราม 9 เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อราวๆปี 2554 ภายใต้การนำของกลุ่ม G Land และพันธมิตรต่างๆที่เข้ามาพัฒนาโครงการอสังหาฯหลากหลายรูปแบบทั้ง Commercial และ Residential ภายใต้ชื่อ The Grand Rama 9 ซึ่งนับว่าเป็น Mega Project ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯที่รวมอาคารสำนักงานในแบบ Complex ที่ทันสมัย, ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, และคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยอันประกอบไปด้วย The Super Tower, G Tower, The 9th Tower, The Shoppes Grand Rama 9, Unilever House, Central Plaza Grand Rama 9, Belle Grand Rama 9 และโรงแรม New World Grand Rama 9

โดยมีการคาดการณ์กันว่าเมื่ออาคาร G Tower เปิดใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ ย่านสี่แยกพระราม 9 จะมีพื้นที่อาคารสำนักงานรวมทั้งหมดมากกว่า 450,000 ตารางเมตร ซึ่งนี่ยังไม่รวมโครงการ The Super Tower ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทย โดยมีความสูง 615 เมตร หรือ 126 ชั้นพื้นที่รวมของอาคารอยู่ที่ประมาณ 320,000 ตารางเมตร โดยภายในอาคารแบ่งเป็นพื้นที่อาคารสำนักงาน โรงแรม ภัตตาคาร และจุดชมวิว แต่รายละเอียดของสัดส่วนพื้นที่ใช้งานต่างๆยังไม่เป็นที่ชัดเจนนักในตอนนี้

เครดิตภาพ: http://www.gtowerbkk.com/gallery

 

นิยามของคำว่า New CBD ยังถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์ด้วยการเปิดใช้งานของอาคารสำนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึง AIA Capital Center โดยทั้งสองอาคารอยู่บนถนนรัชดาภิเษกช่วงที่เลยสถานฑูตจีนไปไม่มากนัก และด้วยการที่ย่านนี้มีสถานฑูตจีนตั้งอยู่ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ชาวจีนน่าจะชื่นชอบทำเลนี้เป็นพิเศษ จนติดอันดับทำเลที่มีชาวจีนนิยมซื้อ-เช่าคอนโดเพื่ออยู่อาศัยมากที่สุด จึงอาจสรุปได้ว่าย่านนี้เป็นย่านที่มีอัตราการเติบโดเร็วมากในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการอสังหาฯ หรือการเป็นจุดเชื่อมต่อระบบคมนาคมที่อยู่โดยรอบ ทั้งนี้ทำเลรอบๆ สถานีพระราม 9 ต่อเนื่องศูนย์วัฒนธรรมฯ มีแนวโน้มขยายตัวไปได้อีกมากจากโครงการต่างๆ ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา อีกทั้งในอนาคตที่สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ จะกลายเป็นจุดตัดของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม กับรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงินปัจจุบันอีก รวมทั้งบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่เป็นเจ้าของที่ดินแปลงใหญ่ขนาด 50 ไร่บริเวณสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ก็มีแผนจะพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกเช่นกัน จึงเชื่อได้ว่าความร้อนแรงของย่านนี้คงจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้แน่นอน

 

เผยทีเด็ด ที่มากกว่าโครงการอื่นใดของ ASHTON ASOKE – RAMA 9

 

ด้วยการที่ ASHTON ASOKE – RAMA 9 เป็นโครงการคอนโดระดับ Luxury โครงการแรกและเป็นโครงการเดียวที่อยู่บนทำเลที่ดีที่สุดในย่าน New CBD พระราม 9 และด้วยที่ดินแปลงมุมขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่คงหาได้ยากในตอนนี้ ดังนั้นคอนเซปท์การดีไซน์ และ Feature หลักของโครงการย่อมต้องเหนือกว่ามาตรฐานคอนโดที่อยู่โดยรอบ เพื่อให้ผู้ที่ได้ครอบครองรู้สึกว่า ASHTON ASOKE – RAMA 9 คือ Top of the Class ที่สร้างสะดวกสบาย และความภูมิใจสูงสุดในการอยู่อาศัย

 

ในด้านรายละเอียดคอนเซปท์การดีไซน์ของอาคาร แน่นอนว่านี่คือโครงการที่มีความเป็น Ultra Modern สมกับที่เป็นโครงการที่หลายๆคนรอคอยเป็นอาคารสูงดีไซน์แปลกตาทั้งสองอาคาร (50 ชั้น 254 ยูนิต กับ 46 ชั้น 359 ยูนิต) โดยที่มีจุดเด่นอยู่ที่พื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้า และการจัดวางทิศทางของอาคารที่น่าจะสะกดทุกสายตาของคนที่ผ่านไปมาบริเวณนี้ได้ สมกับเป็น Luxury Residences แห่งเดียวในย่านนี้จริงๆ

ในเรื่องของการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ที่นี่ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด THE FIRST URBAN OASIS ON RAMA 9 โดย T.R.O.P ที่เนรมิตรพื้นที่สวนมากกว่า 1 ไร่ พร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แบ่งออกเป็นโซน Hi Light ต่างๆว่าจะเป็น

 

The O Plaza

นี่คือ Public Green Space ที่จะช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับโครงการและพื้นที่รอบโครงการ เป็นพื้นที่สีเขียวที่เปิดมุมมองเข้าสู่ตัวโครงการและ Maximize พื้นที่สีเขียวให้มากที่สุด สามารถใช้งานได้จริงโดยการเติม Special O seating ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ และยังสามารถเปิดเพื่อต้อนรับให้คนเข้ามาใช้ร้านค้าที่ชั้น 1 อีกด้วย ซึ่งพื้นที่ร้านค้านี้จะเป็น Flagship Store ขนาด 700 ตารางเมตร ของ Dean & Deluca ซึ่งเป็นแบรนด์ Specialty Food Retail ระดับโลก โดยตั้งอยู่บนอาคาร The Alpha

 

อ่านประวัติของแบรนด์ Dean & Deluca ได้ตามลิงค์นี้ ทางลัดสู่การเป็น Global Brand

Modern & Sharp curb planter design

ทางเดินภายในโครงการสุดทันสมัย ผสมผสานกับพื้นที่สีเขียวของโครงการที่ได้คัดเลือกต้นไม้มา Mixed เข้าด้วยกันให้เกิดความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากที่สุด

 

Pocket garden

พื้นที่นั่งพักผ่อนอันประกอบไปด้วยสวนเล็กๆที่ล้อมรอบไปด้วยสีเขียวของ Green wall และเติม Special Pavilion เข้าไปเพื่อใช้เป็นที่นั่ง Indoor เพื่อสร้างทัศนียภาพอันดีให้กับบริเวณที่เป็นอาคารพาณิชย์เก่าด้านหน้าโครงการ

 

The Green Ditch

พื้นที่ตรงกลางระหว่าง Tower A และ Tower B ในอดีตนั้นเคยเป็นลำรางสาธารณะมาก่อน T.R.O.P ได้ปรับคืนสภาพพื้นที่ให้มีลักษณะคล้ายคลองแต่เป็นคลองที่มีน้ำเฉพาะในเวลาที่ฝนตกเท่านั้น ดังนั้นในเวลาที่ไม่มีน้ำฝน บริเวณก้นคลองจะสามารถเดินลงไปใช้งานได้เหมือนกับการได้เดินเล่นริมคลองเล็กๆตามธรรมชาติ

Double Panoramic Pool

ส่วนของสระว่ายน้ำที่จะเป็นอีกจุดเด่นของโครงการ สระว่ายน้ำถูกออกแบบยื่นออกจากตัวอาคาร 6 เมตรเป็นรูปทรงแหลมยื่นไปในอากาศ ทีมผู้ออกแบบยังคงเลือกใช้เส้นตรงและเฉียง เพื่อทำให้สระว่ายน้ำมี Design โดดเด่นรับกับตัวตึกและสวนบริเวณชั้น 1 พร้อมกับออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไว้อย่างครบครันที่นอกเหนือจากสระว่ายน้ำ ทั้ง Relaxing deck, Day bed, Jacuzzi และยังเพิ่มความพิเศษให้สระด้วยการสร้างจุดชมวิวจากมุมสูงสำหรับโครงการซึ่งจะยื่นออกไปนอกสระว่ายน้ำ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับชมวิวในแบบที่เหมือนลอยอยู่กลางอากาศจริงๆ

 

ASHTON ASOKE – RAMA 9 ยังถูกออกแบบงานสถาปัตยกรรมโดย A49 ซึ่งเป็นดีไซน์ล่าสุดที่ไม่เคยนำมาใช้กับโครงการอื่น เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของแบรนด์ Ashton ด้วยการวางตัวอาคารเป็นตึกคู่ ที่มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้นบนของทั้งสองอาคาร นับเป็นโครงการแรกที่มีส่วนกลางอยู่บนชั้นสูงที่สุดในย่านพระรามเก้า และห้องพักทุกห้องได้มีการออกแบบให้เป็นห้องมุมทุกห้อง เพื่อเปิดมุมมองของทุกห้องพักสู่ทิวทัศน์เมืองภายนอกให้ได้มากที่สุด มาพร้อม Bay Window ทำให้ได้  Function ห้องพิเศษ 2 Style  “SKY LIVING ROOM ”  และ SKY BEDROOM “ พร้อมมุมมองเปิดแบบ PANORAMIC  VIEW สูงสุด 270 องศา กับห้องมุมหน้ากว้างสูงสุด 13.5 เมตร นอกจากนี้ยังมี Open Atrium โถงโล่งต่อเนื่องกันทุกทุก 10 ชั้น

Atrium Ventilation Corridor

ทางเดินซึ่งโดยปกติของคอนโดทั่วไปจะเป็นทางเดินแคบๆแสงน้อย เพื่อลดความอึดอัดของทางเดินระหว่างทางไปห้องพัก ภายในอาคารจึงออกแบบให้มี Atrium โถงโล่งต่อเนื่องกันทุกทุก 10 ชั้นเพื่อเพิ่มการถ่ายเทระบายอากาศและเพิ่มความโปร่งโล่ง โดยมีส่วนของโถงนั่งเล่นที่เป็น double volume living area ของชั้นล่างสุดและบนสุดของ Atrium เป็นพื้นที่ถ่ายเทอากาศให้หมุนเวียนและสร้างสภาวะน่าสบายให้เกิดขึ้นภายในโถงอย่างมาก

ขณะนี้โครงการกำลังอยู่ในช่วงเร่งก่อสร้างสำนักงานขาย และห้องตัวอย่าง ซึ่งน่าจะเสร็จทันในช่วงเดือนกรกฎาคม โดยเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาคุณผู้อ่านหลายๆคนก็คงได้เห็นภาพจำลองของสำนักงานขายโครงการแล้วว่ามีความโฉบเฉี่ยวและสะท้อนซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวของโครงการ ไม่แพ้หน้าตาอาคารแต่อย่างใดครับ

เตรียมพบกับ ASHTON ASOKE – RAMA 9 ที่พร้อมนำพาให้คุณพบกับขอบเขตใหม่ของการอยู่อาศัย ซึ่งไม่เคยมีใครค้นพบมาก่อนนอกจากคุณ เร็วๆนี้



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ลงทุนได้ผลตอบแทนระยะยาวด้วยคอนโดมิเนียมรีสอร์ทกลางเมืองกรุงเทพ อยู่เองก็เพลินตา ปล่อยเช่าก็ได้ Yield ดี รอขายต่อก็มี Demand ที่ The Nest Sukhumvit 64 เริ่มต้น 2.1 ล้านบาท

Facility ที่มีภายในโครงการ The Nest Sukhumvit 64 มีครบครัน เริ่มตั้งแต่ Lobby Lounge, Garden พร้อมกับพื้นที่ outdoor recreation area ที่ขาดไม่ได้คือ Swimming pool พร้อม jacuzzi และ kid’s pool ร่างก... อ่านต่อ




The Excel Hideaway Sukhumvit 71 “คอนโดซ่อนรูป” ใหม่ดีไซน์หรู ใกล้ BTS ติดทางด่วน ของกินเพียบ ไปเอกมัยแค่ 10 นาที ราคาต่ำกว่าตลาด ทำไมมันถูกแบบนี้!

เยอะแยะมากมายหลายทาง ผมว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากสำหรับคนอยู่อาศัยที่ชอบใช้รถยนต์ แต่สำหรับค... อ่านต่อ

42-40-38-36 มีโปรเจคอะไรกำลังจะมา

มาดูกันนะครับพี่น้องว่ากำลังจะมีโปรเจคอะไรมาแถวนี้บ้าง เริ่มจากซอย 42 ถ้าเข้าซอยย่อยซอย... อ่านต่อ

Cozy Living around MRT Lat Phrao Station ทำไมรอบๆ รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าวถึงอบอุ่น น่าอยู่ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตซ่อนอยู่

เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวก็จะนึกถึงย่านที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน มีความหลากหลายของรูปแบบการอ... อ่านต่อ

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (กลาง) และนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ประธานคณะกรรมการการตัดสิน แถลงข่าวประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลสุดยอดพัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม “พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์” ครั้งที่ 12 มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ารอบสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย หัวหิน เขาใหญ่ และชายฝั่งทะเลตะวันออก ทั้งหมดรวม 41 บริษัท โดยจะมีการประกาศผลการตัดสินในงาน กาล่า ดินเนอร์ วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ที่โรงแรม พลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้าหนึ่งวันจะมีการจัดงานประชุมผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ เรียล เอสเตท ซัมมิท (PropertyGuru Thailand Real Estate Summit)