พลิกประวัติการเติบโตแบบก้าวกระโดดของออริจิ้น พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังการปั้น Corporate Branding และแผนบุกตลาดไฮเอนด์ด้วยแบรนด์ Knightsbridge

ในรอบปีที่ผ่านมา หากจะกล่าวถึงบริษัทพัฒนาอสังหาฯที่ช่วงชิง Share of voice ขยันออกข่าวในเชิง Strategic Movement มากที่สุด ไม่เว้นในแต่ละเดือน เช่นเดียวกับการเปิดตัวโครงการใหม่ คงจะเป็นเรื่อง surprise เพราะไม่ใช่เจ้าดังที่ใครหลายๆคนคุ้นเคยอย่าง แสนสิริ อนันดา หรือเอพี แต่เป็น บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของคุณพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหนุ่มไฟแรง ที่นำเอาจุดแข็งจากประสบการณ์โดยตรงในธุรกิจ Hospitality มาผสานเข้ากับการพัฒนาโครงการคอนโดที่พ่วงเอา Service ตามแบบอย่างมาตรฐานโรงแรมมาใช้เป็นจุดขายหลัก


บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่ยังเทียบชั้นกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่จริงจังในการสร้าง Corporate Banding โดยปีนี้ออริจิ้นทุ่มทุนกว่า100 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญ “My Life. MyOrigin…ชีวิตในฝัน แบบที่เป็นคุณพร้อมกับดึงเอา แบรี่ณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกเบอร์ท็อปของประเทศไทย มาเป็นพรีเซนเตอร์ สะท้อนถึงความธรรมดาที่มีสไตล์ อ่อนน้อมถ่อมตน ทว่ามุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งนับเป็นการเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ

 

สาเหตุที่ออริจิ้นฯเลือกใช้กลยุทธ์ Celebrity Marketing โดยการนำเอาดาราดังที่คนทั่วประเทศรู้จักกันดีอย่าง ณเดชน์ มาเป็น Brand Ambassador ในแบบหักปากกาเซียน ก็เนื่องมาจากการที่ออริจิ้นฯ มองว่าในรอบปีนี้ทางบริษัทฯ คิดที่จะทำการใหญ่หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการก้าวข้าม Segment เดิมๆที่ตัวเองถนัด อย่างการพัฒนาโครงการขนาดเล็กในระดับ Economy ในบริเวณรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายแถบชานเมือง มาสู่การพัฒนาโครงการในย่านกลางเมือง พร้อมกับ Focus ไปที่เซกเมนท์ไฮเอนด์มากขึ้น ด้วยแผนกลยุทธ์หลายๆอย่างที่เราคงได้เห็นกันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อกิจการของพราวด์ เรสซิเดนซ์ จนนำมาสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์คอนโดไฮเอนด์ที่ได้รับการยอมรับในหมู่ชาวต่างชาติเป็นอย่างดี อย่าง Park 24 จนมาถึงการร่วมเป็นพันธมิตรกับโนมุระ เรียล เอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์…ซึ่งการที่จะทำเช่นนี้ได้ แน่นอนว่า ณเดชน์คือจิ้กซอร์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้ออริจิ้นฯ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในระดับพรีเมียมแมส ที่ทางบริษัทฯต้องการได้อย่างง่ายดาย เพราะก่อนหน้านี้ต้องบอกว่าคนไทยส่วนใหญ่ย่อมต้องรู้จักณเดชน์ มากกว่าออริจิ้นฯแน่นอน

 

แคมเปญ My Life. My Origin” หรือ “ชีวิตในฝันแบบที่เป็นคุณ” เป็นหมัดฮุกหมัดแรกของออริจิ้นฯ และเป็น Corporate Branding Campaign ที่สำคัญที่ช่วยให้บริษัทมีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน สะท้อนตัวตนของแบรนด์โดดเด่นยิ่งขึ้น ดังคำพูดของคุณพีระพงศ์ที่กล่าวว่า “เราค้นพบว่า สาเหตุที่ยอดขายตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของเราเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเราสามารถเข้าถึงตลาดผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในแต่ละทำเล ยอดขายหลายๆ โครงการของเราเป็นผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในทำเลนั้นกว่า 70% สะท้อนว่าความสุขของลูกค้าของเรา คือการได้มีที่อยู่อาศัยในทำเลที่เขาคุ้นเคย ติดรถไฟฟ้า และนี่จึงเป็นที่มาของแบรนดิ้งแคมเปญ My Life. My Origin เราอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตในฝันแบบที่เป็นคุณ…ณเดชน์ คือคนธรรมดาที่มีสไตล์ คือตัวแทนของคนทั่วไปที่มีทั้งมุมเนี้ยบดูดี มุมเท่ๆ และมุมสบายๆ ไม่ต้องแต่งตัวหรูหรา สะท้อนภาพได้ตั้งแต่คอนโดมิเนียมแบรนด์เท่แบบเรียบหรูอย่างไนท์บริดจ์ แบรนด์ที่มีความทันสมัยหรือโมเดิร์นอย่างนอต-ติ้ง ฮิลล์ และแบรนด์เท่แบบลุยๆ อย่างเคนซิงตัน นอกจากนี้ยังเป็นคนตั้งใจทำงานเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด และอ่อนน้อมถ่อมตนซึ่งตรงกันกับวิธีการทำงานแบบออริจิ้น”

 

ความสำเร็จของ “My Life. My Origin” มาพร้อมกับสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกสายตาจับจ้องมายังออริจิ้น ที่ปัจจุบันนี้มี 4 แบรนด์ที่แข็งแกร่งในมือเรียงตามลำดับความพรีเมี่ยมครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ ปาร์ค (Park), เคนซิงตัน (Kensington), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) และไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) ซึ่งแต่ละแบรนด์ทยอยเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ในทำเลเด่นที่มีดีมานด์สูง

 

เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการ ซื้อกิจการร่วมทุนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ออริจิ้นเป็นที่น่าจับตาเป็นอย่างมากในวงการอสังหาริมทรัพย์ก็คือ การเดินหน้าเข้าสู่ศึกตลาดคอนโดมิเนียมในเซกเมนท์ไฮเอนด์ใจกลางเมืองอย่างเต็มตัว จากเดิมที่ไปเน้นโครงการในแถบรอบนอก และเป็นโครงการที่อยู่ในเกรด Middle to Premium โดยเป็นการเข้าซื้อกิจการของ พราวด์ เรสซิเดนซ์ ผู้พัฒนาโครงการปาร์ค24 (Park24) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดีไซน์ และการพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ รวมถึงการเจาะตลาดผู้บริโภคชาวต่างชาติ ซึ่งจะทำให้พอร์ทของออริจิ้นมีความหลากหลาย แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบมากขึ้น พร้อมก้าวขึ้นมาเป็น Top 5 ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มภาคภุมิในประเทศไทยทันที โดยในอนาคตออริจิ้นจะพัฒนาคอนโดมิเนียมแบรนด์ปาร์ค (Park) ในใจกลางเมืองเพิ่มเติม เพื่อบุกตลาดที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์อย่างต่อเนื่อง

 

เท่านั้นยังไม่พอวงการอสังหาริมทรัพย์บ้านเราก็ต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง เมื่อออริจิ้นประกาศร่วมทุนกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งการตลาดติดอันดับ Top 3 จากญี่ปุ่นอย่าง โนมุระ เรียล เอสเตท  ดีเวลล็อปเมนท์ (Nomura Real Estate Development) ตามรอยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำหลายๆเจ้าที่มีการร่วมทุนกับญี่ปุ่นไปก่อนหน้า ได้แก่ เอพี x มิตซูบิชิ, อนันดา x มิตซุย ฟูโดซัง,แสนสิริ x โตคิว,เสนา x ฮันคิว และวรลักษณ์ x ชินวะ โดยร่วมทุนในสัดส่วน ออริจิ้น 51% และโนมุระ 49% ประเดิมขาย 3 โครงการแรก กว่า 1,600 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 6,100 ล้านบาท

ทั้งนี้โนมุระ เรียล เอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เฉพาะคอนโดมิเนียมได้พัฒนาแล้วเสร็จไปกว่า 80 โครงการ รวม 28,692 ยูนิต นับตั้งแต่เริ่มบุกเซ็กเมนท์นี้มาเมื่อปี 2535 มีแบรนด์อสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย คือ พราวด์,พราวด์ ซีซั่น และโอฮานะ ซึ่งพราวด์ถือเป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์เป็นอันดับ 1 เหนือคู่แข่ง ในแง่ของความปลอดภัยและคุณภาพ ที่สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ ความหรูหรา ความมีเอกลักษณ์ และการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยด้วย

สำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจเลือกออริจิ้นเป็นพันธมิตรเดินหน้าลงทุนในไทยนั้น เนื่องจากออริจิ้นเป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาเพียงประมาณ 8-9 ปี แต่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทที่มียอดขายปีละมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าออริจิ้น เป็นบริษัทที่เข้าใจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เข้าใจทำเล เข้าใจความต้องการผู้บริโภค และสามารถพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในไทยได้ ประกอบกับออริจิ้น มีวิสัยทัศน์ขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร สอดคล้องกับทิศทางของโนมูระ ที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันพลิกโฉมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในกรุงเทพฯและประเทศไทย

 

หลังจากการร่วมกันพัฒนาคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม 3 โครงการในปีนี้ (Knightsbridge Prime Ratchayothin, Knightsbridge Collage Ramkamhaeng และ Knightsbridge Prime Onnut) และอีก 1 โครงการในปีหน้าแล้ว ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะร่วมกันพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม และยังอาจพิจารณาร่วมมือกันพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่โนมูระมีประสบการณ์มาแล้วในประเทศญี่ปุ่น

จากรากฐานที่แข็งแกร่งและสร้างชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในตลาดอสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น จึงมั่นใจได้เลยว่าการผนึกกำลังอย่างเหนียวแน่นครั้งนี้ของออริจิ้นกับโนมุระ จะสร้างปรากฎการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมนำเสนอโครงการดีๆ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแน่นอน

 

โลเกชั่นที่คุ้นเคย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และชีวิตที่เป็นสุข

 

ในแง่ของจุดขายที่เป็นข้อได้เปรียบและทำให้ออริจิ้นประสบความสำเร็จมาโดยตลอดก็คือ การใช้กลยุทธ์ Blue Ocean มองหาตลาดใหม่ๆที่มีดีมานท์การอยู่อาศัยจริง ซึ่งสามารถเข้าถึงตลาดผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในแต่ละทำเล ยอดขายหลายๆ โครงการของออริจิ้น มาจากผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในทำเลนั้นกว่า 70% สะท้อนว่าความสุขของลูกค้า คือการได้มีที่อยู่อาศัยในทำเลที่คุ้นเคย ติดรถไฟฟ้า ไม่ต้องดิ้นรนในการเดินทาง และนี่จึงเป็นที่มาของแบรนดิ้งแคมเปญ My Life. My Origin เพื่อให้ทุกคนใช้ชีวิตในฝัน แบบที่เป็นคุณ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าออริจิ้นเข้าใจผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคตมากที่สุด โดยแต่ละโครงการจะเกาะติดไปกับสถานีรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอสและเอ็มอาร์ที เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางและใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย มีโครงการทั้งในย่าน CBD,Mid-Town และ Fringe Area ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นย่านที่มีความต้องการสูง  สำหรับซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ปล่อยเช่า และเพื่อขายต่อ ซึ่งในแต่ละปีจะมีระยะทางเฉลี่ยระหว่างที่ตั้งของโครงการกับสถานีรถไฟฟ้าใกล้มากขึ้นทุกที เช่น ปี 2559 ระยะทางเฉลี่ยดังกล่าวอยู่ที่ 650 เมตร ขณะที่ปี 2560 ขยับใกล้ขึ้นมาอยู่ที่ 250 เมตร แถมยังอยู่ใกล้กับสถานีหลักที่เป็นอินเตอร์เชนจ์ สเตชั่น ถึง 3 สถานี

 

เมื่อพิจารณาย่านเด่น ที่ออริจิ้นฯปักหมุดโครงการ จะพบว่าล้วนเป็นย่านที่มีเศรษญกิจเจริญเติบโตดี ไม่ว่าจะเป็น เจริญกรุง-สาทร อ่อนนุช-แบร์ริ่ง หมอชิต-สะพานใหม่ รามคำแหง-มีนบุรี เป็นต้น โดยแต่ละโครงการจะตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ที

 

 

เช่น 4 โครงการหลักจากแบรนด์ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) ซึ่งเป็น Flagship Brand ที่ทางออริจิ้นฯหมายมั่นปั้นมือที่จะส่งมาช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มคอนโดไฮเอนด์ให้ได้

 

เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นแบรนด์คอนโดไฮเอนด์ บุคคลิกของแบรนด์ Knightsbridge จะสะท้อนถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในสังคมชั้นสูง ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตในระยะเวลาอันรวดเร็ว และอาศัยอยู่ในย่านหรูหรา เช่นเดียวกับย่านไนท์บริดจ์ ซึ่งเป็นย่านไฮโซ Upscale เต็มไปด้วยห้างและ Flagship Store ของแบรนด์ดังต่างๆ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แตกต่างจากแบรนด์ลูกอีก 2 แบรนด์คือ Kensington และ Notting Hill ที่มีภาพลักษณ์ของความเป็นวัยรุ่น และมีความเป็น Fast Affordable Fashion มากกว่า

โดยโครงการจากไนท์บริดจ์ที่เป็นไฮไลท์เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 3 ประจำปีนี้ คือ ไนท์บริดจ์ คอลลาจ รามคำแหง (Knightsbridge Collage Ramkamhaeng) คอนโดมิเนียมสไตล์  Collage art ที่ผสมผสานความคลาสสิกและโมเดิร์นไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที หัวหมาก เพียง 100 เมตร เท่านั้น (สายสีส้มช่วงตลิ่งชันมีนบุรี) กำเนิดเปิดให้บริการภายในปี 2566

 

หรืออย่าง ไนท์บริดจ์ ไพร์ม อ่อนนุช (Knightsbridge Prime Onnut) คอนโดมิเนียมภายใต้คอนเซ็ปต์ความเป็นที่สุดเท่านั้นที่สำคัญ ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อ่อนนุช 600 เมตร

 

ส่วนโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงรัชโยธิน-เกษตร-สะพานใหม่ ที่มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2563 ไนท์บริดจ์ เกษตร โซไซตี้ (Knightsbridge Kaset Society) ใกล้รถไฟฟ้า 4 สาย อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีเสนานิคม เพียง 40 . เท่านั้น

 

และ ไนท์บริดจ์ ไพร์ม รัชโยธิน (Khightsbridge Prime Ratchayothin) คอนโดมิเนียมที่ได้แรงบันดาลใจด้านสถาปัตยกรรมมาจากแสงสว่างของดวงดาว พร้อมกลิ่นอายการตกแต่งแบบ Grey & Gold Décor สะท้อนถึงความเรียบหรู ไร้กาลเวลา ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พหลโยธิน 24 เพียง 50 เมตร และสามารถเดินทางเชื่อมต่อสายสีเขียว สีเหลือง และสีน้ำเงิน

 

การรุกปั้นแบรนด์ทั้ง Corporate Brand อย่างออริจิ้นฯผ่านแคมเปญ My Life. My Origin” รวมถึงการสร้าง Brand Rejuvenation ให้กับแบรนด์ Knightsbridge เพื่อให้เป็นแบรนด์ไฮเอนด์ที่สามารถสู้ศึกในตลาดคอนโดกลางเมืองกับบื๊กเนมรายอื่นๆได้ดียิ่งขึ้น ล้วนแล้วแต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยแสดงให้เห็นว่าในวันนี้ออริจิ้นฯพร้อมแล้วที่จะท้าชน และไม่ยอมที่จะเป็นผู้ตามในตลาดอสังหาฯเมืองไทยอีกต่อไป ซึ่งเราก็คงจะได้เห็นว่าออริจิ้นฯจะสานฝันดังกล่าวได้มากน้อยแค่ไหน ผ่านทางการเปิดขายพรีเซล Knightsbridge ทั้ง 4 โครงการใหม่ ที่สยามพารากอน ฮอลล์ 3 ในวันที่ 16-17 ก.ย. ที่จะถึงนี้

 

สัมผัสโครงการคุณภาพจากออริจิ้นในงานมหกรรม My Life.My Origin

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยจากออริจิ้น ขอให้ปักหมุดรอไว้ได้เลย เพราะในวันที่ 16-17 กันยายน นี้ คุณมีนัดกับออริจิ้นที่แฟชั่น ฮอลล์ และรอยัล พารากอน ฮอลล์ 3 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน ออริจิ้นจะจัดงานมหกรรมสุดยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ “My Life. My Origin” นำโครงการเด่นของออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ทั้งโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่กว่า 20 โครงการ รวมถึง 4 โครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายไตรมาส 3 บน 4ทำเลทอง เกษตร,รามคำแหง,อ่อนนุช และรัชโยธิน พร้อมนำเสนอให้ผู้บริโภคสามารถเดินชมและเลือกซื้อโครงการที่สนใจได้ในงาน พร้อมสิทธิพิเศษที่สุดแสนจะคุ้มค่าภายในงานนี้เท่านั้น โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท*ได้ที่นี่ https://goo.gl/8oU7U9

FYI


บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Project Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมมาแล้วประมาณ 38 โครงการ รวมมูลค่าโครงการกว่า 36,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

 

สำหรับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2500 ปัจจุบันมีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ได้แก่ 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว 2.ธุรกิจจัดหาสำนักงานให้เช่า 3.ธุรกิจค้าปลีก 4.ธุรกิจโลจิสติกส์ และ 5.ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น การขาย การซื้อ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว (ณ 1 เม.ย.2560) จำนวน 2,000 ล้านเยน (ราว 600 ล้านบาท) มีรายได้จากการดำเนินการในปีงบประมาณล่าสุด (1 เม.ย.2559-31 มี.ค.2560) จำนวน 4.01 แสนล้านเยน (ราว 1.2 แสนล้านบาท) ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร



อรรถสิทธิ์ เหมือนมาตย์

อรรถสิทธิ์ เหมือนมาตย์

เรียนและทำงานด้านสื่อสารมวลชนมาโดยตลอด ประสบการณ์ในการขีดๆ เขียนๆ ด้านการตลาด และไลฟ์สไตล์
นานกว่า 14 ปี สนใจเรื่องแบรนด์ กลยุทธ์การตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนเทรนด์ และข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ทั่วโลก พอๆ กับแฟชั่น และการเสพติดการท่องเที่ยวแบบ Solo Traveller

เว็บไซต์

เตรียมนับถอยหลังสู่ขีดสุดของความเจริญที่ย่านปุณณวิถี กับการเปิดบ้านชมห้องจริง วิวจริงครั้งแรก ที่ Whizdom Connect Sukhumvit วันที่ 16-17 ธ.ค. นี้

ย่านสุขุมวิทตอนปลาย หลายคนต่างรู้ดีว่าอยู่ในโซนไหนของกรุงเทพมหานคร ถ้าพูดถึงแถวนั้นแล้ว คนที่อาศัยอยู่ในย่านใจกลางเมืองหรือส่วนเขตอื่นๆ ก็จะคิดว่าไกลและออกนอกกรุงเทพฯ ไปแถวบางพลี หรือสมุทรปราการที่... อ่านต่อ




CHALERMNIT ART DE MAISON ….THE NOVEL PERSPECTIVES OF LUXURIOUS JAPANESE-INSPIRED RESIDENCE ON SUKHUMVIT 53 BY AREEYA PROPERTY

“โลกถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากมุมมองของเราทั้งหมด แต่การมองด้วยตาอาจไม่พอที่จะทำให้เราเห็นถ... อ่านต่อ

พระเอกต้องมาคนสุดท้าย !!!! วันที่ 21 พย.นี้เตรียมจองรอบออนไลน์ กับ Ideo Mobi Rama 4 คอนโดสุด hot ส่งท้ายปีของอนันดา

ในที่สุดเค้าก็มา !!!! กับคอนโด 0 เมตรจาก Mrt คลองเตย ติดถนนพระราม 4 ถนนแห่งอนาคตที่มี l... อ่านต่อ

ห้ามพลาด 21 พย.นี้ จองออนไลน์ก่อนคุ้มกว่าพร้อมรับส่วนลดสูงสุดถึง 150,000 บาท* กับโครงการ Elio Del Moss พหลโยธิน 34 แต่งครบเริ่ม 1.59 ล้าน*

วันที่ 21 พย.ที่จะถึงนี้น่าจะเป็นการจองยูนิตคอนโดออนไลน์ รอบสุดท้ายและรอบสำคัญประจำปี 2... อ่านต่อ

แสนสิริ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการอสังหาริมทรัพย์ไทยและระดับสากล ผ่านโครงการ98 Wireless แฟล็กชิพคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติที่เห็นถึงความเป็นมาสเตอร์พีซของโครงการ จึงทำยอดขายได้แล้วเกือบ 80% คิดเป็นมูลค่า 6,750 ล้านบาท ภายหลังการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเพียงไม่ถึงหนึ่งปี โดยได้รับการตอบรับทั้งจากลูกค้าไทยและต่างชาติ ตอกย้ำความโดดเด่นและศักยภาพการเติบโตตลาดระดับลักซ์ชัวรี่ไทย ด้วยราคาที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาสูงสุดที่ปิดการขายได้ ณ ปัจจุบันคือกว่า 800,000 บาท/ตารางเมตร พร้อมกันนี้ด้วยการตอบรับที่ดีมากจากการรังสรรค์ห้องแต่งซึ่งตอบโจทย์ตามความต้องการลูกค้า แสนสิริจึงเผยโฉมห้องแต่งใหม่ล่าสุด 3 สไตล์ที่ออกแบบและรังสรรค์เป็นพิเศษ ซึ่งมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ และสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติมได้อย่างแน่นอน

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมกับผู้บริหาร นำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายพร้อมกับเงินสมทบที่ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทคู่ค้า ผู้รับเหมา และสถาบันการเงิน ร่วมกับผู้บริหารและพนักงาน จากกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560 มอบแด่ 2 มูลนิธิ คือ มูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 1,000,000 บาท รับมอบโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิโรคมะเร็ง รพ.ศิริราช และ มูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จำนวน 800,000 บาท รับมอบโดย นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติและคุณศศชล วัชโรบล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือค่ายา ค่ารักษาส่วนเกินสิทธิแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งยากไร้ และเพื่อสนับสนุนกิจการเกี่ยวกับการรักษาการศึกษา วิจัยโรคมะเร็ง เมื่อเร็วๆนี้