ทางลัด สู่การเป็น Global Brand

เกริก บุณยโยธิน 18 November, 2014 at 10.05 am

ผมเชื่อว่าข่าวการเข้าซื้อกิจการของ Dean & Deluca (ดีน แอนด์ เดลูก้า) แบรนด์ Gourmet Market ชั้นนำของโลก โดยบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน นั้น ย่อมเป็นข่าวดังติดอันดับหมวดอสังหาริมทรัพย์ส่งท้ายปีนี้แน่นอนครับ….ดีลการเข้าซื้อนี้ ประเด็นไม่ใช่อยู่แค่การใช้เม็ดเงินมหาศาลมากถึง 140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 4.55 พันล้านบาท) ในการเซ็นสัญญาซื้อกิจการ ที่ผมเชื่อว่า developer หลายๆเจ้า ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องซื้อกิจการที่มันแทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ภายในห่วง supply chain ตั้งแต่ต้นน้ำตนถึงปลายน้ำ ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เลย ? แต่แน่นอนว่า คุณสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ย่อมไม่มีวันคิดเช่นนั้นแน่นอนครับ

 

Credit: http://pacedev.com/news/full/

DSC_0049

Credit: Dean & Deluca สาขา Park Venture


Pace

หากพิจารณาจากตัวข่าว จะเห็นได้ว่าเป้าหมายหลักในการซื้อนั้นค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่ย่อหน้าแรก นั่นคือ เพื่อเพิ่มศักยภาพของเพซ ให้รักษาความเป็นผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (mixed-use) ในระดับไฮเอนด์ อีกทั้ง ดีน แอนด์ เดลูก้า ก็ยังมีโอกาสอีกมากในการที่จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วในตลาดโลกดังที่เห็นจากบทสัมภาษณ์ว่า

 

“เพซตั้งเป้าที่จะหลอมรวมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบ mixed-use ระดับไฮเอนด์เข้ากับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยม เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ตลาดโลก โดยเห็นว่าความสำเร็จในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ในอนาคตคือ การมอบไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรให้แก่ลูกค้า มิใช่แค่การนำเสนอเพียงที่พักอาศัยหรือสิ่งปลูกสร้าง เพราะเราเข้าใจดีว่าลูกค้าต้องการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ดีเยี่ยม นั่นคือเหตุผลที่เราต้องนำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ดีที่สุดในโลกมาสู่โครงการอสังหาริมทรัพย์ของเรา ซึ่งรูปแบบการหลอมรวมธุรกิจดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วถึงผลสำเร็จ จากบริษัทที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย และการค้าปลีกระดับโลกหลากหลายบริษัท”

 

นายสรพจน์ กล่าวว่า “แบรนด์ระดับไอคอนอย่างดีน แอนด์ เดลูก้า มีโอกาสสูงมากในการเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดระดับโลก เราคาดว่าภายใต้นโยบายการขายลิขสิทธิ์เพิ่มให้กับผู้ประกอบการเดิมและผู้ประกอบการรายใหม่ในแต่ละประเทศ รวมถึงการลงทุนในร้านใหม่ๆ จากทางเพซเอง จะสามารถขยายดีน แอนด์ เดลูก้าได้อีกหลายร้อยสาขาภายใน 2 ปี จากปัจจุบันที่มีทั้งหมด 42 สาขาและจะขยายจาก 8 ประเทศไปสู่ 15 ประเทศภายใน 2 ปีด้วยเช่นกัน”

 

จากย่อหน้าข้างบนผมขอขยายความสาระสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาคือ

 

• “เทรนด์ตลาดโลกของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบ mixed use ระดับไฮเอนด์”

ครับ อย่างที่ผมเคยบอกในบทความของผมคราวที่แล้ว เกี่ยวกับแนวโน้มในการพัฒนารูปแบบ Residential project ในอนาคตอันใกล้ ว่ามันจะมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการสร้าง value added ในเชิงของ lifestyle นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นยิ่งครับ บางเจ้าอาจจะเน้นแค่สร้างใกล้ห้าง บางเจ้าอาจจะเน้นแค่เปิด shop ร้านกาแฟ true coffee หรือ super market อยู่ภายในโครงการ หรือบางเจ้าก็เลือกที่จะสร้าง lifestyle mall ขึ้นมาเอง แล้วแต่ความถนัดครับ….

 

ตลอดเวลาตั้งแต่เราเห็นข่าวโครงการมหานคร เราก็จะได้เห็นข่าวของ Luxury lifestyle retail Center อย่างตึก Cube เข้ามาร่วมแจมด้วยเสมอครับ….Position ของ Cube นั้นมีความฉีกหนีจากคู่แข่งค่อนข้างชัดเจนในแง่ของความเป็น luxury lifestyle ที่ไม่สามารถหาได้ที่ไหนในเมืองไทยครับ เพราะว่าเราคงไม่ได้เห็น World class brand อย่าง Voque Lounge หรือ L’Atelier de Joel Robuchon จากฝีมือของสุดยอดเชฟที่ได้รับรางวัล Michelin Star มากที่สุดในโลก มาเปิดที่ ห้างไหน หรือคอนโดไหนอีกแล้วในเมืองไทยครับ…นี่ถ้านับรวมแบรนด์ The Ritz Carlton ไปด้วย นี่ผมว่า Pace คงจะเป็น developer รายเดียวที่เป็นมือ อาชีพที่สุดในด้าน Holistic luxury brand management ครับ…และแน่นอนว่าในอนาคตจะมีเจ้าอื่นๆมาทำตามแหงๆครับ เพราะว่านี่คือเทรนด์ครับ

 

ผลประโยชน์อื่นๆที่ได้คืนมามากกว่าเม็ดเงิน 140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

 

• รุกเข้าสู่ธุรกิจ Food retail เต็มตัวในแบบมีแต้มต่อ

เมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว ทาง Pace ใช้งบประมาณในการลงทุนร้าน Dean & Deluca สาขาแรกที่มหานคร พาวิลเลี่ยน ประมาณ 100 ล้านบาทครับ…ถ้าเราคิดอย่างบ้านๆไปเลยว่า หนนี้ซื้อเบ็ดเสร็จเด็ดขาด หมดทุกสาขาทั่วโลกด้วยเงิน 4,550 ล้านบาท >> ปัจจุบันนี้มีอยู่ 42 สาขา เฉลี่ยแล้วใช้เงินต่อสาขาเพียงแค่ 108 ล้านบาทเองครับ แถมยังเป็นสาขาที่ครอบคลุมอยู่ถึง 8 ประเทศ!!! ผมไม่รู้หรอกครับว่าผลประกอบการของกลุ่มบริษัท Dean & Deluca นั้นเป็นเท่าไหร่ในปีที่ผ่านมา…แต่ที่ผมรู้แน่ๆคือในปัจจุบันนี้ธุรกิจ Food Retail ของไทย ยังไม่มีเจ้าไหนที่ดังมากๆเมื่อออกไปนอกประเทศเลยครับ!! ยกตัวอย่างเครือ CPN หรือแม้กระทั่งเครือ CP ก็ได้ครับ เคยเห็นแบรนด์ Gourmet Market ของ Central หรือแบรนด์ CP Fresh mart ไปได้ดิบได้ดีที่ต่างประเทศไหมครับ? ผมเห็นแต่มีความพยายามจะไปซื้อแฟรนไชส์ดังๆจากเมืองนอกมาเจาะตลาดคนไทย (ล่าสุด CP ก็ไปเอาสุดยอดร้านเบเกอรีสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Paul มาเปิดที่ Central Embassy)

 

อย่าลืมนะครับว่า brand story และ DNA ของ Dean & Deluca มันไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แบบที่เรา หลายๆคนคิดกัน หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็ต้องลองนึกถึง supermarket ของไทย ที่ฝรั่งติดใจ อย่าง Villa Market ครับ เมื่อเราเข้าไปเราจะรู้สึกถึงความแตกต่างกันระหว่างของที่วางขายใน Villa Market และ Tops Market ครับ…Dean & Deluca คือ specialty food retail ที่ค่อนข้างพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบ และอุปกรณ์ประกอบอาหาร รวมถึงไวน์ชั้นยอดจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ด้วยกัน ภายใต้ร้านเดียวครับ…ทีนี้แหละครับไม่แน่เราอาจจะได้เห็นร้าน Dean & Deluca ที่รูปแบบที่หลายหลายมากขึ้น และมีสาขามากขึ้นในเมืองไทย เพื่อแข่งกับทั้งตลาดร้านกาแฟพรีเมียม และ local food retail ครับ

 

Credit: www.deandeluca.com

georgetownhero1

hp_welcomebasket

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นผมขอให้อ่านบทความแนบท้ายที่ผมไปเอามาจากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2010 ครับ

 

• สร้างช่องทางรายได้ที่มั่นคงและต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มช่องว่างของธุรกิจอสังหาฯ

ธุรกิจอสังหาฯนับว่าเป็นธุรกิจที่มีความผันผวนเยอะครับ เราไม่มีวันแน่ใจได้เลยว่า ถึงโครงการเราจะขายหมด แล้วในที่สุดแล้วห้องทุกห้องจะโอนได้หมด การรับรู้รายได้ของอสังหาริมทรัพย์นั้นถ้าเป็นคอนโดก็เกินหลักสองปีขึ้น แล้วถ้าบริษัทฯไหนเน้นแค่ทำคอนโดอย่างเดียว มันก็ไม่ต้องมีรายได้พอดีสิครับ? บริษัท ใหญ่ๆอย่าง Land & House ก็มีธุรกิจที่ช่วยประกันรายได้ กระจายความเสี่ยงอย่าง Homepro หรือ LH Bank แล้วการมีธุรกิจที่มี well known brand สำเร็จรูป อยู่ในมือ แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากมายอย่างธุรกิจ retail store จะช่วยสร้างรายได้ให้กับ Pace อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแน่นอนครับ (แต่ต้องทำจริงจังนะ) ยิ่งทาง Pace เองมีแผนที่จะขยายให้ได้ถึงหลักร้อยสาขาภายในสองปีข้างหน้า โอ้ว แบบนี้แทบจะทำแทนธุรกิจหลักได้เลยนะครับ

 

Tie in โครงการลงในสินค้า House Brand และเจาะกลุ่มลูกค้า premium hospitality

ถ้าใครเคยได้เข้าไปในร้าน Dean & Deluca ก้จะพบกับมุมๆหนึ่ง ที่ดูแล้วมันเหมือนกับโซนขายของที่ระลึก จิปาถะตั้งแต่แก้วน้ำ แยม ไวน์ ช๊อคโกแลต ยันเมล็ดกาแฟ อย่างที่เราเห็นได้ในร้านอย่าง The Mandarin Oriental หรือ Eathai ครับ…มุมนี้ทางร้านเค้าเรียกว่า House brand zone ครับ ซึ่งลักษณะก็คือเค้าจะเอาพวกอาหาร และวัตถุดิบที่หายาก มีเอกลักษณ์จากทั่วโลกมาวางขายในนี้ครับ บางอย่างก็เป็นแบรนด์ต้นฉบับเอง ละหลายอย่างก็มาปั้มเป็นแบรนด์ Dean & Deluca เลยครับ >>คล้ายๆแบบร้าน MUJI อ่ะ <<

 

ที่นี้เนี่ยไอ้ของพวกนี้เค้าไม่ได้เอาไว้แค่ขายหน้าร้านนะครับ ส่วนหนึ่งของ snack bar ที่ปั้มชื่อแบรนด์ Dean & Deluca เค้าได้มีการเป็นพันธมิตรกับโรงแรมดังๆ เพื่อเอาสินค้าเหล่านี้ไปจำหน่ายใน minibar ของแต่ละโรงแรม รวมถึงมีการจัดกระเช้าของขวัญเกรดพรีเมียมในช่วงหน้าเทศกาลด้วยครับ…ลองคิดดูนะครับ ถ้าวันหนึ่งเราเกิดไปนอนที่โรงแรม Ritz Carlton ที่ฮ่องกง แล้วเปิด minibar ดูก็อาจจะเจอกับโฆษณาของโครงการ Mahanakorn ติดอยู่ที่สลากก็ได้นะครับ!!

 

ข้อนี้ยังอาจกล่าวรวมถึง กลยุทธ์หนึ่งที่ผมมองว่า Dean & Deluca ยังขาดไปในการทำธุรกิจที่เมืองไทยครับ นั่นคือการทำ localization ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆในการทำตลาดเมืองไทยครับ Global Food brand อย่าง McDonald ยังต้องทำสารพัดเมนูข้าวกระเพราออกมาเลยครับ เพราะลำพังเมนูฝรั่งอย่างเดียวคงจะถูกจริตคนไทยแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นครับ

Credit: www.deandeluca.com

 

dandd-coffee-sampler-set-6-2013dean-and-deluca-snack-boxclassic-macarons

movie-night-gift sweet-and-savory-tote-14 snacks-for-the-shore-gourmet-gift

• Magnet Brand for all Hi-end residential project

สมัยนี้คนทำคอนโดมักจะไม่ค่อยพิถีพิถันในการหา shop เข้ามาลงในคอนโดครับ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง มันไม่ใช่ว่าเราอยากได้อะไรแล้วเค้าก็จะมานะครับ แบรนด์อย่าง Starbucks Coffee ผมกล้าพูดได้เลยครับ ว่ามีหลายสาขาพอสมควรที่เจ้าของพื้นที่ให้เช่าได้ฟรี หรือในราคาที่ถูกมากถึงมากที่สุด (บางที่สร้าง shop ให้ด้วยนะ) และที่สำคัญ Starbucks Coffee เค้าก็ไม่ค่อยชอบที่จะมาลงสาขาใน condo สักเท่าไหร่….ที่นี้พอจีบยากเหลือเกิน ก็ต้องทองหาทางเลือกที่มันง่ายกว่านี้ครับ สูตรสำเร็จก็คือหาร้านที่เราลงทุนเองได้ เช่น True Coffee (ซื้อแฟรนไชส์มาทำเองเลย) หรือ retail shop ที่มีแผนการลงทุนในคอนโดที่ชัดเจนอยู่แล้ว เช่น Max Valu, Family Mart, 7 Eleven, Lawson แต่ที่สำคัญคือร้านเหล่านี้ก็ขาดซึ่งความเป็น exclusivity น่ะครับ เราสามารถหาจากที่ไหนก็ได้ และเค้าก็ไม่ได้มาเปิดกับเราเจ้าเดียว….ในเบื้องต้น ผมว่า Dean & Deluca ก็คงจะเกาะไปตาม project ต่างๆของ Pace และตาม Luxury Shopping Mall น่ะครับ…แต่หลังจากที่แบรนด์ได้ settle ในเมืองไทยสักระยะ และพิสูจน์ได้ว่านี่คือส่วนหนึ่งของ premium lifestyle จริงๆ…ก็ไม่น่าจะแปลกอะไรนะครับ ที่เราจะได้เห็นแบรนด์คอนโด Hi end ของ developer รายอื่นๆ พุ่งตรงเข้ามาเจรจาขอให้มาเปิด shop ใต้คอนโดของตัวเองบ้างนะครับ

 

สุดท้ายแล้วผมว่าประเด็นที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยตัดสินว่าเงินมหาศาลที่จ่ายไปนั้น คุ้มหรือไม่คุ้มก็น่าจะเป็นความสามารถในการ escalate แบรนด์ Pace Development ของตัวเองให้เป็น Global brand ได้ในระยะเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืน โดยไม่ต้องไปเปิดโครงการของตัวเอง หรือไปตั้งหน้าตั้งตา roadshow โครงการรอบโลก แบบที่เคยทำมานะครับนะครับ…แต่ความสำเร็จในระยะยาวนั้น คงต้องขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของ 2 กลยุทธ์หลัก นั่นก็คือ synergy และ utility ครับ

 

พบกันใหม่หนหน้าครับ หากใครมีข้อเสนอแนะคือคำถามอะไรก็ส่งเข้ามาได้ที่ kirk.bu@gmail.com หรือไม่ก็ติดตามที่ website www.propholic.com นะครับ

 

บทความโดย เกริก บุณยโยธิน

 

ปิดท้ายด้วยเนื้อหาข่าวเกี่ยวกับแบรนด์ Dean & Deluca จาก หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 30 ตุลาคม 2010 ครับ

 

สัญลักษณ์แห่งรสนิยมเรื่องอาหารการกินในแบบฉบับชาวนิวยอร์ก Dean & Deluca (ดีน แอนด์ เดลูก้า) เดินทางมาเปิดสาขาแรกในเมืองไทยแล้ว และถือว่าเป็นสาขาแรกของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์อีกด้วยเปิดได้ไม่เพียงกี่สัปดาห์ก็กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ นักชิมขาวไทยที่รู้จักชื่อนี้ คนไทยที่เคยอยู่นิวยอร์ก นักท่องเที่ยวที่เคยไปเยี่ยมเยือนเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกา คนทำงานในแวดวงโฆษณา แม้กระทั่งนิสิตนักศึกษา ก็ทำให้ดีน แอนด์ เดลูก้าในกรุงเทพฯ เก้าอี้แทบไม่ว่าง

 

นอกจาก “มาตรฐานชั้นดี” ทำให้ ดีน แอนด์ เดลูก้า ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยรูปลักษณ์อันโก้หรู ยังทำให้ร้านกาแฟแบรนด์นี้ได้รับการตัดเลือกให้ปรากฏอยู่ในหลายฉากของซีรีส์และภาพยนตร์ดังหลายเรื่องของฮอลลีวูด เช่น The Gossip Girls, Julie & Julia, The Devil Wears Prada รวมทั้งใครที่เคยเดินหาร้านกาแฟน่านั่งร้านนี้ในสนามบินเจเอฟเคจากที่เห็นในภาพยนตร์เรื่อง The Terminal แล้วหาไม่เจอ นั่นเป็นเพราะผู้สร้างหนังได้ขอให้ ดีน แอนด์ เดลูก้า สร้างร้านกาแฟร้านนั้นขึ้นชั่วคราวเพื่อถ่ายทำ เดอะ เทอร์มินัล โดยเฉพาะ

 

 

ดีน แอนด์ เดลูก้า สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้อย่างไร

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2520 เพื่อคลายความคับข้องใจกรณีที่ไม่สามารถหาวัตถุดิบเกี่ยวกับอาหารคุณภาพชั้นเลิศได้ในนิวยอร์ก โจล ดีน (Joel Dean) ผู้จัดการสำนักพิมพ์ และ จิออร์จิโอ เดลูก้า (Giorgio Deluca) อดีตครูโรงเรียน พร้อมด้วยศิลปินชื่อ แจ็ค เซ็กลิค (Jack Ceglic) ได้ร่วมกันก่อตั้ง ดีน แอนด์ เดลูก้า ขึ้นในย่านโซโห ซึ่งเป็นย่านชอปปิงที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาแห่งหนึ่งในเขตแมนฮัตตัน ของมหานครนิวยอร์ก

 

องค์ประกอบที่ทำให้ ดีน แอนด์ เดลูก้า มีชื่อเสียงในฐานะแบนด์อาหารระดับพรีเมียมชั้นนำ คือความละเอียดลออและการทุ่มเทในการคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากนานประเทศมาสร้างสรรค์เป็นเมนูต่างๆ โดยในช่วงห้าปีแรกของการก่อตั้งธุรกิจ หุ้นส่วนทั้งสามคนได้เดินทางท่องไปทั่วยุโรป เพื่อเสาะแสวงหาอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปที่ล้ำเลิศที่สุดจากฝีมือของผู้ที่ลึกล้ำในศาสตร์และศิลป์ของตนอย่างแท้จริง และนำมารวบรวมไว้ในร้านของพวกเขา ด้วยเหตุนี้ ดีน แอนด์       เดลูก้า จึงไม่เพียงแต่เป็นร้านกาแฟที่ขายเครื่องดื่มและเบเกอรี่ แต่มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในระดับ กูร์เม่ต์ มาร์เก็ต แหล่งรวมอาหารการกินพรีเมียมระดับโลก ไวน์ชั้นเลิศและเครื่อใช้ในครัวฝีมือประณีต

 

มร.จอห์น บาร์ตัน (John Barton) ผู้จัดการทั่วไป ดีน แอนด์ เดลูก้า ประเทศไทย กล่าวว่า นอกจากเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของ ดีน แอนด์ เดลูก้า ความพรีเมียมของสินค้าเกี่ยวกับอาหารในร้าน 95% คุณจะไม่พบในท้องตลาดทั่วไป เช่น เส้นพาสต้า ถือเป็นซิกเนเจอร์พาสต้าขึ้นชื่อของร้านเนื่องจากเส้นพาสต้าของ ดีน แอนด์ เดลูก้า ใช้ส่วนผสมของโฮลวีตและวินเทอร์วีต ผสมน้ำแร่ในภูเขาในการนวดแป้ง และด้วยกรรมวิธีการผลิตเฉพาะ ทำให้เส้นพาสต้ามีรูพรุน เมื่อนำไปผัดกับซอสชนิดต่างๆ จะทำให้ซอสซึมเข้าสู่ตัวเส้นพาสต้าได้ยิ่งขึ้น

 

นั่นคือหนึ่งตัวอย่างในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารกว่า 20,000 รายการที่มีจำหน่ายใน ดีน แอนด์ เดลูก้า กูร์เม่ต์ มาร์เก็ตพรีเมียมแห่งนี้สุดยอดอาหารของโลกอีกมากมาย

 

สุดยอดเพสตรี้สไตล์เวียนนา

เพรสตี้ชื่อก้องโลก Bridor Pastries (บรีโน เพสตรี้) เพรสตี้นี้เป็นสูตรของ เชฟ หลุยส์ เลอ ดัฟฟ์ เชฟชาวฝรั่งเศสโดยกำเนิด อพยพไปอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 70 ได้ทุ่มเทตนเองเพื่อศิลปะในการสร้างสรรค์ขนมเพรสตี้สไตล์เวียนนาที่ได้ชื่อว่าอร่อยที่สุดในโลกเขาเจาะตลาดอเมริกาผ่านร้านเบเกอรี่ของเขาในกรุงมอนทรีออล และสามารถลพิกฝันตนเองให้กลายเป็นผู้ผลิตชื่อดัง ทำเพรสตี้ส่งโรงแรมหรูหราตามแนวชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกได้ในเวลาอันรวดเร็ว ข่าวความสำเร็จเลื่องลือไปถึงฝรั่งเศส ทำให้เขากลายเป็นคนแรกที่สามารถส่งขนมเพรสตี้สไตล์เวียนนาจากสหรัฐอเมริกาข้ามกลับไปขายในยุโรปได้

 

บรีโน เพรสตี้ของเชฟหลุยส์ ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศบ้านเกิดของเขา จนเขาต้องเปิดร้านเบเกอรี่ขึ้นแห่งหนึ่งที่เมืองแรนในฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ที่เขาใช้ผลิตบรีโน เพรสตี้ เพื่อส่งออกสู่โรงแรมระดับโลกในประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศ

 

นับจนถึงวันนี้ บรีโน เพรสตี้ ยังไม่มีจำหน่ายในร้านอื่นใดในเอเชีย ยกเว้นที่ ดีน แอนด์ เดลูก้า กรุงเทพฯ

 

คัพเค้ก เอิร์ลแห่งพลีมัธ

ขนมหน้าตาน่ารับประทานชื่อ Aristocake (อริสโตเค้ก) เป็นขนมที่อบเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับ ดีน แอนด์ เดลูก้า พิเศษตรงที่เป็นขนมที่อบโดยภริยาของ ไซมอน วินด์ เซอร์-คลีฟ ผู้ทรงเกียรติ ซึ่งเป็นบุตรชายของท่านเอิร์ลแห่งพรีมัธ เป็นสูตรลับเฉพาะประจำตระกูล และวัตถุดิบบางส่วนนำมาจากไร่ของตระกูลในประเทศอังกฤษ มีลักษณะคล้ายคัพเค้ก แต่ด้วยส่วนผสมที่ใช้ “ไอซิ่ง” สูตรพิเศษ (ไม่สามารถเก็บไว้ได้ข้ามคืน) ทำให้เนื้อขนมมีสัมผัสนุ่มลิ้น

 

ชาเคอร์แห่งออสเตรีย

ตำนานขนมระดับโลกอีกชนิดก็อยู่ที่นี่ The Original Sacher Torte (ดิ ออริจินัล ซาเคอร์ ทอร์ท) เรื่องราวดั้งเดิมระบุไว้ว่า เด็กฝึกงานวัย 16 ปีที่ชื่อ ฟรานซ์ ซาเคอร์ มีเหตุต้องช่วยทำหน้าที่แทนหัวหน้าพ่อครัวของเขาซึ่งล้มป่วยลง ด้วยการลงมือสร้างสรรค์ขนมเค้กขึ้นชิ้นหนึ่งด้วยตัวเอง เป็นเค้กช็อกโกแลตเนื้อเบานุ่ม มีชั้นแยมแอปริคอทอยู่ชั้นข้างใต้ไอซิ่งช็อกโกแลตดำ ประสบความสำเร็จจนเป้นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมาก เพียงชั่วข้ามคืน ผู้คนทั่วออสเตรียต่างเรียกร้องที่จะได้ลิ้มลอง “เค้กจากฝีมือของผู้ชายที่มีนามว่า ซาเคอร์” จนกลายเป็นตำนานเมื่อเขาได้ทำขนมเค้กนี้ถวายเจ้าชายคลีมองส์ ฟอน เมทเทอร์นิช ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในปี ค.ศ.1832

 

ต่อมา เอดูอาร์ด บุตรชายของซาเคอร์ ได้พัฒนาและต่อยอดสูตรคัพเค้กพ่อของเขา โดยสร้างสรรค์ “ทอร์ท” ในแบบที่แพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน ทอร์ทสูตรปรับปรุงนี้มีไว้บริการแขกของโรงแรม โฮเทล ซาเคอร์ ซึ่งเอดูอาร์ดก่อตั้งขึ้น และได้กลายเป็นเค้กที่ขึ้นชื่อที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ส่วน “ซาเคอร์ ทอร์ท สูตรดั้งเดิม” ยังคงมีไว้บริการแขกเฉพาะโรงแรม เดอะ ซาร์เคอร์ โฮเทล ในกรุงเวียนนาและเมืองซาลซ์บรูก สูตรนี้ได้รับการเก็บไว้เป็นความลับมิดชิด แต่ใครที่มากรุงเทพฯ จะได้ลิ้มลอง ดิ ออริจินัล ซาเคอร์ ทอร์ท สูตรดั้งเดิมได้ที่นี่

 

สุดยอดแห่งบัลซามิก

นักทำ-นักชิมอาหารส่วนใหญ่รู้จักน้ำส้มสายชูบัลซามิกเป็นอย่างดี แต่ทราบหรือไม่ว่าผู้ผลิตน้ำส้มสายชูบัลซามิกที่เก่าแก่ที่สุด มีชื่อเสียงที่สุด และได้รับรางวัลที่สุด ผลิตจากแหล่งใด

 

คำตอบคือเมืองมอเดน่า ประเทศอิตาลี โดยในปี ค.ศ.1605 ครอบครัว Giuseppe Giusti (กิอุสเซปเป กิอุสติ) นำน้ำส้มสายชูบัลซามิกคุณภาพเลิศของพวกเขานำเสนอในงานแสดงสินค้าต่างๆ ในยุโรปจนประสบความสำเร็จอย่างเกรียวกราว ช่วงเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษ พวกเขาทำให้ผู้คนพากันทึ่งกับน้ำส้มสายชูอายุ 30 ปี 50 ปี และ 100 ปี พร้อมกับคว้ารางวัลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง กิตติศัพท์น้ำส้มสายชูเหล่านี้เป็นที่เลื่องลือจนทราบถึงคนชราในราชวงศ์ และในปี ค.ศ.1929 กษัตริย์ วิตโตริโอ เอมานูเอล ที่ 3 แห่งอิตาลี ได้แต่งตั้งให้ กิอุสเซปเป กิอุสติ เป็นผู้ผลิตน้ำส้มสายชูบัลซามิกให้กับพระองค์อย่างเป็นทางการ สูตรดั้งเดิมของกิอุสติเคยได้รับการตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1863 และเป็นสูตรที่แสนจะเรียบง่ายดังนี้ “องุ่นคุณภาพล้ำเลิศ เนื้อไม้ที่หลากหลาย เวลา และความอดทน” สูตรลัยดังกล่าวเป็นสิ่งที่ครอบครัวนี้สืบทอดกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้

 

บัลซามิกรุ่น กิอุสติ แบนด้า รอสซา (Giusti Banda Rossa) เป็นความภาคภูมิใจของน้ำส้มสายชูกิอุสติ เป็นผลิตภัณฑ์ที่รักษาไว้เป็นพิเศษของครอบครัวนี้ นำออกจำหน่ายในปริมาณจำกัดหลังหมักไว้จนได้อายุอันยาวนานภายใน “ถังหวัก” ที่เก่าแก่และล้ำค่าที่สุดในวงการน้ำส้มสายชูมีอายุย้อนกลับไปถึงยุคศตวรรษ 1600 ผลที่ได้จากการหมักเช่นนี้ คือน้ำส้มสายชูที่มีรสชาติกลมกล่อมเกินห้ามใจ พร้อมกลิ่มหอมคล้ายผลไม้ ความพิเศษเฉพาะตัวของ กิอุสติ แบนด้า รอสซา หาซื้อได้ที่ ดีน แอนด์ เดลูก้า กรุงเทพฯ

 

ช็อกโกแลตระดับ Noble Ingredients

ช็อกโกแลตที่วางจำหน่ายในร้านเป็นช็อกโกแลตที่ผลิตโดย Michel Cluizel (มิเชล คลูเซล) ครอบคับคลูเซลผลิตช็อกโกแลตมาอย่างต่อเนื่องยาวนานตั้งปต่ปี ค.ศ.1984 ที่โรงงานของพวกเขาในเมืองนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส และได้รับรางวัลมากมายจากช็อกโกแลตที่พวกเขาผลิตขึ้น ทุกวันนี้ มิเชล คลูเซล เป็นผู้ผลิตช็อกโกแลตส่งให้กับเพรสตี้และธุรกิจเกี่ยวกับช็อกโกแลตรวมกว่า 6,000 รายทั่วโลกที่ต่างใช้ช็อกโกแลตแสนพิเศษของเขา

 

ด้วยสภาวะแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนไป เพื่อรักษาพคุณภาพการผลิตช็อกโกแลต คลูเซลปรับแนวทางการทำงานของเขาใหม่ในปี ค.ศ.1997 ด้วยการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้ผลิตโกโก้ ความสัมพันธ์ของเขากับผู้ปลูกโกโก้ทำให้แน่ใจได้ถึงที่มาของผลผลิตและแบบแผนการเพาะปลูกที่ยั่งยืนรวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความยุติธรรม และความรับผิดชอบต่อผู้จัดส่งวัตถุดิบให้กับเขา วิสัยทัศน์เช่นนี้ทำให้เขารู้แหล่งและสามารถซื้อหาเมล็ดโกโก้คุณภาพดีที่สุดในโลกได้ กระบวนการผลิตที่พิเศษเฉพาะตัวของเขามีขั้นตอน 17 ขั้นตอน กระทั่งได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายที่ให้ความรู้สึกเสมือนเป็นผลจากสร้างสรรค์มากกว่าเพียงแค่การผลิต

 

มิเชล คลูเซล คอยควบการผลิตให้อยู่ในปริมาณน้อย ไม่ใช่ผู้ผลิตรายใหญ่ในระดับโลก แนวทางนี้ทำให้เขารักษาแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่เน้น “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ” ไว้ได้เป็นอย่างดี และไวท์ช็อกโกแลต ได้รับการรับรองคุณภาพโดยเครื่องหมาย Noble Ingredients

 

โกปี ลวค กาแฟรสนิยมวิไล

นอกจากเอสเพรสโซ คาปูชิโน ลาเต้ ฯลฯ ดี แอนด์ เดลูก้า ย่อมต้องมีกาแฟสุดพิเศษ Kopi Luwak (โกปี ลวค) หรือ Civet Coffee ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นกาแฟที่มีความพิเศษเฉพาะตัวที่สุดในโลก กาแฟชนิดนี้เริ่มเป็นที่รู้จักฝ่านตัวละครทที่รับบทโดย แจ๊ค นิโคลสัน ในภาพยนตร์เรื่อง The Bucket List เป็นกาแฟเพียงชนิดเดียวที่อภิมหาเศรษฐีผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเรื่องเลือกดื่ม มีตัวเลขซื้อขายกันที่ 6,600 เหรียญสหรัฐ/กิโลกรัม หรือราคาเฉลี่ยแกด้วละ 50 เหรียญ

 

โกปี ลวค ผลิตจากเมล็ดของผลกาแฟที่ตัวชะมดอินโดนีเซีย (Indonesia Luwak หรือ Civet) กินเข้าไประหว่างที่เมล็ดกาแฟอยู่ในระบบทางเดินอาหารของชะมดเอนไซม์ย่อยโปรตีนจะซึมเข้าสู่เมล็ดกาแฟ หลังจากเก็บเมล็ดกาแฟเหล่านี้มาล้างทำความสะอาด ตากแห้งและคั่วที่อุณหภูมิสู่งกว่าปกติ จะได้กาแฟที่มีกลิ่นหอมหวนและมีรสชาติพิเศษเฉพาะตัวและมีราคาสูงที่สุดในโลก

 

เมนูแห่งกรุงเทพฯ

มร.จอห์น บาร์ตัน กล่าวว่า ดีน แอนด์ เดลูก้า มีสินค้ารวมกว่า 20,000 รายการ ครอบคลุมผลิตภัณฑ์กลุ่มหลักๆ 25 ประเภท สำหรับดีน แอนด์ เดลูก้า กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ โครงการมหานคร ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ขณะนี้มีผลิตภัณฑ์ต่างๆ วางจำหน่าย 500 รายการ และให้บริการอาหารด้วยเมนูกว่า 100 รายการ เป็นร้านชั่วคราว หลังจากโครงการมหานครเสร็จสมบูรณ์ จะขยายพื้นที่ร้านให้มากกว่านี้และมีสินค้าให้เลือกเพิ่มขึ้น

 

ในช่วงเปิดบริการอย่างไม่เป็นทางการ (4 สัปดาห์แรก) มร.จอห์น กล่าวว่า อาหารซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้ามากที่สุดได้แก่ สลัดเนื้อแกะ พีชและผักโขม (Lamb, Peach & Spinach Salad) เป็นสลัดที่ขายดีที่สุด เนื้อลูกแกะนุ่มๆ กับรสเปรี้ยวอมหวานจากผลพีช, แซนด์วิชชีสนมแพะและอโวคาโด (Gaot Cheese & Avocado Sandwich) เป็นแซนด์วิชอันดับหนึ่งอีกเช่นกัน ใช้ปริมาณชีสและอโวคาโดในสัดส่วนห้าสิบต่อห้าสิบและขนมปังโฮลวีต

 

มร.จอห์นและทีมเชฟประจำปี ดีน แอนด์ เดลูก้า กรุงเทพฯ ไม่ลืมที่จะเสาะหาวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมในเมืองไทยเพื่อสร้างสรรค์เมนูพิเศษเฉพาะของที่นี่ ด้วยรสชาติที่คุ้นลิ้นลูกค้าชาวไทยเป็นพิเศษ นั่นก็คือกาแฟสูตรผสมพิเศษ แบงค็อกเบลนด์ (Bangkok Blend) ใช้กาแฟอาราบีก้าจากทางภาคเหนือของไทยเบลนด์กับเมล็ดกาแฟคุณภาพจากอินโดนีเซีย และวางแผนส่งไปจำหน่ายยังร้านสาขาทั่วโลก ด้วยความติดใจรสชาติข้าวเหนียวมะม่วงของไทย มร.จอห์นจึงคิดสูตรข้าวเหนียวมะม่วงให้เป็นของหวานในแบบฉบับดีน แอนด์ เดลูก้า เรียกว่า ข้าวเหนียวมะม่วงปั่น (Mango Sticky Rice Shake) ของหวานเนื้อนุ่ม รสชาติชวนหลงใหล เข้ากับสภาพอากาศเมืองร้อนของไทย รวมทั้งเมนูพิเศษระดับเวิลด์คลาสเฉพาะกรุงเทพฯ แซนด์วิชมหานคร (MahaNakhon Sandwich) คัดสรรวัตถุดิบระดับพรีเมียมรวมไว้ในจานเดียว ทั้งเมนล็อบสเตอร์ตุ๋น ขาปูอลาสกา ซอสครีมเลมอนผสมเซเลอรีและอาคีแทน คาเวียร์จากฝรั่งเศส เห็ดดำ และขนมปังหมักเปรี้ยวปัวลาน



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

“HEART SUKHUMVIT ทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ในทำเลคอนโดมิเนียม” ผลงานชิ้นแรกที่ผม (คอนโดแมน) ขอทุ่มสุดชีวิตเพื่อเพิ่มทางเลือกในตลาดอสังหา

ราคาเริ่มต้น 16.9 ล้านบาท กับทาวน์โฮมหน้ากว้างทำเลคอนโดมิเนียมแบบนี้ ผมมั่นใจว่าหาที่ไหนไม่ได้แล้วที่เป็นโครงการใหม่ (ใกล้เคียงกับราคาขายปัจจุบันของคอนโดแบบ triplex 3 ชั้นแถวนั้น ที่มีพื้นที่ใช้สอ... อ่านต่อ




เหตุผลที่ Beachfront Suite เป็นห้องที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

ภายใต้บรรยากาศภาพรวมของคอนโดหรู Veranda Residence Hua-Hin ที่ออกแบบให้มีความโมเดิร์น ค... อ่านต่อ

Living Trends: 4 เทรนด์ความสนใจล่าสุดแห่งการพักอาศัยในเมืองกรุง คำตอบสุดฮิตของคนคอนโดในอนาคตจะเป็นอย่างไร

เทรนด์การอยู่อาศัยที่เขียนมาอาจจะไม่ใช่เทรนด์การอยู่อาศัยกระแสหลักในตอนนี้ แต่ว่าจะเริ่... อ่านต่อ

ความน่าสนใจของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่านั้น โดยทั่วไปแล้วจะมีความแน่นอนของรายได้ในระดับหนึ่ง ... อ่านต่อ