ของมันต้องมี ! “คอนโดในอุดมคติ” ที่ดี … ควรมีอะไรบ้าง

Propholic X Checkraka 18 July, 2018 at 00.00 am

ของมันต้องมี ! “คอนโดในอุดมคติ” ที่ดี … ควรมีอะไรบ้าง

จะซื้อคอนโดทั้งที ปัจจัยสำคัญในการเลือกมีเยอะแยะไปหมด มีงบเท่านี้ซื้อทำเลไหนดี … กลางเมืองหรือชานเมือง ใกล้รถไฟฟ้าแค่ไหน สเปคห้องเป็นยังไง ราคาคุ้มมั้ย อนาคตราคาจะขึ้นแค่ไหน สารพัดเรื่องชวนให้คิดไม่ตก

จริงๆ แล้วระดับเกรดของคอนโด ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแบ่งความครบ หรือชูความหรู ความเป็น Luxury ของแต่ละโครงการได้เป็นอย่างดี จริงๆ แล้วคำว่าในอุดมคติของแต่ละคนก็อาจจะไม่เหมือนกัน ไปดูหลักง่ายๆ ที่ “น่าจะ” เห็นกันในคอนโดดีๆ ที่เราเชื่อว่า …นี่ล่ะ! คือสิ่งที่คอนโดในอุดมคติควรมี …


1. ทำเลดี … เป็นRare Item

“ทำเล” คือสิ่งสำคัญ แต่คำจำกัดความของคำว่า “ทำเลที่ดี” ของแต่ละคน อาจไม่เหมือนกัน บางคนชอบทำเลที่ซื้อของหาของกินง่ายเป็นหลัก บางคนเน้นขับรถขึ้นทางด่วนสะดวก บางคนเน้นติดรถไฟฟ้า บางคนชอบทำเลสงบๆ ดังนั้น “ทำเลที่ดี” จึงอาจไม่มีกฎตายตัว แต่ถ้าองค์ประกอบพวกใกล้รถไฟฟ้าครบ ไม่แห้งแล้ง เดินออกมาก็ซื้อของกินดื่มง่าย ใกล้ห้างสรรพสินค้า โดยรวมๆ ก็ถือว่าเป็นทำเลที่ดีพอได้แล้วล่ะค่ะ แต่ถ้าจะ “ทำเลเทพ” ขึ้นไปอีกหนึ่ง Step แบบมั่นใจได้ว่าซื้อมาอยู่อาศัยแล้วราคา Capital Gain คอนโดก็น่าจะขึ้นได้ด้วย ทำเลนั้นต้องมีความ Rare หรือ Unique เฉพาะตัวหน่อย ซึ่งความ Rare ก็มีได้หลายรูปแบบ เช่น เห็นวิวและเดินไปสวนลุมได้อย่างทำเลหลังสวน ก็เป็นความ Rare ในเชิงธรรมชาติ หรือใกล้รถไฟฟ้าสองเส้นอยู่ใจกลางย่านทำงาน และย่านเดินเล่นอย่างทำเลอโศก ก็เป็นความ Rare ในเชิงของความสะดวกเดินทาง หรือใกล้ร้านอาหาร หรือย่าน Hangout สวยๆ งามๆ อย่างทำเลเอกมัย-ทองหล่อ ก็เป็นความ Rare ในเชิงของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

รถไฟฟ้า BTS หนึ่งในการเดินทางระบบรางรอบๆ กรุงเทพที่สะดวกที่สุดในตอนนี้

2. Concept โครงการตอบโจทย์ Lifestyle เรา

คอนโดแต่ละโครงการมักจะมี Concept หรือจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับราคาที่ดิน ขนาดที่ดิน ทำเล เกรดคอนโด และ Positioning ของทำเล หรือโครงการนั้นๆ ซึ่งหากคอนโดนั้นๆ ตอบโจทย์ชีวิตที่เราชอบ เช่น เราชอบเลี้ยงสัตว์ มีคอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ หรือเราเป็นคนชอบพื้นที่กว้างๆ ก็หาคอนโดที่มีพื้นที่ส่วนกลางโล่งๆ หรือเขียวๆ เยอะๆ หรือเราชอบนั่งจิบกาแฟสูบบุหรี่ชมวิวแม่น้ำ ก็เลือกคอนโดติดแม่น้ำ ซึ่งแต่ละโครงการก็จะตอบโจทย์ Lifestyle ของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ แล้วแต่ความชอบเลย

พื้นที่ส่วนกลางที่มีให้มากถึง 30 ชั้น ของโครงการ Niche Pride Taopoon-Interchange

Concept ของโครงการ 333 RIVERSIDE

Concept ของโครงการ M Jatujak

Concept ของโครงการ Ideo Q Chula-Samyan

 

3. Spec + Layout ดีและมีฟังก์ชั่นหลากหลาย

คอนโดยุคนี้ไม่มีแค่ 1 หรือ 2 ห้องแบบง่ายๆ แล้วค่ะ การเติมฟังก์ชั่นหรือแบ่งสัดส่วนเก๋ๆ เข้าไป ก็ช่วยเพิ่มน่าสนใจและอัพราคาได้ไม่น้อย เช่น

1 Bedroom Plus : ไอ้เจ้าพลัสนี่แหละค่ะ คือการแบ่งสัดส่วนห้องอีกนิด การมีห้องว่างๆ เล็กๆ อีกหนึ่งห้อง ซึ่งทำให้เราสามารถแปลงเป็นห้องนอนลูก ห้องทำงาน หรือมุม Walk-in Closet ก็ได้ ซึ่ง Type แบบนี้ได้รับความนิยมมากทีเดียวค่ะ

1 Bedroom Plus มีพื้นที่ Study Room เป็นห้องอเนกประสงค์ ของโครงการ Niche MONO Sukhumvit-Bearing

 

ระเบียงกว้าง ใช้งานได้จริง : ระเบียงคอนโดส่วนใหญ่ แค่ก้าวเท้า 2-3 ก้าวก็หมดพื้นที่แล้ว หรือแค่วางราวตาผ้าเล็กๆ ก็เต็มการมีคอนโดระเบียงกว้างๆ ตั้งโต๊ะ เก้าอี้ จิบน้ำชานอนเล่นได้ จะดีแค่ไหนล่ะคะ …

MOFF Design : Type นี้มีให้เห็นอยู่หลายโครงการค่ะ แบบห้องเก๋ๆ มี 2 ชั้น ตัวแบบห้องน่าจะตอบโจทย์คนที่ชอบเรื่องดีไซน์ การมีห้องที่เล็กลงหน่อย แต่ได้เพดานสูงโปร่งกว่าเดิม ก็น่าสนใจทีเดียวค่ะ

แบบห้อง Moff Design ของโครงการ Niche MONO Tiwanon

 

4. Facilities ใช้ได้จริงและเพียงพอ

ต้องบอกว่าชีวิตท่ามกลางความเร่งรีบในกรุงเทพ กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วค่ะ เช้าตื่นไปทำงาน เลิกงานกลับคอนโดมาก็ค่ำมืด ไม่มีเวลาออกไปเดินเล่น สูดอากาศดีๆ ที่ไหน หลายคนจึงหันมาพึ่งความสะดวกสบายในพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดนี่แหละค่ะ หลายคนคิดไว้ในใจเลย ว่าถ้าจะซื้อคอนโดสักโครงการ Facilities คือสิ่งสำคัญที่สุด!

พื้นทีส่วนกลางของโครงการ Niche MONO Peak Bangna

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Niche Pride Thonglor-Phetchaburi

พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 2 ไร่ ของโครงการ Niche MONO Ratchavipha

 

5. ที่จอดรถ จอดกันได้สบายๆ ทุกคน (70 – 100% กำลังดี)

ปัญหาเรื่องที่จอดรถไม่เพียงพอ เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยเกือบจะทุกคอนโดเลยล่ะค่ะ สำหรับวันทำงานของหลายคนอาจเน้นพึ่งพารถไฟฟ้า แต่สำหรับคนมีรถ การมีที่จอดรถรองรับสำหรับชาวคอนโดทุกคน 100% หาได้ยากมากๆ ค่ะ เพราะพื้นที่คอนโดเองค่อนข้างจำกัด หลายโครงการเริ่มมี Automatic Parking หรือที่จอดรถอัตโนมัติเข้ามาใช้ ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่เหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่จำกัดอย่างมาก แถมลูกบ้านเองไม่ต้องวุ่นวายกับการขับรถวนหาที่จอด

Auto Parking ในจีน

ขอบคุณภาพ : https://goo.gl/ZXJWmU

Auto Parking ในเยอรมนี

ขอบคุณภาพ : https://goo.gl/RpYJbB

จริงๆ แล้ว “อุดมคติ” หรือความสมบูรณ์แบบของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ กฎการเลือกคอนโดของหลายคนอาจขอแค่สงบ ร่มรื่น สะดวกสบายไม่แพ้บ้าน แต่ในขณะที่อีกหลายคนต้องการคอนโดโมเดิร์น หรูหรา มีเทคโนโลยีมาอำนวยความสะดวกในทุกด้าน ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาและไลฟ์สไตล์ของแต่คนละคนนะคะ แต่จะซื้อคอนโดทั้งทีก็ควรเลือกสิ่งที่ “คุ้มค่า” ที่สุดค่ะ …

 

ตัวอย่างโครงการแนะนำ : PITI EKKAMAI  พบกับความ “ปีติ” ตามแนวคิด IKIGAI เริ่ม 4.45 ลบ.*

PITI EKKAMAI (ปีติ เอกมัย) คอนโดจากค่ายเสนาฯ เป็นจากความร่วมมือระหว่าง “เสนา ดีเวลลอปเม้นท์” และ “Hankyu Hanshin Properties Corp” จากญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นคอนโด Hi-End ตัวแรกของเสนาฯ

 

ปีติ ถูกพัฒนาโครงการภายใต้คอนเซปต์ อิคิไก (IKIGAI) ซึ่งเป็นแนวคิดของคนญี่ปุ่นที่กล่าวถึงเหตุผลหรือเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ อยู่อย่างไรให้มีความสุขในทุกวันที่ตื่นนอน ความสุขเกิดจากสิ่งเล็กๆ ที่อยู่รายล้อมรอบตัว ที่เราไม่ต้องขวนขวาย

 

ปีติ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกไลฟ์สไตล์ และทุกช่วงวัย ด้วยการพัฒนาออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่มีขนาดใหญ่ 1,900 ตร.ม. พร้อมด้วยบริการระดับ Elite Services และพื้นที่จอดรถกว่า 70% ราคาเริ่ม 4.45 ลบ.*

แผนที่โครงการ PITI EKKAMAI (ปีติ เอกมัย)

 

มุมมองของ Propholic ต่อทำเลและโครงการ PITI EKKAMAI

 

หาก Passion และ Desire คือพลังบวกที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ และเติมพลังกายให้เราสามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัด เพื่อให้เราไปถึงจุดหมายได้ตามที่วาดฝัน อิคิไก (IKIGAI) ก็คงจะเป็นแนวทางในการใช้ชีวิต ที่จะช่วยขับเคลื่อนทุกช่วงเวลาของเราให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุข น่าจดจำ เป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุดในการมีชีวิตอยู่ เพื่อบางสิ่งที่มีความหมายมากที่สุด…เพราะความหมายของการใช้ชีวิตแต่ละคนนั้นต่างกัน และยังเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงชีวิต บางคนมีความสุขที่ได้ออกกำลังกาย หรือท่องเที่ยวไปตามธรรมชาติ และสำหรับตัวผมเองนั้น การได้ดูแลและเล่นกับกระต่ายสูงวัยที่บ้านผมเองก็คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมอยากตื่นขึ้นมาในทุกเช้า และรีบกลับบ้านทุกครั้งหลังเลิกงาน …กระต่ายน้อยที่ชื่อปูชิ คือ อิคิไก ของผม

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงอย่างปัจจุบัน เรื่องของการดีไซน์ และฟังก์ชั่นใหม่ๆ ทั้งเลย์เอาท์ห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง มักจะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ดีเวลลอปเปอร์หยิบยกขึ้นมาบอกเล่าเป็นจุดขายหลัก เพื่อให้โดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกันไปมากที่สุด จนดีเวลลอปเปอร์หลายๆ รายลืมไปว่าสิ่งเหล่านี้คือการมองภาพโครงการให้เป็นเพียงแค่ “พื้นที่อยู่อาศัย” ที่อัดแน่นแต่ Functional Benefits ในเชิงรูปธรรม โดยที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่า แท้จริงแล้วกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเหล่านั้น ต้องการสารพัด Functional Benefits ตามที่ให้มา หรือเพียงแค่เป็นการสร้าง Value Added เพื่อให้ง่ายต่อการขายกันแน่….ในสถานการณ์เช่นนี้ “อิคิไก” ดูจะเป็นสิ่งที่ผู้อยู่อาศัยจริงหลายคนถวิลหา แต่ก็ยังหาไม่ได้ในคอนโดส่วนใหญ่

 

พลันที่บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ได้ประกาศที่จะพัฒนาโครงการคอนโดร่วมทุนลำดับที่สามกับกลุ่มฮันคิว เพื่อสานต่อความสำเร็จจากสองโครงการแรกคือ นิช โมโน สุขุมวิท-แบริ่ง และ นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์

สายตาของผมก็จับจ้องมาที่โครงการใหม่ของเสนาฯ ซึ่งน่าจะเป็นโครงการที่มีระดับราคาต่อตรม.ที่สูงที่สุดเท่าที่เสนาฯ เคยพัฒนามา พร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจสองข้อก็คือ 1. นี่คือทำเลเอกมัย ย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำที่เสนาฯ ไม่เคยเข้าสู่ตลาดนี้มาก่อน แล้วเสนาฯ จะปั้นโครงการนี้อย่างไร และ 2. การร่วมกันพัฒนาโครงการกับญี่ปุ่นในครั้งนี้ เสนาฯ จะมีหมัดเด็ดอะไรที่จะสร้างความแตกต่างจากบรรดาหลายโครงการที่ร่วมทุนกับญี่ปุ่น แต่สุดท้ายแล้วโปรดักส์ที่ออกมาส่วนใหญ่ก็มักจะขาดซึ่งจิตวิญญาณของความเป็นญี่ปุ่น จนสร้างความผิดหวังให้กับใครหลายคน

ความสงสัยของผมที่เกิดขึ้นในใจดังกล่าว ค่อนข้างเปลี่ยนไปในแง่บวกทันทีที่ เสนาฯ ได้มีการเปิดเผยชื่อโครงการออกมาว่า “PITI EKKAMAI (ปีติ เอกมัย)” หากดูเผินๆ จะเห็นว่าชื่อโครงการนั้นมีความหมายในภาษาไทยว่า ความอิ่มเอมใจ และมันก็คงจะไม่เข้าอะไรกับจิตวิญญาณของความเป็นญี่ปุ่นตรงไหน แต่หากใครที่เป็นแฟนประจำ หรือพนักงานของเสนาฯ ก็จะพบว่า ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) นั้นได้แอบชื่นชมแนวคิด อิคิไก มาสักพักใหญ่แล้วผ่านทางหนังสือที่ชื่อว่า Ikigai : The Japanese secret to a long and happy life เขียนโดย Hector Garcia และ Francesc Miralles แน่นอนว่าความอินในเคล็ดลับแห่งความมีอายุอันยืนยาวของผู้คนบนเกาะโอกินาว่าที่ถูกระบุในหนังสือเล่มนี้ ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาโครงการใหม่ร่วมกับกลุ่มฮันคิว จนออกมาเป็น “PITI EKKAMAI” โครงการแรกในประเทศไทย ที่ได้ถอดรหัส อิคิไก ออกมาเป็นคอนเซปต์ในการพัฒนาโครงการเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้มีความสุขในทุกวันที่ตื่นนอน

แต่ก่อนที่จะว่าไปถึงการตีความของอิคิไก ให้เกิดเป็นรูปธรรมจับต้องได้ในโครงการ PITI EKKAMAI นี้ ผมคงต้องของบอกเล่าไปถึงภาพรวมของที่ตั้งโครงการในย่านเอกมัยเหนือ แห่งนี้ก่อน ว่ามีความพิเศษต่างกับช่วงอื่นๆ ของเอกมัยอย่างไร

ถนนสุขุมวิท 63 หรือที่หลายคนเรียกกันว่าถนนเอกมัย เป็นย่านไลฟ์สไตล์ชั้นนำคู่ขนานกับถนนทองหล่อที่เหมาะกับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียม แม้ว่าจะมีร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกไม่มากเท่ากับย่านทองหล่อเนื่องจากความกว้างของถนนมีน้อยกว่า อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่มีทั้งอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ปั๊มน้ำมัน รวมถึงบ้านเดี่ยว และอาคารพาณิชย์ที่เรียงรายอยู่ตลอดสองแนวข้างทาง แต่ลักษณะทางกายภาพของสุขุมวิท 63 นั้นกลับเชื่อมต่อไปยังทำเลสำคัญอื่นๆ ใกล้เคียงได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นพระโขนง ผ่านทางซอยเอกมัย 12 ลัดไปยังสุขุมวิท 71  หรือถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่อยู่ติดกับฝั่งเอกมัยเหนือ หรือจะข้ามสะพานไปยังถนนพระรามเก้า ข้ามแยกไปถนนเลียบด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก็สะดวกสบาย ส่วนที่บอกว่าเป็นคู่ขนานกับทองหล่อก็เป็นเพราะถนนเอกมัยยังมีซอยย่อยที่ไปออกทองหล่อได้อีกถึง 2 ซอยคือซอยเอกมัย 5 ที่เชื่อมไปยังทองหล่อ 10 ซอยเอกมัย 21 ที่เชื่อมไปยังทองหล่อ 20 ดังนั้นหากได้มาลองใช้ชีวิตอยู่ที่เอกมัยจริงๆก็จะพบว่าไลฟ์สไตล์จะไม่ได้แตกต่างจากย่านทองหล่อไปสักเท่าไหร่

โดยรวมแล้วถนนเอกมัยจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือเอกมัยเหนือ และเอกมัยใต้ ฝั่งเอกมัยใต้มีจุดเด่นตรงที่ความใกล้รถไฟฟ้าสถานีเอกมัย และถนนสุขุมวิท ใกล้ช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ถึง 3 แห่งคือ Gateway เอกมัย, Major Cineplex และ Big C เอกมัย เช่นเดียวกับ Neighborhood Mall ขนาดย่อมอย่าง Parklane เอกมัย เมื่อประกอบกับมีอาคารสำนักงานขนาดกลางอย่างอาคารสรชัย Bangkok Business Center สถานีขนส่งเอกมัย และวัดธาตุทองตั้งอยู่ในแถบนี้ จึงทำให้มีปริมาณการเข้าออกผ่านไปผ่านมาของผู้คน หลากหลายประเภทมากกว่าช่วงเอกมัยเหนือ แต่ฝั่งเอกมัยเหนือก็ถูกทดแทนด้วยเส้นทางคมนาคมทางเรือบนคลองแสนแสบ ที่ท่าเรือชาญอิสสระฝั่งถนนเพชรบุรี เพื่อเดินทางเข้าสู่จุดศูนย์กลางเมืองได้สะดวกรวดเร็วไม่แพ้เส้นทางรถยนต์แต่อย่างใด

เมื่อฝั่งเอกมัยใต้มีความเจริญมากขึ้น ทำให้ที่ดินเริ่มหายากมากขึ้น ความเจริญของเอกมัยก็เริ่มจะขยับขยายมาที่เอกมัยเหนือมากขึ้นเพราะมีที่ดินเปล่าผืนใหญ่ที่กำลังรอการพัฒนามากกว่า อีกทั้งย่าน Residential Area เก่าแก่ของผู้คนในย่านเอกมัยก็มักจะอยู่ช่วงตั้งแต่ซอยเอกมัย 12 ขึ้นไป

 

และเพื่อให้สภาพแวดล้อมตลอดสองข้างทางของย่านเอกมัยและทองหล่อมีความสวยงามที่ทัดเทียม กลมกลืมเข้าไว้ด้วยกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็ได้ร่วมกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UddC) เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในย่านทองหล่อ-เอกมัยออกไอเดียที่ต้องการเพื่อนำไปพัฒนาและปรับปรุงฟื้นฟูย่านเป็นผังแม่บทย่านว่าจะเปลี่ยนแปลงออกมาเป็นรูปแบบใด ณ ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนระดมไอเดียและออกแบบภาพร่างกันอยู่ อยู่ในขั้นเริ่มต้น โดยคอนเซปต์คือการควบรวมทั้งสองย่านนี้ให้เป็นศูนย์รวมของกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่ทำธุรกิจสร้างสรรค์นำเทรนด์ เป็น Trend Setter ของเมือง ที่มีพื้นที่รองรับไลฟ์สไตล์ 24 ชั่วโมง แต่เอกมัยต้องเชื่อมต่อด้วยโครงข่ายสัญจรระบบรองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การ Feed Traffic จากคนทำงานในย่านเอกมัยใต้มาสู่เอกมัยเหนือ และทางเดินเท้าจากย่านทองหล่อ โดยโครงการนี้มีแนวคิดจะปรับเปลี่ยนทัศนียภาพคลองเป้ง ซึ่งเป็นคลองที่พาดผ่านทองหล่อเอกมัยให้กลายเส้นทางเดินเท้าใหม่เพื่อเชื่อมต่อระหว่างทองหล่อเอกมัยให้เข้าหากันง่ายขึ้นและออกแบบพื้นผิวถนนใหม่เพื่อให้เป็นถนนที่น่าเดินตลอดเส้นทาง แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอะไรออกมาครับ

ขอบคุณภาพ : https://goo.gl/NnHbTt

สำหรับเส้นทางคมนาคมแห่งอนาคตที่หลายฝ่ายต้องการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ที่ผ่านบริเวณเอกมัยเหนือที่สถานีเพชรบุรี-ทองหล่อ และสถานีแจ่มจันทร์ โดยโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา แต่ว่าก็ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนว่าจะเริ่มสร้างตอนไหน อย่างไร เช่นกัน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีดีเวลลอปเปอร์หลายรายเริ่มเข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในซอยเอกมัยมากขึ้น และเกือบทุกโครงการมีอัตราการขายที่ค่อนข้างสูงหรือว่าได้รับการตอบรับที่ดีในอัตราที่ใกล้เคียงกับโครงการในซอยทองหล่อ แม้ว่าจำนวนโครงการในซอยเอกมัยจะมีไม่มากเทียบเท่ากับซอยทองหล่อแต่ก็มีโครงการใหม่ๆ เปิดขายต่อเนื่องไล่ตั้งแต่เอกมัยใต้ที่มีทั้ง Rhythm Ekkamai, Maru Ekkamai 2, The Reserve Sukhumvit 61 ไปจนถึงช่วงตอนกลางอย่าง M Thonglor 10, Taka Haus, The Fine Ekkamai, XT Ekkamai และเอกมัยเหนือที่มี C Ekkamai จนตามมาด้วย PITI EKKAMAI และน่าจะมีอีกหลายโครงการตามมา จนจำนวน Supply คอนโดใหม่เริ่มขยับเข้ามาใกล้กับทองหล่อมากขึ้นทุกทีด้วยจำนวนยูนิตของแต่ละโครงการที่มากกว่า จากข้อได้เปรียบในเรื่องของขนาดพื้นที่ดินในการพัฒนาโครงการ…จากการเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณของราคาคอนโด และราคาที่ดินในย่านทองหล่อ ที่ราคาบอกขายบางแปลงทั้งๆ ที่อยู่ในช่วงปลายทองหล่อฝั่งเพชรบุรีแล้วก็ยังสูงเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อตารางวา เมื่อราคาที่ดินแพง ราคาขายคอนโดก็แพง เช่นเดียวกับราคาก็ต้องขึ้นตามต้นทุน ดังนั้นแนวโน้มในการพัฒนาโครงการในย่านนี้ จึงขยับออกมาอยู่ในฝั่งเอกมัยทั้งใต้ และเหนือซึ่งยังคงมีราคาที่ดินที่ต่ำกว่าในย่านทองหล่อ และมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ในการพัฒนาโครงการ โดยที่สามารถทำราคาและ Space ให้ตอบโจทย์กำลังซื้อหลักได้มากกว่า เอกมัยจึงน่าจะเป็นสมรภูมิการแข่งขันคอนโดที่รุนแรงอย่างแน่นอนในอนาคต

 

โดยคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในซอยเอกมัยนั้น มีระดับราคาที่แตกต่างกัน โดยในช่วงเอกมัยใต้จะมีราคาเฉลี่ยประมาณตรม.ละ 200,000 บาท สำหรับคอนโดที่เปิดใหม่ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ส่วนคอนโดที่อยู่ในซอยย่อย และฝั่งเอกมัยเหนือก็จะมีระดับราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณตรม.ละ 130,000 บาท ไปจนสูงถึงตรม.ละ 180,000 บาท ถึงแม้ว่าระดับราคาขายจะสูงกว่าโครงการเก่าที่เปิดตัวก่อนหน้านั้นราวๆ 6 ปีที่ตรม.ละ 130,000 บาท แต่ก็ยังนับว่ามีราคาที่ถูกกว่าคอนโดใหม่ในซอยทองหล่อถึงเกือบ 50% และด้วยการที่เอกมัยมี Demand ในการพักอาศัยที่ชัดเจนจากกลุ่ม Expat และคนในพื้นที่จึงทำให้อัตรา Take Up Rate ของคอนโดในย่านเอกมัยในช่วงตั้งแต่ปี 2559 มีค่อนข้างสูงถึง 80%

 

PITI EAKKAMAI (ปีติ เอกมัย) พร้อมก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในย่านเอกมัยเหนือ ด้วยการสร้าง “พื้นที่ชีวิต”

หากอิคิไก ในความหมายของใครหลายๆคนก็คือ ความรักที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนเกิดเป็นพลังชีวิตอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยให้เราตื่นขึ้นมาเพื่อเผชิญความจริง และอุปสรรคในทุกวัน อิคิไก ในความหมายของเสนาฯที่มีกับการพัฒนาโครงการคอนโดอย่างไม่หยุดยั้งในแต่ละวัน ก็คงจะหมายถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทกับการพัฒนาโครงการ ให้เป็นมากกว่าแค่ “พื้นที่อยู่อาศัย” แต่เป็น “พื้นที่ชีวิต” ที่ตอบรับกับการใช้ชีวิตที่หลากหลาย จนตกผลึกออกมาเป็น PITI EKKAMAI… “ชีวิตที่ปีติ คือความสุขในรูปแบบใหม่”

 

อิคิไกของแต่ละคนไม่เหมือนกันและไม่จำเป็นต้องมีแค่หนึ่งอย่าง ปีติจึงพยายามตอบโจทย์ในทุกอิคิไกในด้านที่พักอาศัย ด้วยความร่วมมือของ เสนา ฮันคิว ที่ตั้งใจออกแบบพื้นที่ทุกตารางนิ้วในโครงการให้มีความสอดคล้องและเกื้อหนุนกับการใช้ชีวิตในแบบ อิคิไก ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกไลฟ์สไตล์ และทุกช่วงวัย ด้วยการพัฒนาออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่มีขนาดใหญ่และครบครัน เพียงพอต่อความต้องการของจำนวนผู้พักอาศัยทั้ง 879 ยูนิต นอกจากนี้ PITI EKKAMAI ยังนับว่าเป็นโครงการคอนโดที่มีพื้นที่ส่วนกลางแบบลอยฟ้าบนชั้น 37 ที่เชื่อมต่อทั้ง 2 ปีกของอาคารในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นสะดุดตา และใหญ่มากที่สุดในย่านเอกมัย

จากจำนวนพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด 1,900 ตรม. PITI EKKAMAI ได้พัฒนาให้อิงกับแนวการใช้ชีวิตแบบ IKIGAI ภายใต้คอนเซปท์ ความหมายของชีวิต เริ่มจากสิ่งเล็กๆ และการใส่ใจ เช่นการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ซึ่งประกอบไปด้วย ส่วนกลางเช่น โถงล๊อบบี้ที่ออกแบบมาให้มีส่วนกระจกใสเชื่อมต่อระหว่างอาคารกับสวนและบ่อน้ำขนาดเล็กภายนอกที่ชั้น 1  พร้อมด้วย Amphitheater และ Tree House บนชั้น Rooftop ให้เป็นที่ได้พักผ่อนในยามว่างซึ่งให้ความสงบและร่มรื่นบนพื้นที่สีเขียว อีกทั้ง Sky Lounge และ Sunset Desk ให้คุณได้ดื่มด่ำกับวิวพระอาทิตย์ตกได้จากภายในโครงการ นอกจากนี้โครงการฯ ยังพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ทั้งความ active  และ passive ควบคู่กันไป

– Active จากการได้ว่ายน้ำในสระว่ายน้ำที่ยาวถึง 50 เมตร Active จากการ ต่อยมวยใน Boxing room Active กับ Bike Simulator

– Passive กับYoga Room, Heated Pool & Jacuzzi, นั่งพัฒนาความคิดหรือค้นหาอิคิไกของคุณในห้อง Ikigai room การวางรูปแบบของพื้นที่ส่วนกลางและส่วนต่างๆ ภายในโครงการ ได้มีการออกแบบให้มีการรับลมและแสงธรรมชาติอย่างลงตัว ซึ่งทุกสิ่งภายในโครงการตั้งใจพัฒนามาให้คุณได้ค้นหาความหมายของชีวิตและเหตุผลที่ทำให้คุณตื่นนอนมาในทุกๆวัน

 

ณ ตอนนี้ โครงการยังไม่ได้มีการเปิดตัว และเผยแพร่ข้อมูลอย่างเป็นทางการออกมาเกี่ยวกับรูปแบบของเลย์เอาท์ห้อง แต่เท่าที่ทราบโครงการนี้ให้แบบ Fully Furnished และเชื่อแน่นอนว่าแค่แนวความคิดในการพัฒนาโครงการที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก อิคิไก ก็น่าจะมีความหมายมากเพียงพอที่จะทำให้ PITI EKKAMAI แห่งนี้เป็นคอนโดที่ช่วยให้คุณค้นหาคำตอบของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆ วันได้ไม่ยากครับ

 

โดยโครงการพร้อมให้เปิดจองครั้งแรกในแบบ “SENA Online Booking” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเพราะระบบถูกออกแบบมาให้ลูกค้าเป็นเจ้าของห้องชุดด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ คือ 1.ค้น (Search) ทำการเลือก / ค้นหาโครงการที่ถูกใจ  2.เลือก (Select) ดูรายละเอียด Unit ให้ตรงใจคุณ โดยเลือก Floor Plan จากนั้นกดดู รายละเอียด Unit ที่คุณสนใจ 3.จอง (Book)คลิกปุ่ม Book now เพื่อจอง Unit ที่คุณเลือก และ 4.จ่าย (Pay)คลิก Book & Pay เพี่อยืนยันการชำระเงินจอง จากนั้นระบบจะส่งรายงานการจองเข้า E-mail เพื่อคอนเฟิร์มการจองให้กับลูกค้า

 

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จองก่อนใครวันที่ 5 ก.ค. เปิดจองจริงวันที่ 2 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เที่ยงวัน – 22.00 น. ที่ http://bit.ly/2MBfnMW

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ด้านล่างนี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1775#63 หรือ www.sena.co.th



Propholic X Checkraka

Propholic X Checkraka

ความร่วมมือกันครั้งสำคัญในการทำ Collaborative Content ระหว่าง Propholic.com เวปไซต์เจาะกลุ่ม Premium Niche สำหรับคนที่อินกับคอนโด และ Checkraka.com เวปไซต์ระดับ Premium Mass ที่รวบรวมเอาข้อมูลโครงการและคอนเทนท์ดีๆในแต่ละโครงการที่อยู่ระศัยเกรดพรีเมียมทั่วประเทศไทย เพื่อรังสรรค์ Content ดีๆ และกิจกรรมใหม่ๆภายใต้ชื่อ Propholic X Checkraka

เว็บไซต์

“อโศก-สุขุมวิท” สุดยอดย่าน Interchange หนึ่งเดียวในใจคนกรุงเทพ สะดวกครบถ้วน Live- Work-Play-Park พาสำรวจโดย Whizdom Asoke -Sukhumvit X Propholic

เมื่อพูดถึงย่าน Interchange ที่เป็นบริเวณจุดตัดระหว่างสถานีรถไฟฟ้าในปัจจุบันปี 2561 ก็ต้องนึกถึงย่านสยาม สีลม ย่านสวนจตุจักร พญาไท เตาปูน ซึ่งแต่ละย่านก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองแตกต่างกันไป เช่นสยามก็ม... อ่านต่อ




ลัดเลาะดูทำเล และพาชมสิ่งที่น่าสนใจใน Walden Sukhumvit 39 คอนโดหรู มีห้องแบบ Loft กับราคาเริ่มต้นแค่ 5.9 ลบ.

หลังจากที่ Habitat Group ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการรุกตลาดอสังหาฯ ใจกลางกรุงเทพฯ โ... อ่านต่อ

ขายคอนโดรอบ Online Booking มีไว้แค่เกาะกระแส หรือตอบโจทย์พฤติกรรมคนซื้อจริงๆ

ในยุคที่ใครต่อใครต่างก็เทงบประมาณการตลาดมาไว้ที่สื่อดิจิทัล เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์การบ... อ่านต่อ

THE PRIMARY V บ้าน SUPER LUXURY แนวสูง เติมเต็มทุกฟังก์ชั่น บนทำเล เกษตร–นวมินทร์

เมื่อรูปแบบการใช้ชีวิตและความต้องการของคนในยุคแห่งความหลากหลายไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว บ้า... อ่านต่อ

ถอดรหัสการปั้นแบรนด์ใหม่ล่าสุด “PARK ORIGIN” A Perfect Living Platform รูปแบบการอยู่อาศัยใหม่ ที่เป็นมากกว่า “ที่พักอาศัย” แต่คือการ “ใช้ชีวิต’’

ถ้าถามว่าในสนามการแข่งขันช่วงชิงความเป็นที่หนึ่งของตลาดคอนโดใจกลางเมืองในเซกเมนท์ใด ที่... อ่านต่อ

งานนี้เรียกได้ว่าปลาบปลื้มที่สุดสำหรับ “อภิชาติ จูตระกูล” หัวเรือใหญ่แห่งแสนสิริ หลังยอดขายโครงการ “บ้านแสนสิริ พัฒนาการ” แฟล็กชิพแห่งที่ 4 สานต่อความสำเร็จของ “บ้านแสนสิริ สุขุมวิท 67” ที่เปิดตัวไปเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว กลับมาสร้างปรากฎการณ์อีกครั้ง ด้วยสถิติการขายโครงการ “บ้านแสนสิริ พัฒนาการ” บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่รวดเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ในไทย กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 65% สูงถึง 2,700 ล้านบาท ในเวลาเพียงแค่ 3 เดือนหลังจากเปิดตัวโครงการ คุณอภิชาติกระซิบว่า จุดขายหลักที่ลูกค้าชื่นชอบ คือ ความสมบูรณ์พร้อมของโครงการ ทั้งเรื่องทำเลบนถนนพัฒนาการ ที่หาพื้นที่สำหรับทำโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ได้ยากยิ่ง รวมถึงดีไซน์ของแบบบ้านที่งดงามจากยุครีเจนซี่ของอังกฤษ และความเชื่อมั่นของลูกค้าในคุณภาพแบรนด์แสนสิริ ด้วยกระแสตอบรับอย่างล้นหลามกับยอดผู้เข้าชมบ้านตัวอย่างที่แรงไม่หยุด ได้ยินมาว่าแสนสิริ เตรียมดึงดีไซน์เนอร์ชั้นนำระดับโลกมาร่วมรังสรรค์โครงการบ้านแสนสิริ พัฒนาการ ตอกย้ำประสบการณ์ความเป็นที่สุดแห่งการใช้ชีวิตระดับมาสเตอร์พีซ ใครอยากเป็นเจ้าของบ้านแสนสิริ ควรต้องรีบกันหน่อย เพราะโครงการแฟล็กชิพบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ที่เหนือระดับเช่นนี้ อาจจะต้องลุ้นกัน ไม่รู้จะมาอีกเมื่อไหร่