PropStat Exclusive: เจาะศักยภาพทำเลศรีราชา – แหลมฉบัง

ศรีราชาเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับที่ 22 ของโลก (อ้างอิงจาก Wikipedia.org) ศรีราชาเป็นหนึ่งในอำเภอที่มีศักยภาพ ในการส่งเสริมให้ตลาดที่อยู่อาศัยขยายตัวเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่สนับสนุนการขยายตัวของตลาด ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนจากภาครัฐในด้านสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง และการลงทุนจากภาคเอกชน ทั้งในเรื่องของนิคมอุตสาหกรรม และแรงงานต่างชาติ

 

เชื่อมโยงทุกเส้นทางการคมนาคม ขนส่งจากทั่วโลก

 

เนื่องจากศรีราชาเป็นเมืองอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงมีโครงการระบบโครงการสร้างพื้นฐานหลายโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อสนับสนุนการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมรวมทั้งเป็นการรองรับการขยายตัวที่จะตามมาอีกในอนาคต เช่น


1. โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-ระยอง (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-พัทยา-อู่ตะเภา-ระยอง)

NOTTINGHILL-LCB-SRC-TRAIN-BKKRY

โครงการรถไฟความเร็วสูงตามผลการศึกษามีระยะทางรวม 193.5 กิโลเมตรแนวเส้นทางผ่าน กรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง ตามแนวเส้นทางรถไฟสายปัจจุบันภายใต้งบประมาณเบิฃื้องต้นไม่น้อยกว่า 150,000 ล้านบาท โดยรูปแบบจะเป็นรถไฟรางคู่ขนาดความกว้างรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใดๆอย่างเป็นทางการ สำหรับโครงการนี้

 

2. โครงการมอเตอร์เวย์ พัทยา-มาบตาพุด

NOTTINGHILL-LCB-SRC-MTW

เส้นทางมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวงระยะทางรวมทั้งหมด 32 กิโลเมตรเริ่มจากพัทยา ไปยังท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดในจังหวัดระยอง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้การเดินทาง และการขนส่งสินค้ามีความสะดวกมากขึ้น โดยโครงการนี้เป็นมอเตอร์เวย์เก็บเงินค่าผ่านทางแบบระบบปิดโดยจะเก็บค่าบริการที่ 1 บาทต่อกิโลเมตรและไม่มีค่าแรกเข้า ผู้ใช้ทางจะเสียค่าผ่านทางรวมทั้งหมด 51 บาทโดยกรมทางหลวงคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปีพ.ศ.2560 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

 

3. โครงการทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออกตอนฉะเชิงเทรา – ศรีราชา – แหลมฉบัง พร้อมติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม

NOTTINGHILL-LCB-SRC-EASTPRR

เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2550 โดยเกือบตลอดเส้นทางสามารถปรับปรุง ขยายเส้นทางให้เป็นแบบรางคู่เรียบร้อยแล้วเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือในภาคตะวันออกกับนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในภาคกลางเพื่อรองรับการขยายตัวทางภาคอุตสาหกรรม

 

4. การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เฟส 3

NOTTINGHILL-LCB-SRC-SEAPORT

แผนการขยายท่าเรือแหลมฉบังให้มีความสามารถในการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังเฟส 1 และ 2 สามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้ 11 ล้านตู้ทีอียูต่อปี และการเพิ่มท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 จะสามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้อีก 8 – 10 ล้านตู้ทีอียูต่อปี โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 35,000 ล้านบาทเพื่อเป็นเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นท่าเรือสำคัญของภูมิภาคอาเซียน และรัฐบาลยังมีแผนที่จะเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟระหว่างท่าเรือแหลมฉบังกับท่าเรือน้ำลึกทวายในประเทศเมียนมาร์เพื่อเป็นการลดการเดินทางผ่านช่องแคบมะละกาประหยัดเวลาไปได้หลายวัน และเป็นการใช้ประโยชน์ของท่าเรือทั้งสองแห่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังคงไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร เพราะต้องรอการพัฒนาในประเทศเมียนมาร์ด้วย

 

5. การเปิดให้สนามบินอู่ตะเภา ให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

 

เนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากคนจีน การเปลี่ยนจุดหมายปลายทางในการเดินทางโดยเครื่องบินจากสุวรรณภูมิ มาเป็นอู่ตะเภาจะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากกว่า

สำหรับการพัฒนาอู่ตะเภาให้เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์ แห่งที่ 3 จะแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 (2558-2560) รองรับผู้โดยสารเป็น 3 ล้านคนต่อปี ระยะที่ 2 (2561-2563) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขยาดขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 5 ล้านคนต่อปี โดยกองทัพเรือจะเป็นผู้บริหารเหมือนเดิม ระยะที่ 3 (2563 เป็นต้นไป) มีการศึกษาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่ Landside และ Airside และสิ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนาขีดความสามารถรองรับการเติบโตในอนาคต (อ้างอิงจาก www.manager.co.th)

NOTTINGHILL-LCB-SRC-UTAPAO

ซึ่งจากโครงการต่างๆ ทั้งหมดที่กล่าวไปแล้วนั้นแสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของศรีราชาน่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องต่อไปอย่างแน่นอนในอนาคต เพราะรัฐบาล และภาคเอกชนของไทยรวมทั้งต่างชาติต่างพยายามผลักดันให้เกิดโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวมากมายในอนาคต

 

ศรีราชา: Industrial District ที่ใหญ่ที่สุดแห่งภาคตะวันออก

 

ด้วยปัจจัยในเรื่องของเส้นทางการคมนาคมขนส่งที่สมบูรณ์แบบ ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ จึงทำให้ศรีราชา เป็นทำเลยอดนิยม สำหรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งไทยและต่างชาติ พื้นที่บริเวณอำเภอศรีราชา ต่อด้วยเทศบาลนครแหลมฉบัง จึงมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ของภาคเอกชนตั้งอยู่มากมาย

 

ทั้งนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง นิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ฯ นิคมอุตสาหกรรมเหมราช นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมายหลายร้อยโรงงาน มีทั้งคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม ผู้บริหารระดับกลางขึ้นไปถึงสูง รวมทั้งมีชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่มากมาย

 

โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่ว่ากันว่าในศรีราชามีชาวญี่ปุ่นเข้ามาอาศัยอยู่มากมายถึง 10,000 คนถึงขนาดได้รับการเรียกขานว่าเป็น “ลิตเติ้ลเจแปน” เลยทีเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากจำนวนไม่กี่พันคนเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ (แต่ในความเป็นจริง ชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในศรีราชาอาจจะมีจำนวนมากกว่านี้ เนื่องจากยังมีชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งที่เข้ามาทำงานแบบชั่วคราวด้วย) ชาวญี่ปุ่นที่อยู่อาศัยในศรีราชา ส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในโรงงานที่กระจายอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง ซึ่งในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนิคมฯและโรงงานมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ บางส่วนเป็นการย้ายฐานการผลิตมาจากประเทศจีน ศรีราชาจึงถือเป็นทำเลอยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากแหล่งงาน แม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะไม่ใช่กลุ่มลูกค้าหลักของตลาดที่อยู่อาศัยในศรีราชาก็ตาม เพราะเกือบทั้งหมดเลือกพักอาศัยในเซอร์วิสอพาร์ตเม้นต์ หรืออพาร์ตเม้นต์ แต่ก็เป็นตัวช่วยปลุกกระแสให้ตลาดที่อยู่อาศัยในศรีราชามีความคึกคักมากขึ้น

NOTTINGHILL-LCB-SRC-INDUSTRIAL

 

คอนโดศรีราชา มีดีมานท์มากจริงหรือ?

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะการที่มีชาวญี่ปุ่นเข้ามาทำงานมาก แสดงให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่มีการขยายตัวซึ่งส่งผลให้มีคนเข้ามาทำงานในพื้นที่นี้มากขึ้นทุกปี และทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยขยายตัวมากขึ้น ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีโครงการที่อยู่อาศัยมากมายเปิดขายทั้งบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม

NOTTINGHILL-LCB-SRC-RTYPE

NOTTINGHILL-LCB-SRC-CPRICE

ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเปิดขายอยู่ในพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 7,349 ยูนิตจาก 16 โครงการโดยส่วนใหญ่หรือประมาณ 48% ของโครงการทั้งหมดเปิดขายในปีพ.ศ.2558 แสดงให้เห็นว่าตลาดคอนโดมิเนียมมีการขยายตัวค่อนข้างมากในปีที่ผ่านมา

NOTTINGHILL-LCB-SRC-ALLCONDO

แนวราบราคาต่ำกว่า 3 ล้านก็ยังขายดี

 

ไม่เพียงแต่คอนโดมิเนียมเท่านั้นที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่เข้ามาทำงานในศรีราชา เพราะว่ามีผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่ และรายย่อยในพื้นที่เข้ามาเปิดขายโครงการบ้านจัดสรรในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับคอนโดมิเนียมเลยเช่นกัน ซึ่งจากการสำรวจในช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายอยู่ประมาณ 5,469 ยูนิตขายไปได้แล้วประมาณ 75% มีอัตราการขายที่สูงกว่าคอนโดมิเนียมพอสมควร อาจจะเป็นเพราะว่าคนที่เข้ามาทำงานในพื้นที่นี้เลือกบ้านจัดสรรมากกว่าคอนโดมิเนียม เพราะราคาขายก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมายนัก โดยราคาขายของบ้านจัดสรรในพื้นที่นี้มีดังต่อไปนี้

NOTTINGHILL-LCB-SRC-ALLHOME

จาก Infographic ข้างบนจะพบว่าทาวน์เฮ้าส์ที่มีราคาขายไม่เกิน 3 ล้านบาทมีจำนวนเกือบ 2,000 ยูนิต ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้เลย ทำให้ทาวน์เฮ้าส์กลุ่มนี้ได้รับความนิยมค่อนข้างมากขายไปได้ถึงประมาณ 80% ในขณะที่บ้านเดี่ยว และบ้านแฝดส่วนใหญ่มีระดับราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไปทั้งหมดแต่ก็ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงเช่นกันเพราะบ้านเดี่ยวระดับราคา 3 – 5 ล้านบาทต่อยูนิตขายไปได้ประมาณ 74% ส่วนบ้านแฝดที่ระดับราคา 3 – 5 ล้านบาทก็ขายไปได้ประมาณ 65% แสดงให้เห็นว่าบ้านจัดสรรก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่น่าสนใจของคนไทยหรือบริษัทต่างๆ ที่ต้องการที่พักอาศัยในศรีราชา

 

ดีมานท์เช่าราคาสูงจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา

 

โดยในศรีราชาเริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายในปีพ.ศ.2556 จากนั้นก็มีการขยายตัวมาอย่างต่อเนื่อง อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้ก็มีอยู่ค่อนข้างสูงเช่นกันโดยขายไปได้ถึงประมาณ 70% แสดงให้เห็นว่าตลาดคอนโดมิเนียมได้รับความสนใจจากผู้ซื้อพอสมควร เพราะไม่เพียงแต่มีกำลังซื้อจากคนที่เข้ามาทำงานในภาคอุตสาหกรรมแล้วยังมีกลุ่มของนักศึกษาที่เข้ามาเรียนระดับปริญญาตรี – เอกที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

 

โดยมีจำนวนนักศึกษา ณ สิ้นปีการศึกษาพ.ศ.2558 อยู่ที่ประมาณ 12,380 คน และยังมีอาจารย์ บุคลากร เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในมหาวิทยาลัยอีกหลักพันคน

 

นอกจากนี้อัตราค่าเช่าหอในยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงถึงห้องละ 30,000 บาท โดยหารกันอยู่ได้ 4 คน

NOTTINGHILL-LCB-SRC-DORM

ดังนั้น กำลังซื้อจากกลุ่มนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะการที่ผู้ปกครองของนักศึกษาจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อให้บุตรหลานของตนเองพักอาศัยเวลาที่มาเรียนหนังสือก็เป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความสนใจไม่น้อย ดังเช่นที่บางแสน เพราะนอกจากจะได้ที่พักอาศัยที่มีความปลอดภัยตลอดเวลาที่เรียนหนังสืออยู่แล้ว ยังเป็นการลงทุนในระยะยาวอีกรูปแบบหนึ่ง คือเมื่อเรียนจบสามารถขายต่อหรือว่าเก็บค่าเช่ารายเดือนได้จากนักศึกษารุ่นต่อไป

 

ส่งผลให้ ผู้ประกอบการโครงการคอนโดมิเนียมหลายราย เริ่มหาที่ดินที่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อรองรับกำลังซื้อจากมหาวิทยาลัย และยังเป็นการขายฐานกลุ่มลุกค้าให้มากขึ้นอีกรูปแบบหนึ่งด้วย ไม่ใช่พึ่งพาแต่ภาคอุตสาหกรรม ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 61,800 บาทต่อตารางเมตร โดยคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายอยู่ระหว่าง 1 – 3 ล้านบาทมีจำนวนมากที่สุดคือประมาณ 76%

 

NOTTING HILL LAEMCHABANG – SRIRACHA (น้อตติ้ง ฮิลล์ แหลมฉบัง-ศรีราชา)

 

เพื่อตอบสนองต่อดีมานท์ อันมหาศาลจากแหล่งนิคมอุตสาหกรรมในย่านแหลมฉบัง-ศรีราชา และนักศึกษา ตลอดจน บุคคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ศรีราชา บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จึงได้พัฒนา “Origin District” โครงการ Mix Used ขนาดใหญ่ตรงกันข้ามกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา ที่มีทั้ง Community Mall Porto Bello, โรงแรม Holiday Inn และโครงการคอนโดขนาดใหญ่อีก 2 โครงการได้แก่ Kensington Laemchabang – Sriracha และล่าสุดกับโครงการ High Rise สูง 36 ชั้น ภายใต้แบรนด์ Notting Hill Laemchabang – Sriracha

origin district

10365936_844031375696668_1295116009424167265_n 12042694_844031419029997_2440284584827398267_n 12821617_844031342363338_7649028541294850630_n

Notting Hill Laemchabang – Sriracha ออกแบบภายใต้คอนเซ็ป Modern Luxury ผสมผสานความทันสมัยกับความหรูหราอย่างลงตัว พร้อมแต่งแต้มลายเส้นสถาปัตยกรรมให้ได้กลิ่นอาย Vintage ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Notting Hill

 

งานออกแบบตกแต่งภายใน รวมถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ เลือกใช้โทนสีน้ำตาล ดำ เทา มาเป็นธีมหลักในการตกแต่งเพื่อถ่ายทอดบรรยากาศแห่งความหรูหราทันสมัย พร้อมบริการระดับโรงแรม

 

เปิดจองแล้ววันนี้ ในราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ nottinghill.origin.co.th/laemchabang หรือโทร 061-3983000

1453892545-1



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ลงทุนได้ผลตอบแทนระยะยาวด้วยคอนโดมิเนียมรีสอร์ทกลางเมืองกรุงเทพ อยู่เองก็เพลินตา ปล่อยเช่าก็ได้ Yield ดี รอขายต่อก็มี Demand ที่ The Nest Sukhumvit 64 เริ่มต้น 2.1 ล้านบาท

Facility ที่มีภายในโครงการ The Nest Sukhumvit 64 มีครบครัน เริ่มตั้งแต่ Lobby Lounge, Garden พร้อมกับพื้นที่ outdoor recreation area ที่ขาดไม่ได้คือ Swimming pool พร้อม jacuzzi และ kid’s pool ร่างก... อ่านต่อ




The Excel Hideaway Sukhumvit 71 “คอนโดซ่อนรูป” ใหม่ดีไซน์หรู ใกล้ BTS ติดทางด่วน ของกินเพียบ ไปเอกมัยแค่ 10 นาที ราคาต่ำกว่าตลาด ทำไมมันถูกแบบนี้!

เยอะแยะมากมายหลายทาง ผมว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากสำหรับคนอยู่อาศัยที่ชอบใช้รถยนต์ แต่สำหรับค... อ่านต่อ

42-40-38-36 มีโปรเจคอะไรกำลังจะมา

มาดูกันนะครับพี่น้องว่ากำลังจะมีโปรเจคอะไรมาแถวนี้บ้าง เริ่มจากซอย 42 ถ้าเข้าซอยย่อยซอย... อ่านต่อ

Cozy Living around MRT Lat Phrao Station ทำไมรอบๆ รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าวถึงอบอุ่น น่าอยู่ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตซ่อนอยู่

เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวก็จะนึกถึงย่านที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน มีความหลากหลายของรูปแบบการอ... อ่านต่อ

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (กลาง) และนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ประธานคณะกรรมการการตัดสิน แถลงข่าวประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลสุดยอดพัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม “พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์” ครั้งที่ 12 มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ารอบสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย หัวหิน เขาใหญ่ และชายฝั่งทะเลตะวันออก ทั้งหมดรวม 41 บริษัท โดยจะมีการประกาศผลการตัดสินในงาน กาล่า ดินเนอร์ วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ที่โรงแรม พลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้าหนึ่งวันจะมีการจัดงานประชุมผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ เรียล เอสเตท ซัมมิท (PropertyGuru Thailand Real Estate Summit)