PropStat Exclusive: ส่องตลาดคอนโดในกลุ่ม Super Luxury ที่มีราคาขายมากกว่า 3 แสนบาทต่อตรม.ในกทม.หลังผ่านครึ่งปีแรก

เกริก บุณยโยธิน 25 September, 2017 at 12.03 pm

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดคอนโดมิเนียมในกทม.ได้สร้างปรากฎการณ์ New Normal ขึ้นมาหลายประการ ทั้งในส่วนของตัวรูปแบบการพัฒนาโครงการ รูปแบบการขายแบบใหม่ จนมาถึงราคาขายต่อตรม.ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนคอนโดที่มีระดับราคา 120,000 ต่อตรม.กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของคอนโดที่อยู่ในเซกเมนท์พรีเมียม และคอนโดราคาเกินตรม.ละสามแสนบาทก็ถูกส่งเข้ามาสู่ตลาด Super Luxury มากขึ้นเรื่อยๆ “ความปกติในรูปแบบใหม่” หรือที่ใครต่อใครนิยมเรียกกันว่า New Normal เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามเทรนด์ของเศรษฐกิจ และผู้บริโภค ในส่วนของตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ New Normal ในการพัฒนาโครงการที่เราเห็นในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาก็คือ การพัฒนาโครงการในรูปแบบ Branded Residences ที่เป็นการ Co-Creation กันระหว่างดีเวลลอปเปอร์ และแบรนด์ดังที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งในเชิง Fashion & Lifestyle และในเชิง Hospitality ที่เชี่ยวชาญอย่างมากในเรื่องของการบริการ ซึ่งเป็นเทรนด์ของการพัฒนาคอนโดในกลุ่ม Super Luxury ไปแล้ว เนื่องจาก Branded Residences นั้นค่อนข้างตอบโจทย์ Value Creation ที่ดีต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งในวงกว้างระดับ Global หรือกลุ่มที่เป็น Loyalty Fan ของแบรนด์นั้นๆ

 

โครงการ Magnolias Ratchadamri Boulevard ที่เอาแบรนด์ Hospitality สุดยอด Hi end อย่าง Waldorf Astoria ในเครือ Hilton เข้ามาบริหาร

เครดิตภาพ: http://www.magnolias-ratchadamri.com


โครงการ The Ritz Carlton Residences Bangkok ตั้งอยู่ภายในโครงการมหานคร  บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ด้วยความสูงของอาคารที่มากกว่า 314 เมตร จึงทำให้ที่พักอาศัยแห่งนี้เป็นที่พักอาศัยที่มีความสูงเหนือพื้นดินมากที่สุดในกรุงเทพฯ และประเทศไทยในขณะนี้ มอบทิวทัศน์เหนือระดับ และมาตรฐานการให้บริการเทียบเท่าโรงแรมระดับ 5 ดาว ประกอบด้วยห้องชุด 2 ในโซนหลัก แบบ 2-5 ห้องนอน มีให้เลือกทั้งดูเพล็กซ์และซิมเพล็กซ์ จำนวน 209 เรสซิเดนซ์ (169 เรสซิเดนซ์ และ 40 สกาย เรสซิเดนซ์)  โดยมีราคาขายเฉลี่ย ณ เดือนกันยายน 2560 ที่ 494,000 บาท/ตร.ม.

โซนเรสซิเดนซ์ ชั้น 23 – 53 ขนาดตั้งแต่ 125 – 306 ตร.ม. เพดานสูง 3.1 เมตร

โซนสกาย เรสซิเดนซ์ ชั้น 57-73 ขนาดตั้งแต่ 194 – 844 ตร.ม. เพดานสูง 3.4 เมตร

คลิกเพื่ออ่าน พาชมห้องพักอาศัยที่สูงที่สุดในประเทศไทยที่ The Ritz-Carlton Residences, Bangkok

 

สำหรับกลุ่มตลาดคอนโด Super Luxury ที่มีระดับราคาขายเกินกว่า 3 แสนบาทต่อตรม.ขึ้นไป ก็ต้องบอกว่าส่วนใหญ่แล้วกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เลือกซื้อโครงการมักจะเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพสูง และก็มักจะมองว่าการเป็นเจ้าของคอนโดหรู ราคาแพงเหล่านี้ คือเครื่องหมายที่แสดงซึ่งอำนาจ บารมี และสถานะทางสังคมที่โดดเด่นเหนือใคร กล่าวคือคุณค่าที่เกิดขึ้นจากการเป็นเจ้าของนั้นมีมากกว่าแค่การพักอาศัย…แล้วดีเวลลอปเปอร์มีหลักการหรือดัชนีชี้วัดอะไร ที่เป็นตัวกำหนดว่าคอนโดแต่ละแบรนด์นั้น ควรมีมูลค่าในการขายมากน้อยแค่ไหน?

 

ในทุกมหานครใหญ่ทั่วโลก ปัจจัยหลักที่ช่วยบ่งชี้ว่าคอนโดนั้นๆคู่ควรที่จะอยู่ในเซกเมนท์ Super Luxury ที่มีราคาขายแพงกว่าระดับราคามาตรฐานหลายเท่า มักจะมาจากองค์ประกอบ 2 อย่าง คือ 1 ทำเล และ 2 แบรนด์…นิยามคำว่าทำเล ในตลาด Super Luxury นั้น จำเป็นที่จะต้องเป็นย่านที่มีความเป็น Premium Upscale ใจกลางเมือง ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการต้องอยู่ในย่านที่มีพัฒนาการเต็มที่ จนหาที่ดินในการพัฒนาได้ยาก มองเห็นวิวโล่งที่เป็นมิตรต่อสายตา ไม่ว่าจะเป็นวิวแม่น้ำ หรือวิวสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ในขณะที่องค์ประกอบต่างๆของแบรนด์ ก็จะเป็นตัวกำหนดระดับราคาขาย ซึ่งก็มักจะเป็นราคาที่ยอมรับได้ในหมู่ Brand Follower ที่มีประสบการณ์อันดีกับแบรนด์ที่ตัวเองชอบ และหากเป็นในกรุงเทพฯ ปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยดันราคาขายของคอนโด ก็คือความใกล้สถานีรถไฟฟ้า กล่าวคือถ้าคอนโดไหนตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าในย่านใจกลางเมือง ก็มักจะมีราคาขายที่แพงกว่าคอนโดที่อยู่ห่างจากรถไฟฟ้าในย่านชานเมือง

 

คอนโดที่มีราคาขายมากกว่า 3 แสนบาทต่อตรม.ในกรุงเทพฯ อยู่กันตรงไหน

 

ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ขยายตัวต่อเนื่องมามากกว่า 10 ปีตั้งแต่เส้นทางรถไฟฟ้า BTS เปิดให้บริการเส้นทางแรกในปีพ.ศ.2542 โดยก่อนหน้านี้ราคาคอนโดมิเนียมในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าอาจจะไม่สูงมากนัก แต่ด้วยความนิยมของพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าทำให้มีการซื้อขายที่ดินกันต่อเนื่องส่งผลให้ราคาที่ดินขยับขึ้นในอัตราที่เกินกว่าการปรับขึ้นทั่วไปตามภาวะตลาด เพราะความนิยม และการที่ดีเวลลอปเปอร์ต่างต้องการที่ดินในเส้นทางรถไฟฟ้า เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งเป็นโครงการรูปแบบเดียวที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาบนที่ดินที่มีราคาแพง ราคาที่ดินที่แพงขึ้นทุกปี ส่งผลให้ราคาคอนโดมิเนียมในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ายิ่งแพงขึ้นเป็นเงาตามตัว ด้วยพลานุภาพของรถไฟฟ้าซึ่งเป็นเครือข่ายการเดินทางที่ดีที่สดในกทม.ขณะนี้ ล้วนส่งผลโดยตรงให้ราคาคอนโดที่ตั้งอยู่ติดรถไฟฟ้าในย่านกรุงเทพฯชั้นใน มีราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนคอนโดที่มีราคาขายเกินกว่าสามแสนบาทต่อตรม.มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ หากนับเฉพาะคอนโดจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในวงกว้าง ก็ล้วนแล้วแต่ปักหมุดในย่านวิทยุ หลังสวน-ราชดำริ ทองหล่อ และริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ทั้ง 4 ย่านดังกล่าว ล้วนอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ใจกลางเมืองเดินทางสะดวกสบาย เป็นทำเลที่เพียบพร้อมไปด้วย แหล่งไลฟ์สไตล์ อาคารสำนักงาน ช้อปปิ้งมอลล์ระดับโลก และคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

ย่านวิทยุเป็นย่านที่มีความสงบร่มรื่น ที่ดินส่วนใหญ่เป็นของสถานฑูตชั้นนำหลายแห่ง อีกทั้งยังเชื่อมต่อไปยังย่าน CBD อย่างสาทร เพลินจิต รวมถึงมี Central Embassy ซึ่งเป็นศูนย์รวม Flagship Store ของสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำทั่ว

ย่านหลังสวน-ราชดำริ สุดยอดทำเลที่อยู่อาศัยในกทม. ด้วยองค์ประกอบอันเป็นที่สุดทั้งการเดินทาง ความสะดวกสบาย การใช้ชีวิตอย่างเหนือระดับ วิวสวนสีเขียวอันสวยงาม เป็นที่นิยมชาวต่างชาติและนักธุรกิจแนวหน้าของเมืองไทย ใกล้ทั้งแหล่งทำงานย่านชิดลม เพลินจิต และหลังสวน เห็นวิวพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่สองฝั่งคือ ราชกรีฑาสโมสร และสวนลุมพินี ใกล้แหล่งสถานศึกษาอย่างโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวเร่งราคาของคอนโด Super Luxury ในย่านนี้คือที่ดินส่วนใหญ่เป็นแบบ Leasehold

ย่านทองหล่อ แหล่ง Lifestyle ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นที่นี้ตลอดเวลา ทำให้ทองหล่อถือเป็นย่านก่อกำเนิด Flagship Store สุดเก๋มากมาย ทั้งร้านเฟอร์ฯ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และคอมมูนิตี้มอลล์ และที่สำคัญคือเป็นย่านที่ชาวต่างชาติอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังใกล้ The EM District ซึ่งเป็น Shopping Destination ชั้นนำที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาเยือน

ริมแม่น้ำเจ้าพระยา การที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าเชื่อมทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เกิดทำเลใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากขึ้นทั้งในส่วนของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ความได้เปรียบของโครงการคอนโดที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็คือทัศนียภาพอันสวยงามของโค้งแม่น้ำ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นทำเลที่ไม่อาจหาที่ดินทดแทนได้ในอนาคต และเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ นอกจากนี้ในย่านชุมชนเก่าอย่างฝั่งคลองสาน ก็ยังมีการวิวัฒน์ของย่านอารยธรรมเก่าไปสู่อีกระดับของความรุ่งเรือง จากการมาของอภิมหาโปรเจค ที่พร้อมจะดึงดูดความสนใจจากคนทั่วโลกอย่าง ICONSIAM และโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง

 

ในปีพ.ศ.2558 เป็นต้นมาเริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายมากกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรและ 300,000 บาทต่อตารางเมตรเปิดขายมากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่เมืองชั้นในและพื้นที่ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว เช่น พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านวิทยุ ทองหล่อ หลังสวน-ราชดำริเป็นต้น แม้ว่าก่อนหน้านี้อาจจะมีบางโครงการที่มีราคาขายใกล้เคียง 300,000 บาทต่อตารางเมตร และมีบางยูนิตที่มีราคาขายสูงกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร เมื่อเวลาผ่านไปราคาขายก็ปรับขึ้นไปเกิน 300,000 บาทต่อตารางเมตรตามความคืบหน้าของการก่อสร้าง

 

เปรียบเทียบ 4 โซนหลักที่มีศักยภาพในการพัฒนาคอนโดในระดับ Super Luxury โซนไหนมี Supply เยอะที่สุด

เมื่อพูดถึงโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายมากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรนั้น โครงการในกลุ่มนี้มักจะอยู่ในทำเลเมืองชั้นในหรือว่าย่านที่มีความพิเศษเฉพาะอย่าง ดังที่ได้กล่าวไปในตอนต้น แต่แนวโน้มในอนาคต ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คอนโดในเซกเมนต์ Super Luxury จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ย่านดังกล่าว แต่จะกระจายตัวออกไปในย่านที่อยู่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากที่ดินส่วนใหญ่ในย่าน Super Prime ได้ถูกพัฒนาไปหมดแล้ว ดังนั้นถ้าจะแยกจำนวนคอนโดมิเนียมในระดับนี้ออกตามโซนต่างๆ ในกรุงเทพมหานครนั้นสามารถแบ่งง่ายๆ ได้ดังนี้

 

โซนสุขุมวิทอาจจะกินอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่ที่สุดจึงมีจำนวนคอนโดมิเนียมมากที่สุดแต่ด้วยศักยภาพและการเดินทางที่สะดวกที่สุดในกรุงเทพมหานคร อีกทั้งโซนนี้เป็นโซนที่ชาวต่างชาติจำนวนมากเลือกเป็นที่พักอาศัย เพราะใกล้แหล่งงานที่เป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่จากบริษัทข้ามชาติหลายแห่งด้วย จึงทำให้โซนสุขุมวิทเป็นโซนที่มีคอนโดมิเนียมราคาขายมากกว่า 300,000 บาทเปิดขายมากที่สุดดัง Infographic ด้านล่าง

คอนโดมิเนียมระดับราคาขายมากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ในกรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 3,625 ยูนิตโดยที่ประมาณ 50% ของจำนวนคอนโดมิเนียมระดับราคาขายมากกว่า 300,000 บาทขึ้นไปอยู่ในโซนสุขุมวิท รองลงมาคือโซนลุมพินีที่อยู่รอบสวนลุมพินี ตามมาด้วยโซนสีลมและริมแม่น้ำเจ้าพระยา สาเหตุที่โซนริมแม่น้ำเจ้าพระยามีสัดส่วนน้อยที่สุดพราะว่าที่ดินริมแม่น้ำมีจำกัดนั่นเอง

 

โดยโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคามากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไปเริ่มมีการเปิดขายมากขึ้นแบบเห็นได้ชัดตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 ดังรายละเอียดด้านล่าง

 

คอนโดมิเนียมระดับราคามากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป เปิดขายมากขึ้นแบบเห็นได้ชัดในปีพ.ศ.2558 และลดลงในปีพ.ศ.2559 และช่วง 7 เดือนแรกของปีพ.ศ.2560 เนื่องจากช่วงปีพ.ศ.2557 ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบกระทบจากเรื่องปัญหาการเมืองภายในประเทศอีกทั้งปัญหาเรื่องของหนี้ครัวเรือนที่เริ่มมีผลกระทบต่อผู้ซื้อระดับกลางลงไป ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักในตลาดคอนโดมิเนียม และส่งผลต่อเนื่องไปถึงยอดขายของดีเวลลอปเปอร์ทุกราย ดีเวลลอปเปอร์หลายรายจึงเริ่มหาตลาดใหม่ที่ผู้ซื้อยังมีความสามารถในการซื้ออยู่ ดังนั้น ดีเวลลอปเปอร์ที่มีประสบการณ์ และได้รับการยอมรับในการพัฒนาคอนโดในเซกเมนท์ Super Luxury จึงเริ่มเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมที่มีราคาขายมากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรมากขึ้น ในโซนที่ที่ดินมีราคาสูง อีกทั้งยังเป็นการหาทางออกให้กับการซื้อที่ดินที่มีราคาสูงในโซนสุขุมวิท และเมืองชั้นในด้วยเช่นกันนอกจากนี้หลายโครงการที่เปิดขายออกมาก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งโซนที่ดีเวลลอปเปอร์ให้ความสนใจ จนมีโครงการในเซกเมนท์นี้เปิดขายมากที่สุดคือ โซนสุขุมวิท  

 

โซนสุขุมวิทเป็นโซนที่มีโครงการคอนโดมิเนียมระดับราคามากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร เปิดขายมากที่สุดเมื่อเทียบกับโซนอื่นๆ  โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 เป็นต้นมา ซึ่งพื้นที่ที่ดีเวลลอปเปอร์ให้ความสนใจเปิดขายโครงการระดับนี้ในโซนสุขุมวิทคือ พื้นที่ตามแนวถนนสุขุมวิทตั้งแต่ช่วงแยกอโศกไปถึงทองหล่อที่ที่ดินมีราคาขายสูง ดีเวลลอปเปอร์จึงเลือกพัฒนาโครงการในระดับราคามากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไปหลายโครงการในพื้นที่นี้ โดยเฉพาะบริเวณสุขุมวิท 39 และทองหล่อ

 

โซนลุมพินี เป็นพื้นที่ที่มีอัตราส่วนของการเปิดขายคอนโดระดับ Super Luxury รองลงมาคือ 19% ซึ่งข้อได้เปรียบของคอนโดในย่านนี้ คือ ความใกล้สวนลุมพินี ที่หลายๆโครงการมักจะใช้จุดขายในเรื่องวิวสวนสีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ไม่อาจหาได้อีกแล้วในชาตินี้ หากได้เป็นเจ้าของห้องที่เปิดรับมุมมองพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินี จนถึงราชกรีฑาสโมสร ไม่ว่าจะวิวสวนไหน ก็จะมอบสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตสูงสุดให้กับผู้อยู่อาศัย รวมถึงเป็นการเพิ่ม Value added ที่สำคัญมากต่อราคาซื้อขาย และปล่อยเช่าห้อง นอกจากนี้โซนลุมพินียังเป็นจุดศูนย์กลางของย่านธุรกิจหลัก และย่านท่องเที่ยวชั้นนำของกรุงเทพฯ ทั้งวิทยุ ชิดลม เพลินจิต และหลังสวน ถนนวิทยุเองก็เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ทั้งของไทยและต่างชาติมากมาย รวมถึงโรงแรมระดับ 5 -6 ดาวหลายแห่ง เพื่อต้อนรับทั้งนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าโครงการหลายแห่งที่อยู่ในย่านวิทยุ-หลังสวน เป็นโครงการประเภท Leasehold ที่มีระดับราคาอยู่ในเซกเมนท์ Super Luxury เช่นกัน โดยเฉพาะโครงการหลังสวน วิลเลจ โดย บริษัท สยามสินธร จำกัด บริษัทลูกที่มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือหุ้น 100% ที่เพิ่งเปิดตัวคอนโด Leasehold ในราคาขายเกินว่า 3 แสนบาทต่อตรม. คือ “สินธร หลังสวน” จำนวน 20 ยูนิต กับ “สินธร ต้นสน” จำนวน 59 ยูนิต บนถนนสารสิน เฉลี่ยตารางเมตรละ 325,000-350,000 บาท แต่กลับได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ซื้อค่อนข้างดี

 

พื้นที่ในโซนอื่นๆ ก็มีการเปิดขายโครงการระดับนี้มากขึ้นเช่นกันโดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทุกโครงการในระดับราคานี้ เป็นการ Co-Branding กันระหว่างดีเวลลอปเปอร์และแบรนด์ Worldwide Hospitality ในระดับ 5 ดาวทั้งหมด

 

โครงการ The Residences at Mandarin Oriental Bangkok

โครงการ Four Seasons Private Residences

โครงการ Banyan Tree Residences Riverside Bangkok

 

คนซื้อคอนโด Super Luxury คือใคร?

กลุ่มผู้ซื้อโครงการคอนโดมิเนียมในระดับนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นคนไทย ในสัดส่วนที่มากกว่าชาวต่างชาติอยู่ดี แต่กลุ่มผู้ซื้อคนไทยที่มีความสามารถในการซื้อโครงการระดับนี้นั้น มีอยู่จำกัดโดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ ดีเวลลอปเปอร์ทุกรายจึงจำเป็นต้องเปิดขายให้กับชาวต่างชาติด้วยเพื่อเข้ามาเติมในส่วนที่กำลังซื้อชาวไทยมีไม่พอโดยสัดส่วนของผู้ซื้อชาวต่างชาติอยู่ที่ไม่เกิน 20%  ของจำนวนผู้ซื้อทั้งหมด มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไปตามแต่ละโซนและนโยบายของดีเวลลอปเปอร์ว่าต้องการผู้ซื้อชาวต่างชาติมากน้อยเท่าใด แต่รวมๆ แล้วอัตราการขายของคอนโดมิเนียมระดับนี้ก็ไม่น้อยเกินไปนัก

อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในระดับราคานี้อยู่ที่ประมาณ 65% อาจจะไม่สูงมากแต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าโครงการระดับนี้ยังมีคนสนใจ โดยอัตราการขายเฉลี่ยในพื้นที่เมืองชั้นในค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะได้รับความสนใจน้อยกว่า เพียงแต่มีโครงการที่ขายแบบสิทธิการเช่าระยะยาวจึงทำให้ความน่าสนใจลดลงเท่านั้นเอง

 

แม้ว่ากลุ่มผู้ซื้อโครงการคอนโดมิเนียมระดับนี้ในประเทศไทยจะมีไม่มากนัก และส่วนใหญ่ซื้อคอนโดมิเนียมติดมืออยู่แล้ว ดังนั้น โครงการที่จะเปิดขายหลังจากนี้จึงชะลอการเปิดขายออกไปก่อนเพื่อรอดูสถานะการณ์ทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อชาวต่างชาติ แต่โครงการที่อยู่ในทำเลพิเศษที่ไม่สามารถพัฒนาโครงการในทำเลนั้นได้อีกแล้ว หรือถ้าจะพัฒนาก็ไม่สามารถทำได้ในรูปแบบเดียวกัน เช่น พื้นที่รอบสวนลุมพินี หรือพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่หาที่ดินมาพัฒนาโครงการได้ยากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งธนบุรีที่หลายคนอาจจะคิดว่าด้อยกว่าเมื่อเทียบกับฝั่งพระนคร แต่โครงการที่เป็นอาคารสูงในฝั่งธนบุรีสามารถมองเห็นภาพรวมของอาคารสูง และ City Skyline ในฝั่งพระนครได้สวยงามกว่าโครงการที่อยู่ในฝั่งพระนคร ไม่รวมการที่สามารถมองเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ค่อนข้างชัดเจน และสวยงามกว่า

โครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคามากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร ยังมีแนวโน้มที่ราคาขายจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะกลุ่มผู้ซื้อก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขาย หรือถ้าขายก็อยากจะขายในราคาที่แพงมาก ดั่งเช่นของสะสมหายาก ที่นับวันจะมีค่าเพิ่มขึ้นทวีคูณ โดยเฉพาะโครงการที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากโครงการอื่นๆ อย่างเช่น โครงการ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ (The Residences at Mandarin Oriental, Bangkok) ซึ่งเป็นโครงการ Branded Residence ที่เกิดจากการ Co-creation กันระหว่างทาง บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ในเครือแมกโนเลียฯและซีพี) กับแบรนด์โรงแรมระดับโลกที่มีตำนานและเรื่องราวเล่าขานอันยาวนานอย่างแมนดาริน โอเรียนเต็ล โฮเต็ล กรุ๊ป เจ้าของและผู้บริหารโรงแรม รีสอร์ท และเรสซิเดนซ์ที่หรูหราที่สุดในโลก

 

โครงการระดับ Super Luxury เอกสิทธิ์ Freehold เพียงหนึ่งเดียวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เพิ่งฉลองก้าวสู่หลักชัยแห่งความสำเร็จหลังยอดขายห้องชุดทะลุเป้าเกิน 70% ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขยอดขายที่สูงที่สุดในตลาดคอนโด Super Luxury ยุคปัจจุบัน

 

และหากนิยามของความเป็นที่สุดแห่ง Luxury ของคุณคือ Space ที่กว้างขวาง โอ่โถง โครงการ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ยังเป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนต่อพื้นที่ขายหนึ่งตรม.ที่มากกว่ามาตรฐานโครงการ Super Luxury อื่นๆ โดยทั่วไปในกรุงเทพฯ และรวมไปถึงมหานครใหญ่ทั่วโลก โดยแต่ละยูนิตมีทางเข้าลิฟต์โดยสารที่เป็นส่วนตัว โอ่โถ่ง โปร่งสบาย เพราะมีเพดานห้องที่สูงถึง 3.20 เมตร และมีพื้นที่ส่วนกลางต่อยูนิตที่ใหญ่กว่า Super Luxury ส่วนใหญ่กว่า 3 เท่า โดยตั้งราคาขายเริ่มต้นที่ประมาณ 350,000 บาทต่อตารางเมตร และห้องเพนท์เฮาส์ เริ่มต้นที่ประมาณ 550,000 ล้านบาทต่อตารางเมตร และสูงสุดที่ 620,000 บาทต่อตารางเมตร ทำลายสถิติราคาสูงสุดสำหรับโครงการ Super Luxury ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว มีขนาดห้องตั้งแต่ประมาณ 130 – 230 ตารางเมตรต่อยูนิต ส่วนห้องเพนท์เฮาส์ และดูเพล็กซ์เพนท์เฮาส์ 2 ห้องนอน มีขนาดตั้งแต่ 380 – 710 ตารางเมตร ทุกยูนิตเปิดรับวิวพาโรนามิกของแม่น้ำเจ้าพระยา เน้นเพดานสูง โล่ง โปร่งสบาย รื่นรมย์ไปกับ River Clubhouse ชั้น 4-5 ที่พรั่งพร้อมไปด้วย facilities ต่างๆ มากมาย ส่วนชั้น 36 จะเป็น Sky Pavilion ที่อวดทัศนียภาพอันงดงามของกรุงเทพได้อย่างเต็มที่

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ กรุณาติดต่อโทร. 02 118 2211  หรืออีเมล: sales@moresidencesbangkok.com และติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ www.moresidencesbangkok.com

คลิกเพื่ออ่านบทความ Mandarin Oriental: The Insight of Global’s Legendary Brand

คลิกเพื่ออ่านบทความ ชีวิตเหนือระดับที่ไม่ว่าใครก็ต้องอิจฉา บนห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่ดีที่สุดของมหานครกรุงเทพฯ

 



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

น้ำขึ้นให้รีบตัก! ฤดูฝนคือนาทีทองของคนซื้อบ้านและคอนโดมิเนียม

การตรวจรับบ้านและคอนโดสำหรับผู้ซื้อในฤดูฝนคือยอดเยี่ยม ขั้นตอนการตรวจรับบ้านและคอนโดนั้นมีความสำคัญมากสำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย เพราะถ้าตรวจไม่ละเอียด ตรวจผิดพลาด หรือมองข้ามข้อบกพร่อง หรือถูกเชิญ... อ่านต่อ




Condo Man พรีวิว “THE ESSE SUKHUMVIT 36” ….พร้อมภาพมุมสูงจาก drone

ย้อนอดีตไปไม่กี่ปี ที่ดินแปลงสวยปากซอยสุขุมวิท 36 ขนาด 7 ไร่กว่าติดสถานี bts ทองหล่อ เป... อ่านต่อ

Facility 23 อย่าง มีอะไรบ้างที่คนคอนโดอยากได้ แต่ไม่ค่อยมีให้เห็นกัน

เหตุผลของการมาอยู่คอนโดมิเนียมก็คือเพื่อความสะดวกสบายขั้นสูงสุด ไหนๆ อุตส่าห์ยอมมาอยู่ใ... อ่านต่อ

“548 Ploenchit” อาคารแห่งอนาคตของไรมอนแลนด์

ณ ที่ดิน 6ไร่ 28ตารางวา ติดถนนเพลินจิต ตรงข้ามห้างเซนทรัลเอมบาสซี่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าbts ... อ่านต่อ

คุณภัคริน ทัตติพงศ์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม 2 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) มอบรถยนต์ Suzuki Swift RX-II มูลค่า 599,000 บาท ให้แก่คุณอุทัย ภิรมย์รื่น ลูกค้าผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลใหญ่จาก “พลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น เฟส 1” ในแคมเปญ “แวะชมลุ้นทอง แวะจองลุ้นสวิฟท์” ที่พฤกษา คิดสร้างสรรค์ เพื่อมอบสิทธิพิเศษสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งแคมเปญนี้สามารถทำให้ปิดการขายโครงการเฟส 1 ได้ภายใน 2 วัน สำหรับลูกค้าที่สนใจ “พลัมคอนโด แจ้งวัฒนะ สเตชั่น” คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ พิเศษ! ห้องหลุดดาวน์แบบ 1 ห้องนอน เริ่มเพียง 1.25 ล้านบาท และฟรีค่าใช้จ่ายวันโอน รวมมูลค่าสูงสุด 200,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1739 หรือคลิก www.pruksa.com