PropStat Exclusive: บทวิเคราะห์ศักยภาพทำเล รามคำแหง – มีสทีน

ในช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่าการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทั้งทางถนน ทางด่วน และรถไฟฟ้า ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบในทางบวกให้กับการพัฒนาโครงการอสังหาฯมากมาย หลายทำเลทั่วกรุงเทพฯ พื้นที่ที่ในอดีตหลายพื้นที่อาจจะเคยถูกมองว่าเป็นพื้นที่อ้างว้าง อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ก็ล้วนแล้วแต่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ระยะเวลาการเดินทางถูกย่อลงหลายเท่าตัวด้วยถนนและทางด่วนหลายสายที่เกิดขึ้นมาใหม่ จนหลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ถนนหน้าปากซอยบ้านตัวเองจะมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ผ่าน หรือบ้านที่ตนเองอยู่มานานตั้งแต่เกิดเมื่อ 20 – 30 ก่อนหน้านี้ จะมีสถานีรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง และถนนตัดใหม่มาอยู่หน้าบ้าน การเจริญเติบโดของย่านต่างๆในกรุงเทพฯไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พื้นที่กลางเมืองแต่อย่างใด แต่การเปิดให้บริการของเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่เชื่อมทุกมุมเมืองเข้าไว้ด้วยกัน ก็มีส่วนทำให้ทำเลชานเมืองในอดีตมีความคึกคักเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีมากยิ่งขึ้น แต่ที่เห็นเด่นชัด และเกิดประโยชน์กับผู้อยู่อาศัยมากที่สุดก็คือราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามความคืบหน้าของการก่อสร้าง และการทยอยกันมาของ Facilities ต่างๆเพื่อรองรับดีมานท์ที่ขยายตัว


เมื่อเส้นทางคมนาคมใหม่ๆเป็นตัวเร่งชั้นดีต่อการพัฒนาโครงการอสังหาฯในย่านนั้นๆ ก็ย่อมส่งผลให้เกิดทำเลเมืองส่วนต่อขยายใหม่ๆขึ้นมาทั่วทุกทิศรอบกรุงเทพฯ ผลลัพธ์ก็คือเราได้เห็น ย่านราชพฤกษ์กลายเป็นเมืองใหม่ของกรุงเทพฯฝั่งตะวันตก ย่านบางนากลายเป็น Business Gateway ไปสู่ภาคตะวันออก ย่านรังสิตกลายเป็น Hub เพื่อการเดินทางไปสู่ภาคเหนือ-อีสาน และย่านรามคำแหงก็กลายเป็นเมืองแนวราบขนาดใหญ่ที่มีดีเวลลอปเปอร์ให้ความสนใจในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบมาเป็นเวลานับสิบปี หากพูดถึงถนนรามคำแหง หลายคนอาจจะนึกภาพถึงจุดตัดสำคัญของย่านทั้ง 3 บริเวณ ได้แก่ บริเวณรามคำแหงตอนต้น ที่กินอาณาบริเวณตั้งสี่แยกคลองตัน จนถึงบริเวณแยกลำสาลี โดยในปัจุบันทำเลดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์มาก เพียบพร้อมไปด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ ทั้งๆที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้าง ซึ่งย่านรามคำแหงตอนต้นนี้ นับว่าเป็นอีกย่านหนึ่งที่มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ค่อนข้างเยอะ เนื่องจากเป็นแหล่งงาน แหล่งการศึกษา และเป็น Hub ของการคมนาคมทั้งทางบกและทางเรือ จากกรุงเทพตอนเหนือไปสู่ ย่านใจกลางเมือง และฝั่งตะวันออก

 

ส่วนอีกบริเวณคือรามคำแหงตอนกลางซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่บริเวณแยกลำสาลีจนไปถึงจุดตัดกับถนนเลียบกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ซึ่งย่านนี้นับว่าเป็นย่านที่มีความหลากหลายในด้านการเดินทางด้วยรถมากที่สุดบนถนนรามคำแหง เนื่องจากมีถนนสายอื่นๆที่สำคัญอย่างถนนลาดพร้าว นวมินทร์ และกรุงเทพกรีฑาฯที่เชื่อมต่อกับถนนรามคำแหงได้โดยตรง อีกทั้งผู้ที่อยู่อาศัยในย่านนี้สามารถเลือกเดินทางเข้าไปยังย่านใจกลางกรุงเทพฯ หรือไปยังภาคตะวันออกของประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย ด้วยทางด่วนพระราม 9 – ศรีนครินทร์, ถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันออก และมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ บริเวณรามคำแหงตอนกลางช่วง ถนนกรุงเทพกรีฑา ยังเป็นย่านที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ทั้งสองสาย คือสายสีเหลือง และสายสีส้มที่บริเวณสถานีลำสาลี ซึ่งเป็นจุดตัดกับสายสีเหลืองเช่นกัน โดยปัจจุบันหากไม่ได้ใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทาง ก็สามารถเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ได้เช่นกัน

 

และย่านสุดท้ายเป็นย่านรามคำแหงตอนปลาย ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่บริเวณถนนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ไปจนถึงถนนสุวินทวงศ์ ซึ่งโครงการที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะอยู่รายล้อมสองฝั่งทางของ ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน)

จากรถไฟฟ้าสายสีส้ม มาสู่ถนนตัดใหม่ ทั้งหมดล้วนส่งผลดีต่อ ย่านรามคำแหง-ราษฎร์พัฒนา

 

ทำเลดั้งเดิมที่น่าสนใจที่สุดของย่านรามคำแหงตอนปลาย และเป็นชุมชนที่มีการขยายตัวต่อเนื่องมาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คงจะหนีไม่พ้นทำเลตามแนวถนนราษฎร์พัฒนา หรือที่คนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า “ซอยมิสทีน” (เพราะเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่มิสทีน แบรนด์เครื่องสำอางค์ขายตรงชั้นนำของบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด) โดยก่อนหน้านี้พื้นที่ตลอดแนวเส้นทางของซอยมิสทีน มีโครงการบ้านจัดสรรรูปแบบต่างๆ เปิดขายแบบต่อเนื่อง ซึ่งบริเวณนี้ในอดีตที่ผ่านมาก็เป็นเมืองที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่จากสองโครงการหลักคือเคหะร่มเกล้า และบ้านเอื้ออาทร เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจจากทั้งดีเวลลอปเปอร์และผู้ซื้อค่อนข้างมาก แม้จะเป็นซอยที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าใดนัก

 

แต่ด้วยความที่ซอยนี้เชื่อมต่อกับเส้นทางอื่นๆ ได้สะดวก เพราะเชื่อมต่อโดยตรงกับถนนรามคำแหง ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก เดินทางไปถนนศรีนครินทร์และถนนพระราม 9 รวมไปถึงมอเตอร์เวย์ที่สามารถเดินทางไปชลบุรีกับระยองได้สะดวก อีกทั้งไม่ไกลจากเส้นทางรถไฟ ARL

 

นอกจากนี้ในอนาคตเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้บริการ จะมีสถานีราษฎร์พัฒนามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางให้กับคนในทำเลนี้เพิ่มเติมอีกด้วย ส่งผลให้ความน่าสนใจของทำเลนี้มากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในช่วงปีนี้ที่ราคาที่ดินยังไม่สูงมากเกินไป และยังคงมีโครงการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะบ้านจัดสรรขนาดไม่ใหญ่มาก ที่เปิดขายบนต้นทุนเดิมๆ อยู่อีกไม่น้อย

เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี) เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่คาดว่าจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ตามแนวเส้นทางค่อนข้างมาก เพราะผ่านชุมชนดั้งเดิมที่มีศักยภาพในการขยายตัวอยู่แล้ว ตั้งแต่พื้นที่รอบๆ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถนนพระรามที่ 9 จนถึงถนนรามคำแหง ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเพียงพอในการพัฒนาโครงการอสังหาฯทุกประเภท

 

รายละเอียดของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรีจะเริ่มก่อสร้างก่อนเป็นเฟสแรก โดยเฟสที่สองคือ ช่วงตลิ่งชัน – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จะเริ่มหลังจากนั้น โดยช่วงของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรีนั้นมีทั้งหมด 17 สถานี มีทั้งสถานีใต้ดินและบนดิน ระยะทางรวมประมาณ 21.2 กิโลเมตร โดยคาดว่าถ้ามีการก่อสร้างภายในปีพ.ศ.2560 แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปีพ.ศ.2563

นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้าง ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนที่สร้างเชื่อมระหว่างถนนศรีนครินทร์ ผ่านถนนรามคำแหง 24 ถนนร่มเกล้า ไปสิ้นสุดที่ถนนเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมความยาว 12.18 กิโลเมตร ซึ่งถนนเส้นทางนี้จะช่วยให้คนที่อยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกขึ้นมีทางเลือกในการเดินทางได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อกับบถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ทำให้การเดินทางของคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้มีความสะดวกมากขึ้น โดยโครงการนี้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2558 ทางกรุงเทพมหานครกำลังเร่งงานก่อสร้างถนนเส้นทางนี้เพราะมีกำหนดแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2560 โดย ณ ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากกว่า 50% แล้ว

ซึ่งช่วงถนนที่เป็นไฮไลท์สำคัญก็น่าจะเป็นช่วงที่ 5 จากทั้งหมด 7 ช่วง ซึ่งช่วงที่ 5 นี้มีรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับเพื่อข้ามทางหลวงหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) บริเวณด่านเก็บเงินทับช้าง

นอกจากการพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าต่างๆ ที่มีส่วนทำให้ชุมชนดั้งเดิมที่ก่อนหน้านี้มีการอยู่อาศัยอยู่หนาแน่นอยู่แล้ว ยิ่งขยายตัวมากยิ่งขึ้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ มาเป็นตัวผลักดัน เช่น มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ โรงงาน สำนักงานขนาดใหญ่ รวมไปถึงการเดินทางที่ค่อนข้างสะดวก และมีที่อยู่อาศัยหลากหลายตอบโจทย์คนทุกระดับ อีกทั้งมีโครงการค้าปลีกรูปแบบต่างๆ ทั้งขนาดใหญ่ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของคนในชุมชนได้

 

โดย Community Mall ชั้นนำของย่านนี้ก็ได้แก่ The Paseo Mall ลาดกระบัง และ The Paseo Town รามคำแหง

โครงการ The Paseo Mall ลาดกระบัง

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/thepaseo

The Paseo Town รามคำแหง ในอนาคตตรงนี้จะมีรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีคลองบ้านม้า อยู่หน้าโครงการเลยครับ

เครดิตภาพ: http://thepaseotown.com

ชุมชนที่มีองค์ประกอบทางด้าน facilities ครบสมบูรณ์ต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีแนวโน้มในการขยายตัวที่มากขึ้น เมื่อเส้นทางคมนาคมในอนาคตมีความเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน ดังจะเห็นได้จากหลายๆ ชุมชนที่มีการเปลี่ยนแปลงจากที่อยู่อาศัยรูปแบบเดิมๆ มาสู่โครงการรูปแบบใหม่ ราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายเป็น Home Office หรือ Shop House มากขึ้น เช่น พื้นที่ตามแนวเส้นทาง รถไฟฟ้าสายสีม่วงบริเวณนนทบุรี ย่านเกษตรนวมินทร์เลียบด่วน หรือพื้นที่ตามแนวถนนรามคำแหงตลอดทั้งเส้นทาง เป็นต้น

 

ถนนราษฎร์พัฒนา-ย่านฮอตของโครงการทาวน์โฮม

 

ตลาดแนวราบในทำเลนี้ ต้องบอกว่าน่าสนใจมาก เพราะว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมามีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายและปิดการขายไปได้หลายสิบโครงการ โดยที่ยังคงมีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ต่อเนื่อง แสดงว่าความต้องการยังมีอยู่สม่ำเสมอ โดยจากการสำรวจพบว่าปัจจุบันมีบ้านจัดสรรเปิดขายอยู่ประมาณ 13 – 15 โครงการทั้งในพื้นที่ตามแนวถนนราษฎร์พัฒนา และบางส่วนของถนนเคหะร่มเกล้าที่เชื่อมต่อกัน โดยจำนวนยูนิตของบ้านจัดสรรทั้งหมดประมาณ 2,105 ยูนิต ไม่นับยูนิตของโครงการที่ปิดการขายไปแล้วอีกหลายสิบโครงการก่อนหน้านี้

 

สัดส่วนของบ้านจัดสรรประเภทต่างๆ

ทาวน์โฮมเป็นรูปแบบที่มีการเปิดขายมากที่สุดในทำเลนี้เพราะมีสัดส่วนมากถึง 52% มียูนิตเปิดขายอยู่ 1,102 ยูนิต รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่ที่ประมาณ 796 ยูนิตหรือคิดเป็น 38% จากจำนวนทั้งหมด อาจจะเป็นเพราะว่ากำลังซื้อของในทำเลนี้ยังคงเหมาะกับทาวน์โฮมหรือที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่สูงเกินไปก็ได้ อีกทั้งด้วยความที่เป็นทำเลที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยจึงอาจจะมีหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มทำงานที่เลือกที่จะหาซื้อที่อยู่อาศัยในทำเลที่พวกเขาคุ้นเคย เช่น รอบๆ มหาวิทยาลัย จึงทำให้ทาวน์โฮมที่ราคาขายไม่ได้สูงเกินไปได้รับความสนใจจากผู้ซื้อในทำเลค่อนข้างสูงเพราะว่าอัตราการขายเฉลี่ยของบ้านจัดสรรทุกประเภทอยู่ที่ประมาณ 70%

 

จับตาตลาด Home Office –  Shop House หลังพบ Supply เริ่มทยอยเข้าตลาด

 

อัตราการขายเฉลี่ยของบ้านจัดสรรทุกประเภท

แม้ทาวน์โฮมจะมียูนิตเปิดขายมากที่สุดแต่อัตราการขายเฉลี่ยก็สูงถึง 83% เลยทีเดียว บ้านเดี่ยวก็เช่นกันที่แม้จะขายได้ 52% แต่จำนวนยูนิตก็ยังมากกว่าบ้านแฝดและโฮมออฟฟิศค่อนข้างมาก โดยบ้านจัดสรรรูปแบบต่างๆ นั้นมีราคาขายที่แตกต่างกันไปเพื่อรองรับกำลังซื้อที่แตกต่างกัน อีกทั้งทำเลของที่ตั้งโครงการก็สอดคล้องกับราคาขายเช่นกัน เพราะโครงการที่อยู่ใกล้กับถนนรามคำแหง หรือวงแหวนกาญจนาภิเษกอาจจะมีราคาขายที่สูงกว่าโครงการที่อยู่ไกลออกไป

 

สัดส่วนของที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบที่เปิดขายในระดับราคา 3 – 5 ล้านบาทต่อยูนิตนั้นสูงถึง 51% โดยมากกว่า 84% เป็นทาวน์โฮม ส่วนบ้านเดี่ยวนั้นเปิดขายในระดับราคาที่สูงกว่าทาวน์โฮมอย่างเห็นได้ชัด เพราะส่วนใหญ่เปิดขายที่ราคามากกว่า 5 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไปทั้งสิ้น ส่วนโครงกรจัดสรรรูปแบบอื่นๆ ก็มีสัดส่วนที่ไม่มากและระดับราคาก็แตกต่างกันไปตามรูปแบบโครงการ โฮมออฟฟิศ หรือ Shop House ในทำเลนี้อาจจะมีอัตราการขายไม่สูงมาก แต่เชื่อว่าในอนาคตจะเป็นโครงการอีกรูปแบบที่มีความต้องการมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะนับวันองค์กรขนาดเล็ก รวมถึงคนที่หันมาทำธุรกิจด้วยตนเองมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยถจากการสำรวจพื้นที่ตามแนวถนนราษฎร์พัฒนาตั้งแต่สำนักงานใหญ่มิสทีน จนถึงทางออกถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก พบว่าตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยหมู่บ้านจัดสรรหลายสิบโครงการ ตั้งอยู่ร่วมกับอาคารพาณิชย์ที่มีลักษณะการทำธุรกิจที่หลากหลายมาก อาทิ ร้านอาหารใต้ ร้านอาหารชาบู แม่ศรีเรือน ผับแอนด์เรสเตอรอง โชว์รูมขายรถยนต์ ปั๊มน้ำมัน อู่ซ่อมรถ เต๊นท์ขายรถมือสอง ร้านขายวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์เกี่ยวกับบ้าน ธนาคาร Mini Big C 7eleven ซักอบรีด ปะยาง อู่ซ่อมรถ ปั๊มน้ำมันบางจาก ล้างอัดฉีด โฮมมาร์ท คลินิกสัตว์ ร้านยา ตลาดขนาดย่อม ร้านนวดแผนไทย รวมถึง คลินิก TELECARE เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ฯลฯ และยังมีตลาดเล็ก 2 ตลาด ได้แก่ ตลาดลัคกี้มาร์เก็ต และตลาดสดราษฎร์พัฒนา จนกลายเป็นย่านอาคารพาณิชย์ที่มีผู้คนจอดรถซื้อของตลอดทาง

ในอนาคตเชื่อว่าทำเลรามคำแหง – มิสทีน นี้จะเป็นอีกทำเลที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร เพราะความสะดวกในการเดินทางรวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมถึงสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่

 

ตอนนี้โครงการที่อยู่อาศัยประเภท Home Office หรือ Shop House อาจจะยังไม่ค่อยมีดีเวลลอปเปอร์รายไหนเข้ามาพัฒนาในย่านนี้มากนัก แต่ในอนาคตเมื่อเมืองชั้นในขยายตัวได้ลำบากและราคาที่ดินของเมืองชั้นในสูงเกินไป บริษัท ห้างร้านหรือร้านค้าที่ไม่จำเป็นมีความจำเป็นต้องการทำเลดีๆ เพื่อแสดงสินค้าหรือว่า เพื่อความสะดวกในการติดต่อ ก็อาจจะเริ่มมองหาสถานที่ทำงานที่เหมาะสมกับขนาดขององค์กรตนเองหรือกำลังของตนเอง เพราะในอนาคตค่าเช่าพื้นที่สำนักงานทั้งในรูปแบบที่เป็นอาคารสำนักงาน Home Office หรือสำนักงานรูปแบบต่างๆในเมืองชั้นในจะสูงขึ้น การมี Home Office ในย่านชุมชนอย่างทำเลรามคำแหง – มิสทีน ไว้ใช้ติดต่อธุรกิจในย่านกรุงเทพฝั่งตะวันออก – สุวรณภูมิ ก็น่าจะเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น ถ้าใครที่สามารถซื้อได้เลยตอนนี้ก็ควรรีบตัดสินใจเพราะว่าต้นทุนยังไม่สูงเกินไป แต่เมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้มเริ่มวิ่งเมื่อไหร่รับรองว่าราคาขายสูงกว่าปัจจุบันแน่นอน

โครงการ The Eiffel รามคำแหง-มิสทีน…Compound Home Office และ Town Home แห่งใหม่ดีไซน์หรู บนสุดยอดทำเลแห่งการค้า

จากการที่ตลอดสองข้างทางของถนนราษฎร์พัฒนามีถนนหนทางที่สวยงาม เป็นย่านชุมชนการค้าที่ผสมผสานระหว่าง Traditional และ Modern Trade ที่เอื้อประโยชน์ให้กับชุมชนที่อยู่อาศัยแนวราบในย่านรามคำแหง – มิสทีน ได้เป็นอย่างดี และในอนาคตการคมนาคมในย่านนี้จะสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยเส้นทางใหม่ทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้ม และถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ซึ่งจะส่งผลทางบวกโดยตรงต่อโครงการที่ตั้งอยู่ในบริเวณถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก จึงมีแนวโน้มที่ราคาของโครงการอสังหาฯในย่านนี้โดยเฉพาะทาวน์โฮมจะมีการปรับราคาที่สูงขึ้น รวมถึงตลาดใหม่อย่าง Home Office & Shop House ก็กำลังจะเข้ามาเพื่อทดแทนอาคารพาณิชย์สมัยเก่า โดยปัจจุบันมียอดขายของโครงการทาวน์โฮมที่ค่อนข้างสูงพอสมควร ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จึงส่งผลให้ บริษัท รุ่งกิจเรียลเอสเตท จำกัด หรืออาร์เค พร็อพเพอร์ตี้ (RK Property) ผู้พัฒนาอสังหารายย่อย ที่มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนในการพัฒนาโครงการแนวราบในย่านกรุงเทพฯฝั่งะวันออก โดยมีจุดเด่นที่ทุกโครงการติดถนนใหญ่ อาทิ ถนนสุขาภิบาล 3-รามคำแหง, ศรีนครินทร์และร่มเกล้า เล็งเห็นถึงศักยภาพของย่านรามคำแหง – มิสทีน เชื่อมต่อถนนเลียบวงแหวนกาญจนภิเษก จนนำมาซึ่งโครงการ ดิไอเฟิล The Eiffel (รามคำแหง-มิสทีน) Compound Home Office และ Town Home ที่เพียบพร้อมด้วยความสมบูรณ์แบบที่สุด บนสุดยอดทำเลแห่งการค้า ย่านธุรกิจที่พร้อมรองรับคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว รองรับไอเดีย ที่เติมเต็มความสร้างสรรค์ที่จะมีธุรกิจของตัวเองและเพื่อต่อยอดความสำเร็จในอนาคต

โครงการ ดิไอเฟิล รามคำแหง – มิสทีน ได้รับแรงบรรดาลใจในการออกแบบจาก เมืองปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส ที่เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรม หลากหลายยุคหลายสมัย แบบบ้านที่เลือกมาใช้จะเกิดในยุคอาร์ตเดโค Art Deco เป็นงานศิลปะที่จับต้อง ใช้สอยได้ มากกว่าจะเป็นศิลปะที่ได้เพียงแต่ชื่นชมความงามด้วยสายตาเท่านั้น

การออกแบบโครงการเน้นเรื่องพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก การใช้งานที่เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทย แต่เน้นจุดเด่นๆในรูปแบบของการใช้งานคุ้มที่สุด

แบบบ้าน รุ่น A: โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น บนเนื้อที่ 17 ตารางวาพื้นที่ใช้สอย ประมาณ 226 ตรม.

แบบบ้าน รุ่น B: โฮมออฟฟิศ 4 ชั้น บนเนื้อที่ 16 ตารางวาพื้นที่ใช้สอย ประมาณ 196 ตรม.

แบบบ้าน รุ่น C,D: ทาวน์โฮม 3 ชั้น บนเนื้อที่ 19.37 ตารางวาพื้นที่ใช้สอย ประมาณ 196 ตรม.

แบบบ้าน รุ่น E: โฮมออฟฟิศ 3 ชั้น บนเนื้อที่ 30 ตารางวาพื้นที่ใช้สอย ประมาณ 180 ตรม

สำหรับโฮมออฟฟิศสมาร์ท มีพื้นที่จอดรถหน้าอาคารรวม มีฟังก์ชั่นการใช้งานประกอบด้วย ห้องโถงรับแขกหรือโชว์รูม พื้นที่เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 5 ห้อง พื้นที่ปรุงอาหารที่ชั้น 3 พื้นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อน และห้องประชุม ทุกตารางนิ้ว ตั้งใจออกแบบฟังค์ชั่นการใช้สอยให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว

ถนนภายในโครงการที่รายล้อมไปด้วยต้นปาล์ม สร้างบรรยากาศให้รู้สึกถึงความหรูหรา สวนส่วนกลางอันร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมให้ได้รับอากาศธรรมชาติที่สดชื่นเติมโอโซนให้ร่างกายได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้า โครงการด้านที่ติดคลอง ที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนเดิมที่มีมายาวนาน ปลอดภัยอีกขั้นด้วยระบบกล้อง CCTV ทางเข้าและทางออก โดยมีทางเข้าออก 2 ทางเพื่อสะดวกในการสัญจร ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่นี่ โครงการ ดิไอเฟิล (รามคำแหง-มิสทีน)

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับทราบข้อมูล และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ http://www.theeiffeltown.com/ หรือ 02-136 7666



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ลงทุนได้ผลตอบแทนระยะยาวด้วยคอนโดมิเนียมรีสอร์ทกลางเมืองกรุงเทพ อยู่เองก็เพลินตา ปล่อยเช่าก็ได้ Yield ดี รอขายต่อก็มี Demand ที่ The Nest Sukhumvit 64 เริ่มต้น 2.1 ล้านบาท

Facility ที่มีภายในโครงการ The Nest Sukhumvit 64 มีครบครัน เริ่มตั้งแต่ Lobby Lounge, Garden พร้อมกับพื้นที่ outdoor recreation area ที่ขาดไม่ได้คือ Swimming pool พร้อม jacuzzi และ kid’s pool ร่างก... อ่านต่อ




The Excel Hideaway Sukhumvit 71 “คอนโดซ่อนรูป” ใหม่ดีไซน์หรู ใกล้ BTS ติดทางด่วน ของกินเพียบ ไปเอกมัยแค่ 10 นาที ราคาต่ำกว่าตลาด ทำไมมันถูกแบบนี้!

เยอะแยะมากมายหลายทาง ผมว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากสำหรับคนอยู่อาศัยที่ชอบใช้รถยนต์ แต่สำหรับค... อ่านต่อ

42-40-38-36 มีโปรเจคอะไรกำลังจะมา

มาดูกันนะครับพี่น้องว่ากำลังจะมีโปรเจคอะไรมาแถวนี้บ้าง เริ่มจากซอย 42 ถ้าเข้าซอยย่อยซอย... อ่านต่อ

Cozy Living around MRT Lat Phrao Station ทำไมรอบๆ รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าวถึงอบอุ่น น่าอยู่ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตซ่อนอยู่

เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวก็จะนึกถึงย่านที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน มีความหลากหลายของรูปแบบการอ... อ่านต่อ

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (กลาง) และนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ประธานคณะกรรมการการตัดสิน แถลงข่าวประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลสุดยอดพัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม “พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์” ครั้งที่ 12 มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ารอบสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย หัวหิน เขาใหญ่ และชายฝั่งทะเลตะวันออก ทั้งหมดรวม 41 บริษัท โดยจะมีการประกาศผลการตัดสินในงาน กาล่า ดินเนอร์ วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ที่โรงแรม พลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้าหนึ่งวันจะมีการจัดงานประชุมผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ เรียล เอสเตท ซัมมิท (PropertyGuru Thailand Real Estate Summit)