PropStat Exclusive: บทวิเคราะห์ศักยภาพทำเล พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา

ถ้าพูดถึงย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมในบริเวณกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก หลายคนอาจจะถึงนึกบริเวณช่วงสุขุมวิทส่วนต่อขยายบริเวณแยกบางนา ต่อเนื่องสมุทรปราการ ซึ่งเป็นทำเลยอดนิยมในการพัฒนาโครงการคอนโดมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เมื่อเส้นทางทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย จากอ่อนนุชไปสถานีแบริ่ง เริ่มเปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2554 แต่หากเรานึกถึงทำเลที่มีการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ประเภทแนวราบมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนหน้าที่รถไฟฟ้าจะเริ่มเปิดใช้งานล่ะ จะเป็นทำเลไหน?…ก็คงจะเป็นทำเลที่เป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายการคมนาคมทางถนนที่สำคัญในบริเวณกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก อาทิ พระราม 9, ศรีนครินทร์, พัฒนาการ, รามคำแหง และ อ่อนนุช อย่างย่านพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา

 

ย่านพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา ในปัจุบันเป็นถนนที่มีความหลากหลายในการเดินทางมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้ที่อยู่อาศัยในย่านนี้สามารถเลือกเดินทางเข้าไปยังย่าน CBD ของกรุงเทพฯ หรือออกเมืองไปยังจังหวัดในภาคตะวันออกของประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย ด้วยทางด่วนพระราม 9 – ศรีนครินทร์, ถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันออก และมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ บริเวณถนนกรุงเทพกรีฑา จะเป็นย่านที่อยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ทั้งสองสาย คือสายสีเหลืองที่สถานีศรีกรีฑา และสายสีส้มที่บริเวณสถานีลำสาลี ซึ่งเป็นจุดตัดกับสายสีเหลืองเช่นกัน โดยปัจจุบันหากไม่ได้ใช้รถยนต์เป็นพาหนะหลักในการเดินทาง ก็สามารถเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ได้เช่นกัน


รถไฟฟ้าสายสีส้ม: ทางเลือกใหม่ในการเดินทางที่จะช่วยยกระดับ ย่านพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา สู่การเป็นทำเลเมืองส่วนต่อขยาย

 

ถนนกรุงเทพกรีฑาสามารถเดินทางได้สะดวกโดยรถยนต์ ทั้งขับตรงจากถนนพระราม 9 ตัดถนนศรีนครินทร์ ไปเข้าถนนกรุงเทพกรีฑาผ่านทางถนนเลียบมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขับรถง่ายที่สุดหากใช้ทางด่วนเป็นประจำ หรือหากเป็นคนที่คุ้นเคยกับย่านรามคำแหงก็สามารถเข้าถนนกรุงเทพกรีฑาผ่านรามคำแหง 24 ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัย และสถาบันการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในย่านรามคำแหงอย่าง ม.รามคำแหง และม.อัสสัมชัญ บริเวณถนนพระราม 9

 

ย่านพระราม 9 – ศรีนครินทร์ – รามคำแหง จนถึงกรุงเทพกรีฑา เป็นย่านที่แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้าพร้อมใช้งาน แต่ในอนาคต จะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มพาดผ่าน ซึ่งจะทำหน้าที่เชื่อมทั้งย่านรามคำแหง และลำสาลี ไปสู่ BTS ราชเทวี และ MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ที่อยู่ใจกลางเมือง ก็จะยิ่งเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่ง่ายขึ้น

 

พื้นที่ตามแนวถนนพระราม 9 ตอนปลาย ช่วงตั้งแต่แยกรามคำแหง จนถึงจุดตัดถนนศรีนครินทร์ เป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ประเภทบ้านเดี่ยวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจากดีเวลลอปเปอร์หลัก 2 รายได้แก่ หมู่บ้านเสรี (เจ้าของโครงการ 99 Residence) และกลุ่มเนอวานา ที่ล้วนแต่มีการพัฒนาโครงการในบริเวณอุโมงค์ทางลอดถนนรามคำแหง-พัฒนาการ-ถาวรธวัช และซอยรามคำแหง 24 มาเป็นเวลาช้านาน จากการที่บริเวณดังกล่าวเป็นย่านที่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่น ทำให้ปัจจุบันได้มีโครงการ Retail Commercial ขนาดกลาง เข้ามาเปิดตัวเพื่อรองรับดีมานท์จากกลุ่มคนที่อยู่ในย่านนี้ให้มีทางเลือกในการใช้ชีวิตมากกว่าโครงการค้าปลีกแบบ Traditional อย่าง The Mall รามคำแหง โดยนอกจากจะมีโครงการ The Nine และตลาดเสรีมาร์เก็ต เป็นศูนย์รวมแหล่งไลฟ์สไตล์ประจำย่านแล้ว ยังมีห้าง Home Pro ที่เพิ่งเปิดดำเนินการไปเมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา เข้ามาร่วมสร้างความคึกคักด้วยเช่นกัน

 

สำหรับพื้นที่ตามแนวถนนรามคำแหง อาจจะเป็นพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวมาต่อเนื่องตั้งแต่ในอดีต ด้วยความที่เป็นพื้นที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายทั้ง ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต บริษัทห้างร้าน มหาวิทยาลัยทั้งของเอกชนและรัฐบาลขนาดใหญ่ รวมไปถึงโรงพยาบาล เรียกได้ว่าพื้นที่ตามแนวถนนรามคำแหงได้รับความสนใจมาเป็นระยะเวลายาวนานหลายปีแล้ว

 

ซึ่งในอนาคตจะมีเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ผ่านทั้งถนนพระราม 9 และตามแนวถนนรามคำแหงตลอดเส้นทาง ทำให้เป็นที่คาดการณ์กันจากหลายฝ่าย ทั้งภาคราชการและเอกชนว่าจะทำให้พื้นที่ตามแนวถนนพระราม 9 ตอนปลาย, รามคำแหง รวมถึงพื้นที่ต่อเนื่องต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นและมีศักยภาพสูงขึ้น เพราะจะทำให้คนที่อาศัยอยู่พื้นที่นี้สามารถเดินทางเมืองชั้นในได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี  (สุวินทวงศ์)  มีรายละเอียดและความคืบหน้าดังนี้

พื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มผ่านถนนสายหลักสองเส้นทางคือ ถนนพระราม 9 และถนนรามคำแหง ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อจากพื้นที่ธุรกิจอย่างถนนรัชดาภิเษก และตลอดทั้งสองฝั่งของถนนรามคำแหงเอง ก็เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยมีบ้านจัดสรร อพาร์ทเม้นต์ อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก คอนโดมิเนียม ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต โรงพยาบาล เรียกได้ว่าทำเลนี้มีความพร้อมและศักยภาพเพียงพอในการเป็นที่อยู่อาศัยหรือว่าทำงานอีกทั้งมีมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ทั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง และอัสสัมชัญ แม้ว่าทั้งสองมหาวิทยาลัยนี้ในปัจจุบัน จะมีสาขาอีกแห่งที่อยู่นอกเมือง แต่มหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งบนถนนรามคำแหงนี้ ก็ยังมีนักศึกษามาเรียนอยู่ ส่งผลให้รอบๆ มหาวิทยาลัยมีการพัฒนาโครงการอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง และยังคงมีความเป็นชุมชนอยู่เช่นเดิม

 

และยิ่งรถไฟฟ้าสายสีส้มมีการเซ็นสัญญาการก่อสร้างแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมาโดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นประธานในการเซ็นสัญญาก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระหว่างการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กับบริษัทผู้รับจ้างที่ผ่านการคัดเลือกด้านราคาทั้ง 6 บริษัท

 

ตามที่มีการแบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 6 สัญญาวงเงินรวมทั้งหมดประมาณ 79,000 ล้านบาท ระยะทางรวมทั้งหมด 22.57 กิโลเมตรและมีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปีพ.ศ.2566 ซึ่งเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นสายแรกที่มีการลงนามในสัญญาก่อสร้างของปีพ.ศ.2560 เส้นทางอื่นๆ น่าจะทยอยมาภายในปีนี้และปีหน้า

 

เส้นทางรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง: เชื่อมต่อกรุงเทพฯตอนเหนือสู่ Gateway ภาคตะวันออก

 

นอกจากเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้ว ในพื้นที่ตามแนวถนนศรีนครินทร์ ยังเป็นจุดที่มีเส้นทางรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลืองผ่าน โดยเส้นทางสายสีเหลืองเริ่มจากบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินรัชดาภิเษกมาตามแนวถนนลาดพร้าว จากนั้นก็ลงไปทางใต้ตามแนวถนนศรีนครินทร์ไปสิ้นสุดที่สถานีสำโรงของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนแบริ่ง – สมุทรปราการ รวมระยะทางทั้งหมด 30.4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าอีกสายที่ตัดผ่านพื้นที่สำคัญและตัดกับเส้นทางรถไฟฟ้าเส้นทางอื่นๆ ซึ่ง ณ ปัจจุบันอาจจะยังไม่มีความคืบหน้าเท่ากับสายสีส้ม

 

แต่รัฐบาลประกาศมาก่อนหน้านี้แล้วว่าเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะต้องได้ผู้รับเหมาตลอดเส้นทางภายในปีพ.ศ.2560 โดยความคืบหน้าล่าสุดนั้น ในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้เปิดซองพิจารณาข้อเสนอการร่วมลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ผลปรากฏว่า กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ให้ข้อเสนอดีที่สุด และรับเงินชดเชยจากรัฐบาลน้อยที่สุด ซึ่ง ณ ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจา และจัดเตรียมเอกสาร คาดว่าจะลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2560 โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและสามารถเปิดให้บริการได้ในปีพ.ศ.2563 หรือ 2564 เร็วกว่ารถไฟฟ้าสายสีส้มเพราะเป็นระบบโมโนเรลซึ่งมีขนาดเล็กกว่า

 

นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้าง ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนที่สร้างเชื่อมระหว่างถนนศรีนครินทร์ ผ่านถนนรามคำแหง 24 ถนนร่มเกล้า ไปสิ้นสุดที่ถนนเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมความยาว 12.18 กิโลเมตร ซึ่งถนนเส้นทางนี้จะช่วยให้คนที่อยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกขึ้นมีทางเลือกในการเดินทางได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อกับบถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ทำให้การเดินทางของคนที่อยู่อาศัยในพื้นที่นี้มีความสะดวกมากขึ้น โดยโครงการนี้เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.2558 ทางกรุงเทพมหานครกำลังเร่งงานก่อสร้างถนนเส้นทางนี้เพราะมีกำหนดแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2560 โดย ณ ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากกว่า 50% แล้ว

กรุงเทพกรีฑา ทำเลยอดนิยมในอนาคตสำหรับโครงการแนวราบไฮเอนด์

 

การมาของรถไฟฟ้าใหม่ทั้ง 2 เส้นทาง ยังทำให้พื้นที่ต่อเนื่องอื่นๆ ยังมีการขยายตัวตามไปด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวถนนกรุงเทพกรีฑาที่เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยมาก่อนหน้านี้เป็น 10 ปีมีความน่าสนใจตามไปด้วย เพราะในอดีตเป็นพื้นที่ที่มีโครงการที่อยู่อาศัยหลายสิบโครงการรวมทั้งมีการพัฒนาโครงการค้าปลีกเพื่อรองรับกำลังซื้อจากคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย พื้นที่ตามแนวถนนกรุงเทพกรีฑาจึงกลายเป็นทำเลที่มีการขยายตัวค่อนข้างมากในพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอก เพราะด้วยศักยภาพของทำเลและความสะดวกในการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนศรีนครินทร์ ทางพิเศษศรีรัช มอเตอร์เวย์ กรุงเทพ – ชลบุรี และวงแหวนกาญจนาภิเษก ทำให้ทำเลนี้น่าสนใจมาหลายปีติดต่อกัน

 

โดยในปัจจุบันย่านกรุงเทพกรีฑาเป็นย่านที่เป็นศูนย์รวมของโครงการบ้านเดี่ยวราคาแพงทั้งจากแบรนด์ชั้นนำ และ Local Developer รวมถึง Neighborhood Facilities ระดับไฮเอนด์ อาทิ กรุงเทพกรีฑาสปอร์ตคลับ สนามกอล์ฟ Unico Grande และ Community Mall แนวรักษ์ธรรมชาติท่ามกลางต้นไม้ใหญ่อย่าง Kurve 7

 

กรุงเทพกรีฑาสปอร์ตคลับ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคนรักสุขภาพอยู่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสนามกอล์ฟ 18 หลุม, สนามไดร์ฟกอล์ฟ, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ห้องลีลาศ, ห้องอาหาร, สปา และห้องคาราโอเกะ

เครดิตภาพ: http://www.krungthepkreetha.co.th

 

สนามกอล์ฟ Unico Grande Golf Course

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/unico.golfcourse/photos/

 

นอกจากนี้ยังมีโครงการ Boutique Lifestyle Mall บนพื้นที่กว่า 8,900 ตร.ม. เปิดใหม่ ตรงข้ามกันกับสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ทั้ง 2 แห่ง นั่นคือ โครงการ “The Park – Feel Good Mall” ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดคู่กับบ้านเดี่ยวไฮเอนด์ “PARK AVENUE – 36 Private Residences” ซึ่งเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์ที่มีคอนเซปท์แหวกแนว ตรงที่บนพื้นที่ชั้น 3 ของโครงการ The Park จะสามารถเพลิดเพลินไปกับสระว่ายน้ำแบบ infinity edge pool ที่จะได้สัมผัสกับวิวสุดสวยของสนามกอลฟ์กรุงเทพกรีฑา

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/theparkth.mall

 

เจ้าของโครงการ The Park – Feel Good Mall” ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็น กลุ่มโฟร์วิงส์ ที่มีประสบการณ์นการทำธุรกิจโรงแรม เดอะ โฟร์วิงส์เรสซิเดนส์ และ เดอะแกรนด์โฟร์วิงส์โฮเทล ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านศรีนครินทร์นั่นเอง

 

การทยอยกันมาของโครงการ Community Mall ใหม่ๆ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยกันค่อนข้างหนาแน่นในบริเวณย่านกรุงเทพกรีฑา และยังเป็นการตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุด จากเดิมที่ผู้คนย่านนี้ต้องไปพึ่งพิงบรรดามอลล์ต่างๆ ที่อยู่บนถนนพระราม 9 และถนนศรีนครินทร์เป็นหลัก…โดยย่านกรุงเทพกรีฑา ยังมีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่มากในอนาคตถึง 2 โครงการจากสองดีเวลลอปเปอร์ดัง ที่ค่อนข้างเชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการในย่านนี้ได้แก่ กลุ่มเนอวานา และพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค

 

ซึ่งกลุ่มเนอวานาได้มีการประกาศแผนการพัฒนาโครงการแนวราบมูลค่า กว่า 13,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 300 ไร่ ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่สี่ของปี 2017 นี้

และบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ที่ได้มีการนำ Land bank เก่าของบริษัท รวม 340 ไร่ บนถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ มาพัฒนาโครงการด้วยมูลค่าโครงการกว่า 9,200 ล้านบาท

 

เมื่อพูดถึงตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ตามแนวถนนกรุงเทพกรีฑาจากการสำรวจพบว่ามีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายอยู่ 10 โครงการ ยูนิตรวมทั้งหมดประมาณ 1,331 ยูนิต โดยโครงการส่วนใหญ่เปิดขายในช่วงระหว่างปีพ.ศ. 2555 – 2557 จากนั้นก็ลดลงอาจจะเป็นเพราะว่าที่ดินในการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรเหลือน้อยลง ราคาที่ดินสูงขึ้น ส่งผลให้โครงการที่เปิดขายในปีพ.ศ. 2558 – 2559 มีราคาขายสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและมีขนาดของโครงการที่เล็กลงเมื่อเทียบกับขนาดของโครงการที่เปิดขายก่อนหน้านี้

โครงการบ้านจัดสรรที่เปิดขายอยู่ในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่คือประมาณ 79% เป็นโครงการบ้านเดี่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับราคาขายและความต้องการในพื้นที่นี้ อย่างที่บอกไปแล้วว่าราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นทำให้ดีเวลลอปเปอร์เลือกที่จะพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว มากกว่าโครงการที่มีบ้านขนาดเล็กรูปแบบอื่น เนื่องจากบ้านเดี่ยวสมัยใหม่ที่มีแบบบ้านทันสมัยสามารถตั้งราคาขายได้ค่อนข้างสูงและเป็นที่ต้องการของกำลังซื้อในพื้นที่นี้ทำให้อัตราการขายค่อนข้างสูงในเวลาไม่นาน

 

อัตราการขายเฉลี่ยของโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมดในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 86% ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับโครงการบ้านจัดสรร นอกจากนี้ในพื้นที่นี้ ยังมีบ้านจัดสรรอีกหลายโครงการที่ปิดการขายไปแล้วหลังจากที่เปิดขายในเวลาไม่นาน แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อในบริเวณนี้ โดยบ้านเดี่ยวที่มีจำนวนเปิดขายมากที่สุด มีอัตราการขายค่อนข้างยากกว่าทาวน์โฮมคือขายไปได้ประมาณ 85% แม้ว่าราคาขายของบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่มากกว่า 7.5 ล้านบาทต่อยูนิตก็ตาม ส่วนทาวน์โฮมที่มีราคาต่ำกว่าบ้านเดี่ยวแทบไม่เหลือยูนิตเหลือขายแล้วเพราะอัตราการขายสูงเกือบ 100% ส่วนโฮมออฟฟิศอาจจะเพิ่งเปิดขายในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจึงมีอัตราการขายที่ไม่สูงมาก

 

บ้านจัดสรรที่เปิดขายในพื้นที่นี้แยกตามระดับราคาขายและประเภท

บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่ที่เปิดขายในพื้นที่นี้มีราคาขายอยู่ในระดับราคาประมาณ 7.5 ล้านบาทขึ้นไปถึงมากกว่า 10 ล้านบาทต่อยูนิต แม้จะมีบางโครงการที่ขายในราคาต่ำกว่าคือประมาณ 3 – 5 ล้านบาทต่อยูนิตและได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างสูงโดยสามารถพิจารณาจากอัตราการขายเฉลี่ยได้ดังนี้

บ้านจัดสรรในพื้นที่นี้ที่มีราคาขายต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อยูนิต ล้วนมีอัตราการขายสูงเกิน 80% ทั้งหมดแต่โครงการที่มีบ้านราคามากกว่า 20 ล้านบาทต่อยูนิต ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนสนใจ แต่อาจจะมีอัตราการขายต่ำกว่าและใช้เวลาในการขายนานกว่าเท่านั้น

แต่ในอนาคตเมื่อที่ดินในพื้นที่บริเวณนี้มีราคาขายปรับตัวสูงขึ้น และมีความต้องการมากขึ้น จากการขยายตัวของสารพัดโครงการทั้งของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการถนนตัดใหม่ ทางด่วน และเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มกับสายสีเหลืองที่ แม้จะไม่ได้ผ่านถนนกรุงเทพกรีฑาโดยตรง แต่ก็มีจุดที่ตัดกับถนนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งแน่นอนว่ามีผลทำให้ศักยภาพของพื้นที่นี้มากขึ้นแน่นอนในอนาคต พื้นที่ตามแนวถนนกรุงเทพกรีฑาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยแบบในปัจจุบัน ไปสู่พื้นที่ที่มีที่อยู่อาศัยกึ่งที่ทำงานมากขึ้น เหมือนในพื้นที่ตามแนวถนนรามคำแหง พระราม 9 หรือพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองชั้นในแบบที่เห็นได้แล้วในปัจจุบัน

 

บ้านนวัต พระราม 9 (Baan Nawat Rama 9) บ้านเดี่ยวแนว Sustainable Living แห่งแรกบนถนนพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา

ด้วยการที่ย่านพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา เป็นย่านที่มีการพัฒนาโครงการแนวราบอยู่ค่อนข้างหนาแน่นที่สุดย่านหนึ่งในฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก และก็ยังเป็นย่านที่มีอัตราการขายโครงการค่อนข้างสูง ถึงแม้ว่ารูปแบบการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าทั้งสองสายหลัก ยังเพิ่งอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นก่อนการก่อสร้าง แต่ก็ดูจะไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับบรรดาผู้ที่พักอาศัยในย่านนี้เท่าไหร่นัก โดยปัจจุบันรูปแบบโครงการบ้านเดี่ยวที่มีราคาสูงกว่า 20 ล้านบาท ยังค่อนข้างมีน้อย ถ้าเทียบกับโครงการที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้าน ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ล่าสุดบริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์จำกัด หนึ่งในบริษัทของกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ซึ่งมีสายงานธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค อสังหาริมทรัพย์ ไอที จนถึงการพัฒนาความยั่งยืนทางสังคม ได้ตัดสินใจพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ภายใต้คอนเซปท์ที่แตกต่างกว่าโครงการอื่นใดในย่านเดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า “บ้าน นวัต – พระราม 9 (Baan Nawat – Rama 9)”

บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด นั้นหาใช่หน้าใหม่ในวงการนักพัฒนาอสังหาฯ แต่อย่างใด โดยโครงการที่สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัท และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ที่อยู่อาศัยในย่าน พระราม 9 – รามคำแหง ก็ได้แก่ โครงการหมู่บ้านเสรี และโครงการบ้านเดี่ยว Pool Villa สไตล์ Thai Contemporary ที่มีชื่อว่า 99 Residence นอกจากนี้ยังทำธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้าพาวิลเลียน ไนท์ บาร์ซาร์ เชียงใหม่ และตลาดเสรีมาร์เก็ต

 

ตลาดเสรีมาร์เก็ตสาขาพระรามเก้า

เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/serimarket

 

โครงการ 99 Residence เครดิตภาพ: http://www.99residence.com/gallery

บ้านนวัต พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งโครงการบ้านเดี่ยว ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ที่อยากเห็นสังคมไทยที่มีความสุขอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยที่ไม่ได้มองเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจเพียงแค่ผลกำไรสูงสุดเพียงอย่างเดียว

 

แบรนด์บ้านนวัต จึงเป็นโครงการ Private Residence ที่ทางบริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ มีความตั้งใจในการสร้างคุณค่าให้แก่พื้นที่ และชุมชนโดยรอบ ให้สมกับคอนเซปท์ของโครงการคือ “Thoughtful Innovation for Sustainable Living” ที่นำเอาความยั่งยืน สอดคล้อง เหมาะสมกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ของท้องถิ่นนั้นๆ มาผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่แต่ง่ายต่อการดูแลในการสร้างทื่อยู่อาศัย โดยยังคงมุ่งเน้นการรักษาความเป็นไทยในรูปแบบที่ต่างไปจากโครงการอื่นๆ ในย่านเดียวกัน

ด้วยจำนวนยูนิตทั้งหมดเพียงแค่ 8 ยูนิต บนพื้นที่โครงการทั้งหมดเพียง 2 ไร่ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น หน้ากว้าง พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว แต่ละยูนิตมีพื้นที่ขนาด 84 ตารางวา แต่ให้พื้นที่ใช้สอยถึง 550 ตร.ม. บ้านนวัต พระราม 9 คือ โครงการ Private Residence ที่มอบความเป็นส่วนตัว และความภาคภูมิใจสูงสุดให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ

คอนเซปท์ Sustainable Living ของบ้านนวัต พระราม 9 ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดสวยหรู เพื่อใช้เป็น Gimmick ทางการตลาด แต่ใช้สอยจริงไม่ได้ เหมือนกับโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆ ในท้องตลาด ความยั่งยืนของการอยู่อาศัยที่นี่ถูกถ่ายทอดออกมาทางงานดีไซน์ของโครงการฯ จนออกมาเป็นรูปธรรมจับต้องได้หลายอย่าง แนวคิดบ้านประหยัดพลังงาน “Energy Saving Design” ของที่นี่ ถูกต่อยอดออกมาเป็นนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรม ที่ยังคงรักษาความเป็นไทยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น

 

การจัดวางทิศทางของตัวบ้านให้สอดรับกับการถ่ายเทอากาศ และมีแสงแดดตามธรรมชาติเข้าถึงแทบทุกจุดภายในตัวบ้าน

เลย์เอ้าท์ห้องที่มอบความเป็นส่วนตัว ด้วยการที่ไม่มีผนังห้องไหนใช้ร่วมกัน ห้องแต่ละห้องตลอดจนโถงทางเดินมีหน้าต่างมากกว่า 1 ด้าน รับลมอย่างเพียงพอ โดยที่ผู้อยู่อาศัยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟ หรือเปิดแอร์ในตอนกลางวันเลยก็ได้

 

โดยบานกระจกด้านทิศใต้กับทิศตะวันตกจะเป็น Double Glaze เพื่อลดทอนความร้อนที่เข้าภายในตัวบ้านรวมถึงเสียงรบกวนตอนกลางวันได้เป็นอย่างดี

แผงเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ จะถูกนำมาติดตั้งไว้ทุกหลัง เพื่อนำเอาแสงแดดมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าภายในบ้าน

ระบบนำความร้อนจากคอมเพรสเซอร์แอร์มา Reuse ผลิตน้ำร้อนใช้ทั้งบ้าน โดยไม่พึ่งพาพลังงานไฟฟ้า ความร้อนที่เหลือยังส่งผ่านไปยังสระว่ายน้ำ ให้น้ำในสระไม่เย็นจนเกินไปเพื่อให้การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายเสริมสุขภาพตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงสระน้ำ

ระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำมาใช้ในการรดน้ำต้นไม้

นอกจากนี้ยังมีระบบ Home Automation ที่สามารถควบคุมการการปิด เปิดสวิทซ์ไฟภายในบ้านได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ผ่าน application และยังดู CCTV ได้ด้วย

จากข้อมูลที่ได้กล่าวไปแล้วในเรื่องของอัตราการขาย และราคาขายของบ้านเดี่ยวในทำเลพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา ว่ามีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่อง และอัตราการขายก็ค่อนข้างสูง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ในอนาคตอันใกล้จะมีดีเวลลอปเปอร์หลายราย รวมทั้ง พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ซึ่งจะก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองในย่านนี้ ด้วยการเปิดตลาดบ้านเดี่ยวไฮเอนด์แนว Sustainable Living เป็นรายแรก ซึ่งก็ต้องคอยเฝ้าดูกันต่อไปว่าบ้านนวัต พระราม 9 จะเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้มีรสนิยมในการพักอาศัยที่ห่วงใยสิ่งแวดล้อม ในย่านพระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา มากน้อยแค่ไหน

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อรับทราบข้อมูล และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมได้ที่ premierassets.co.th

หรือโทร 02-074-5477



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ลงทุนได้ผลตอบแทนระยะยาวด้วยคอนโดมิเนียมรีสอร์ทกลางเมืองกรุงเทพ อยู่เองก็เพลินตา ปล่อยเช่าก็ได้ Yield ดี รอขายต่อก็มี Demand ที่ The Nest Sukhumvit 64 เริ่มต้น 2.1 ล้านบาท

Facility ที่มีภายในโครงการ The Nest Sukhumvit 64 มีครบครัน เริ่มตั้งแต่ Lobby Lounge, Garden พร้อมกับพื้นที่ outdoor recreation area ที่ขาดไม่ได้คือ Swimming pool พร้อม jacuzzi และ kid’s pool ร่างก... อ่านต่อ




The Excel Hideaway Sukhumvit 71 “คอนโดซ่อนรูป” ใหม่ดีไซน์หรู ใกล้ BTS ติดทางด่วน ของกินเพียบ ไปเอกมัยแค่ 10 นาที ราคาต่ำกว่าตลาด ทำไมมันถูกแบบนี้!

เยอะแยะมากมายหลายทาง ผมว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากสำหรับคนอยู่อาศัยที่ชอบใช้รถยนต์ แต่สำหรับค... อ่านต่อ

42-40-38-36 มีโปรเจคอะไรกำลังจะมา

มาดูกันนะครับพี่น้องว่ากำลังจะมีโปรเจคอะไรมาแถวนี้บ้าง เริ่มจากซอย 42 ถ้าเข้าซอยย่อยซอย... อ่านต่อ

Cozy Living around MRT Lat Phrao Station ทำไมรอบๆ รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าวถึงอบอุ่น น่าอยู่ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตซ่อนอยู่

เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวก็จะนึกถึงย่านที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน มีความหลากหลายของรูปแบบการอ... อ่านต่อ

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (กลาง) และนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ประธานคณะกรรมการการตัดสิน แถลงข่าวประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลสุดยอดพัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม “พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์” ครั้งที่ 12 มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ารอบสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย หัวหิน เขาใหญ่ และชายฝั่งทะเลตะวันออก ทั้งหมดรวม 41 บริษัท โดยจะมีการประกาศผลการตัดสินในงาน กาล่า ดินเนอร์ วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ที่โรงแรม พลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้าหนึ่งวันจะมีการจัดงานประชุมผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ เรียล เอสเตท ซัมมิท (PropertyGuru Thailand Real Estate Summit)