PropStat Exclusive: บทวิเคราะห์ศักยภาพทำเลสิรินธร – ราชวิถี

ในอดีตที่ผ่านมาหากจะกล่าวถึงย่าน Residential Area ที่มีคนอยู่อาศัยอย่างหนาแน่นในย่านฝั่งธนฯ มาอย่างยาวนานก่อนที่จะมีรถไฟฟ้า BTS สายสีลมส่วนต่อขยาย ที่แล่นข้ามผ่านสะพานตากสิน ไปจนถึงย่านบางหว้า คงจะหนีไม่พ้น 3 ย่านหลัก นั่นคือ วงเวียนใหญ่-ท่าพระ, ปิ่นเกล้า – จรัญสนิทวงศ์ และ ย่านบางพลัด อาจกล่าวได้ว่าความเจริญของทั้ง 3 ย่านดังกล่าว ล้วนเกิดขึ้นมาจากผลกระทบของ Urbanization (การเติบโตและขยายของตัวเมือง) ที่มีการเปลี่ยนแปลง พัฒนาอยู่ตลอดเวลาในเขตกรุงเทพฯชั้นใน ซึ่งทำให้เหล่าประชากรที่อยู่ในฝั่งกรุงเทพฯชั้นใน มีความต้องการที่จะขยับขยายครอบครัว ถิ่นที่อยู่อาศัย ไปสู่ย่าน Residential area ใหม่ ที่เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากกรุงเทพฯชั้นใน เป็นที่น่าสังเกตว่า สาเหตุสำคัญที่ประชากรส่วนใหญ่ตัดสินใจที่จะย้ายถิ่นฐานเข้ามายังทำเลทั้ง 3 แห่งดังกล่าว เนื่องจากอยู่ใกล้กับเส้นทางเดินทางหลักอย่างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็น ย่านวงเวียนใหญ่-ท่าพระ ที่เดินทางสะดวกด้วยสะพานพุทธฯ สะพานพระปกเกล้าฯ และสะพานตากสิน, ย่านปิ่นเกล้า ที่สามารถเลือกใช้สะพานปิ่นเกล้าฯ และสะพานพระราม 8 และ ย่านบางพลัด ซึ่งเป็นย่านที่เดินทางเข้าสู่ใจกลางสถานที่ราชการสำคัญของกรุงเทพฯ ด้วยสะพานกรุงธนฯ (ซังฮี้), และยังสามารถเลือกใช้สะพานใกล้เคียงได้อีก 2 สะพานได้แก่ สะพานพระราม 8 รวมไปถึงสะพานพระราม 7 ซึ่งเชื่อมต่อไปยังย่านนนทบุรีได้ อย่างง่ายดาย


ทั้งนี้ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ย่านดังกล่าวถูกกลบรัศมีไปพอสมควรด้วยพลานุภาพของรถไฟฟ้าสายสีลมส่วนต่อขยาย ซึ่งทำให้พัฒนาการส่วนใหญ่เทไปทางถนนกรุงธนบุรี จนถึงช่วงราชพฤกษ์ จนส่งผลให้มีโครงการคอนโดต่างๆแห่กันมาพัฒนาในบริเวณนี้ จนลืมไปว่าย่านนี้เป็นย่านที่ไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์ และเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติของความเป็น residential area ที่มีประวัติอันยาวนาน อย่างเช่น ย่านหลักทั้ง 3 ย่าน (วงเวียนใหญ่-ท่าพระ, ปิ่นเกล้า – จรัญสนิทวงศ์ และ ย่านบางพลัด) ที่เชื่อมต่อกันด้วยถนนสายหลักของชาวฝั่งธนฯอย่างจรัญสนิทวงศ์

the-urbano-rajavithi-area-hilight

ถนนจรัญสนิทวงศ์ที่เป็นชุมชนดั้งเดิม หรือเป็นพื้นที่ที่แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยในช่วงก่อนหน้านี้ ตลอดทั้งสองฝั่งถนนเป็นอาคารพาณิชย์ซะเป็นส่วนใหญ่มีการพัฒนารูปแบบอื่นๆ บ้างแต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร คล้ายๆ กับพื้นที่ที่เป็นชุมชนดั้งเดิมอื่นๆ ในกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อมีโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางต่างๆ เกิดขึ้นทำให้หลายๆ ชุมชนมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้เห็นแล้ว บ้านเก่าๆ อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินที่ปล่อยทิ้งไว้ ก็ถูกกว้านซื้อและพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมหรือโครงการประเภทอื่นๆ ที่เหมาะสมกับราคาที่ดินที่ปรับขึ้นไปมากขึ้น ถนนจรัญสนิทวงศ์เริ่มเปลี่ยนตั้งแต่มีข่าวของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินคือตั้งแต่ปีพ.ศ.2551 – 2552 ที่เริ่มมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากขึ้นในพื้นที่รอบๆ สี่แยกปิ่นเกล้า หรือที่เราคุ้นเคยว่า “แยก 35 โบว์ล” เพราะเป็นจุดต่อรถที่สำคัญอีกแห่งบนถนนจรัญสนิทวงศ์ เนื่องจากถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นถนนที่ขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมต่อกับถนนที่แยกจากถนนจรัญสนิทวงศ์อยู่หลายแห่ง ถนนจรัญสนิทวงศ์จึงเป็นถนนสายสำคัญที่สุดของกรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรี

 

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เส้นทางการคมนาคมแห่งใหม่ที่แล่นผ่านใจกลาง Residential area ของฝั่งธนฯ

 

ภายในระยะเวลาอีกไม่กี่ปี ย่านฝั่งธนฯจะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปสู่ย่านต่างๆใจกลางเมืองได้โดยสะดวกมากขึ้น ผ่านเส้นทางคมนาคมที่หลากหลาย ทั้งทางด่วน และระบบรางที่สำคัญ อย่าง เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่พร้อมจะทำให้ชาวฝั่งธนฯพบกับความง่ายดายในการเดินทางรอบกรุงเทพฯ-ฝั่งธนฯ จากตอนเหนือ (สถานีบางซื่อ) ไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์และแยกท่าพระ และจากปลายทางด้านทิศใต้ (สถานีหัวลำโพง) ไปยังกรุงเทพฝั่งตะวันตก ในย่านท่าพระ และบางแค ซึ่งทั้งสองเส้นทางจะเชื่อมต่อกันที่สถานีท่าพระ ก่อให้เกิดเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าที่จะนำพาความเจริญขั้นสุดมาสู่ย่านที่เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงของฝั่งธนฯในอดีตอย่าง ปิ่นเกล้า – บางพลัด

the-urbano-rajavithi-blue-line

โดยรูปแบบเป็นโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบยกระดับระยะทาง 21.5 กม. สถานียกระดับ 15 สถานี และโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบใต้ดินระยะทาง 5.4 กม. สถานีใต้ดิน 4 สถานี แบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง ดังนี้

 

  1. ช่วงบางซื่อ – ท่าพระ ระยะทาง 11.08 กม. เป็นเส้นทางยกระดับทั้งหมดมี 8 สถานี มีลักษณะเป็นทางวิ่งรางคู่บนเสาตอม่อบริเวณเกาะกลางถนน โครงการจะเริ่มต้นโดยการต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล บริเวณสถานีบางซื่อ ผ่านสถานีเตาปูนซึ่งเป็นสถานีร่วมกับโครงการฯ สายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ – บางซื่อ เข้าสู่ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผ่านสี่แยกบางโพ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์บริเวณโรงเรียนเทคโนโลยีพระราม 6 ผ่านแยกบางพลัด แยกบรมราชชนนี แยกไฟฉาย และสิ้นสุดที่แยกท่าพระ โดยเชื่อมต่อกับโครงการฯ สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง – บางแค

 

  1. ช่วงหัวลำโพง – บางแค ระยะทาง 15.9 กม. เป็นโครงสร้างทางวิ่งใต้ดินมีลักษณะทางวิ่งอุโมงคู่รางเดี่ยว ในช่วงหัวลำโพง – ท่าพระ ระยะทาง 5.4 กม. มีสถานีใต้ดินจำนวน 4 สถานี และทางวิ่งยกระดับในช่วงท่าพระ – บางแค ระยะทาง 10.5 กม. มีสถานียกระดับจำนวน 7 สถานี โครงการจะเริ่มต้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินหัวลำโพง เป็นเส้นทางใต้ดินตามแนวถนนพระราม 4 ผ่านถนนเจริญกรุง วังบูรพา ถนนสนามไชย ลอดใต้แม้น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณปากคลองตลาด ลอดใต้คลองบางกอกใหญ่ ถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นทางยกระดับมีลักษณะเป็นทางวิ่งรางคู่บนเสาตอม่อบริเวณบนเกาะกลางถนนเข้าสู่สี่แยกท่าพระ ซึ่งจะมีสถานีร่วมกับโครงการฯ สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ – ท่าพระ ไปตามแนวถนนเพชรเกษม ผ่านบางไผ่ บางหว้า บางแค และสิ้นสุดสายทางที่บริเวณวงแหวนรอบนอกถนนกาญจนาภิเษก

 

โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และมีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปีพ.ศ.2562 เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีหัวลำโพง และบางซื่อ เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตกและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน ทำให้การเดินทางในอนาคตสะดวกมากยิ่งขึ้น คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่สยามเพื่อเปลี่ยนเส้นทางอีกแล้วทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

 

ขับรถเข้าเมืองง่ายสุดๆด้วย โครงการทางพิเศษ ศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร

the-urbano-rajavithi-sirat

โครงการทางด่วนเส้นทางแรกที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งธนบุรี และไปสิ้นสุดที่ตอนเหนือของสถานีกลางบางซื่อในอนาคต โดยทางด่วนเส้นทางนี้เปิดให้บริการแล้ว ณ ปัจจุบัน ซึ่งมีจุดขึ้นลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลจากถนนจรัญสนิทวงศ์ที่น่าสนใจ คือ ด่านบางบำหรุที่สามารถเชื่อมต่อกับถนนสิรินธรได้เลย หรือถนนบรมราชชนนีที่ด่านบรมราชชนนี หรือทางตอนเหนือที่ด่านจรัญสนิทวงศ์ 1 และ 2 ซึ่งทางด่วนเส้นทางนี้น่าจะช่วยให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตามแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ปัจจุบัน และในอนาคตเดินทางเข้ามเมืองได้สะดวกขึ้นอย่างแน่นอน

 

อยากหาคอนโดสูงวิวแม่น้ำย่านฝั่งธนฯ ต้องเป็นคอนโดที่เกาะแนวถนนจรัญฯ

 

นอกจากนี้พื้นที่ตามแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ยังมีความน่าสนใจอีกอย่างคือ ถนนจรัญสนิทวงศ์จะขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้โครงการคอนโดมิเนียมที่เป็นอาคารสูงจะสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา และเกาะรัตนโกสินทร์ในฝั่งพระนครได้ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นโครงการติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็ตาม ดังนั้นหลายๆโครงการคอนโดที่อยู่บนถนนจรัญฯเส้นหลัก หรือถนนที่เชื่อมต่อกับจรัญฯอย่างถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือถนนสิรินธร-ราชวิถี จึงมีจุดขายที่สำคัญในเรื่องของการได้รับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งช่วยเสริมมูลค่าให้กับโครงการเป็นอย่างมาก ยิ่งหากเป็นช่วงทำเลที่มีสถานีรถไฟฟ้าพาดผ่านอยู่แล้ว ความน่าสนใจจะเพิ่มอีกมากขึ้นเป็นเท่าตัว หากว่ารถไฟฟ้าสร้างเสร็จสมบูรณ์ ทำเลถนนจรัญสนิทวงศ์ อย่างเช่น แยกบางพลัด ที่เชื่อมต่อกับถนนสิรินธรราชิถี นับว่าเป็นอีกทำเลที่น่าจะเป็นที่จับตามองเป็นแห่งต่อไป ในฐานะที่เป็นทำเลฝั่งธนฯที่อยู่ใกล้ศูนย์รวมสถานที่ราชการแห่งแรกๆของกรุงเทพฯ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่ยังสามารถสร้างคอนโดสูงติดรถไฟฟ้า ในแบบที่เห็นวิวแม่น้ำได้ถนัด  และมีราคาที่ไม่แพง

 

อีกทั้งหลายพื้นที่ในฝั่งเกาะรัตนโกสินทร์ยังมีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่ห้ามก่อสร้างอาคารสูงอยู่ในทุกพื้นที่ที่เป็นเกาะรัตนโกสินทร์ รวมทั้งพื้นที่ตามแนวถนนราชวิถีในฝั่งพระนคร และพื้นที่สองฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้พื้นที่ในฝั่งธนบุรีมีศักยภาพในการพัฒนามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่มีข้อบังคับเรื่องของการห้ามก่อสร้าง และขัอบังคับอื่นๆ มาเป็นตัวรอนสิทธิ์

 

คอนโดทำเลจรัญฯ – ปิ่นเกล้าทยอยเปิดตัว ในขณะที่คอนโดย่านบางพลัด เกาะสถานีสิรินธร ยังคงเป็นแห่งเดียวที่ Sold out 100%

 

สี่แยกต่างๆ ที่เป็นจุดตัดของถนนจรัญสนิทวงศ์กับถนนที่ตรงกับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีความสำคัญค่อนข้างมากตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา และยิ่งสำคัญมากขึ้นเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงประมาณปีพ.ศ.2551 – 2552 ทำให้มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายหลายโครงการแต่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่รอบๆ สี่แยก 35 โบว์ล พื้นที่อื่นๆ ตามแนวจรัญสนิทวงศ์ก็มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายบ้างแต่ไม่มาก และเป็นโครงการที่เปิดขายก่อนปีพ.ศ.2543 สภาพในปัจจุบันจึงค่อนข้างทรุดโทรม แม้จะมีบางโครงการที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและวางตัวเองเป็นโครงการระดับบน แต่สภาพปัจจุบันก็ทรุดโทรมตามกาลเวลาที่ผ่านไป

 

พื้นที่ตามแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ มากขึ้นจะเริ่มตั้งแต่ช่วงสี่แยก 35 โบว์ลขึ้นไปถึงแยกบางอ้อ โดยโครงการจะกระจุกตัวอยู่ในช่วงรอบๆ แยกปิ่นเกล้า และในพื้นที่ไม่ไกลจากสะพานพระราม 8 ริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดยโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้มีทั้งหมดประมาณ 18,786 ยูนิตจากทั้งหมด 33 โครงการ โดยมี 10 โครงการจำนวน 4,211 ยูนิตที่เปิดขายก่อนปีพ.ศ.2543 แต่โครงการส่วนใหญ่เปิดขายในช่วงที่ความชัดเจนของเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีมากขึ้น และมีความคืบหน้าแบบเป็นรูปธรรมมากขึ้นช่วงปีพ.ศ.2551 – 2552 เพราะรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีการประมูลในปีพ.ศ.2553

 

โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในแต่ละปี

the-urbano-rajavithi-condosell

หมายเหตุ: ไม่รวมโครงการ Plum Condo ปิ่นเกล้า 964 ยูนิต

 

จากนั้นเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้ายังคงไม่ได้มีความคืบหน้าเพิ่มเติมจึงทำให้ไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2554 – 2556 ในพื้นที่ตั้งแต่แยก 35 โบว์ลไปจนถึงแยกบางอ้อ จนมาถึงปีพ.ศ.2557 ที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีความคืบหน้าแบบชัดเจน และมีกำหนดแล้วเสร็จที่แน่นอน ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมั่นใจมากขึ้น ประกอบกับราคาขายของคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้มีความหมาะสมในการพัฒนาโครงการระดับกลางมากขึ้น ดีเวลลอปเปอร์หลายรายจึงเข้าไปซื้อที่ดิน และเปิดขายโครงการที่มีราคาขายมากขึ้น โดยโครงการที่เปิดขายในปีพ.ศ.2559 มีราคาขายเริ่มต้นมากกว่า 90,000 บาทต่อตารางเมตรไปแล้ว หรือต่ำกว่านี้ไม่มากนัก ราคาขายของคอนโดมิเนียมในทำเลนี้มีการปรับขึ้นมาต่อเนื่องโดยเฉลี่ยมีการปรับขึ้นประมาณ 5 – 30% ขึ้นอยู่กับโครงการและทำเลในช่วงประมาณ 4 – 5 ปีที่ผ่านมา

 

พื้นที่รอบๆ แยกปิ่นเกล้าหรือแยก 35 โบว์ลที่คนแถวนั้นคุ้นเคย เป็นพื้นที่ที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมาโดยมีสัดส่วนประมาณ 62% ของคอนโดมิเนียมทั้งหมด ทั้งที่สร้างเสร็จแล้วและยังก่อสร้างอยู่ โดยโครงการที่อยู่ในพื้นที่รอบแยกปิ่นเกล้าส่วนใหญ่เปิดขายก่อนหน้านี้มากกว่า 5 ปีและหยุดไป เพิ่งเริ่มมีโครงการเปิดขายใหม่อีกครั้งในช่วงปีพ.ศ.2557 หลังจากที่การก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าคืบหน้ามากขึ้น และมีบางโครงการที่เปิดขายในปีพ.ศ.2559 โดยมีราคาขายมากกว่า 90,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้อยู่ที่ประมาณ 63,000 บาทต่อตารางเมตร ราคาขายมีการปรับขึ้นมาต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยตั้งแต่ปีพ.ศ.2554 เป็นต้นมามีการปรับราคาขายขึ้นมามากกว่า 20% ไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อเนื่องในอนาคต

 

คอนโดมิเนียมที่อยู่ในบริเวณนี้แยกออกตามพื้นที่

the-urbano-rajavithi-condoarea

อัตราการขายของคอนโดมิเนียมในพื้นที่ ตั้งแต่แยกปิ่นเกล้าไปจนถึงแยกบางอ้ออยู่ที่ประมาณ 90% อาจจะเพราะเป็นโครงการที่เปิดขายมาได้มากกว่า 2 ปีซะเป็นส่วนใหญ่ และการก่อสร้างโครงการก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ประกอบกับความคืบหน้าของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เป็นปัจจัยสำคัญ ในการเร่งให้ตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้มีการขยายตัว และคาดว่าจะยังคงขยายตัวต่อไปในอนาคต แต่อาจจะมีความชัดเจนในพื้นที่ที่เป็นสี่แยก หรือว่าชุมชนสำคัญเท่านั้น เช่น แยกบางพลัด หรือแยกบางอ้อ เป็นต้น

 

การขยายตัวดังกล่าว ยังไม่ใช่ตลอดทั้งแนวเส้นทาง เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินตามแนวถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นอาคารพาณิชย์ที่เป็นร้านค้ามานานเกินกว่า 10 ปีแล้ว ทำให้ดีเวลลอปเปอร์ที่สนใจจะซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการต้องซื้ออาคารพาณิชย์บางส่วนหรือซื้อทีละหลายๆ ห้องทำให้ต้นทุนที่ดินสูงขึ้น

the-urbano-rajavithi-map

URBANO RAJAVITHI (เออร์บาโน ราชวิถี)   คอนโดวิวแม่น้ำ ห่างเพียงแค่ 100 เมตรจาสถานีสิรินธร

 

เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจพอสมควรในช่วงปีกว่าๆที่ผ่านมา หลังจากโครงการคอนโดที่อยู่ติดรถไฟฟ้าสถานีสิรินธร สามารถสร้างปรากฏการณ์ Sold out 100% ได้หลังจากเปิดตัวเพียงไม่นาน นับว่าเป็นเพียงแค่โครงการคอนโดเพียงแห่งเดียวบนถนนจรัญสนิทวงศ์เท่านั้น ที่สามารถกวาดยอดขายได้หมด แซงหน้าทุกโครงการใหม่ที่เกาะอยู่บริเวณสี่แยกปิ่นเกล้า ช่วงสถานีบางยี่ขัน เรื่องดังกล่าวเป็นข้อพิสูจน์อันดียิ่งว่าดีมานท์ส่วนใหญ่ของย่านนี้ ได้มองว่าทำเลบริเวณสถานีสิรินธรนั้นเป็นทำเลที่มีศักยภาพเพียงพอ ในสายตาคนท้องถิ่น ซึ่งหากพิจารณาจากลักษณะทางกายภาพของทำเลดังกล่าวแล้ว ก็จะพบว่าเป็นย่านที่เดินทางข้ามฝั่งไปยังแหล่งงานราชการ ในเขตกรุงเทพฯชั้นใน ย่านดุสิต ราชวิถี จนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านทางสะพานกรุงธนฯ คล้ายๆกับย่านวงเวียนใหญ่ ที่สามารถเดินทางข้ามสะพานตากสินไปยังย่าน CBD สาทรได้อย่างสะดวกเช่นกัน

 

เนื่องจากในย่านดุสิต และบริเวณถนนราชวิถีนั้น มีข้อห้ามในเรื่องของการสร้างอาคารสูง ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้น อีกทั้งที่ดินส่วนใหญ่ก็เป็นของหน่วยงานราชการ จึงทำให้เหล่าผู้คนในย่านฝั่งธนฯที่ทำงาน เรียนหนังสือ และใช้ชีวิตอยู่ในย่านดังกล่าว มักจะต้องไปเลือกหาซื้อคอนโดในบริเวณถนนพหลโยธิน และศรีอยุธยา ที่มีราคาสูงขึ้นมากจากในอดีต ทำเลสิริธรราชวิถี จึงเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ดีมานท์เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างชัดเจนในบางโครงการ สะดวกทั้งการเดินทางด้วยรถ หรือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในอนาคต ในราคาขายที่ไม่แพงมากนัก

 

จากโอกาสดังกล่าว บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) จึงได้เลือกที่จะพัฒนาโครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์ Urbano (เออร์บาโน) ซึ่งเป็นแบรนด์คอนโดที่อยู่ในเซกเมนท์ไฮเอนด์ของพฤกษาฯ โครงการ URBANO RAJAVITHI (เออร์บาโน ราชวิถี) เป็นโครงการคอนโด High Rise ที่ตั้งอยู่บนถนนสิรินธร ราชวิถี ห่างจากสถานีสิรินธร 100 เมตร บนพื้นที่ขนาด 1-3-1.8 ไร่ จำนวนยูนิต 323 ยูนิต และร้านค้าอีก 2 ยูนิต ภายใต้คอนเซปท์ Revitalize Urban Living โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบโครงการให้ยูนิตส่วนใหญ่สามารถมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งจากด้านสะพานกรุงธนฯ และสะพานพระราม 8 โดยเป็นการขายแบบ Fully Fitted พร้อมเฟอร์ฯ built in เกรดพรีเมียมตามสไตล์ของแบรนด์ Urbano ในราคาเริ่มต้น 2.9 ล้านบาท สำหรับห้องขนาดเริ่มต้น 1 ห้องนอน 30 ตรม.

map

ภาพล้อบบี้โครงการ

urbanorajavithi_lobby

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษได้ที่ http://urbano.pruksa.com/rajavithi

หรือโทร 1739



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ลงทุนได้ผลตอบแทนระยะยาวด้วยคอนโดมิเนียมรีสอร์ทกลางเมืองกรุงเทพ อยู่เองก็เพลินตา ปล่อยเช่าก็ได้ Yield ดี รอขายต่อก็มี Demand ที่ The Nest Sukhumvit 64 เริ่มต้น 2.1 ล้านบาท

Facility ที่มีภายในโครงการ The Nest Sukhumvit 64 มีครบครัน เริ่มตั้งแต่ Lobby Lounge, Garden พร้อมกับพื้นที่ outdoor recreation area ที่ขาดไม่ได้คือ Swimming pool พร้อม jacuzzi และ kid’s pool ร่างก... อ่านต่อ




The Excel Hideaway Sukhumvit 71 “คอนโดซ่อนรูป” ใหม่ดีไซน์หรู ใกล้ BTS ติดทางด่วน ของกินเพียบ ไปเอกมัยแค่ 10 นาที ราคาต่ำกว่าตลาด ทำไมมันถูกแบบนี้!

เยอะแยะมากมายหลายทาง ผมว่าเป็นเหตุผลที่ดีมากสำหรับคนอยู่อาศัยที่ชอบใช้รถยนต์ แต่สำหรับค... อ่านต่อ

42-40-38-36 มีโปรเจคอะไรกำลังจะมา

มาดูกันนะครับพี่น้องว่ากำลังจะมีโปรเจคอะไรมาแถวนี้บ้าง เริ่มจากซอย 42 ถ้าเข้าซอยย่อยซอย... อ่านต่อ

Cozy Living around MRT Lat Phrao Station ทำไมรอบๆ รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าวถึงอบอุ่น น่าอยู่ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตซ่อนอยู่

เมื่อพูดถึงย่านลาดพร้าวก็จะนึกถึงย่านที่มีชีวิตชีวา มีสีสัน มีความหลากหลายของรูปแบบการอ... อ่านต่อ

นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (กลาง) และนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ประธานคณะกรรมการการตัดสิน แถลงข่าวประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้ายรางวัลสุดยอดพัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยอดเยี่ยม “พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ดส์” ครั้งที่ 12 มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ารอบสุดท้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย หัวหิน เขาใหญ่ และชายฝั่งทะเลตะวันออก ทั้งหมดรวม 41 บริษัท โดยจะมีการประกาศผลการตัดสินในงาน กาล่า ดินเนอร์ วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ที่โรงแรม พลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้าหนึ่งวันจะมีการจัดงานประชุมผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร็อพเพอร์ตี้กูรู ไทยแลนด์ เรียล เอสเตท ซัมมิท (PropertyGuru Thailand Real Estate Summit)