PropStat Exclusive: บทวิเคราะห์ศักยภาพทำเลอโศก

เมื่อพูดถึงย่าน CBD (Central Business District) คุณนึกถึงภาพการดำเนินชีวิตของผู้คนเป็นแบบไหน? บรรยากาศการดำเนินชีวิตในย่าน CBD ดูจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ขาดสีสัน เหมือนกับย่าน CBD อื่นๆในมหานครใหญ่ทั่วโลก หากนับเฉพาะย่าน CBD ปัจจุบันที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น สีลม สาทร ลุมพินี อโศก หรือพระรามเก้า คงไม่ผิดนักที่จะกล่าว่าย่านอโศกคือย่าน CBD ที่มีสีสันในการใช้ชีวิตมากที่สุด ในขณะที่ย่านสาทร สีลม ฯลฯ นั้นมีบรรยากาศของความรีบเร่งของคนเดินถนนเพื่อที่จะไปทำงาน รถราที่ทยอยเข้าออกอาคารสำนักงานขนาดใหญ่อยู่เต็มสองฝั่งถนน ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้แทบจะเป็นคนละเรื่องกันกับในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แทบจะไม่มีผู้คนเดินพลุกพล่านเหมือนอย่างวันปกติ


สาเหตุที่ย่านอโศกมีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่แทบจะดูไม่ออกเลยว่านี่คือย่าน CBD ที่มีแต่คนทำงานแวะเวียนผ่านเข้ามา ทั้งๆที่พื้นที่อาคารสำนักงานในย่านนี้ก็มีรวมกันมากกว่า 7 แสนตารางเมตร แต่ก็ยังคงมีองค์ประกอบของการเป็น Residential Area ที่สมบูรณ์แบบ ก็เพราะปัจจัยสำคัญ 3 ประการก็คือ

 

1. เป็นย่านศูนย์กลางของกรุงเทพฯที่มีทางเลือกในการเดินทางที่เชื่อมโยงทุกรูปแบบเข้าไว้บนถนนเส้นเดียวกัน แตกต่างจากย่านสาทร และสีลม ที่ถึงแม้จะมีช่องทางสัญจรทางรถยนต์ที่กว้างกว่า แต่รถไฟฟ้าก็ยังไม่ได้เดินทางผ่านตลอดทั้งช่วงถนน อโศกเป็นย่านที่เชื่อมโยงรถไฟฟ้าทุกชนิดเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีเพชรบุรี และสถานีสุขุมวิท รถไฟฟ้า BTS สถานีอโศก ซึ่งเป็นสถานีอินเตอร์เช้นจ์กัน และ Airport Rail Link สถานีมักกะสัน และนอกจากรถไฟฟ้าแล้ว และยังพ่วงด้วยเส้นทางคมนาคมทางเรือที่พาดผ่านท่าเรือมศว.ใจกลางอโศก และผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ ก็ยังเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช ตลอดจนรถขนส่งสาธารณะที่วิ่งผ่านแทบทุกสาย

 

2. อโศกคือย่านที่ถูกล้อมรอบด้วยย่าน Shopping Lifestyle District ชั้นนำในระดับโลกถึง 3 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นย่านพร้อมพงษ์ ที่ The EM District และย่านเพลินจิต-ชิดลม ภายใต้การนำของกลุ่ม CPN ที่นอกจากจะเดินทางได้อย่างรวดเร็วด้วรถไฟฟ้าแล้ว ก็ยังอยู่ในระยะที่เดินไม่ไกลจากอโศก และยังมี Stylish Shopping Mall ขวัญใจคนต่างชาติอย่าง Terminal 21 ที่ตั้งอยู่บนแยกอโศก-สุขุมวิท นับว่าเป็นย่าน CBD เพียงย่านเดียวที่มี Shopping Destination ระดับโลกรายล้อมมากขนาดนี้

 

3. ใกล้ชิดธรรมชาติ แม้จะอยู่ท่ามกลางศูนย์กลางเศรษฐกิจและพาณิชย์ เพราะสามารถเดินไปสวนสาธารณะขนาดใหญ่บริเวณใกล้เคียงถึงสองแห่ง อย่าง สวนเบญจกิตติ ที่ตอนนี้สร้างเฟส 2 เสร็จเรียบร้อยแล้วโดยเป็นการควบรวมกับสวนในพื้นที่ของโรงงานยาสูบเดิม และสวนเบญจศิริ ได้อย่างง่ายดาย

ผู้ที่อาศัยในย่านอโศกยังถูกเติมสีสันด้วย ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ร้านค้า พิพิธภัณฑ์ แกลลอรี่ ที่แทรกตัวอยู่ตามตรอกซอกซอย ให้ได้แวะเวียนเข้าไปชื่นชม นั่งพักเอนกาย อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้ทุกที่ ในทุกวัน หรือจะใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงไปกับคลับ บาร์ ที่มีให้ปาร์ตี้กันได้ทุกค่ำคืน

อโศก สุดยอดพื้นที่ศักยภาพใจกลางเมือง ที่ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าอโศกเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะหลังจากที่เส้นทางรถไฟใต้ดินเปิดให้บริการ ส่งผลให้พื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าอโศกกลายเป็นสถานีร่วมของเส้นทางรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน อีกทั้งพื้นที่โดยรอบสถานีนี้ยังมีอาคารสำนักงานอีกมากมายหลายอาคารรวมไปถึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีโรงแรมระดับ 3 – 5 ดาวอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครเช่นกัน

เนื่องจากว่าพื้นที่รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าอโศกมีศักยภาพในการใช้ชีวิตสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยว หรือว่าทำงานในกรุงเทพมหานคร  ย่านอโศกจึงเป็นที่หมายปองจากดีเวลลอปเปอร์หลายรายที่มองหาที่ดินแถวบริเวณนี้เพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมของตัวเองขึ้นในพื้นที่ที่ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งใน The Heart of Residential Area ท่ามกลางวิถีชีวิต CBD ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางไป New CBD อย่าง พระรามเก้า และพระรามสี่ได้ง่าย ทั้งจากทางรถยนต์ และรถไฟฟ้า และย่าน CBD แห่งนี้ ยังถูกพัฒนาต่อยอดให้เป็น Residential Area ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Expat ต่างชาติที่ทำงานในย่านนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยหากดีเวลลอปเปอร์รายไหนที่อยากจะสร้างชื่อเสียงกับตัวเอง และความคึกคักให้กับตลาด ก็ล้วนแล้วแต่เลือกที่จะปักหมุดสร้างโครงการระดับ Landmark ในย่านอโศกทั้งนั้น

 

อโศกฝั่งเหนือ ศูนย์รวมคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์

พื้นที่ที่อาจจะได้รับความสนใจจากดีเวลลอปเปอร์ในการหาซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบต่างๆส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ฝั่งทิศเหนือของถนนสุขุมวิท หรือที่เรียกกันง่ายๆว่าฝั่งถนนเลขคี่ เนื่องจากพื้นที่ของฝั่งเลขคี่มีขนาดใหญ่กว่าฝั่งเลขคู่ชัดเจน การเดินทางภายในซอยต่างๆ สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้โดยสะดวกแม้ว่าหลายซอยจะมีขนาดเล็กก็ตาม โดยส่วนของถนนฝั่งเลขคู่ก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าใดนัก เพียงแต่พื้นที่ในฝั่งนี้มีขนาดเล็กกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าซอยที่แยกจากถนนสุขุมวิทในฝั่งเลขคู่ส่วนใหญ่มีความลึกน้อยกว่าฝั่งเลขคี่แบบชัดเจน และถนนในฝั่งเลขคู่มีเพียงแค่ไม่กี่ซอยที่สามารถทะลุออกทางถนนพระรามสี่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นซอยตัน

 

พื้นที่ในฝั่งซอยเลขคี่ของถนนสุขุมวิทบริเวณรอบๆ สี่แยกอโศกช่วงระหว่างซอยสุขุมวิท 19 – 23 นั้นเป็น 1 ในพื้นที่น่าสนใจของกรุงเทพมหานครเพราะไม่เพียงแต่จะหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ยากแล้ว ราคาที่ดินก็สูงอันดับต้นของกรุงเทพมหานคร ศักยภาพในด้านต่างๆ ก็มีครบ เหมาะกับการพัฒนาโครงการคอนโดทั้ง High Rise และ Low Rise

 

โดยเฉพาะซอยสุขุมวิท 19 เป็นทำเลที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อด้วยถนนซอยภายใน สุขุมวิท 3 (ซอยนานา) ทะลุไปทาง สุขุมวิท 11,13,15 และสุขุมวิท 21 (อโศก) เพิ่มทางเลือกในการสัญจร โดยไม่ต้องออกถนนใหญ่ หรือจะใช้เป็นทางลัดเพื่อเข้าไปสู่ถนนอโศก ทางซอยสุขุมวิท 21/1 และ 21/3 ก็ได้ หรือจะเดินทางไปแหล่ง Shopping & Lifestyle district อย่างพร้อมพงษ์ ทองหล่อ ก็สามารถใช้เส้นทางจากซอย 23,31,33,35,39,49,53, ไปถึงทองหล่อได้ แบบเป็นต่อในทุกๆเรื่องของการเดินทาง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนชั้นนำอย่างวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ NIST และมศว.

 

หรือหากต้องการไปขึ้นทางด่วนก็ไปง่ายหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษศรีรัช ด่านเพชรบุรี ไปบางนา-ดาวคะนอง ออกทางซอยสุขุมวิท 15 ไปด่านสุขุมวิท ไปดินแดง-แจ้งวัฒนะ

 

สุขุมวิท 19 เชื่อมต่อทุกบริเวณในย่านเพชรบุรี – อโศก – ทองหล่อ

ยิ่งเมื่อพิจารณาพื้นที่ในฝั่งซอยเลขคู่รอบๆสี่แยกอโศกประกอบกันยิ่งพบว่าหากจะพัฒนาโครงการใดๆในฝั่งนี้ล้วนแล้วแต่ต้องไปพัฒนาเลยไปในบริเวณถนนรัชดาภิเษกเกือบจะทั้งหมดจะเหลือแต่ที่ดินขนาดใหญ่ราคาแพงบางแปลงที่อยู่ในย่านนานา ที่กำลังรอการพัฒนาต่อไป

 

โครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่นี้

ด้วยปริมาณของโครงการอสังหาฯประเภทต่างๆที่มีอยู่ในย่านอโศก และจำนวนที่ดินที่มีเหลืออยู่ไม่มาก จึงทำให้ราคาที่ดินในย่านนี้มีการปรับตัวสูงมากขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละปี โดย ณ ปัจจุบันหลายๆแปลงก็ประกาศขายกันที่ราคามากกว่า 2 ล้านบาทต่อตารางวาไปแล้ว ส่งผลโครงการที่เกิดขึ้นในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาจึงมีแต่โครงการคอนโดมิเนียมซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นผลดีเพราะว่าส่งผลให้โครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้ มีอัตราการขายสูงหรือว่าสามารถปิดการขายได้ค่อนข้างเร็วโดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในฝั่งสุขุมวิทซอยเลขคี่ ทั้งนี้โครงการที่เกิดขึ้นใหม่ในพื้นที่นี้ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหรือจะเริ่มพัฒนาในปีนี้นั้น ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่พาณิชยกรรมที่มีทั้งโครงการมิกซ์-ยูสและโรงแรม เช่น

 

1.โรงแรม Solaria Nishitetsu Hotel ของบริษัท เอ็นเอ็นอาร์โฮเทล อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัดหรือบริษัท Nishi-Nippon Railroad จากประเทศญี่ปุ่น บริเวณปากซอยสุขุมวิท 14 ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เป็นโรงแรมความสูง 22 ชั้นจำนวนห้องรวมประมาณ 312 ห้อง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวผู้หญิงที่ต้องการที่พักระดับ 5 ดาวใกล้กับแหล่งช้อปปิ้ง เดินทางสะดวกในราคาระดับ 4 ดาวซึ่งโรงแรมนี้จะเข้ามาเติมความคึกคักให้กับพื้นที่นี้ได้แน่นอนเมื่อเปิดให้บริการ โรงแรมแบรนด์ญี่ปุ่นยังเห็นว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพจึงเข้ามาซื้อที่ดินราคาแพงเพื่อลงทุนสร้างโรงแรม

เครดิตภาพ: DEC Media (ยังไม่ใช่ภาพ Final Version ที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ)

 

2.โครงการ Singha Complex ตั้งอยู่บนพื้นที่ 11 ไร่ ของที่ดินหัวมุมถนนอโศก-เพชรบุรี ที่ ดินแปลงสวยอดีตสถานฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยแบ่งพื้นที่ออกมา 2-0-98.2 ไร่ เพื่อสร้างเป็น THE ESSE at SINGHA COMPLEX โครงการ SINGHA COMPLEX ตั้งอยู่ใจกลางการเดินทาง สามารถเชื่อมต่อ MRT, APL ระบบเรือคลองแสนแสบ และการขับรถก็สะดวกเพราะสามารถใช้ได้ทั้งถนนเพชรบุรี อโศก และขึ้นทางด่วนพิเศษได้อย่างหลากหลาย แวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญในอนาคต หลักๆ เช่น 2 โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่กำลังจะก่อสร้างอย่าง RSU international และ บำรุงราษฎร์ เพชรบุรี campus รวมทั้งมักกะสันคอมเพล็กซ์ โครงการขนาดใหญ่หลายร้อยไร่ที่สำคัญซึ่งกำลังรอความชัดเจนจากรัฐบาล ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 400 เมตร

โดย SINGHA COMPLEX เป็นโครงการ mixed-use ที่รวมทุกรายละเอียดการใช้ชีวิต อาทิ สำนักงานเกรดเอ ไลฟ์สไตล์มอลล์ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบมีรสนิยม ที่มีบริษัทสถาปนิก World class Architecture อย่าง Kohn Pedersen Fox หรือ KPF มาเป็นที่ปรึกษาการออกแบบหลัก เพื่อให้ Singha Complex เป็น Iconic Design ของถนนอโศก-เพชรบุรี กับ Business District ใหม่ใน CBD ย่านอโศกที่จะเป็น magnet สำคัญของย่าน MRT เพชรบุรีนี้อีกด้วย  ภายในแบ่งเป็น 2 ส่วนคือพื้นที่ Retail Shop ร้านอาหารในชั้นล่างๆ และออฟฟิศอาคารสำนักงานระดับพรีเมี่ยมในส่วน Tower  อีกทั้งยังการันตีไปแล้วว่าชั้นบนๆจะเป็นออฟฟิศหลักของกลุ่มบุญรอดฯ

 

3.การพัฒนาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มทีซีซีที่มีการขยายสัญญาเช่าเพิ่มเป็น 50 ปี โดยทางเอ็น.ซี.ซี. มีแผนจะปรับปรุงและโดยดัดแปลงอาคารศูนย์ประชุมฯ เดิมให้มีขนาดพื้นที่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 20,000 ตารางเมตรเป็น 70,000 ตารางเมตรในอนาคต เพื่อรองรับงานต่างๆ ให้มากขึ้น กว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งการที่ศูนย์ประชุมนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่การเดินทางสะดวกอีกด้วย ทางกลุ่มกลุ่มทีซีซีจึงเห็นถึงความสำคัญและมีความพยายามในการต่อสัญญาเพิ่มและขยายพื้นที่เพิ่มเติมโดยคาดว่าจะมีการปิดศูนย์ประชุมในช่วงปลายปีพ.ศ.2561 และใช้เวลาในการปรับปรุงประมาณ 3 ปีจึงจะเปิดให้บริการอีกครั้ง

 

4.โครงการในอนาคตบนที่ดินสวนชูวิทย์ที่กำลังรอการพัฒนา สวนชูวิทย์บริเวณปากซอยสุขุมวิท 10 ของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่เคยเป็นสวนสาธารณะมาหลายปี ก็มีข่าวคราวออกมาจากทางฝั่ง L&H ว่าสนใจที่จะพัฒนาโครงการในรูปแบบ Mixed – Use ภายใต้สัญญาเช่า 30 + 3 ปี แต่ในที่สุดดีลนี้ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ทาง L&H หวัง เนื่องจากทางฝั่งของคุณชูวิทย์มองว่าได้ราคาค่าเช่าน้อยเกินไป โดยคิดจาก 60% ของราคาขายที่เพิ่งเกิดขึ้นกับดีลที่ดินแปลงสุขุมวิทซอย 6 ที่เพิ่งถูกซื้อไปโดยบริษัท ไทย-โอบายาชิ ไปในราคาตารางวาละ 2.6 ล้านบาท ซึ่งก็ต้องจับตาดูต่อไปว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นดีเวลลอปเปอร์รายไหนที่จะคว้าที่ดินแปลงนี้ไปพัฒนา

นอกจากโครงการพาณิชยกรรมที่กล่าวถึงไปแล้วนั้น ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่มากกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตรแน่นอน ที่มีแผนจะปิดขายในอนาคตในพื้นที่นี้ เพราะด้วยราคาที่ดินที่ดีเวลลอปเปอร์ได้มานั้นอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาทต่อตารางวา และมากกว่า 2 ล้านบาทต่อตารางวาทั้งสิ้น ในบริเวณข้างๆอาคารไทม์สแควร์ และข้างๆอาคารเลครัชดา ทำให้ราคาคอนโดมิเนียมที่จะพัฒนาบนที่ดินราคาสูงแบบนี้จึงต้องขายในราคามากกว่า 3 ล้านบาทต่อตารางเมตร แต่จะมากขึ้นไปถึงเท่าไหร่นั้นตอนนี้ยังไม่ชัดเจน ทั้งโครงการจากแสนสิริ และแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวลอปเม้นท์ฯ

 

พื้นที่รอบๆ สี่แยกอโศกเป็น 1 ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครที่ราคาที่ดินมากกว่า 2 ล้านบาทต่อตารางวาไปแล้ว ดังนั้น พื้นที่นี้จึงอาจจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาไม่มากนัก ส่วนโครงการประเภทอื่นๆ นั้นก็มีมาก่อนนี้มากกว่า 10 ปีแล้วโดยเฉพาะโครงการอาคารสำนักงาน เมื่อมีโครงการคอนโดมิเนียมไม่มากนักแต่ศักยภาพที่ดินสูงมากแบบนี้ทำให้โครงการส่วนใหญ่ปิดการขายได้ในเวลาอันรวดเร็ว โครงการคอนโดมิเนียมสะสมทั้งหมดในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 6,375 ยูนิต โดยแยกตามปีที่เปิดขายใหม่ได้ดังนี้ (นับเฉพาะบริเวณซอยสุขุมวิท 19 – 21 และ 23)

 

คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จรายปีในช่วงตั้งแต่ปีพ.ศ.2543 – 2564

อโศกจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการคอนโดในระดับราคามากกว่า 200,000 บาทต่อตรม.

โครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในช่วงตั้งแต่ปีพ.ศ.2558 มีมากขึ้นเพราะเมื่อราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นมามากกว่า 1.5 ล้านบาทต่อตารางวาในช่วงก่อนหน้านี้หลายปี ดีเวลลอปเปอร์ยังคงไม่มั่นใจว่าคอนโดมิเนียมที่จะเปิดขายในราคามากกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรหรือใกล้เคียง 200,000 บาทต่อตารางเมตร จะเป็นที่ยอมรับในกลุ่มผู้ซื้อคนไทยมากน้อยเท่าใด ทำให้มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายไม่มากนักในพื้นที่รอบๆ สี่แยกอโศก ซึ่งเป็น 1 ในพื้นที่ที่มีราคาที่ดินสูง แต่เมื่อโครงการระดับราคาใกล้เคียง หรือมากกว่า 2 แสนบาทต่อตารางเมตร และมากขึ้นกว่านี้แน่นอนสำหรับโครงการที่จะเปิดขายใหม่ในปีพ.ศ.2561 และในอนาคต สามารถขายดีจนเกือบ Sold Out โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ริมถนนสุขุมวิท และในซอยที่ห่างจากระบบขนส่งสาธารณะในระยะไม่เกิน 300 เมตร จึงทำให้สี่แยกอโศกมีโครงการคอนโดมิเนียมในระดับราคานี้เปิดขายมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้มากเท่าใดนักเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพมหานคร

 

ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดในย่านอโศก

แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมในพื้นที่อาจจะไม่สูงเพราะอยู่ที่ประมาณ 170,000 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น เพราะมีหลายโครงการที่อยู่ในซอยย่อยหรือว่าเปิดขายมาก่อนหน้านี้เป็น 10 ปีแล้วนั่นเอง ส่งผลให้ราคาขายคอนโดมิเนียมเฉลี่ยในพื้นที่นี้ไม่สูง แต่อัตราการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายคอนโดมิเนียมนั้นอยู่ที่ประมาณ 14% ต่อปีเลยทีเดียว ทำให้ราคาขายของโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วงปีพ.ศ.2559 เป็นต้นมานั้นสูงกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตรทั้งนั้น ดังนั้น ถ้าพิจารณาราคาขายเฉลี่ยคอนโดมิเนียมที่มีกำหนดแล้วเสร็จตั้งแต่ปีพ.ศ.2561 เป็นต้นไปจะอยู่เริ่มต้นที่ประมาณ 235,000 จนไปถึง 300,000 กว่าบาทต่อตารางเมตร แตกต่างจากการพิจารณาราคาขายเฉลี่ยแบบเหมารวมทุกโครงการในพื้นที่นี้ โดยราคาขายเฉลี่ยของโครงการคอนโดมิเนียมที่มีกำหนดแล้วเสร็จตั้งแต่ปีพ.ศ.2561 เป็นต้นไปอยู่ในช่วงระหว่าง 200,000 – 270,000 บาทต่อตารางเมตร และมากกว่านี้แน่นอนสำหรับโครงการที่จะเปิดขายใหม่ในปีพ.ศ.2561 และในอนาคตโดยเฉพาะโครงการที่อยู่ริมถนนสุขุมวิทแต่ถ้าเป็นโครงการที่อยู่ในซอยย่อยที่แยกออกจากถนนสุขุมวิทก็จะมีราคาขายเฉลี่ยต่ำกว่า

อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้ก็ค่อนข้างสูงเพราะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมาก มีความพร้อมในทุกด้านในปัจจุบันโดยไม่ต้องรอโครงการพัฒนาทั้งจากภาครัฐบาลและเอกชนอื่นๆ ในพื้นที่ โดยอัตราการขายเฉลี่ยของโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณเกือบ 90% มียูนิตเหลือขายในปัจจุบันไม่มากเท่าใดนัก โดยยูนิตเหลือขายส่วนใหญ่อยู่ในโครงการที่เพิ่งเปิดขายใหม่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

 

อโศกเป็นพื้นที่มีศักยภาพสูงที่ยังคงมีพัฒนการอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ราคาที่ดินก็สูงขึ้นตาม แต่ก็เป็นข้อดีของพื้นที่นี้เช่นกันที่นักลงทุนหลายคนสนใจ เนื่องจากว่าเมื่อราคาที่ดินสูงก็ทำให้มีโครงการเปิดขายใหม่ไม่มากนัก เพราะผู้พัฒนาโครงการก็ไม่ได้อยากเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมราคาสูงในทำเลที่ผู้ซื้อมีไม่มากเช่นกัน แต่ถ้าผู้ประกอบการรายใดที่มีความมั่นใจและสามารถเข้าถึงหรือว่าสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติได้ก็มั่นใจได้เลยว่าโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้แม้ว่าจะราคาสูงแต่ก็เป็นที่สนใจและได้รับการตอบรับจากผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติแน่นอน

 

พบกับคอนโด Luxury High Rise โครงการใหม่ล่าสุดจากการฟิวชั่นกันระหว่าง KPN LAND และ Keppel Land ที่ SHAA ASOKE

SHAA ASOKE (ฌาา อโศก) เป็นคอนโดมิเนียม High-rise ที่มีจุดเด่นตรงที่เป็นทำเลที่เหมาะกับการอยู่อาศัยมากที่สุดในย่านอโศก คือในซอยสุขุมวิท 19 ซึ่งเป็นซอยย่อยที่ไม่มีรถยนต์พลุกพล่านวิ่งเร็วมากเท่าทำเลติดถนนใหญ่อโศก หรือสุขุมวิท และยังเป็นทางเชื่อมลัดเลาะออกไปสุขุมวิท 21 ไปนานาไปถนนเพชรบุรีได้ด้วย ใกล้รถไฟฟ้าและห้าง Terminal 21 และรอบๆ มีร้านค้าทั้งกลางวันและกลางคืนในระยะเดินเท้าสบายๆ ไม่เกิน 5 นาที การออกแบบโครงการที่ตอบโจทย์สำหรับ Real demand ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองจริง เพราะมีจำนวนยูนิตน้อย เน้นความเป็นส่วนตัว การออกแบบภายนอกดูสุขุม สงบ ให้ความรู้สึกเป็นบ้านและพื้นที่ส่วนตัว เป็น Sanctuary สำหรับผู้อยู่อาศัย

ทั้งนี้ SHAA เป็นแบรนด์ใหม่ของ KPN LAND ที่สื่อถึงความลึกลับ มีเสน่ห์ ในคอนเซปท์ Modern Craftmanship ซึ่งในอนาคตจะมีแบรนด์ SHAA ในทำเลต่างๆมากขึ้น โดย SHAA ASOKE ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 1 ไร่กว่า สูง 24 ชั้น จำนวน 143 ยูนิต พร้อมที่จอดรถจำนวน 100 คัน อยู่ห่างจาก MRT สถานีสุขุมวิทซึ่ง Interchange กับ BTS Asoke ประมาณ 250 เมตร ขายในราคาเริ่มต้น 10 – 40 ล้านบาท สำหรับห้อง 1 นอนขนาด 34.25 ตรม. 2 ห้องนอนเริ่มต้น 69.50 ตรม. พร้อมด้วย Duplex อีก 2 ยูนิตขนาด 107.25 – 113.25 ตรม.

พร้อมเปิด Pre-Sales 25-27 พ.ค.นี้  ในราคาเริ่มต้นประมาณ 10 ล้านบาท ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท/เดือน สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-789-9000 หรือที่สำนักงานขายซอยสุขุมวิท 39 https://bit.ly/2H4VRcG  



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

The Hidden Potential: ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของกล้วยน้ำไท-สุขุมวิท 42 และการเติบโตของพระราม 4 ในอนาคตจะส่งผลต่อ Kluaynamthai Innovative Industries District อย่างไร

ย่านกล้วยน้ำไท-พระราม 4-สุขุมวิท 42 เป็นย่านที่น่าอยู่ที่มีศักยภาพซ่อนหลายเหตุผล ได้แก่ เดินทางสะดวกสบายเพราะเป็นย่านที่มีทางลัด มีถนนหนทางหลายสาย เช่น สุขุมวิท 40 และสุขุมวิท 42 ที่เชื่อมระหว่างสุ... อ่านต่อ




สร้างแต้มต่อที่มากกว่าในการขายคอนโดให้คนต่างชาติด้วย Foreign Quota กับห้องล๊อตสุดท้ายที่ Life Sukhumvit 62

สำหรับช่วงสุขุมวิทส่วนต่อขยายที่ถัดออกไปจากย่านอ่อนนุช แต่ยังไม่ถึงสี่แยกบางนา โครงการ ... อ่านต่อ

เผยรายละเอียดเบื้องต้น Ideo Q N7 คอนโดติดบีทีเอสสะพานควาย ที่หลายคนรอคอย

คอนโด 3 ตึกสูง 44+43+43 ชั้น 1,095 ยูนิต บวกร้านค้า 5 ยูนิต ใช้แบรนด์ IDEO Q แบรนด์รอง ... อ่านต่อ

Next Step of Ratchada เมื่อรัชดาแยกพระราม 9 กำลังจะถึงจุดสูงสุดแล้วอนาคตของรัชดาจะเป็นอย่างไรต่อไป

จุดเริ่มต้นของถนนรัชดาภิเษกที่แยกพระราม 9 นั้นรุ่งเรืองจนถึงใกล้ขีดสุดหลังจากที่มีโครงก... อ่านต่อ

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่ 2 จากขวา) บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ (ที่ 2 จากซ้าย) บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดตัว ‘ปีติ เอกมัย’ คอนโดลักชูรี่แห่งแรก ภายใต้การร่วมทุนบริษัท เสนา ฮันคิว จำกัด บนทำเลศักยภาพสูงสุดย่านเอกมัย ด้วยหลักปรัชญาแนวคิดจากญี่ปุ่น “IKIGAI (อิคิไก)” เข้ามาใช้ผสมผสานทุกรายละเอียดของงาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Good LIVING is the new luxury” เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่พรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของคนไทย ราคา Pre sales เริ่ม 4.45 ล้านบาท* มูลค่าโครงการรวม 5,000 กว่าล้านบาท โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2562 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้ววันนี้ ณ Sale Gallery โครงการ ปีติ เอกมัย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 1775 กด 63

ช่วงหน้าฝนนับเป็นฤดูกาล ที่น่าหวาดเสียวที่สุดสำหรับเครื่องใช้ภายในบ้าน หรือที่พักอาศัย ยิ่งเป็นยุค 4.0 นี้ด้วยแล้ว หลายครัวเรือนคงสรรหาอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความไฮเทคราคาแพงมาไว้ในครอบครอง เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล ตั้งแต่อุปกรณ์แบบเป็นชิ้นๆ ราคาหลักพัน ไปจนถึงโซลูชั่นเรือนแสน อย่างเช่น ลำโพงลอยได้ สมาร์ททีวี / อินเทอร์เน็ตทีวี ชุดโฮมเธียร์เตอร์ เครื่องเสียง ระบบม่านอัตโนมัติ กล้อง CCTV อุปกรณ์ชุดป้อนคำสั่งเสียง ชุดควบคุมโฮมออโตเมชั่น อุปกรณ์ประเภทนี้มักมีการเชื่อมต่อไฟฟ้าทิ้งไว้ และเชื่อมโยงกันและกันได้ ให้ความสะดวกในการสั่งงาน หากช่วงฝนฟ้าคะนอง หรือมีฟ้าผ่าในระแวกบ้าน เมื่อเกิดแรงดันไฟฟ้าถาโถมเข้าไปในบ้าน อุปกรณ์พวกนี้มีโอกาสเสียหายได้ และหากทั้งหมดเชื่อมต่อกันทั้งหมดแล้วอาจเสียหายยกเซตได้

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมือง นำโดย นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว สร้างปรากฏการณ์การันตีความคึกคักของตลาดบ้านเดี่ยวครั้งใหญ่ กับกระแสการตอบรับและความสำเร็จของแคมเปญ ULTIMATE PRIZE สิทธิพิเศษแบบจัดหนักจัดเต็มโดนใจลูกค้าครอบครัวคนเมืองรุ่นใหม่ ที่มองหาบ้านเดี่ยวดีไซน์โมเดิร์นทำเลในเมือง โดยกวาดยอดขายจากแคมเปญทั้งสิ้นกว่า 4,100 ล้านบาท ส่งผลดันยอดขายรวม 7 เดือนแรกของกลุ่มธุรกิจแนวราบพุ่งเกินเป้าแตะ 12,175 ล้านบาท โตกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ล่าสุดเร่งเดินสายคืนกำไรลูกบ้าน ประเดิมแจกแล้วรางวัลใหญ่รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA ป้ายแดง ให้กับผู้โชคดี คุณอัครฤทธิ์ จันทร์จำรัสกุล ผู้ซื้อบ้านเดี่ยวเอพี ในแคมเปญ ‘ULTIMATE PRIZE’