ตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยา ณ สิ้นปีพ.ศ.2558

สุรเชษฐ์ กองชีพ 11 February, 2016 at 12.24 pm

ตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยา ณ สิ้นปีพ.ศ.2558 ยังคงชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดจากจำนวนคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ที่มีจำนวนน้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ค่อนข้างมาก อ้างอิงจากรายงานวิจัยตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยาของ ฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

 

คอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในแต่ละทำเล ณ สิ้นปีพ.ศ.2558

PATTAYA-2016-1


คอนโดมิเนียมประมาณ 6,675 ยูนิตสร้างเสร็จและจดทะเบียนอาคารชุดในปีพ.ศ.2558 สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดคอนโดมิเนียมในพัทยา ทำให้จำนวนคอนโดมิเนียมที่จดทะเบียนอาคารชุดในพัทยามีอยู่ประมาณ 65,430 ยูนิต ณ สิ้นปีพ.ศ.2558 และอีกมากกว่า 30,000 ยูนิตที่กำลังก่อสร้างโดยมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2559 – 2560

 

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอหรือว่าลดการเปิดขายโครงการใหม่ในปีพ.ศ.2559 เพราะว่าตลาดอยู่ในช่วงชะลอตัวมีคอนโดมิเนียมเพียง 3,220 ยูนิตเปิดขายในช่วงครึ่งหลังปีพ.ศ.2558 และมีคอนโดมิเนียมทั้งหมดประมาณ 8,500 ยูนิตเปิดขายในปีพ.ศ.2558 ลดลงจากปีพ.ศ.2557 ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีคอนโดมิเนียมจำนวนมากเปิดขายในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยแล้วมีมากกว่า 15,000 ยูนิตต่อปีและมีอีกประมาณ 20,000 ยูนิตที่ยังเหลือขายอยู่ในตลาด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบอื่นๆ อีกที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ เช่น เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ที่มีผลต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติโดยตรงในช่วงไตรมาสที่ 3 พ.ศ.2558 และภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ยังคงต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของคนไทย

 
ชาวรัสเซียที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักในตลาดพัทยาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่ลดลงอย่างมากโดยในปีพ.ศ.2558 มีชาวรัสเซียเข้ามาประเทศไทย 884,085 คนน้อยกว่าปีพ.ศ.2557 ประมาณ 45% ปัญหาเรื่องค่าเงินรูเบิลที่ลดลงไปค่อนข้างมากมีผลต่อนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และกำลังซื้อของพวกเขาโดยตรง แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียจำนวน 884,085 คน มาประเทศไทย แต่ส่วนใหญ่มีการใช้จ่ายที่ลดลงเมื่อเทียบกับหลายปีก่อนหน้านี้

 
ผู้ประกอบการชาวจีนรายใหม่หลายรายที่มีการร่วมทุนกับหุ้นส่วนชาวไทยมีแผนที่จะเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในพัทยาในปีพ.ศ.2559 และในอนาคต โดยเฉพาะในทำเลจอมเทียน และนาจอมเทียน โดยในปีพ.ศ.2560 คาดว่าจะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ใกล้เคียงกับปีพ.ศ.2558 หรือประมาณ 9,000 ยูนิตแต่ยังต้องดูปัจจัยหลายๆ อย่างประกอบด้วย

 

อัตราการขายเฉลี่ย ณ ครึ่งหลังปีพ.ศ.2558

PATTAYA-2016-2

ตลาดคอนโดมิเนียมพัทยาอยู่ในช่วงชะลอตัวในปีพ.ศ.2558 สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของอุปทานที่มีมากเกินไปรวมทั้งเหตุผลอื่นๆ ที่มีผลต่อตลาด โดยปัญหาเหล่านี้คือ กำลังซื้อที่ลดลงของชาวรัสเซีย ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปีพ.ศ.2558 ที่ต่ำกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ อัตราการขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพัทยา ณ สิ้นปีพ.ศ.2558 อยู่ที่ประมาณ 74% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีพ.ศ.2557 และมีคอนโดมิเนียมอีกมากกว่า 20,000 ยูนิตที่รอการขายอยู่ในตลาด โดยที่คอนโดมิเนียมที่ขายได้ส่วนใหญ่ในช่วงไตรมาสที่ 4 พ.ศ.2558 คือคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่ เพราะจะได้รับการลดหย่อนค่าโอนกรรมสิทธิ์ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามมาตรการที่รัฐบาลประกาศ

 

ในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2554 – 2557 มีคอนโดมิเนียมมากกว่า 15,000 ยูนิตเปิดขายในแต่ละปี ดังนั้นรวมๆ แล้วจึงมีคอนโดมิเนียมมากกว่า 60,000 ยูนิตเข้าสู่ตลาดพัทยาในช่วง 4 ปีนั้น และมีคอนโดมิเนียมทั้งหมดประมาณ 76,780 ยูนิตที่เปิดขายในช่วง 6 – 7 ปีที่ผ่านมารวมทั้งในปีพ.ศ.2558 และมีคอนโดมิเนียมประมาณ 26% ของจำนวนทั้งหมดที่ยังคงเหลือขายอยู่ในตลาด


นาจอมเทียนมีอัตราการขายต่ำที่สุดในตลาดคอนโดมิเนียมพัทยา เพราะว่ามีคอนโดมิเนียมประมาณ 6,400 ยูนิตเปิดขายใหม่ในปีพ.ศ.2558 ดังนั้นจึงมีอัตราการขายเฉลี่ยต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทำเลอื่นๆ วงศ์อมาตย์มีโครงการใหม่ๆ เปิดขายน้อยมากแต่ความต้องการกลับมีมากจึงทำให้อัตราการขายเฉลี่ยในทำเลนี้สูงเกือบ 90% คอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในจอมเทียนในช่วง 8 – 9 ปีที่ผ่านมามีทั้งหมด 25,000 ยูนิต สูงที่สุดในตลาดพัทยา แต่ว่ายูนิตส่วนใหญ่จะขายได้อัตราการขายเฉลี่ยในพื้นที่นี้จึงอยู่ที่ประมาณ 79% ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ในจอมเทียนมีราคาขายต่ำกว่า 3 ล้านบาทต่อยูนิต

 
Sixth Element นาจอมเทียน

sixthelement
กำลังซื้อในปีพ.ศ.2559 น่าจะยังไม่ฟื้นตัวแบบทันทีทันใด ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงรอให้ตลาดฟื้นตัวและพยายามขายคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วหรือว่าเกือบจะเสร็จก่อน ผู้ประอบการรายใหญ่หลายรายพยายามสร้างความน่าสนใจเพื่อดึงดูดกำลังซื้อโดยการเสนอการันตีผลตอบแทน 5 – 7% ในช่วง 1 – 3 ปีหรืออาจจะมีบางโครงการที่เสนอผลตอบแทนมากกว่านี้


ราคาขายเฉลี่ย ณ สิ้นปีพ.ศ.2558

PATTAYA-2016-3

ราคาขายเฉลี่ยในทุกทำเลของตลาดพัทยาอยู่ที่ประมาณ 72,500 บาทต่อตารางเมตร วงศ์อมาตย์มีราคาขายเฉลี่ยสูงที่สุดเพราะมีโครงการระดบ High-end และ Luxury อยู่หลายโครงการและหลายโครงการสร้างเสร็จแล้วทำให้ราคาขายสูงกว่าทำเลอื่นๆ พระตำหนักมาเป็นลำดับที่สอง หลังจากที่มีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่หลายโครงการเปิดขายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่มีราคาขายมากกว่า 110,000 บาทต่อตารางเมตร โครงการระดับกลางและระดับที่ต่ำกว่าหลายโครงการ เปิดขายในจอมเทียนโดยที่หลายโครงการอยู่ไกลจากชายหาดทำให้ราคาขายเฉลี่ยในพื้นที่นี้ต่ำที่สุด

zire_wongamat2

ราคาขายเฉลี่ยในทุกทำเลในปีพ.ศ.2559 จะยังคงใกล้เคียงกับปีพ.ศ.2558 หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากหลายโครงการที่สร้างเสร็จในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2558 – 2559 แต่ถ้าตลาดคอนโดมิเนียมขยายตัวแบบก้าวกระโดดก็จะทำให้ราคาขายเพิ่มขึ้นแน่นอน



สุรเชษฐ์ กองชีพ

สุรเชษฐ์ กองชีพ

สุรเชษฐ กองชีพ รับผิดชอบด้านงานวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ของ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย โดยครอบคลุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภททั้ง คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ค้าปลีก โรงแรม ในประเทศไทย รวมทั้งในประเทศเพื่อนบ้าน มีผลงานการวิจัยเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นวิทยากรในงานสัมมนาเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในบางโอกาส http://www.facebook.com/Thailandpropertydata

เว็บไซต์

HEART sukhumvit 62/1 BANGCHAK station …พรีเมียมทาวน์โฮมแนวคิดใหม่ บนทำเลคอนโดมิเนียม ที่ให้คุณได้มากกว่าเป็นแค่ที่อยู่อาศัย

แนวคิดการออกแบบที่ทาง CHEWA HEART ตั้งใจจะให้เป็นทางเลือกใหม่ของตลาดที่อยู่อาศัย ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คือการเพิ่มมุมมองนอกจากจะทำทาวน์โฮมบนทำเลคอนโด ต่อยอดเป็นทำ Private Penthouse Condominium ที่ได... อ่านต่อ




ICO การลงทุนแห่งอนาคตหรือ Money Games?

นาทีนี้ คำว่า ICO หรือ Initial Coin Offering คงเป็นที่รู้จักในวงกว้างไปเสียแล้วทั้งในทา... อ่านต่อ

เพราะคุณค่าของบ้าน คือ การสร้างสรรค์เอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร ในแคมเปญสุดล้ำค่า ‘It’s Worth Everything’ ที่พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด Luxury Home

ในการซื้อบ้านสักหนึ่งหลัง เรามีความคาดหวังอะไรบ้างในการซื้อบ้าน? บ้านที่อยู่แล้วมีความส... อ่านต่อ

PRUKSA บุก 5 แยกลาดพร้าว ….เตรียมเปิดคอนโด Hi-rise ระดับพรีเมียมวิวสวนเต็มๆตา

Pruksa ดีเวลลอปเปอร์อันดับ 1 ของไทยในด้านยอดขาย นอกจากจะประเดิมปี 2018 ด้วยการเปลี่ยน ... อ่านต่อ

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โชว์ศักยภาพประกาศความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจสูงสุด มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น 6% จากปีก่อน ส่งผลให้รายได้เป็นสถิติสูงสุดกว่า 13,000 ล้านบาท พร้อมยอดขายเติบโตกว่า 34,900 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 39% จากปีก่อน จากการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งทำให้มูลค่าโครงการใหม่สูงสุดเป็นสถิติกว่า 42,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% จากปีก่อน นอกจากนี้ในปี 2560 บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เปิดตัวคอนโดมิเนียมสูงที่สุดในประเทศ ด้วยการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 11 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 36,600 ล้านบาท พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2561 ตั้งเป้ามียอดโอนเพิ่มขึ้น 152% เป็น 38,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "4 in 4 Roadmap ระยะเวลาแห่งการเติบโตมากกว่า 4 เท่าใน 4 ปี" โดยบริษัทฯ คาดหวังว่ายอดโอนจะเติบโตเกินกว่า 400% จาก 15,100 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 70,000 ล้านบาท ในปี 2564