แสนสิริ ลงทุน 80 ล้านดอลล่าร์ ใน 6 แบรนด์ชั้นนำของโลก สะท้อนวิสัยทัศน์ระดับโลกเพื่อการใช้ชีวิตในอนาคต Standard International – One Night – Hostmaker – JustCo – Farmshelf – Monocle

เกริก บุณยโยธิน 08 November, 2017 at 11.21 am

แสนสิริ ก้าวล้ำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ด้วยแผนการลงทุนมูลค่า 80 ล้านดอลล่าร์ หรือ 2,800 ล้านบาทใน 6 ธุรกิจด้านเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของโลก ซึ่งเป็นการขยายฐานการลงทุนในธุรกิจอื่นครั้งสำคัญเพื่อสร้างพันธมิตรในประเภทธุรกิจอันหลากหลาย โดยทั้ง 6 ธุรกิจล้วนมีอัตราการเติบโตสูงในตลาดโลกซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของแสนสิรินอกประเทศไทย เร่งเดินหน้ากลยุทธ์โมเดลธุรกิจแบบ asset light ในยุคปฏิวัติดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสจากการผนึกกำลังร่วมและโอกาสการเติบโตที่รวดเร็ว โดยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของบริษัททั้งหกจากการเข้าถือหุ้นของแสนสิริจะส่งผลดีต่อธุรกิจหลักของแสนสิริ การลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแสนสิริที่มุ่งให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตในอนาคต ครอบคลุมทั้งแนวทางการดำเนินชีวิต การทำงาน การพักผ่อนหย่อนใจ และการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีและสื่อรูปแบบใหม่ ๆ

 

ธุรกิจที่แสนสิริร่วมลงทุนครั้งนี้ประกอบด้วย Standard International แบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในธุรกิจบูติกโฮเทลซึ่งพลิกโฉมหน้าวงการโรงแรมระดับไฮเอนด์แบบใหม่ไปสู่อีกรูปแบบ One Night แอพพลิเคชั่นจองโรงแรมที่ปฎิวัติวิธีการจองภายในวันเข้าพักในโรงแรมที่คัดสรรมาอย่างดีจากทั่วโลกให้เลือก Hostmaker บริษัทผู้บริหารจัดการอสาหาริมทรัพย์อันดับหนึ่งจากลอนดอนให้ Airbnb  JustCo ผู้ให้บริการโคเวิร์คกิ้ง  สเปซสุดสร้างสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Farmshelf นวัตกรรมฟาร์มอัจฉริยะเพื่อการปลูกผักสดสะอาดในที่พักอาศัย และ Monocle แบรนด์สื่ออันทรงอิทธิพลระดับโลก ครอบคลุมทั้งสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ วิทยุ ภาพยนตร์ รีเทล และธุรกิจบริการ

 

แสนสิริคือผู้นำในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย โดยก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2527 และเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรรายเดียวของประเทศซึ่งมีมูลค่ายอดขายโครงการมากกว่า 40,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังมีชื่อเสียงอันแข็งแกร่งในต่างประเทศ ทั้งจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และญี่ปุ่น ด้วยเป้าหมายยอดขายในตลาดต่างประเทศในปี 2560 ที่ 12,000 ล้านบาท


นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย สอดคล้องกับการเติบโตของจีดีพี ซึ่งการเติบโตในระดับที่ไม่สูงนัก  แต่แสนสิริวางเป้าหมายการเติบโตในระดับสูง และการลงทุนครั้งนี้นับเป็นการพัฒนาที่อยู่นอกเหนือธุรกิจหลักของเราเป็นครั้งแรก เรากำลังขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกและมุ่งลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพที่ดีในการสร้างรายได้ใหม่ ๆ จากธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ และอาศัยพันธมิตรในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเราไปพร้อม ๆ กัน”

“ก้าวสำคัญต่อไปของเราคือการมุ่งตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคโดยการสร้างสรรค์แพลตฟอร์มระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะผลักดันให้แสนสิริก้าวสู่ความเป็นแบรนด์ระดับโลก เป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งการผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลายยังนับเป็นการพลิกโฉมแสนสิริเพื่อสร้างการเติบโตสู่อนาคต โดยให้ความสำคัญใน 3 ด้านคือ 1. การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก 2. การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการพักอาศัย หรือ PropTech ร่วมกับผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำ และ 3. การเสริมสร้างบทบาทความเป็นผู้นำและขยายฐานกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม”  นายเศรษฐาเสริม

Standard International (สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล)

The Standard (เดอะ สแตนดาร์ด) เป็นแบรนด์ที่ทรงพลังที่สุดในธุรกิจบูติกโฮเทล มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 5 แห่ง ในนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส และไมอามี และโรงแรมแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิดเร็วๆ นี้ในลอนดอน The Standard คือผู้บุกเบิกในธุรกิจโรงแรมแบบไลฟ์สไตล์และสร้างประสบการณ์การเข้าพักในโรงแรมที่ใหม่หมดทุกรายละเอียด ตั้งแต่รายละเอียดของการออกแบบ ไปจนถึงการเป็นจุดหมายสุดสร้างสรรค์เพื่อสัมผัสกับชุมชนและวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยโรงแรมทุกแห่งมีภัตตาคาร ไนท์ไลฟ์ และร้านค้าที่มีคุณภาพเป็นเลิศ และมีช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่โดดเด่นเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ซึ่งเป็นลูกค้าเป้าหมาย ทั้งในเมืองที่ตั้งของโรงแรมและที่อื่น ๆ ด้วยการลงทุนมูลค่า 58 ล้านดอลล่าร์ แสนสิริจะเป็นผู้ถือหุ้น 35% ในสี่กลุ่มธุรกิจของ Standard International ประกอบด้วย The Standard Hotel Operations and Management, Bunkhouse Group, แอพพลิเคชั่น One Night และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรม

แผนการลงทุน การลงทุนครั้งนี้จะใช้เป็นเงินลงทุนในโรงแรมใหม่ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มใหม่ และในการพัฒนานวัตกรรมแอพพลิเคชั่น One Night สำหรับการจองโรงแรมแบบนาทีสุดท้าย (Last minute booking) เพื่อเข้าพักในวันเดียวกันโดยมีโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรมาแล้วจากทั่วโลกให้เลือก

มร. อามาร์ ลาลวานี่ ซีอีโอและ Managing Partner สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “The Standard มีชื่อเสียงในฐานะผู้บุกเบิกด้านบริการโรงแรมที่พัก การเดินทาง อาหารชั้นเลิศ ไนท์ไลฟ์ และอื่น ๆ ด้วยแนวคิดที่แหวกขนบเดิม ๆ และแฝงความสนุกสนาน สร้างความละเมียดละไมด้วยการออกแบบ การเพิ่มเติมรายละเอียด และการบริการที่สุดพิถีพิถัน การจับมือกับแสนสิริจะช่วยให้เราเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนานวัตกรรมจากเทคโนโลยีและโรงแรมใหม่ ๆ ทั้งในเอเชีย และภูมิภาคอื่นทั่วโลก”

 

One Night (วัน ไนท์)

One Night เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับการจองโรงแรมที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มบริษัทเจ้าของบริษัท เดอะ สแตนดาร์ด โฮเท็ล กรุ๊ป และเป็นแพล็ตฟอร์มการจองโรงแรมระบบแรกซึ่งออกแบบโดยบริษัทโรงแรมเอง One Night คือแพล็ตฟอร์มที่ใช้งานบนเครือข่ายโมบายซึ่งสร้างรายได้จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของการจองโรงแรมบนเครือข่ายโมบาย ความต้องการในโรงแรมที่พักที่สร้างประสบการณ์อันน่าจดจำ ตลอดจนไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งของกลุ่มลูกค้าผู้บริโภครุ่นใหม่ One Night จึงเกิดขึ้นเพื่อนำเสนอแนวความคิดใหม่ในธุรกิจโรงแรม ซึ่งไม่มองคู่แข่งเป็นคู่แข่ง แต่มองคู่แข่งเป็นพันธมิตรที่มีศักยภาพในการทำอะไรร่วมกันได้เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้ลูกค้าและเสริมสร้างธุรกิจไปด้วยกัน

แผนการลงทุน แสนสิริจะช่วยส่งเสริมให้ One Night พัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพและเติบโตในตลาดนานาชาติ โดยเฉพาะในเอเชีย

มร. จิมมี่ ซูฮ์ ประธานบริหาร One Night กล่าวว่า “การลงทุนจากแสนสิริช่วยให้เรามีเงินทุนในการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มศักยภาพและเติบโตในระดับนานาชาติ อีกทั้งยังทำให้เราเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ จากการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ ของแสนสิริ ซึ่งจะช่วยให้เราเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง”

 

Hostmaker (โฮสต์เมกเกอร์)

 

Hostmaker คือบริษัทผู้ให้บริการบริหารการเช่าที่พักอาศัยและผู้บริหารการจองที่พักอันดับหนึ่งของ Airbnb ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมาแล้ว แสนสิริเล็งเห็นถึงเทรนด์ home-sharing หรือการแบ่งที่พักอาศัยให้เช่ากำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลให้บริการด้านบริหารที่พักอาศัยเติบโตขึ้นตามไปด้วย Hostmaker ดำเนินธุรกิจในลอนดอน โรม ปารีส และบาเซโลน่า โดยให้บริการลูกค้าผู้พักอาศัยมาแล้วกว่า 150,000 คนทั่วโลก

แผนการลงทุน Hostmaker จะขยายธุรกิจสู่เอเชียภายใต้การสนับสนุนของแสนสิริ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างรายได้ใหม่ ๆ จากตลาดนอกประเทศไทยให้กับแสนสิริ

มร. นกุล ชาร์มา ผู้ก่อตั้ง และซีอีโอ Hostmaker กล่าวว่า “เราคือบริษัทด้าน PropTech ที่มุ่งสร้างโซลูชั่นด้านการพักอาศัยในยุคเศรษฐกิจแห่งการแบ่งปัน (sharing economy) เพื่อตอบสนองความคาดหวังด้านบริการที่สูงขึ้นของผู้บริโภคเจเนอเรชั่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เงินทุนจากแสนสิริจะเปิดโอกาสใหม่ให้เราเติบโตด้วยบริการใหม่ ๆ และเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ เช่นเดียวกับการนำเอาความเชี่ยวชาญในตลาดนานาชาติของเรามาช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของแสนสิริ และพลิกโฉมแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

 

JustCo (จัสท์โค)

 

JustCo คือ ผู้ให้บริการโคเวิร์คกิ้งสเปซที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันเปิดให้บริการทั้งหมด 11 แห่ง และมีแผนจะเปิดสาขาใหม่อีก 20 แห่งในในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2561 แสนสิริเล็งเห็นว่าในอนาคตองค์กรขนาดใหญ่จะหันมาใช้สถานที่ทำงานแบบโคเวิร์คกิ้งสเปซมากขึ้นเพื่อส่งเสริมให้พนักงานเกิดพลังสร้างสรรค์ การผสมผสานทางความคิด และพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดี แสนสิริวางเป้าหมายให้ JustCo ขยายการเติบโตอย่างรวดเร็ว

แผนการลงทุน แสนสิริและ JustCo ร่วมกันวางแผนเปิดตัว JustCo สาขาใหม่ 4 แห่งในกรุงเทพฯ ในปี 2561 รวมทั้งขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในเอเชีย

มร. วัน ซิง คง ซีอีโอ และผู้ก่อตั้ง JustCo กล่าวว่า “JustCo สร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์มาอย่างต่อเนื่องในเมืองต่าง ๆ ความร่วมมือกับแสนสิริจะช่วยเปิดประตูให้เราขยายธุรกิจสู่กรุงเทพฯ นับเป็นเงินทุนที่มาในช่วงเวลาอันเหมาะสม เพราะเรากำลังพร้อมขยายธุรกิจสู่เมืองหลักอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น จาการ์ต้า กัวลาลัมเปอร์ โฮจิมินซิตี้ และมะนิลา ด้วยรากฐานอันแข็งแกร่งและการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากแสนสิริ เราคาดว่าจะสามารถขยายโคเวิร์คกิ้งสเปซได้ครบ 30 แห่งทั่วเอเชียแปซิฟิกภายในปี 2561 ซึ่งแสนสิริเองก็สามารถเข้าถึงฐานสมาชิกของเราซึ่งเป็นผู้บริโภคที่มีศักยภาพสูงกว่า 12,000 คนเช่นกัน”

 

Farmshelf (ฟาร์มเชลฟ์)

 

Farmshelf คือผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมการเพาะปลูกแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ทุกคนสามารถปลูกผักเพื่อการบริโภคได้ง่ายดายภายในบ้านหรือที่ทำงาน แสนสิริลงทุนใน Farmshelf เนื่องจากเล็งเห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจด้านสุขภาพ และแนวโน้มของผู้บริโภคที่มีความต้องการอาหารคุณภาพที่สดใหม่ รวมทั้งปรากฏการณ์การพักอาศัยแบบร่วมมือแบ่งปันกัน (collaborative living)

แผนการลงทุน Farmshelf มีโอกาสทางธุรกิจอันมหาศาลเพื่อการนำไปใช้ในโครงการที่พักอาศัยต่าง ๆ ของแสนสิริ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกบ้าน การร่วมเป็นพันธมิตรครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วสู่ทั่วภูมิภาคเอเชีย

มร. แอนดรู เชียเรอร์ ซีอีโอ Farmshelf กล่าวว่า “เราเชื่อในเรื่องการผลิตอาหารเพื่อบริโภคด้วยตัวเอง ซึ่งแม้แต่คนเมืองที่มีชีวิตอันรีบเร่ง และมีพื้นที่อาศัยจำกัดก็สามารถทำได้ Farmshelf ช่วยให้ทุกคนปลูกพืชผักเป็นอาหารในที่พักอาศัย หรือที่ทำงาน โดยใช้แอพพลิเคชั่นและเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) ที่ทันสมัย ด้วยเงินทุนจากแสนสิริ เราสามารถต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนำวัฒนธรรมใหม่นี้มาสู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตรวดเร็วแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังมีผู้บริโภคที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัยและเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนและมีสุขภาพดี”

 

Monocle (โมโนเคิล)

 

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของอุตสาหกรรมสื่อในระหว่างทศวรรษที่ผ่านมา Monocle กลับสามารถสร้างความสำเร็จด้วยการนำเสนอประสบการณ์แบบลักชัวรี่ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ผสมผสานกับการเป็นผู้บุกเบิกในการใช้สื่อเสียง ร้านค้ารีเทล และบริการโรงแรมที่พัก  ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงคุณค่าของแบรนด์และการสื่อสารอย่างเปี่ยมคุณภาพของ Monocle ได้กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลกไปแล้ว

แผนการลงทุน Monocle จะทำหน้าที่ส่งเสริมแบรนด์แสนสิริและพันธมิตรให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยช่วยกำหนดและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เชื่อมโยงสู่กลุ่มลูกค้าของ Monocle ในตลาดนานาชาติโดยอาศัยฐานธุรกิจที่มีอยู่ทั่วโลก และยังเล็งเห็นถึงโอกาสสำคัญในการพัฒนาธุรกิจที่ใช้ชื่อแบรนด์ร่วมกันในเซกเตอร์ใหม่ในอนาคต นอกจากนี้แสนสิริยังมีแผนในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยแบบมิกซ์ยูสแนวคิดใหม่ร่วมกับ Monocle ในกรุงเทพฯ ในปี 2561

มร. ไทเลอร์ บรูเล่ ผู้ก่อตั้ง Monocle กล่าวว่า “แสนสิริและ Minocle มีความสัมพันธ์ต่อกันมายาวนาน และด้วยธุรกิจของเราที่เติบโตมากกว่าการเป็นเพียงสื่อ เราจึงเห็นความสำคัญของการร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่มีแนวคิดสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของเราซึ่งกำลังมุ่งสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชุมชนเมือง รีเทล และแนวคิดด้านบริการใหม่ ๆ มากขึ้น”

“ธุรกิจหลักของเรายังคงเป็นการพัฒนาและสร้างสรรค์ที่พักอาศัย แต่จุดมุ่งหมายของเราขยายกว้างขึ้นสู่ความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน ตั้งแต่บ้านที่เราพักอาศัย สู่วิถีในการเดินทาง และอาหารการกินที่สดใหม่ที่สุด แสนสิริและพันธมิตรของเราจะมุ่งมั่นร่วมกันสรรสร้างวิถีแห่งการใช้ชีวิต การทำงาน การเรียนรู้ และการพักผ่อนหย่อนใจเพื่อวันข้างหน้าที่ดีขึ้น” นายเศรษฐากล่าวปิดท้าย

 

เกี่ยวกับ The Standard

 

เดอะ สแตนดาร์ด (The Standard) เป็นแบรนด์โรงแรมที่เปลี่ยนโฉมและพลิกธุรกิจโรงแรมไปสู่ทิศทางที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสามารถเห็นความคิดแบบขบถที่ต้องการฉีกแนวทางเดิมๆ ได้จากโลโก้ของ The Standard ที่วางแบบกลับหัว ทั้งนี้ The Standard Hotel แห่งแรกได้เปิดขึ้นใน พ.ศ.2542 ที่เวสต์ ฮอลลีวู้ด สหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นมา The Standard ได้สร้างประสบการณ์การเข้าพักในโรงแรมรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบดีไซน์เพื่อเป็นสถานที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และเอารูปแบบการใช้ชีวิตของชุมชนและวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ที่โรงแรมตั้งอยู่รวมไว้ด้วย

 

The Standard ยังมีจุดมุ่งหมายในการสร้างพื้นที่ที่เป็นเหมือนฮับของพลังสร้างสรรค์และการจับมือร่วมกันทำอะไรสนุกๆ กับหลายภาคส่วนในแต่ละเมืองที่โรงแรมเข้าไปเปิดทำการ โดย มุ่งเน้นการคิดและทำอย่างครบวงจรด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และพร้อมที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้าพักที่เป็นทั้งคนที่ชอบเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ และผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความธรรมดามาพบกับสิ่งใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน

 

ปัจจุบัน The Standard มีโรงแรมในเครือทั้งหมด 5 แห่งใน ลอสแอนเจลิส นิวยอร์ก และไมอามี่ โดยยังมีโรงแรมแห่งใหม่ที่กำลังจะเปิดทำการเร็วๆ นี้ในลอนดอน และซานฟรานซิสโก นอกเหนือจากโรงแรม The Standard แล้ว บริษัท สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล ยังเป็นเจ้าของเครือโรงแรม Bunkhouse ซึ่งเป็นรงแรมในสไตล์บูติคโฮเท็ลที่เปิดดำเนินธุรกิจอยู่ในแคลิฟอเนีย เท็กซัส และเม็กซิโก

 

The Standard ยังมีร้านอาหารที่เลื่องชื่อและเป็นสถานที่พบปะปาร์ตี้ยามค่ำคืนที่เป็นที่นิยมเช่นเดียวกันโรงแรมจึงมีแขกที่ไปใช้บริการไม่ได้จำกัดเฉพาะนักท่องเทียว แต่เป็นคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้นๆ ด้วย ความพิเศษอีกประการหนึ่งของ The Standard คือร้านค้าของโรงแรมมีจำหน่ายสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เป็นผลงานพิเศษของศิลปิน รวมไปถึงหนังสือ เสื้อผ้า และงานดีไซน์ประเภทต่างๆ ที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้เข้าพัก นอกจากนี้ The Standard ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “Standard Culture” ซึ่งเป็นเหมือนสำนักพิมพ์ที่พิมพ์ทั้งหนังสือเล่มและการทำสำนักพิมพ์ในรูปแบบออนไลน์ที่เชื่อมทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็น The Standard ทั้งในเรื่องของอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี และการพบปะสังสรรค์กับคนใหม่ๆ ให้ทุกคนได้เต็มอิ่มกับความเป็น The Standard ด้วย

 

เกี่ยวกับ One Night

 

One Night เป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับการจองโรงแรมในวันเดียวกับการเข้าพักที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท สแตนดาร์ด อินเตอร์เนชั่น-แนล กลุ่มบริษัทเจ้าของบริษัท เดอะ สแตนดาร์ด โฮเท็ล กรุ๊ป ซึ่งสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นนี้ขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า ค่ำคืนที่พิเศษไม่ควรถูกใช้อย่างผ่านเลยไปในที่ที่ไม่มีอะไรพิเศษ ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการวางแผนและจองที่พักในวันเดียวกับที่พัก โดยผู้ใช้เพียงกดบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเพียงครั้งเดียวก็สามารถจองห้องพักได้ทันที

 

หลังเวลา 15.00 น.ของแต่ละวัน ผู้ใช้แอพสามารถเข้าไปจองห้องพักในโรงแรม 150 แห่งในเมืองใหญ่ทั่วโลก 13 เมือง อาทิ ลอนดอน นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส และไมอามี ฯลฯ ด้วยราคาพิเศษแบบนาทีสุดท้ายสำหรับการเข้าพักในวันนั้นๆ นอกเหนือจากการจองที่พักของโรงแรมที่ดีที่สุดในราคาที่ดีที่สุดแล้ว แอพ One Night ยังนำเสนอข้อมูลพิเศษแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์ในการเข้าพักได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น เช่น การให้คำแนะนำว่าต้องไปทำอะไร ดูอะไร หรือรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ไหนที่ผู้ใช้ไม่ควรพลาดในโรงแรมแต่ละโรงแรมรวมถึงในพื้นที่ใกล้เคียง โดยข้อมูลนี้มีให้โดยไม่จำเป็นว่าผู้ใช้จะจองโรงแรมนั้น ๆ หรือไม่

 

นอกจากนี้ One Night ยังสร้างเแนวความคิดใหม่ในธุรกิจโรงแรม ซึ่งไม่มองคู่แข่งเป็นคู่แข่ง แต่มองคู่แข่งเป็นพันธมิตรที่มีศักยภาพในการทำอะไรร่วมกันได้ สามารถเพิ่มรายได้แล้ว การร่วมมือกันระหว่างโรงแรมต่างเครือผ่านแอพยังช่วยยกระดับคุณค่าของแบรนด์โรงแรมแต่ละแห่งด้วย

 

เกี่ยวกับ Hostmaker (โฮสต์ เมกเกอร์)

 

Hostmaker คือผู้ให้บริหารจ้ดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่าและอยู่อาศัยสำหรับ Airbnb โดยได้รับรางวัล
การันตีคุณภาพในระดับโลก ซึ่ง Hostmaker ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2557 โดยดำเนินธุรกิจด้านการจองที่พักโดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการการจองที่พักระยะสั้นให้ง่ายขึ้น ปัจจุบัน Hostmaker ดำเนินธุรกิจให้บริการการจัดการเช่าที่พักในหลายประเทศและหลายเมือง อาทิ ลอนดอน โรม ปารีส และบาร์เซโลนา

 

ธุรกิจของ Hostmaker เกิดขึ้นจากการมองเห็นความต้องการของลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ กลุ่มที่ต้องการเปิดรับประสบการณ์การเข้าพักอย่างสะดวกสบายและมีสไตล์ จากประสบการณ์ในการเปิดบ้านให้ลูกค้าได้เข้ามาพักแล้วกว่า 150,000 คน Hostmaker พบว่าจุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าประทับใจในการทำงานก็คือ ประสบการณ์โฮมสเตย์ระดับพรีเมี่ยมที่ Hostmaker มอบให้ในแบบที่สามารถตอบความต้องการเฉพาะบุคคลของลูกค้าผู้เป็นนักสำรวจโลกอย่างอิสระรวมไปถึงคนในครอบครัวของเขาได้อย่างตรงใจ Hostmaker ไม่ได้ต้องการสร้างประสบการณ์การพักอาศัยในแบบเดียวกับมาตรฐานโรงแรม แต่ Hostmaker ต้องการเฉลิมฉลองความพิเศษของการได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวเหมือนได้กลืนตัวเองเข้าไปเป็นคนในท้องถิ่น ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในที่ที่แม้ไม่ใช่บ้านแต่ให้ความรู้สึกไม่ต่างกับเป็นบ้านของพวกเขา

 

 

Hostmaker นำเสนอบริการการจัดการการจองบ้านพักแบบครบวงจรสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการทำรายได้ของบ้าน โดยรายละเอียดของการจัดการเชิงธุรกิจนั้นได้มีการตระเตรียมไว้ให้อย่างครบครัน ลูกค้าที่เลือกจองที่พักของ Hostmaker สามารถเดินทางด้วยความอุ่นใจว่าจะได้เข้าพักในที่พักที่สะดวกสบาย มีสไตล์ และได้รับการดูแลอย่างดีตลอดการเข้าพัก Hostmaker ยังดูแลแขกผู้เข้าพักอย่างพิถีพิถัน ทั้งในเรื่องการติดต่อสื่อสาร และการส่งตัวแทนไปคอยต้อนรับ ดูแลเรื่องการเช็คอินและการส่งมอบกุญแจบ้าน โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไปมอบให้ ทั้งหมดนี้ช่วยต่อยอดให้เกิดคำแนะนำที่ดีต่อ Hostmaker การกลับมาพักซ้ำอีกครั้ง และการได้รับรีวิวระดับห้าดาว

 

 

Hostmaker ยังแตกต่างไปจากผู้ให้บริการการเช่าที่พักรายอื่นตรงการให้บริการการออกแบบตกแต่งภายในให้กับลูกค้าด้วย เพราะประสบการณ์ที่พิเศษแบบเฉพาะบุคคลที่เกิดจากการตกแต่งภายในห้องพักคือปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจจองมากพอๆ กับราคาและโลเคชั่นของที่พัก และถ้าลูกค้าต้องการ Hostmaker ยังมีบริการถ่ายภาพแบบมืออาชีพพร้อมตกแต่งพื้นที่ห้องพักใหม่ เพราะภาพคุณภาพสูงนั้นมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้คนเข้ามาชมรูปโปรไฟล์เพิ่มขึ้นถึง 35% และเพิ่มอัตราการจองห้องพักได้มากขึ้นถึง 4 เท่า

 

เกี่ยวกับ JustCo

 

จัสท์โค (JustCo) เป็นผู้ให้บริการพื้นที่ในลักษณะของโคเวิร์คกิ้ง สเปซระดับพรีเมี่ยมที่ใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพื้นที่เปิดดำเนินการอยู่ทั้งหมด 11 แห่ง ทั้งนี้  JustCo ได้ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2558 จากวิสัยทัศน์ที่มองว่าการทำงานของคนปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป คนไม่ได้ต้องการแค่การนั่งอยู่กับที่หน้าคอมพิวเตอร์ในสำนักงานแบบห้องสี่เหลี่ยมเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา ตลอดจนป้จจุบันมีความต้องการขององค์กรขนาดใหญ่ที่จะสร้างพลังการทำงานให้กับพนักงานผ่านการจัดพื้นที่การทำงานในรูปแบบใหม่ที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการผสมผสานไอเดียและการสร้างคอนเนคชั่นใหม่ๆเกิดขึ้น โดยพนักงานไม่จำเป็นต้องทำงานในพิ้นที่เช่าสำนักงานระยะยาวแบบเดิมๆอีกต่อไป ในขณะที่คนทำงานฟรีแลนซ์ก็ไม่จำเป็นต้องทำงานอยู่กับบ้านเท่านั้น ทุกคนสามารถออกมาใช้พื้นที่โคเวิร์คกิ้ง สเปซเพื่อทำงานได้เมื่อต้องการและสามารถแชร์พื้นที่การทำงานกับคนอื่น ๆ หรือบริษัทอื่น ๆ ที่มีความต้องการแบบเดียวกันได้เช่นกัน ซึ่งโคเวิร์คกิ้ง สเปซในลักษณะนี้ นอกจากจะใช้พื้นที่ร่วมกันแล้ว ยังอาจนำไปสู่การทำงานร่วมกันเพื่อต่อยอดธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าได้อีกด้วย

 

หัวใจสำคัญของ JustCo คือ การนำเสนอพื้นที่การทำงานร่วมกันในรูปแบบที่สร้างสรรค์กว่าที่เคยมี และเป็นพื้นที่ที่ให้มากกว่าบรรยากาศการทำงานที่สวยงามและความเป็นระบบในการทำงาน เพราะสิ่งที่ทำให้ JustCo แตกต่างไปจากผู้ให้บริการโคเวิร์คกิ้งสเปซรายอื่น คือ เครือข่ายอันแข็งแกร่งและการสร้างพันธมิตรระยะยาวจากการที่สมาชิกสามารถเข้าถึงตลาดระดับภูมิภาค รวมทั้งข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจ รวมทั้งสามารถเลือกแพคเกจการใช้บริการ JustCo ที่เหมาะสมกับธุรกิจของตนเองได้อย่างหลากหลาย โดยปัจจุบัน มีบริษัทชั้นนำที่ใช้บริการพื้นที่โคเวิร์คกิง สเปซของ JustCo มากมาย อาทิ PwC’s Venture Hub, Drop Box และ Salesforce นอกจากนั้น JustCo ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับสมาชิกอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างความร่วมมือกันระหว่างสมาชิกที่จะนำไปสู่การเกิดนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ โดยกิจกรรมพิเศษครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย ทั้งด้านการเงิน เทคโนโลยี ทักษะด้านการดำเนินธุรกิจและไลฟ์สไตล์ อันรวมถึงสิทธิ์ในการเข้าร่วมคลาสออกกำลังกายเพื่อให้สมาชิกได้พักผ่อนหย่อนใจหลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน

 

พื้นที่โคเวิร์คกิ้ง สเปซที่โดดเด่นของ JustCo และการมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนโคเวิร์คกิ้ง สเปซรายอื่นๆ ทำให้ JustCo ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มพนักงานของบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เดินทางทำงานในต่างประเทศเป็นประจำและอยากทำงานในพื้นที่ที่ให้บรรยากาศเหมือนสำนักงานในประเทศที่ตนเดินทางไปทำธุรกิจ ซึ่งโคเวิร์คกิ้ง สเปซของ JustCo ในแต่ละประเทศได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่กว้างขวาง มีแสงธรรมชาติส่องถึง โดยโต๊ะทำงานถูกออกแบบให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ดูทันสมัยในสไตล์สแกนดิเนเวียน กำแพงอิฐ และไฟนีออนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทั้งยังมีการจัดพื้นที่โล่งที่ให้สมดุลระหว่างการเป็นพื้นที่ทำงานและพื้นที่พบปะสังสรรค์ที่เป็นกันเองได้อย่างพอเหมาะพอดี โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสำนักงานอย่างครบครัน รวมทั้งพื้นที่สำหรับความบันเทิงที่เปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเล่นปิงปอง ฟุตบอล หรือเล่นเกมกับเครื่องเล่นแบบอาร์เคท

 

เกี่ยวกับ Farmshelf

 

Farmshelf เปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ.2558 โดยมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก ด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการทำให้การปลูกผักสวนครัวของผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองเป็นเรื่องง่าย เสมือนยกไร่จากชนบทเข้ามาไว้ในเมือง Farmshelf คือ เครื่องปลูกผักไฮดรอโปนิกในร่มขนาดเท่าชั้นหนังสือที่พลิกคำจำกัดความของการรับประทานผักสด จากที่ต้องเก็บจากแปลงให้กลายเป็นเก็บได้ง่ายๆ ภายในบ้าน วิธีการปลูกผักแบบใหม่นี้เป็นการผสมผสานการออกแบบอุตสาหกรรมที่เรียบง่ายเข้ากับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทางพฤกษศาสตร์ที่ทันสมัย จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้คนสามารถปลูกพืชผักต่างๆ อย่างยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง โดยแทบไม่ต้องอาศัยทักษะทางการเกษตรใดๆ อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้ดินในการปลูก เนื่องจากพืชจะสามารถเติบโตในน้ำที่อุดมไปด้วยสารอาหาร

Farmshelf เกิดจากไอเดียของผู้ก่อตั้งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารของโลก ท่ามกลางการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและอุปสรรคด้านการผลิตอาหารที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก Farmshelf จะทำให้การปลูกพืชผักกินเองในรั้วบ้านเป็นเรื่องง่ายอีกครั้ง แถมคราวนี้ยังประหยัดเวลามากขึ้น ผักที่ปลูกด้วย Farmshelf จะเจริญเติบโตเร็วกว่าสองเท่าและใช้น้ำน้อยกว่าพืชผักที่ปลูกด้วยวิธีการเกษตรแบบดั้งเดิมประมาณร้อยละ 90

 

เทคโนโลยีชั้นสูงของ Farmshelf ทำงานภายใต้เซ็นเซอร์และโปรแกรมที่จะทำหน้าที่เป็นกลไกควบคุมให้เกิดสภาพที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชโดยระบบยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบค่า pH สภาพอากาศ และการถ่ายเทของอากาศได้ อีกทั้งยังช่วยแจ้งเตือนผู้ใช้งานเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวอีกด้วย

 

โมโนเคิล (Monocle) คือ สื่อไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก รวมทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านร้านค้าในรูปแบบรีเทลและการเป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อเทรนด์และสไตล์สไตล์ของคนในปัจจุบัน  ทั้งนี้ Monocle ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2550 โดย มร. ไทเลอร์ บรูเล่ และมีสำนักงานทั้งในลอนดอน โตเกียว นิวยอร์ก ฮ่องกง ซูริค โตรอนโต และสิงคโปร์ โดย Monocle ถือกำเนิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่ามีกลุ่มผู้อ่านที่มีโลกทัศน์เปิดกว้างและโหยหาการเสพรูปแบบของประสบการณ์ต่างๆ จากทั่วโลกที่นอกเหนือจากพรมแดนของประเทศตัวเองอยู่ ปัจจุบัน Monocle เติบโตและได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง จากการยึดมั่นในหลักการง่ายๆ ที่ว่า โลกใบนี้ยังมีพื้นที่สำหรับสิ่งพิมพ์ที่ยึดมั่นในการนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆเสมอ

 

Monocle เป็นที่รู้จักในฐานะสื่อผู้ทรงอิทธิพลที่พลิกโฉมวงการสิ่งพิมพ์ด้วยการนำเสนอเรื่องราวข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลก ทั้งธุรกิจ ชีวิตความเป็นอยู่สำหรับคนเมือง วัฒนธรรม และดีไซน์ โดยเป็นนิตยสารรายเดือนและจัดจำหน่ายไปยังกว่า 65 ประเทศ นอกจากนี้ Monocle ยังมีนิตยสารในเครือที่ตีพิมพ์เป็นประจำทุกปีอย่าง The Forecast และ The Escapist อีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบัน Monocle คือ สื่อครบวงจรที่มีทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อทางเสียง และสื่อออนไลน์

 

การที่ทีมงานของ Monocle มุ่งมั่นในการสร้างฐานลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์ ผ่านการมีส่วนร่วมและสร้างอิทธิพลในการดึงดูดลูกค้ารายอื่นๆ เข้ามา ทำให้ Monocle ไม่ได้ประสบความสำเร็จเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์เท่านั้น แต่ยังสามารถขยายขอบข่ายของธุรกิจภายใต้เครือ Monocle ไปสู่การทำวิดีทัศน์ การประชุมเสวนา สื่อออนไลน์ และสถานีวิทยุ 24 ชั่วโมง รวมทั้งครอบคลุมไปถึงธุรกิจไลฟ์สไตล์กลุ่มใหม่ ๆ อาทิ คาเฟ่ในลอนดอนและโตเกียว รวมทั้งแผงหนังสือที่ทำเป็นร้านขายกาแฟดั่งเช่นตัวอย่าง Kioskafé ในลอนดอน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับการมานั่งอ่านนิตยสาร Monocle ฉบับใหม่



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)…จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ถูกและดีมีที่ไหน? ที่นี่ไง Elio Del Moss คอนโดใหม่สไตล์รีสอร์ท ใกล้ ม.เกษตร BTS เสนานิคม สะดวก สงบ ส่วนกลางสวยงามกว่าคอนโดพหลเส้นหลักแต่ราคาถูกกว่ากันตั้งล้านกว่าบาท!

Elio Del Moss เป็นซีรีส์คอนโดมิเนียม Elio Del… จาก Ananda Development ที่ประสบความสำเร็จในด้านการขายและมีชื่อเสียงในด้านการสร้างผลกำไรทั้งทางตัวเงินและผลกำไรทางจิตใจของผู้ซื้ออยู่อาศัยเองด้วยจากโคร... อ่านต่อ




การขายด้วยการบริการ ทางออกของนายหน้าอสังหาฯในยุคปากกัดตีนถีบ

ในมุมมองของผม ถ้าถามว่าในช่วง 2-3 ปีให้หลังมานี้ อาชีพไหนในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที... อ่านต่อ

“บอกเล่าอารมณ์ความรู้สึกหลังสัมผัสของจริง Park 24 คอนโดโปรเจคสุดอลังสวนใหญ่ 10 ไร่ ใจกลางย่าน The EM District” by Condo man

เกริ่นก่อนเลยนะครับ ว่าคอนโดนี้เป็นคอนโดที่ผมรอคอยอยากไปสัมผัสของจริงตอนตึกเสร็จที่สุด ... อ่านต่อ

คุณชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) พร้อมด้วย คุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ให้เกียรติถ่ายภาพร่วมกัน เนื่องในโอกาสต้อนรับการเข้าร่วมเป็นสมาชิกย่านฯ ของ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” โครงการซูเปอร์ลักชัวรี่มิกซ์ยูส ภายใต้แบรนด์คุณภาพ MQDC แลนด์มาร์คและความภาคภูมิใจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ บนทำเลทองที่ดีที่สุดของย่านราชประสงค์ ประกอบไปด้วยห้องชุดสุดหรู 316 ยูนิต พร้อมทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวแบรนด์ดังระดับตำนาน “วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ” และพื้นที่สำนักงานเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างครบครัน พร้อมร่วมหนุนเศรษฐกิจย่านราชประสงค์และส่งเสริมภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ให้สมฐานะการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำระดับภูมิภาคเอเชียและระดับโลก