เทคโนโลยีเปลี่ยนนิยามใหม่ให้กับสถานที่ทำงานและคนทำงานในเอเชียแปซิฟิก

เกริก บุณยโยธิน 13 November, 2017 at 14.45 pm

ทำเลไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดอีกต่อไป เพราะประสบการณ์ที่มีกับสถานที่ทำงานจะส่งผลต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การทำงานที่ยืดหยุ่น และกลุ่มมิลเลนเนียล ส่วนบทบาทของเจ้าของอาคารคือผู้ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

เทคโนโลยีได้กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดการปฏิวัติวงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในเอเชียแปซิฟิกในระยะยาว  มีบริษัทในภูมิภาคนี้จำนวนมากขึ้นที่เริ่มตระหนักว่าถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยพนักงานมากความสามารถที่มีความคิดสร้างสรรค์มาช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง   จากการวิจัยของซีบีอาร์อี พบว่า ทั่วทั้งภูมิภาคนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้เปลี่ยนความคาดหวังในเรื่องทำเลไปจากเดิม และทำให้ประสบการณ์ในการใช้สถานที่ทำงานของพนักงานกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์


การสำรวจ WORK_IT: เทคโนโลยี | สถานที่ทำงาน | งาน ของซีบีอาร์อี ซึ่งเป็นรายงานฉบับแรกของชุดรายงานการสำรวจ ได้มีผลสรุปว่า ต่อจากนี้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนนิยามด้านอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทในเอเชียแปซิฟิก   โดยเจ้าของอาคารมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด     ในปัจจุบัน ความพึงพอใจของพนักงานมักไม่ค่อยถูกนำเข้ามารวมในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับเรื่องอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท แต่แผนกวิจัยซีบีอาร์อีเผยว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้เรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างตรงกันข้าม และทำให้แต่ละบุคคลเปรียบเสมือนผู้ที่มีอิทธิพลต่อสถานที่ทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ   ดังนั้น การตัดสินใจของบริษัทกำลังได้รับอิทธิพลจากการติดต่อเชื่อมโยง (Connectivity) และการเข้าถึง (Accessibility) รวมถึงการดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถเอาไว้

 

นายสตีฟ สเวิร์ดโลว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีบีอาร์อี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “บทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยีในตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์จะยังคงเพิ่มมากขึ้น และจะมีอิทธิพลต่อประสบการณ์ในการใช้สถานที่ทำงานของพนักงานทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกด้วย  ในขณะที่ทำเลยังคงมีความสำคัญ แต่การจัดลำดับปัจจัยสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเปลี่ยนแปลงไป และจะทำให้อาคารและพื้นที่ในการทำงานต้องมีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน”

 

ประเด็นสำคัญจากรายงาน:

  • ทำเลไม่ใช่ทุกอย่างอีกต่อไป: ทำเลเป็นปัจจัยสำคัญในการหาที่ตั้งธุรกิจมาโดยตลอด แต่เทคโนโลยีของโทรศัพท์มือถือได้ทำให้บริษัทต่างๆ มีทางเลือกมากขึ้นที่นอกเหนือไปจากการมีสำนักงานแบบถาวรเพียงแห่งเดียว นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและการมีทุนมนุษย์ (Human Capital) กำลังทำให้ความนิยมในเรื่องทำเลเปลี่ยนแปลงไป
  • เทคโนโลยีทำให้พนักงานกลายเป็นศูนย์กลางของสถานที่ทำงาน: การเปลี่ยนแปลงไปสู่สถานที่ทำงานที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้นั้น เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาประสบการณ์ในการใช้สถานที่ทำงานของพนักงาน   มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นผู้เช่าพื้นที่สำนักงานต้องการสภาพแวดล้อมการทำงานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามตามความจำเป็นในการใช้งานของพนักงานในบริษัท
  • การทำงานจากที่ใดก็ได้ทำให้ความต้องการพื้นที่สำนักงานเปลี่ยนไป: เนื่องจากในเอเชียแปซิฟิกเริ่มเห็นถึงผลกระทบที่มากขึ้นของการทำงานจากที่ใดก็ได้ บริษัทต่างๆ จึงพยายามสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ทำให้พนักงานมีความพึงพอใจและสะดวกสบายมากขึ้น  ประสบการณ์ในการใช้สถานที่ทำงานของพนักงานจะมีอิทธิพลต่อกลยุทธ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยีจะทำให้พนักงานสามารถปรับเปลี่ยนสถานที่ทำงานของตนเองได้ ซึ่งหมายความว่าพนักงานสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานที่ไหน เมื่อใด และอย่างไร      จากการศึกษาของแผนกวิจัยซีบีอาร์อีพบว่า บริษัทมีแนวโน้มจะเพิ่มปริมาณพนักงานด้านไอที รวมถึงจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอก (Outsource) หรือย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศมากขึ้น (Offshoring) ขณะที่อาจจะลดจำนวนพนักงานฝ่ายสนับสนุนให้น้อยลง
  • เจ้าของอาคารคือผู้ที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง: ผู้เช่าพื้นที่สำนักงานคือผู้ที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของสถานที่ทำงาน  ดังนั้น เจ้าของอาคารจะต้องทำงานให้ใกล้ชิดกับผู้เช่ามากขึ้นในการพัฒนาอาคารอัจฉริยะ (Smart Buildings)  โดยให้ผู้เช่าเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนเพื่อค้นหาคุณลักษณะและเทคโนโลยีที่ผู้เช่าต้องการ  การผนวกเทคโนโลยีเข้ามาในอาคารใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะตรงไปตรงมา  แต่การนำเทคโนโลยีเข้าไปติดตั้งเพิ่มเติมให้กับอาคารเก่านั้นดูจะเป็นเรื่องที่มีความท้าทายมากกว่า

 

ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ราว 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน คาดว่าจะมีความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานน้อยลงในอนาคต ซึ่งเหตุผลหลักมาจากการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ได้ดีขึ้นและจำนวนพนักงานที่ลดลง

 

อย่างไรก็ตาม  ขณะที่ปริมาณพื้นที่สำนักงานที่ต้องการมีแนวโน้มลดลง  แต่แผนกวิจัยซีบีอาร์อีคาดหวังที่จะเห็นว่าผู้เช่ามีความต้องการพื้นที่ที่มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งสามารถส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกัน ก่อให้เกิดนวัตกรรม และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน   ด้านเจ้าของอาคารนั้นค่อนข้างจะมีความมั่นใจมากขึ้นในเรื่องปริมาณความต้องการในอนาคตเนื่องจากมีความต้องการที่มาจากโค-เวิร์กกิ้ง สเปซ และบริษัทสตาร์ทอัพ โดยมีเพียง 32% ของผู้ตอบแบบสอบถามที่คาดว่าความต้องการจะลดลง

 

ดร. เฮนรี่ ชิน หัวหน้าแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก  ให้ความเห็นว่า “เทคโนโลยีทำให้การทำงานจากที่ใดก็ได้เป็นไปได้มากขึ้น  และทำให้บริษัทต้องเพิ่มความคล่องตัวในด้านการวางแผนเรื่องทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้ การใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้นและอัตราพนักงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่เติบโตลดลง  จะส่งผลให้ความต้องการพื้นที่สำนักงานโดยรวมลดลง เจ้าของอาคารจึงจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด  เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เจ้าของอาคารจะกลายเป็นตัวแปรที่แท้จริงต่อการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนี้”

 

ประเด็นอื่นๆ จากรายงาน

 

  • การทำงานที่ใดก็ได้จะกลายเป็นเรื่องจริง: 85% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดหวังที่จะเห็นการทำงานจากที่ใดก็ได้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยผ่านรูปแบบสถานที่ทำงานในลักษณะต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานที่ออกแบบให้มีพื้นที่รองรับกิจกรรมที่แตกต่างกันไป (Activity-based Working) หรือสถานที่ทำงานที่สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว (AGILE Workplaces)
  • ไอทีมาแรง: จำนวนพนักงานด้านไอทีจะมีเพิ่มมากขึ้น และบริษัทข้ามชาติมีแนวโน้มจะใช้โค-เวิร์กกิ้ง สเปซและศูนย์บ่มเพาะธุรกิจมากขึ้นเพื่อให้เข้าถึงพนักงานด้านไอทีที่มีความสามารถและแนวคิดด้านนวัตกรรมใหม่เพิ่มมากขึ้น
  • ช่องว่างของ Internet of Things (IoT): ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นเจ้าของอาคารโดยส่วนใหญ่ (84%) เชื่อว่านวัตกรรมด้านเทคโนโลยีจะส่งผลให้ความต้องการอาคารอัจฉริยะเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นผู้เช่าพื้นที่สำนักงานนั้น มีเพียง 56% ที่คิดเช่นนั้น  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า สำหรับผู้เช่าแล้วอาคารอัจฉริยะเป็นสิ่งดีแต่ไม่ใช่สิ่งจำเป็น

 

รายงาน WORK_IT: เทคโนโลยี | สถานที่ทำงาน | งาน ของซีบีอาร์อี มาจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวและทางโทรศัพท์ราว 100 รายโดยแผนกวิจัยซีบีอาร์อี ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ.2560 ผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน 69% และเจ้าของอาคารสำนักงาน 31% เพื่อให้มีมุมมองที่สมดุลจากทั้งสองกลุ่ม  ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท รวมถึงผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีของบริษัท   รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดรายงานที่จะตีพิมพ์ออกมาต่อเนื่องจนถึงปีพ.ศ.2561 ซึ่งเป็นการสำรวจเกี่ยวกับผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงไปของเทคโนโลยีในสถานที่ทำงาน   ชุดรายงานดังกล่าวนี้ยังได้รวมรายงานการสำรวจแบบเฉพาะเจาะจงในประเทศจีนและอินเดีย รวมทั้งบทความที่เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยี   อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.cbre.com/TWJ



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)…จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

ถูกและดีมีที่ไหน? ที่นี่ไง Elio Del Moss คอนโดใหม่สไตล์รีสอร์ท ใกล้ ม.เกษตร BTS เสนานิคม สะดวก สงบ ส่วนกลางสวยงามกว่าคอนโดพหลเส้นหลักแต่ราคาถูกกว่ากันตั้งล้านกว่าบาท!

Elio Del Moss เป็นซีรีส์คอนโดมิเนียม Elio Del… จาก Ananda Development ที่ประสบความสำเร็จในด้านการขายและมีชื่อเสียงในด้านการสร้างผลกำไรทั้งทางตัวเงินและผลกำไรทางจิตใจของผู้ซื้ออยู่อาศัยเองด้วยจากโคร... อ่านต่อ




การขายด้วยการบริการ ทางออกของนายหน้าอสังหาฯในยุคปากกัดตีนถีบ

ในมุมมองของผม ถ้าถามว่าในช่วง 2-3 ปีให้หลังมานี้ อาชีพไหนในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที... อ่านต่อ

“บอกเล่าอารมณ์ความรู้สึกหลังสัมผัสของจริง Park 24 คอนโดโปรเจคสุดอลังสวนใหญ่ 10 ไร่ ใจกลางย่าน The EM District” by Condo man

เกริ่นก่อนเลยนะครับ ว่าคอนโดนี้เป็นคอนโดที่ผมรอคอยอยากไปสัมผัสของจริงตอนตึกเสร็จที่สุด ... อ่านต่อ

คุณชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) พร้อมด้วย คุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ให้เกียรติถ่ายภาพร่วมกัน เนื่องในโอกาสต้อนรับการเข้าร่วมเป็นสมาชิกย่านฯ ของ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” โครงการซูเปอร์ลักชัวรี่มิกซ์ยูส ภายใต้แบรนด์คุณภาพ MQDC แลนด์มาร์คและความภาคภูมิใจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ บนทำเลทองที่ดีที่สุดของย่านราชประสงค์ ประกอบไปด้วยห้องชุดสุดหรู 316 ยูนิต พร้อมทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวแบรนด์ดังระดับตำนาน “วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ” และพื้นที่สำนักงานเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างครบครัน พร้อมร่วมหนุนเศรษฐกิจย่านราชประสงค์และส่งเสริมภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ให้สมฐานะการเป็นหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำระดับภูมิภาคเอเชียและระดับโลก