“ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” เชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกหนุนอสังหาฯ ไทย ปี 2561 โต 5-7% ปักหมุดขยายอาณาจักรลลิล ทาวน์ 8-10 ทำเล ตั้งเป้าโต 15%

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มองเศรษฐกิจโลกปี 2561 ยังคงสัญญาณบวก หนุนเศรษฐกิจไทยสดใส ส่วนภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ฟื้นตัวชัดเจนจากโครงการอีอีซี-โครงการลงทุนรถไฟฟ้าระบบ Mass Transit มองการเติบโตตลาดที่อยู่ปีนี้ที่ 5-7% ประกาศแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปีที่สามทศวรรษ ด้วยนโยบาย “Year of Competitiveness and Innovation for LALIN 4.0” ตอกย้ำความเป็นมืออาชีพและผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงเทรนด์อสังหาฯ เตรียมเปิดอาณาจักร “ลลิล ทาวน์ (LALIN Town)” ทำเลใหม่ 8-10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,400 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ที่ 4,000 ล้านบาท เติบโต 15%


นายไชยยันต์ ชาครกุลประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภายในปี 2561 ยังคงมีสัญญาณบวก ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจจะสามารถขยายตัวได้ดีขึ้นเล็กน้อยจากปี 2560 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ราว 3.8 – 3.9% โดยการขยายตัวในปี 2561 นั้นจะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคการขนส่งออก ที่คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดี ตามทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวคาดว่านักท่องเที่ยวจะยังคงขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ในปี 2561 นี้ จะมีเม็ดเงินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเม็ดเงินจากการลงทุนของภาครัฐ ที่จะเริ่มทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ประกอบกับการคาดการณ์ว่าจะมีการจัดเลือกตั้งในช่วงปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562 ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นแรงส่งช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยให้ตัวเลขการบริโภคและการลงทุนขยายตัวได้ดีในระยะต่อไป

 

สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นจากปี 2560 โดยมีปัจจัยบวกมาจากทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และการลงทุนของภาครัฐ นอกจากนี้ภาพรวมของตัวเลขหนี้ภาคครัวเรือนต่อ GDP ที่เริ่มค่อยๆ ปรับลดลง จะช่วยให้กำลังซื้อปรับดีขึ้น ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยในประเทศยังคงทรงตัวในระดับต่ำ แม้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกามีความเป็นไปได้ที่จะปรับเพิ่มขึ้นอีกราว 3 ครั้ง ในปี 2561 นี้ โดยมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งเป็นตลาด Real Demand จะยังคงขยายตัวได้ราว 5-7% สำหรับตลาดอาคารชุดอาจต้องระมัดระวังในบาง Sector และในบางทำเล ซึ่งอาจเริ่มเห็นสัญญาณ Over Supply บ้าง

 

สำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2561 ซึ่งนับว่าเป็นที่ครบรอบ 3 ทศวรรษของบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นที่จะขยายตัวได้สูงกว่าภาพรวมของตลาดฯ ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยมีการวางแผนธุรกิจที่สนับสนุนการขยายตัวของบริษัทฯ ทั้งนี้ในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนขยายโครงการใหม่ทั้งสิ้น 8-10 โครงการมูลค่ารวมประมาณ 4,500 – 5,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 4,400 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ที่ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นราว 15% จากปีก่อน

 

ซึ่งตอนนี้ทางบริษัทฯ เริ่มใช้สื่อ Online เป็นเรือธงในการทำงานมากขึ้นเนื่องจากในปัจจุบันนี้ทุกคนหันมาสนใจกับโลกโซเชียลกันอย่างมากมาย จึงจะใช้ช่องทางนี้เป็นการให้ข้อมูลส่งตรงถึงลูกค้าได้ 24 ชั่วโมง ทางบริษัทฯ เน้นการทำตลาดแบบ Real Demand ที่เน้นลูกค้าที่ต้องการอยู่อาศัยจริงและเน้นทางโซน EEC ที่กำลังได้รับการพัฒนาอยู่ในขณะนี้ และได้นำฐานข้อมูลของลูกค้าที่มีอยู่แล้วเพื่อนำมาต่อยอดในปี 2561 ต่อไป และในปีนี้ทางบริษัทฯ จะทำการปฏิเสธสินเชื่อต่อลูกค้าให้น้อยลง ทำการคัดกรองลูกค้าในการขาย เพื่อทำการลดการปฏิเสธสินเชื่อลดลงมาอยู่ที่ 10% โดยประมาณ

 

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (LALIN) กล่าวว่า ในปี 2561 ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ไว้วางใจ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มากว่าสามทศวรรษ และบริษัทฯ ยังคงมุ่งสู่ความเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการแนบราบที่บริษัทมีความชำนาญ ทั้งแนวความคิด การวางคอนเซ็ปต์ ความคุ้มค่าในการอยู่อาศัย และการเลือกทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์และราคา และเน้นการทำ Digital Marketing และ CRM Strategy

 

สำหรับแผนงานกลยุทธ์โครงการ “ลลิล ทาวน์ (LALIN Town) เตรียมเปิดโครงการใหม่ไว้ 8-10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,500 – 5,000 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัดในส่วนของหัวเมืองหลัก และหัวเมืองชั้นรอง แบ่งสัดส่วนทำเลออกเป็น โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล 75-80% และในทำเลต่างจังหวัด 20-25%

 

ในส่วนของทางด้านการเงิน บริษัทฯ วางงบซื้อที่ดินไว้ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ที่ได้มาจากการโอนโครงการต่างๆ และส่วนหนึ่งจะมาจากการออกหุ้นกู้ ซึ่งจะพิจารณาออกในจำนวนและช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้สอดรับกับการขยายธุรกิจ และการเติบโตในระยะยาวของบริษัททั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ของบริษัทในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่มาก ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงทางด้านการเงินที่ต่ำ และยังคงมีศักยภาพในการขยายธุรกิจได้อีกมากโดยไม่ติดปัญหาเรื่องของแหล่งเงินทุน

 



เกริก บุณยโยธิน

เกริก บุณยโยธิน

ผู้ก่อตั้งเวปไซต์แบ่งปันความรู้ด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์ในวงการอสังหาฯ พร็อพฮอลิค ดอทคอม..หลังจากที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปี ในการวนเวียน เข้าๆออกๆ ในสายงานด้านการตลาด และวางแผนกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ของบริษัทอสังหาฯ และเอเยนซีโฆษณาชั้นนำหลายแห่ง (โดยที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องจับสลากเจอลูกค้าสายอสังหาฯทุกที)...จนถูกครอบงำโดยจิตใต้สำนึก ให้ถีบตัวเองออกจากกรอบการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อออกมาจุดประกายความคิดที่ถูกต้อง และนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับกลุ่มคนที่สนใจในธุรกิจอสังหาฯ

เว็บไซต์

อยากอยู่คอนโดริมแม่น้ำทำไมต้องจ่ายแพง! เป็นเจ้าของ The Politan Aqua คอนโดสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ง่ายๆเพียง 1.45 ล้านบาท

The Politan Aqua ตั้งอยู่ในทำเลหายาก เพราะเป็นทำเลจุดตัดระหว่างสถานีรถไฟฟ้ากับแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่สายเดียวของเมือง รถไฟฟ้าอาจจะเพิ่มสายใหม่ได้ แต่แม่น้ำเพิ่มสายใหม่ไม่ได้ ดังนั้นความเป... อ่านต่อ




พาชมทำเล COOPER SIAM คอนโดขวัญใจวัยรุ่น บนย่าน Expansion Edubiz เดิน 10 นาทีถึงสยาม

ถ้าหากสำรวจความคิดเห็นของคนทั่วไปที่อยู่ในวัยเรียนมหาวิทยาลัยหรือวัยทำงาน ว่าคอนโดในฝัน... อ่านต่อ

ผ่ามุมมองธุรกิจอสังหาฯ 2018 กับหลายประเด็นทางการตลาดที่ควรต้องเก็บไปคิด

ในปีนี้อาจจะเร็วไปที่จะบอกว่า Digital Technology จะเป็นตัว Lead ในการพัฒนาโครงการ แต่ใน... อ่านต่อ

Real Estate Trend 2018 ปีนี้ผู้บริโภคในตลาดอสังหาฯ กำลังอยากได้อะไร

เศรษฐกิจช่วงมึนงงแห่งปี 2017 เพิ่งผ่านไป แต่ปี 2018 ก็ใช่ว่าจะหายจากอาการเดิมไปได้ทั้งห... อ่านต่อ

สิริ เวนเจอร์ส บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ Corporate Venture Capital เพื่อทำการวิจัยและลงทุนด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯและการอยู่อาศัยอย่างครบวงจรเต็มรูปแบบเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2018 พร้อมก้าวสำคัญในการผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ได้แก่ Plug and Play และ SOSA แพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์จากซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล เตรียมเปิดมิติใหม่สำหรับการเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบรอบด้าน ผ่านการจัดสรรเงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมสำหรับการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อในยุคดิจิทัล